บทที่ยี่สิบเจ็ด
ตามใจ
หลังจากที่ปรับเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว แบมแบมและคล้าวก็นอนกอดกันอยู่ในห้องนอนเล็ก ๆ ที่ตกแต่งได้อย่างน่ารักของคนตัวเล็ก มีใน่เที่ยงที่ออกไปทานมื้อเที่ยงร่วมกันกับยายมะลิกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
คนที่เป็ญาติผู้ใหญ่อย่างมะลิเองก็ไม่ได้คิดที่จะเอ่ยห้ามปรามเด็ก ๆ เข้าใจว่าทั้งคู่นั้นยังอยู่ใน่ที่น้ำต้มผักก็ยังหวาน เลือกที่จะมองข้ามในเื่ของความเหมาะสมไปเสียอย่างนั้น เพื่อให้คนทั้งคู่ได้มีเวลาร่วมกันหลังจากที่เื่ราวบาดหมางได้ผ่านพ้นไป
่บ่ายตลอดจนตกเย็นแบมแบมและคล้าวก็พากันมาขลุกตัวอยู่ในห้องนอนอีกครั้ง ซึ่งยายมะลิเป็คนเอ่ยปากให้แบมแบมพักงานอีกวันหนึ่งด้วยตัวเอง เพราะใบหน้าสวยนั้นยังคงมีรอยแดงปื้นอย่างเห็นได้ชัดเจน เธอไม่อยากที่จะให้หลานสาวตัวเองต้องมานั่งตอบคำถามพวกปากหอยปากปู
“พี่ต้องกลับแล้วนะครับ เกรงใจยายหนูด้วยมาขลุกอยู่กับหนูทั้งวันแล้ว” คนพี่เอ่ยพูดขึ้นกับคนในอ้อมแขน พลางลูบแขนเล็กเบา ๆ
“ไม่เอา ยังไม่อยากให้กลับเลย” แบมแบมขยับตัวก่อนจะพลิกกายหันหน้าเข้าหาคนพี่ ริมฝีปากชมพูเอ่ยพูดอย่างเอาแต่ใจ
เธอยังไม่อยากห่างจากคนรัก ยังอยากที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันแบบนี้ ในห้องนอนห้องเล็ก ๆ ของเธอ วันนี้ทั้งวันเธอมีความสุขมาก แม้ว่าจะรู้สึกระบมใบหน้าอยู่ไม่น้อย แต่พอได้ออดอ้อนคนรักอยู่บ่อย ๆ ความระบมนั้นมันก็ค่อย ๆ ทุเลาลงเรื่อย ๆ
“แต่มันเย็นมากแล้ว มันจะดูไม่ดีเอานะ” คล้าวพยายามที่จะหาเหตุผลมารองรับคำพูดของตัวเอง
แม้ว่าใจจริงแล้วเขาเองก็อยากที่จะนอนค้างกับคนน้องให้รู้แล้วรู้รอดไป หากแต่ในความเป็จริงเขาก็รู้ดีว่าการกระทำเ่าั้ มันไม่สามารถที่จะทำได้ตามใจ เพราะอย่างไรแล้วก็ต้องเกรงใจผู้ใหญ่อย่างน้ามะลิด้วย
ลำพังเพียงแค่เขาเดินเข้าออกห้องนอนของหลานสาวได้ตามอำเภอใจ ทั้งที่ยังไม่ได้ตบแต่งกันให้เป็กิจจะลักษณะอย่างนี้ ก็ถือว่าผู้ใหญ่อย่างน้ามะลิยอมที่จะล่าถอยให้มากแล้วในเื่ของความเหมาะสมต่าง ๆ
หากจะถึงขั้นนอนค้างคืน คล้าวเองก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ และจำเป็ที่จะต้องเกรงใจผู้ใหญ่เสียบ้าง ไม่ใช่ว่าพอได้รับการอะลุ่มอล่วยแล้ว ก็สักแต่ว่าจะทำตามใจตัวเองโดยที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“ไม่เอา พี่คล้าวออกไปบอกยายเลยนะ ว่าคืนนี้จะนอนค้างกับหนูที่นี่” ร่างเล็กยู่ปากใส่คนพี่ ก่อนจะเอ่ยพูดประโยคที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าถอดสีขึ้นมาทันตาเห็น
“หนูครับ มันดูไม่เหมาะสม” ร่างหนาเอ่ยค้าน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนใจกับความดื้อดึงของคนรัก
“เหมาะสิ ผัวเมียจะนอนด้วยกันมันจะเป็อะไรไป” หากแต่แบมแบมก็คือแบมแบม ที่มีความดื้อรั้นและเอาแต่ใจเป็ที่หนึ่ง
อีกอย่างเธอก็ไม่ได้คิดเห็นตรงกันกับคนรักสักเท่าไหร่ เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมใครกันที่มีสิทธิ์ตัดสิน ในเมื่อความสัมพันธ์นี้มีเพียงแค่เธอและคนรัก หากเราทั้งคู่อยากที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน คนอื่นก็ไม่ควรมาก้าวก่ายหรือเปล่า แบมแบมได้แต่คิดกับตัวเองอย่างมองแค่ด้านเดียว
“แต่เรายังไม่ได้แต่งงานกัน ต้องเกรงใจผู้ใหญ่” คล้าวพยายามที่จะใช้เหตุผลพูดคุยกับเด็กดื้ออย่างใจเย็น
“เดี๋ยวก็แต่งแล้ว” แบมแบมยังคงไม่ยอมอย่างง่ายดาย ในความคิดของเธอการที่คู่รักจะนอนค้างด้วยกันมันไม่ใช่เื่เสียหายสักหน่อย ซ้ำยังคงอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ พี่คล้าวน่ะคิดมากไปเองทั้งนั้น ยายคงเธอไม่ได้หัวโบราณถึงขนาดนั้นเสียหน่อย
“เฮ้อ ดื้อจริง ๆ” ร่างหนาเอ่ยว่าอย่างอ่อนใจ มือหนาบีบจมูกที่บ่งบอกถึงความดื้อรั้นของคนตัวเล็กเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว
“ไปบอกเลยจ้ะ ยายยอมฟังอยู่แล้ว พี่คล้าวน่ะมันหลานเขยคนโปรด” แบมแบมเอ่ยพูด ก่อนจะทำปากยื่นใส่คนพี่
จริง ๆ แล้วเธอเองก็ยังแอบเคืองผู้เป็ยายอยู่ไม่น้อย จากเื่ที่เกิดขึ้นก็เห็นได้อย่างชัดเจน ว่ายายมะลินั้นโอนเอียงไปทางว่าที่หลานเขยตัวเองขนาดไหน ขนาดเธอเองที่เป็หลานสาวแท้ ๆ โดนอีกฝ่ายทั้งทำร้ายจิตใจและร่างกายมา คำพูดของผู้เป็ยายก็ยังคงมองออกว่าเข้าข้างคล้าวมากกว่าที่จะเข้าข้างเธอ
“แต่ยายถ้าไม่อนุญาต หนูต้องไม่งอแงแล้วนะตกลงไหมครับ” คล้าวเอ่ยพูดขึ้น ใช้นิ้วชี้หน้าเด็กเอาแต่ใจอย่างแกมดุ
“อื้อ ก็ได้” ร่างเล็กพยักหน้ารับ ใบหน้าสวยงอง้ำด้วยความรู้สึกขัดใจเล็กน้อย
คล้าวส่ายหน้าอย่างระอาใจกับความแง่งอนของเมียเด็ก ก่อนจะผุดลุกขึ้นและจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง และสาวเท้าเดินออกจากห้องไป เพื่อไปขออนุญาตมะลิ ในเื่ที่ตัวเขาจะขอนอนค้างที่นี่ในคืนนี้ ตามความ้าของคนตัวเล็ก
“อ้าว จะกลับแล้วหรือพ่อคล้าว” มะลิที่ปิดร้านไวกว่าทุกวัน เอ่ยถามว่าที่หลานเขยของตัวเองขึ้น
“เอ่อ คือว่า” คล้าวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ร่างหนาแอบประหม่าอยู่เล็กน้อย ที่ถึงขนาดกล้าหาญชาญชัยมาขอนอนค้างกับหลานสาวของอีกฝ่ายทื่อ ๆ แบบนี้
“มีอะไรหรือเปล่า” ยายมะลิวางกระจาดวัตถุดิบที่เหลือจากการขายส้มตำในวันนี้ลงกับแคร่ไม้ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยความแปลกใจ กับท่าทางที่ดูคิดไม่ตกของอีกฝ่าย
“คือว่า ผมจะขออนุญาตค้างกับน้องสักคืนน่ะครับน้ามะลิ” ร่างหนาข่มความประหม่า ก่อนจะเอ่ยพูดขอออกไป
“ห้ะ” ยายมะลิเผลอใจนเสียงดัง หากแต่ก็รีบปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็ปกติในเวลาต่อมา
“แต่ถ้าน้ามะลิไม่สะดวกไม่เป็ไรนะครับ ผมเข้าใจ” คล้าวรีบเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยท่าทีที่ลนลานเมื่อได้เห็นความใของอีกฝ่ายผ่านสายตา
“เฮ้อ เอาเถอะ กลับไปตอนนี้จะเป็พ่อคล้าวเองที่ลำบาก ต้องมาตามงอนง้อนังเด็กเอาแต่ใจคนนั้นอีก คืนนี้ก็ค้างกับน้องมันเสียที่นี่แหละ น้าอนุญาต” มะลิถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยปากตอบอนุญาตอย่างเสียไม่ได้
เพราะมองจากรูปการณ์แล้ว ก็คงจะเป็ยัยหลานสาวตัวดีของเธอนั่นแหละที่ดื้อแพ่งใส่อีกฝ่าย จนต้องบากหน้ามาขออนุญาตเธอด้วยสีหน้าที่ลำบากใจเช่นนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นมันไปเอาความกล้ามาจากไหนนัก ริอ่านจะพาผู้ชายมาค้างอ้างแรมถึงในบ้านแบบนี้
“ขอบคุณครับ” คล้าวยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณ ก่อนจะรีบกุลีกุจอไปช่วยมะลิยกกระจาดใส่ของและเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในครัว ก่อนจะผละขอตัวกลับไปที่ห้องนอนของคนตัวเล็กหลังจากที่ช่วยงานเสร็จ
“ยายว่ายังไงบ้างจ๊ะพี่คล้าว” แบมแบมเอ่ยถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าคนพี่เดินกลับเข้ามาในห้องนอนแล้ว
“น้ามะลิอนุญาต” คล้าวเอ่ยตอบ ก่อนจะยกยิ้มขำเมื่อเห็นสีหน้าของคนน้องที่เต็มไปด้วยความดีใจ
“เห็นไหมจ๊ะ หนูบอกแล้ว ยายมะลิน่ะไม่ได้หัวโบราณถึงขนาดนั้น” ร่างเล็กตบเข่าตัวเองดังฉาด คิดถูกแล้วที่ให้คนพี่เป็คนเอ่ยปากขออนุญาตแทนตัวเอง เพราะถ้าหากเป็เธอเป็คนไปขออนุญาตเอง ก็คงจะโดนเขกหัวมาจนหัวปูด
“หนูดื้อแบบนี้กับน้ามะลิตลอดเลยหรือเปล่า หึ” ร่างหนาทิ้งตัวลงนั่ง ก่อนจะโยกศีรษะเล็กเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“ก็มีบ้าง แต่ต่อไปหนูจะหันมาดื้อกับพี่คล้าวแล้ว” คนตัวเล็กเอ่ยตอบขึ้นราวกับว่ามันเป็เื่ที่น่าตลกด้วยน้ำเสียงที่ดูเจื้อยแจ้ว
“ได้สิ ไว้พี่จะปราบเด็กดื้อเอง” คล้าวเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
ดวงตาคมทอดมองใบหน้าสวยอย่างหวานซึ้ง เด็กคนนี้ร่าเริงและมีเอกลักษณ์เป็ของตัวเอง ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูมีเสน่ห์ไปเสียหมด เป็ความน่ารักที่เกิดขึ้นอย่างเป็ธรรมชาติ เพราะเหตุผลนี้เลยทำให้คล้าวหลงรักอีกฝ่ายได้อย่างง่าย ๆ ในเวลาแค่เพียงไม่นานที่เริ่มรู้จักกัน
“มองหนูตาหวานซะขนาดนั้น เดี๋ยวมดก็ขึ้นตาหรอกพี่คล้าว” แบมแบมที่รู้สึกขวยเขินไปกับสายตาของคนพี่ เอ่ยขึ้นแก้เก้อ
“หึหึ” ร่างหนาได้แต่หัวเราะออกมา แม้แต่คำพูดคำจาก็น่าเอ็นดูไปเสียหมด สงสัยว่าเขานั้นจะหลงเด็กคนนี้จนโงหัวไม่ขึ้นแล้วจริง ๆ
“หัวเราะอะไรเล่า” ร่างเล็กฟาดฝ่ามือลงกับแขนแกร่ง ก่อนจะหลบสายตาของอีกฝ่ายด้วยเขินอาย
ก็อีกฝ่ายเล่นมองกันด้วยสายตาหวานเชื่อม และเต็มไปด้วยความเอ็นดูเธอถึงขนาดนั้น แบมแบมเองแม้จะขึ้นชื่อในเื่ของความใจกล้าหน้าด้านกล้าได้กล้าเสีย หากแต่กับคนคนนี้เธอเองก็ขอยอมแพ้ มันขัดเขินเสียทุกครั้งที่ได้สบตากัน เธอเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
คล้าวที่เห็นคนน้องเขินจนตัวแดง ทิ้งตัวลงนอนราบไปกับฟูกที่นอน ก่อนจะอ้าแขนออกรับร่างเล็กที่ทิ้งตัวลงตามมา และกอดกระชับอีกฝ่ายเอาไว้ในอ้อมแขน เสียงพูดคุยถึงเื่ราวต่าง ๆ ที่เป็เื่ที่คนตัวเล็กสนใจ ยังคงถูกหยิบยกมาสนทนากันเรื่อย ๆ
สลับกับที่คนพี่จะแกล้งหยอกเย้าคนน้องให้เขินอายด้วยถ้อยคำหวานอยู่เป็ครั้งคราว ทำเอาคนตัวเล็กที่สู้ความแพรวพราวของพ่อม่ายไม่ไหว ได้แต่มุดใบหน้าลงกับแผงอกกำยำที่ชอบลูบไล้ด้วยความเขินอาย
“หนูครับ” ร่างหนาเอ่ยเรียกขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“หืม ค่ะ” แบมแบมขานรับ ก่อนจะแหงนใบหน้าขึ้นสบตากับคนพี่
คล้าวเองที่ตั้งใจที่จะชวนพูดคุยเื่งานแต่งงาน มองสบตากับดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความออดอ้อนของคนน้องนิ่ง ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อสายตาไล่ไปถึงกลีบปากอมชมพูของคนในอ้อมแขน
ร่างเล็กเมื่อเห็นอาการของคนพี่ที่เปลี่ยนไป เด็กสาวก็เริ่มหัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น และแอบคาดหวังว่าคนพี่จะโน้มใบหน้าลงมามอบจูบดูดดื่มให้กับเธอสักครั้งให้พอหายคิดถึง
เพราะตลอดวันที่ผ่านมาก็เอาแต่นอนกอดกันอย่างเดียว ไม่ได้มีอะไรให้กระชุ่มกระชวยหัวใจเด็กสาวเลยแม้แต่นอน เด็กที่มันพึ่งจะเต็มสาวอย่างเธอ ไอ้เื่ความ้ามันก็มีมากเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เหลือก็อยู่ที่ผัวเฒ่าจะสานต่อยังไงนี่แหละ
………………………………………………….
ยัยน้องแบมแบมนี่ร้ายจริง ๆ นะ แบบลูกสาวเอ๊ย แกก็เก็บอาการบ้างไรบ้าง 5555
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็แรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ