ฉั๊วะ!! ฉัวะ อ๊ากกกๆๆๆ!
ด้านเมืองวังวลอัศนีเองก็กำลังดุเดือดถึงขีดสุดฝ่ายสปาตันเริ่มเป็นฝ่ายรุกไร่แผ่ขยายวงการต่อสู้ไปทั่วบริเวณและด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่าทำให้เหล่าอาชญากรหนึ่งคนต้องรับมือกับเหล่าสปาตันสองถึงสามคนและด้วยทักษะของบรุนฮิลด์ยิ่งทำให้พลังของพวกมันเพิ่มขึ้นอีก
แต่ยังดีที่เหล่าเจ็ดปาบถึงสามคนต้องไปรั้งซึซาโนะโอะเอาไว้ทำให้มีเพียงโทสะโมหะและราคะเท่านั้นที่ไร่สังหารอาชญากรแต่ก็ถูกหยุดไว้จาก
กรีนเรดแบล็ดทางด้านเพิร์จเองกำลังบุกทะลวงเข้าหาเบลเซ่ด้วยความรวดเร็วเพื่อที่จะใช้ทักษะเขตแดนซึ่งเขตแดนของเขามีความกว้างเพียงหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้นเนื่องจากเขายังอยู่แค่มารระดับราชา
“พวกเธอรีบกลับไปที่เมืองเหลียงตันสะ” เบลเซ่เอ่ยสั่งกับสามสาวองค์รักษ์ก่อนที่เธอทั้งสามจะพุ่งทะยานเหยียบอากาศด้วยท่าร่างประดุจนางพรายหายไปจากใจกองทัพอย่างรวดเร็วแสดงถึงฝีมือที่ไม่ธรรมดา
ซึ่งหลังจากที่พวกเธอได้คำแนะนำจากศิลารวมถึงการสอนกระบวนดาบให้พวกเธอทั้งสามก็ยังคงอยู่ด้วยกันเก็บระดับทำภารกิจเกื้อหนุ่นกันมาตลอดเพื่อรอวันที่ศิลาจะเรียกใช้งาน
แต่ทว่าการแฝงตัวจะไปราบเรียบหากเพิร์จไม่ออกกดที่ว่ารับแต่อาชญากรเท่านั้นทำให้เบลเซ่คิดว่าเหล่าสามสาวก็คงแค่เพื่อนชั่วคราวของศิลา
ทว่าความจริงแล้วศิลานั้นยังคอยติดต่อผ่านช่องสื่อสารกับสามสาวมาโดยตลอดรวมถึงชี้แนะสิ่งต่างๆและนี่จึงเป็นอีกสาเหตุว่าทำไมศิลาถึงยังไม่รีบตั้งเมืองแกรนด์เเวสเป็นประเทศเขาต้องการกำลังพลที่ไม่ใช่อาชญากรเพื่อรอบเข้าไปแฝงตัวตามกิลด์ตามสมาพันธ์และเมืองต่างๆแต่แน่นอนว่าคนเหล่านั้นเขาไม่ได้อยากจะได้มากมายเขาต้องการแค่หยิบมือเดียวเพราะหน้าที่แฝงตัวเป็นนกสองหัวต้องเป็นคนที่เชื่อใจไว้ใจได้จริงๆ
ครั้งจะให้เหล่าแปดมงกุฎแฝงตัวไปตามเมืองต่างๆตั้งแต่เริ่มตั้งกิลด์แล้วใครจะระวังหลังให้เขาเรื่องนี้แสดงถึงเล่ห์เหลี่ยมรอบกัดอย่างเจนจัดของศิลาอย่างดีศึกครั้งนี้ก็ถูกสามสาวชี้นำมาทางศิลาเองตั้งใจจะตัดกำลังพลของศัตรูด้วยรวมถึงหากยึดเมืองได้ก็ถือว่าสองต่อเขายังไม่ต้องการให้ใครมีระดับพุ่งพรวดในกิจกรรมนี้มากจนเกินไปทำให้เหบ่าอาชญากรเจอใครมักจะฆ่าไม่เลี้ยง
“โถ่วววเว่ย!ไอ้บ้านั้นวู่วามเกินไปแล้วฝั่งนั้นก็เป็นผู้เล่นที่เป็นอสูรนะเว่ย”
น้ำแข็งถึงกับตวาดลั่นเมื่อท่ามกลางเพลิงแดงฉานสว่างวาบเสียงคมดาบดังระงมเสียงระเบิดดังแทบหูดับเห็นเพิร์จกำลังบุกทะลวงตวัดดาบฉีกกระชากอย่างบ้าคลั่งเข้าหาเบลเซ่
“อันที่จริงก็ไม่อยากจะรีบเอาออกมาโชว์เลย”
น้ำแข็งหนุ่มหน้าหล่อเอ่ยขึ้นก่อนจะกระโดดลงจากหลังของกิเรนเพลิงปรากฎวงเวทมนต์ขึ้นเบื้องหน้าของเขาทันที
“ในนามแห่งข้าผู้เป็นนายแห่งความภักดีด้วยพันธสัญญาที่มีจงตอบรับเสียงเรียกขานของข้า วีรสตรีผู้ปลดปล่อยโจรน์ ออฟ อาร์ค”(ฌานดาร์ก)
จบคำร่ายเวทมนต์ของน้ำแข็งวงเวทย์สีเงินก็แตกระเบิดส่องแสงสีเงินสว่างวาบไปทั่วบริเวณรัศมีถึงสองกิโลเมตรเปลี่ยนจากยามราตรีให้กลายเป็นยามอรุณในพริบตาพลังศักดิ์สิทธิ์ลอยฝุ้งผสมปนเปในอากาศไปทั่ววินาทีต่อมาปรากฎละอองแสงสีเงินราวดวงดาวนับพันนับแสนค่อยๆก่อตัวเป็นรูปร่างหญิงสาวชุดเกราะสีเงินวาววับสะท้อนแสงปลอกแขนเงินสีผ้าพร้อมผ้าคลุมหลังสีน้ำเงินมีรูปไม้กางเขนสีเงินมือควาถือดาบเเบบฝรั่งเศสใบดาบเรียวตรงยาวสีเงินที่กั้นดาบเป็นรูปไม้กางเขนสีน้ำเงินเข้มมือซ้ายถือทวนสีดำติดธงศึกรูปไม้กางเขน
ผมสีทองยาวประบ่าใบหน้าคมเข้มงดงามปานเทพธิดาสะกดสายตาผู้จ้องมองทั่วร่างอาบไปด้วยคลื่นพลังสีเงินราวโลหะแผ่พลังกดดันพลังศักดิ์สิทธิ์ไปทั่วบริเวณสายตาของเธอจ้องมองเพียงสิ่งเดียวคือวีรสตรีผู้อัญเชิญธงศึกบรุนฮิลที่อยู่ใจกลางสมรภูมิ
วูบบบ!
ฌานดาร์กสะบัดทวนหนึ่งครั้งพร้อมกับคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์วิ่งปกคลุ่มไปทั่วบริเวณก่อนจะซึมหายเข้าไปในร่างของเหล่าอาชญากรทักษะนี้มีชื่อว่าปลดปล่อยทำให้ทหารใต้บัญชาสามารถเพิ่มพลังทุกอย่างขึ้น30%แต่เธอสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่างจากบรุนฮิลด์ที่สามารถใช้ได้เลื่อยๆ
“ไปจัดการแม่นั่นสะ”
น้ำแข็งออกคำสั่งแต่ดูเหมือนเธอเองก็คงจะคิดแบบนั้นเพราะยังไม่ทันขาดคำของน้ำแข็งเธอก็พุ่งทะยานเข้าหาบรุนฮิลทันที
เช้งงง! เคร้งง!
“หึ!แก่รู้สินะว่าพวกฉันจะบุกมา”
เบลเซ่เอ่ยขึ้นทันทีเมื่อปะทะดาบกับเพิร์จน้ำเสียงนั้นทั้งก้าวร้าวและดุดันถึงขีดสุด
“ไม่บอกถ้าอยากรู้ก็ใช้กำลังถามเอา เขตแห่นแห่งสายฝน” เพิร์จตอบกลับพร้อมกับสืบเท้าวนไปมาเช่นเดียวกับเบลเซ่ที่กระชับดาบแน่นสายตาจับจ้องที่ชายหนุ่มอย่างไม่วางตาวินาทีนั้นเองเสียงจากระบบก็ดังขึ้น
“มารระดับราชเพิร์จปรากฎตัว ระดับ1 ผู้ที่อยู่ในเขตแดนไม่สามารถใช้พลังธาตุน้ำและเวทมนต์ธาตุน้ำได้รวมถึงมารเพิร์จมีพลังโจมตีธาตุน้ำเพิ่มเป็น100%(มีผลกับทุกชีวิตที่เพิร์จ รับรู้ว่าเป็นมิตร)รับการโจมตีเบาลง20% พิเศษผนึกเวทมนต์เขตแดนทุกประเภทและเขตแดนของสัตว์อสูร” เสียงจากระบบดังขึ้นพร้อมกับปรากฎเขตแดนรูปโดมสีฟ้าเข้มมันไม่ใช่เขตแดนแบบศิลาที่ใส่ราวกระจกแต่ของเพิร์จมันคือน้ำเป็นน้ำจริงๆที่จับต้องได้ใส่ยิ่งกว่าน้ำทะเลสระงบยิ่งกว่าน้ำในบึงรัศมีกว้างถึงหนึ่งกิโลเมตรภายในโดมเขตแดนมีสายฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องมันช่วยคืนชีวิตให้เหล่าอาชญากรและลดพลังชีวิตศัตรู
“ผ...ผนึกเวทมนต์เขตแดนมันมีด้วยเหรอวะไอ้ทักษะโกงขนาดนั้น”
เบลเซ่ถึงกับต้องหรี่ตาลงพูดด้วยความสงสัยอันที่จริงไม่ใช่แค่ทักษะเขตแดงของศิลาที่โกงแต่เผ่าธ์มารนั้นทางระบบตั้งให้มีเขตแดนร้ายกาจที่สุดและเป็นเผ่าธ์ที่เก่งที่สุดทัดเทียมกับเผ่าธ์เทพเพราะการจะวิวัฒนาการเป็นมารต้องสูญเสียระดับรวมถึงค่าประสบการณ์ทั้งหมดแต่ค่าสถานะยังคงเดิมแต่ก็สงผลเสียอยู่ดีแถมเผ่าธ์มารการจะเลเวลอัพแต่ระขั้นต้องใช้ค่าประสบการณ์ที่มากกว่าเผ่าธ์อื่นสามเท่าตัวยกเว้นศิลาที่มีแหวนระโมบและแหวนตะกละ
และนั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมหลังจากจบสงครามมาเพิร์จถึงยังอยู่แค่ราชามารระดับหนึ่ง
“อ่าว!ก็ถ้าไม่มีระบบจะแจ้งเตือนหรอไงสมองกรวงหรือเองหรอหูตึง”
ชายหนุ่มตอบด้วยท่าทางยียวนปนร้อยยิ้มเจ้าเลห์บนใบหน้ายิ่งทำให้ชายหนุ่มดูอ่อนเท้าอย่างมาก
เช้ง เช้ง เช้ง
ยามกระทันหันเบลเซ่ชิงจังหวะเปิดก่อนฟันดาบใส่ชายหนุ่มซึ่งๆหน้าคลื่นพลังปราณสีแดงปะทะคลื่นพลังปราณสะบั่นเมลัยสีม่วงสาดกระจายไปทั่วบริเวณทำเอาคนที่อยู่บริเวณรอบตกตายไปตามๆกันอย่างไม่เต็มใจ
เหตุการณ์กลับพลิกผันอีกครั้งเมื่อเหล่าจอมเวทย์และนักรบสปาตันที่มีธาตุน้ำไม่สามารถใช้พลังได้แต่ฝ่ายอาชญากรกลับใช้ได้ปกติแถมยังรุนแรงขึ้นรับการโจมตีเบาลงอีกยามนี้บรุนฮิลก็ไม่สามารถรวมสมาธิใช้เวทมนต์สะบัดธงศึกได้เนื่องจากำลังขับเขี้ยวกับฌานดาร์ก
อ๊ากก อั๊ก! ตูมม บึม ฉ๊วะ
เสียงระเบิดเริ่มดังถี่ยิบผสมกับเสียงคมดาบที่ดังอย่างรุกเร่งร้อนรนขึ้นทุกขณะจิตบ่งบอกถึงความเดือดของสงคราม
บึมมมมๆๆๆๆๆ โว๊กกกกก
ซึซาโนะโอะตวัดดาบคราใดคลื่นพายุพัดทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าชนิดที่ไม่สนหน้าไหนไม่ไว้หน้าใคร
อารวาทไปทั่วผสุธายิ่งลมพายุโหมกระหน่ำยิ่งทำให้ทะเลเพลิงกลายเป็นยิ่งกว่าทะเลเพลิงมันคล้ายกับขุมนรกบนดินก็ไม่ปาน
“ซึซาโนะโอะ!!”
ฟิ้ววว!!
เพิร์จตวาดลั่นพร้อมกับขว้างดาบในมือขวาลอยประดุจดาวหางให้ซึซาโนะโอะพร้อมกันนั้นมันเองก็ขว้างดาบ
คุซานางิลอยมาหาเพิร์จ
หมับบ!
“เอาล่ะขอต้อนรับกลับคุซานางิของฉัน”
ตามตำนานซึซาโนะโอะได้ถวายดาบให้เทพีอามาเทราสึแต่ในโลกนี้มันได้ถวายให้กลับเพิร์จและชายหนุ่มก็เลือกที่จะผนึกดาบเล่มนี้ไว้กับซึซาโนะโอะด้วยเหตุผลบางอย่างเมื่อดาบคุซานางิมาอยู่ในมือเพิร์จมันก็ลดขนาดลงเท่ากับดาบในมือซ้ายที่ยาวประมาณหนึ่งเมตรพร้อมกับเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินเข้มก่อนที่ตามใบดาบจะค่อยๆปรากฎเกล็ดงูสีขาวขึ้นมา
เปรี้ยงงงง เช้ง เช้ง
ชายหนุ่มไม่พูดพั่มทำเพลงสืบเท้าตวัดคุซานางิจากร่างขึ้นบนฟันใส่เบลเซ่อย่างจังซึ่งเบลเซ่เองต้านรับอย่างทันท้วงทีก่อนที่ดาบซ้ายในมือของเพิร์จจะฟันแผ่อากาศจากซ้ายไปขวา
เช้ง เช้ง
เบลเซ่ยกดาบขึ้นในเเนวนอนก่อนจะตวัดด้ามจับดาบต้านดาบคมดาบของชายหนุ่มส่งสระเกล็ดไฟกระจายไปทั่วบริเวณทุกการโจมตีแฝงสำนึกปราณด้วยกันทั้งคู่แต่ทว่าเบลเซ่ถึงกลับต้องเบิกตากว้างเมื่อชุดเกราะของมันค่อยๆละลายราวกับถูกน้ำกรดกัดกล่อน
“หรือว่า? พิษ”
ฟับ ฟับ ฟุ๊บ
มันรีบชิงสืบเท้าถอยหลังพร้อมท่าร่างดวงตาจับจ้องชายหนุ่มไม่วางตาพร้อมกับชุดเกราะที่ค่อยๆละลายเผยให้เห็นหน้าอกสีเนื้อ
“หึก็ดาบเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของยามาตะโนะโอโรจิเจ้าอสรพิษแล้วจะแปลกอะไรหากคุณสมบัติของมันจะปล่อยพิษได้จริงไหม”
ชายหนุ่มยิ้มบนใบหน้าตอบด้วยท่าทางทีเล่นทีจริงทำเอาคิ้วของเบลเซ่กระตุกเหมือนมันกำลังถูกหยามความโมโหฉุดเฉียวค่อยๆครอบง่ำซึ่งจิตวิทยาของชายหนุ่มถือว่าได้ผลอันที่จริงมันก็ไม่ค่อยมีมากนักหลอกคนแบบศิลาที่ยิ่งถูกหยามยิ่งถูกดูถูกจะยิ่งสงบนิ่งและมีสมาธิไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“กูจะเอาหัวมึงมาทำที่ลองตีน”
เบลเซ่เน้นเขี้ยวเน้นฟัน ฟันกัดแน่นด้วยความเดือดดานซึ่งไม่แปลกมันคือเจ้าเมืองการที่หัวหน้าถูกหยามมันจะเสียชื่อไปถึงลูกน้อง
ตูมมมม
วินาทีนั้นคลื่นพลังปราณสีแดงพุ่งออกมาจากร่างของเบลเซ่อย่างหนาแน่นจนพื้นดินบริเวณรอบไหม้กลายเป็นราวานัยน์ตาของมันเปลี่ยนเป็นแดงฉานส่งกลิ่นอายสัตว์อสูรออกมาเข้มข้น
“โว่วๆๆ! หมัดไคโอของโงกุนหรือไงลูกเพ่อย่าเอาบอลกิมกิมานะแต่ถ้ากิมจิขอฉัน ฉันชอบกิน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
***********************************
ณ.เมืองเหลียงตันใจกลางเมือง
ครืนนนน!!!
เสียงกัมนาถดังขึ้นสะเทือนทั่วพื้นภพพื้นดินสั่นไหวราวกับผืนดินจะแตกแยกท้องฟ้าจะฉีกขาดออกจากกันได้ทุกเมื่อท่ามกลางเสียงระเบิดและคมดาบปรากฎร่างสาวงามยืนถือง้าวสีดำมีอัญมีณีสีพร้อมชุดเกราะสีดำที่ฝังอัญมณีเวทมนต์ธาตุไฟไว้กลางอกยืนตระหง่า
ยามเมื่ออีฟสะบัดง้าวคราใดส่งคลื่นพลังเพลิงสีแดงอาบทั่วไปทั้งพื้นภพทั่วบริเวณทำให้สิ่งปลูกสร้างแบบจีนพังพินาศย้อยยับรวมถึงNPC SPC Nonplayer ล้มตายกันเกลื่อนกราดนอนทอดร่างจมกองเลือดสีแดงร่างไหม้เกรียมส่งควันสีขาวลอยฝุ้งออกจากร่าง
ซุมมม ตูมมม
หญิงสาวสะบัดทวนคราหนึ่งก็เกิดคลื่นเพลิงสีแดงสดพุ่งแผ่ในอากาศก่อนจะก่อรูปเป็นปักษาเพลิงตัวเท่าขุนเขาเข้าทำลายทุกสิ่งเบื้องหน้า
วูบบบ
อีฟสะบัดทวนหนึ่งครั้งเกิดเป็นเพลิงสีแดงฉานรูปปักษาก่อนที่เธอจะกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนร่างของมันพร้อมกับบินทะยานไปยังยอดปราสาทอันเป็นที่ส่งทหารปัญญาประดิษฐ์ออกมาป้องกันเมืองซึ่งเป็นระบบป้องกันเมืองอัตโนมัติหากเธอทำลายมันได้ทหารของเมืองเหลียงตันจะไม่มีมาเพิ่มอีก
“นางนั่นมันเป็นใคร?”
ชายคนหนึ่งในชุดเกราะสีน้ำตาลถือขวานกล่าวออกมากับลูกน้องข้างกายพร้อมกับกำลังวิ่งมายังใจกลางเมืองตรงที่อดัมจีวอนจีวูต่อสู้อยู่
ตูมม อ๊ากก
เสียงระเบิดยังคงดังสนั่นจนแทบหูดับพร้อมเพลิงที่ลุกไหม้รามไปแทบจะทั่วเมือง
“เสนาธิการของเมืองอาคมครับ”
ลูกน้องของชายคนดังกล่าวตอบออกมาทันทีพร้อมกับวิ่งตามหัวหน้าไปติดๆ
“เสนาธิการของเมืองระดับผู้บริหารเหรอแสดงว่านางนั่นกำลังไปที่ปราสาทปล่อยทหาร”
ชายคนดังกล่าวรีบหยุดฝีเท้าก่อนจะรีบเปลี่ยนทิศทางวิ่งกลับไปยังปราสาทสีทองสูงเฉียดฟ้าด้านทิศใต้ของเมืองทันทีด้วยความเร่งรีบถึงขีดสุดพร้อมสีหน้าตึงเครียด
*********************************** ณ.โลกความเป็นจริง
“มันตีกันอีกแล้วหรอเนี่ยทั้งๆที่กิจกรรมคูณสองมีไว้เพื่อรับแพตช์ใหม่แท้ๆแล้วแบบนี้ถ้าอัพแพตช์ใหม่ไปพวกเองจะอยู่กันยังไง”
ชิงหลงที่นั่งดูฉากสงครามพูดขึ้นพร้อมกับกำลังนั่งอ่านเอกสารในมือซึ่งใจความคร่าวๆคือการอัพเดตแพตช์ใหญ่ครั้งสุดท้ายนั่นคือผู้เล่นสามารถเลือกเผ่าพันธ์ได้ หนึ่งเผ่าธ์มารผู้ตั้งภารกิจการเปลี่ยนเผ่า(ศิลาเนื่องจากเป็นเจ้าแห่งมาร) สองเผ่าธ์สัตว์อสูรผู้ตั้งภารกิจเปลี่ยนเผ่าธ์(บูรพาเนื่องจากเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้เป็นสัตว์อสูร)
สามเผ่าปีศาจผู้ตั้งภารกิจ(ไม่ปรากฎ)
สี่เผ่าเทพผู้ตั้งภารกิจ(ศิลาเนื่องจากเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้รับเผ่าธ์เทพ)
สี่เผ่าธ์มังกรผู้ตั้งภารกิจ(ศิลาเนื่องจากเป็นผู้เล่นคนแรกที่เป็นมังกร)
ห้าเผ่าวิญญาณหรือเผ่ามายาผู้ตั้งภารกิจ(ศิลาเนื่องจากเป็นเจ้าแห่งโลกวิญญาณ)
ก๊อก ก๊อก
เสียงประตูดังขึ้นทำให้ทุกคนต้องหันไปมองด้วยความสงสัยเพราะชั้นที่พวกเขาอยู่ต้องเป็นคนระดับสูงเท่านั้นถึงจะขึ้นมาได้
เมื่อทุกคนหันไปมองพร้อมกับประตูห้องที่เปิดออกเผยให้เห็นหญิงวัยกลางคนหุ่นเพียวราวนางแบบผมสีเงินยาวสรวยถึงกลางหลังแต่งกายเสื้อสูทสีดำกระโปรงสีดำเหนือเข่าใบหน้าคมหวานดวงตากลมหวานช้อยแต่แฝงความเฉียบขาดขัดกับใบหน้าที่ให้ความรู้สึกเมตาและใจดีใบหน้านั้นคล้ายกับฟ้าครามถึงสี่ในห้าส่วน
“คุณหญิงฟ้าใส ท....ทำไมท่านไม่ติดต่อมาก่อนละครับผมได้ลงไปรับ”
บอดี้การ์ดรีบเข้ามาทำความเคารพทันทีพร้อมกับเม็ดเหงือที่ผุดขึ้นเต็มหน้าเช่นเดียวกับพนักงานก่อนที่ฟ้าใสจะเอ่ยขึ้นพร้อมกับปรายสายตามองไปรอบห้อง
“คุณสามีของฉันไปไหนกันค่ะ”
หญิงสาวถามเสียงเรียบพร้อมร้อยยิ้มก่อนที่ชิงหลงจะตัดภาพไปยังสามาของเธอหรือรูเซียโน่ที่กำลังจู๋จี๋กับตัวละครในเกมอย่างชื่นมื่นโดยไม่รู้ชะตากรรม
“ถ้าเขาออกมาให้ไปหาดิฉันที่บ้านด้วยนะคะ อ่อ!ให้เขาใส่ชุดเกราะกันกันกระสุนไปด้วยล่ะจะได้ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน”
ปึก..
พูดจบเธอก็เดินออกไปพร้อมรอยยิ้มหวานเช่นเดียวกับทุกคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่ชิงหลงจะรีบติดต่อหาเจ้านายยกใหญ่เพื่อบอกว่าพายุมาแล้ว
“นายหญิงรีบกลับมากระทันหันมีอะไรหรือเปล่าครับ”
ในขณะที่ฟ้าใส่กำลังเดินไปตามทางเดินยาวบนพรมสีแดงเบื้องหน้าคือลิฟด์ตามทางคือบอดี้การ์ดยืนสงบนิ่งด้านหลังของเธอก็คือบอดี้การ์ดประจำตัวราวๆสี่คนที่ดูน่าเกรงขาม
“พรุ้งนี้จะเป็นวันที่ลูกสาวฉันมีชายหนุ่มเป็นครั้งแรกก็เลยอยากจะมาดูหน้าไว้สะหน่อยเพื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้เชือดถูกคน”
เธอตอบพร้อมเบื้องหน้ามีชายสูงอายุกว่าเธออายุราวๆห้าสิบกว่าสวมเสื้อยืดสบายๆสีเขียวกางเกงขาสั้นสีขาวชายเบื้อฝหน้าของเธอก็พี่ชายของฟ้าใสหรืออีกในคือประธานาธิบดีของสหรัฐ
“ตื่นเต้นจริงๆเลยนะหลานฉันจะเลือกคนแบบไหนแค่นึกก็สนุกแล้ว”
“พี่ค่ะจริงจรังค่ะ”
รู้แล้วน่า ชายคนนี้มีนามว่าทรังป์ โนโด่จากนั้นพวกเขาก็มุ่งตรงไปยังบ้านพร้อมกับเหล่าบอดี้การ์ดที่ถือกระเป๋าเป้อุปกรณ์ที่ทรังป์เตรียมมาต้อนรับว่าที่หลานเขยกับกระเป๋าสีเงินที่
บอดี้การ์ดเขาถือไม่ห่างจากตัวของทรังช์ซึ่งในกระเป๋าสีเงินสี่เหลี่ยมนั้นคือสวิตท์กดปล่อยนิวเคลียร์ที่บึ่มได้ทั้งประเทศเพียงแค่เขากดปุ่มเดียว