บทที่8.1 เขตแดนอัสนี์
จิวเฉินโอบอุ้มร่างของเจียวเฟิ่งอี้ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างต่อเนื่องเพียงครึ่งชั่วยามพวกเขาทั้งสองก็ผ่านท้องฟ้าขึ้นสูงไปกว่าห้าร้อยเมตรแล้ว
เจียวเฟิ่งอี้รู้สึกมหัศจรรย์กับทักษะที่สามารถโบยบินบนท้องฟ้าได้อย่างมากนางคิดว่าหากกลับไปจะขอให้จิวเฉินสอนให้แก่ตนบ้าง
ขณะที่จิวเฉินและเจียวเฟิ่งอี้กำลังจะตัดผ่านหกร้อยเมตรขึ้นไปนั้นก็มีคลื่นสีเขียวอ่อนกระจายออกทั้วท้องฟ้า ร่างของจิวเฉินหยุดยืนกลางท้องฟ้าทันที ใบหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดอย่างที่สุดเจียวเฟิ่งอี้เมื่อจิวเฉินหยุดกระทันหันจึงลองหันไปมองหน้าเขาดู เมื่อหญิงสาวเห็นใบหน้าที่ตรึงเครียดของจิวเฉินต้องถามออกมาอย่างร้อนรนมิได้
"เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างนั้นรึ?"
จิวเฉินชี้มืออกไปเบื้องหน้าเจียวเฟิ่งอี้หันมองตามนางก็พลันสังเกตเห็นคลื่นสีเขียวค่อยๆใกล้เข้ามา และคลื่นสีเขียวนั้นปกคลุมท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไปกว่าครึ่งแล้ว
"เขตแดนอัสนี์!"
จิวเฉินพลันมั่นใจอย่างที่สุดว่าวิหารลอยฟ้านี้ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเทพ์อย่างแน่นอนเมื่อคราครั้งที่เขาบุกไปยังตำหนักขุนพลเทพ์ตนหนึ่งนั้นก็เคยเจอเขตแดนนี้มาแล้วหนหนึ่งแต่ที่สามารถจัดการกับมันได้นั้นเพราะพลังของเขามีมากล้น แต่ตอนนี้เขาหามีพลังเช่นเดิมไม่
"เขตแดนอัสนี์?"
"ถูกต้องมันคือเขตแดนที่ใช้ป้องกันมิให้ศัตรูย่ำกายเข้าไปในอาณาเขตของมัน และเขตแดนอัสนี์นี้น่ากลัวเป็อย่างมากหากผู้ใดถูกรัศมีคลื่นของมันเข้าล่ะก็จะกลายเป็ศพไหม้เกรียมอย่างง่ายดาย"
จิวเฉินอธิบายเื่เขตแดนอัสนี์แก่เจียวเฟิ่งอี้ส่งผลให้ร่างของหญิงสาวสั่นกลัวมิน้อย เจียวเฟิ่งอี้ต้องขมวดคิ้วแน่นนางหารู้จักเขตแดนอัสนี์ไม่และมิเคยได้ยินชื่อสุดพิลึกเช่นนี้มาก่อนเช่นกัน แม้นางจะสงสัยว่าจิวเฉินรู้ได้อย่างไรแต่นางก็มิได้ถามเขาพลางจ้องมองคลื่นสีเขียวที่กำลังครอบคลุมเข้ามา
เปรี้ยง!
คลื่นสีเขียวพลันกลายเป็สายฟ้าสีเขียวอันเกรี้ยวกราดฝ่าลงราวภัยพิบัติธรรมชาติสายฟ้าสีเขียวเริ่มกระจายออกอย่างบ้าคลั่งเมื่อััถึงผู้บุกรุกเข้ามาในรัศมีของมัน
'ไม่ดีแล้ว!ข้ามิคิดเลยว่าพวกเทพมันจะตั้งเขตแดนอัสนี์ไว้เช่นนี้'
ฟิ้วว์!
จิวเฉินทะยานร่างหลบสายฟ้าที่ฟาดผ่าเข้ามาหาเขาเขาโอบอุ้มเจียวเฟิ่งอี้ไว้แน่น เจียวเฟิ่งอี้กลัวเสียงฟ้าผ่าเป็อย่างมาก นางหลับตาปี๋และซุกหน้าเข้ากับหน้าอกของจิวเฉิน
เปรี้ยง!เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรียง!
สายฟ้าอันเกรี้ยวกราดและน่ากลัวสี่สายฟาดผ่าเข้าหาร่างของจิวเฉินกับเจียวเฟิ่งอี้อย่างบ้าคลั่ง
ฟิ้วว์!
จิวเฉินะโหลบอย่างต่อเนื่อง
'บัดซบ! หากยังเป็เช่นนี้อยู่ล่ะก็มันคงโจมตีโดนข้าเข้าเป็แน่'
จิวเฉินสบถในใจลั่นก่อนแหงนหน้ามองไปข้างบนจนทั่วท้องฟ้าและในที่สุดเขาพบว่ายังมีจุดหนึ่งยังมิถูกคลื่นสีเขียวครอบคลุม
'ตรงนั้นสินะ'
ฟิ้วว์!
จิวเฉินทะยานร่างหวังพุ่งผ่านช่องโหว่งของเขนแดนอัสนี์แต่ทว่ากับมีสายฟ้าสายหนึ่งฟาดลงมามันพุ่งเข้าหาร่างของจิวเฉินอย่างรวดเร็ว
'หลบไม่พ้นแล้ว'
"กรงเล็บพยัคฆ์์!"
จิวเฉินเมื่อไม่สามารถหลบสายฟ้าอัสนีสีเขียวอันรุนแรงได้เขาก็ตวัดมือข้างหนึ่งออกไป ปรากฏกรงเล็บสีครามอันมหึมาห้าสายพุ่งเข้าปะทะกับสายฟ้าอย่างเกรี้ยวกราด
ตู้มม!
กรงเล็บห้าสายแตกออกเป็เสี่ยงๆเช่นเดียวกับสายฟ้าสีเขียวที่ผ่าลงมา จิวเฉินพุ่งทะยานขึ้นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าคราใดๆที่เขาใช้ทักษะทะยานผ่านท้องฟ้า
ที่หน้าผากของจิวเฉินในตอนนี้นั้นปรากฏกลุ่มเม็ดเหงื่อจำนวนมากเขายังยังทะยานขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง
เปรี้ยง!
อัสนีสีเขียวพุ่งไล่ตามหลังจิวเฉินมาอย่างต่อเนื่องจิวเฉินรีดเค้นพลังปราณทุกส่วนไว้ที่ใต้ฝ่าเท้าทั้งสองของเขา
ฟูม!
ในทันทีความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเพียงครึ่งชั่วโมงจิวเฉินก็สามารถมาถึงบนวิหารลอยฟ้าได้ในที่สุด
______________________________________________________________
บทที่8.2 ่เวลาแห่งความสุข
ภาพหมู่ไม้เขียวขจี้อุดมสมบูรณ์ไร้ที่สิ้นสุดปรากฏแก่ธารสายตาของคนทั้งสองจิวเฉินวางเจียงเฟิ่งอี้ลง ร่างของเขาก็ทรุดลงนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความเหนื่อยล้า
เจียวเฟิ่งอี้หญิงสาวยังมิมีความคิดที่จะมองไปทิศทางใดในตอนนี้สายตาทั้งสองดวงของนางล้วนจับจ้องไปที่ร่างของจิวเฉินที่นั่งเหนื่อยล้าอยู่ สาเหตุที่เขาต้องเป็เช่นนี้นั้นส่วนหนึ่งก็เพราะตัวหญิงสาวเองนางคิดว่าหากเขามีโอบอุ้มนางขึ้นมาด้วยเขาสมควรมิเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้
"ท่านเป็เช่นไรบ้าง?"
"ข้าไม่เป็ไรพักซักหน่อยคงหาย สาวน้อยเ้าลองไปชมดูเถอะ สถานที่แห่งความฝันของเ้าหน่ะ"
จิวเฉินพูดพลางชี้นิ้วออกไปเบื้องหน้าเจียวเฟิ่งอี้ต้องอดใจสั่นตื้นตันมิได้ ขนาดเขาเหนื่อยล้าเช่นนี้เขายังคงเห็นแก่ความฝันของนางเจียวเฟิ่งอี้หันหลังให้แก่จิวเฉินและทอดสายตาออกไปมอง ภาพเบื้องหน้านั้นสวยงามวิจิตราเป็อย่างมากเหล่าต้นไม้สีเขียวแห่งธรรมชาติและทุ่งดอกไม้อันกว้างใหญ่สุดเกินจะบรรยาย บรรยากาศที่รู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวาเจียวเฟิ่งอี้ก้าวเท้าเข้าหาทุ้งดอกไม้หลากสีตามประสาของเหล่าสตรีที่ชมชอบดอกไม้ทันที
"ที่นี้คือบนวิหารลอยฟ้าจริงๆ ข้ามิคิดมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่ความฝันเป็จริงได้เช่นนี้"
เจียวเฟิ่งอี้หลังจากซูดอากาศอันบริสุทธิ์ปลอดโปร่งและดื่มด่ำไปกับสวนดอกไม้เบื้องหน้าก็เดินกลับมาหาจิวเฉินที่เผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าหญิงสาวอดที่จะยิ้มออกมามิได้เมื่อเห็นหน้าตอนหลับของจิวเฉิน หญิงสาวเดินเขามาอย่างเงียบงันและนั่งลงข้างจิวเฉินและนางค่อยๆซ้อนศีรษะของเขาขึ้นนอนบนตักของนาง
หลังจากหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าไม่นานจิวเฉินก็เริ่มรู้สึกตัวเปลือกตาของเขาเปิดออก ภาพใบหน้าอันงดงามของหญิงสาวปรากฏแก่สายตาเขาเจียวเฟิ่งอี้ด้วยบรรยากาศที่สดชื่นผ่อนคลายเช่นนี้นางเองก็หลับไปโดยมิรู้ตัว
จิวเฉินต้องยกมุมปากยิ้มเมื่อััได้ว่าศีรษะของตนหนุนตักอันนุ่มนวลของหญิงสาวกลิ่นหอมจางๆจากตัวของเจียวเฟิ่งอี้ส่งผลให้จิวเฉินรู้สึกเคลิบเคลิ้มมิน้อย
พลันจิวเฉินยื่นมือขึ้นไปััแก้มอันเนียนนุ่มของหญิงสาวโดยมิรู้ตัวเจียวเฟิ่งอี้เมื่อโดนัันางก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที หญิงสาวมองเห็นมือของจิวเฉินที่ััแก้มตนอยู่ก็หน้าขึ้นสีแดงระรื่นลุกขึ้นไปอย่างเร่งรีบ จนทิ้งให้ศีรษะของจิวเฉินตกพื้นโดยมิรู้ตัว
"โอ้ย!"
จิวเฉินต้องร้องออกมาคำหนึ่งอย่างเ็ปเล็กน้อยเจียวเฟิ่งอี้เมื่อรู้ว่าตนทำให้จิวเฉินเจ็บก็รีบเข้ามาดูอาการของเขา
"ท่านเป็อะไรมากหรือมไม่?"
"เป็สิ! ถามมาได้ โอ้ยๆตรงหัวมัน....มันเ็ปยิ่งนัก"
จิวเฉินไม่พูดเปล่าเอาสองมือกุมศีรษะตนซักดิ้นซักงออยู่บนพื้นอย่างทุลนทุลายส่งผลให้เจียวเฟิ่งอี้อดร้อนรนมิได้เพราะนางเป็คนทำให้จิวเฉินเจ็บ หญิงสาวรีบก้มลงนั่งข้างจิวเฉินและค่อยๆใช้มือััปลายผมและศีรษะของเขาเพื่อดูอากาศอย่างน่มนวล
จิวเฉินเมื่อหญิงสาวตกอยู่ในอาณาเขตของตนแล้วมุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย จิวเฉินยื่นปากของไปัักับแก้มอันขาวเนียนนุ่มของเจียวเฟิ่งอี้อย่างรวดเร็วเมื่อประสบจุดมุ่งหมายขโมยหอมแก้มแล้ว จิวเฉินก็ผละออกจากหญิงสาวและรีบวิ่งออกไปไกลอย่างเร่งรีบ
เจียวเฟิ่งอี้นิ่งค้างไปชั่วขณะก่อนจะรู้สึกตัวพวงแก้มทั้งสองก็ขึ้นสีแดงระรื่นขึ้น
"กรี๊ดดด! เฉินน้อย! ไอ้เด็กลามก! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
เจียวเฟิ่งอี้เมื่อได้สติก็กรี๊ดดังลั่นสายตาเขียวปัดจ้องมองแผ่นหลังของจิวเฉินที่วิ่งจากไป หญิงสาวกำมือแน่นด้วยความโกรธเพราะั้แ่ตนเกิดมายังมิเคยถูกบุรุษใดกระทำการเช่นนี้มาก่อนพลันลุกขึ้นรีบวิ่งตามจิวเฉินเด็กลามกไปอย่างว่องไว
จิวเฉินหาหยุดไม่พรางหันข้างกับไปมองเจียวเฟิ่งอี้ด้วยใบหน้ายิ้มเยาะกวนอารมณ์
"ฮี่ฮี่! หยุดให้โง่หรือสาวน้อย! แน่จริงก็จับข้าให้ได้สิ ฮ่าฮ่า!"
"กรี้ดดด! หยุดให้พี่สาวคนนี้ตีก้นเดี๋ยวนี้นะ!"
เจียวเฟิ่งอี้ร้องกรี้ดด้วยความโกรธอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดและสีหน้ายิ้มเย้ยของจิวเฉินหญิงสาวรีบวิ่งด้วยความเร็วสูงเพื่อจับจิวเฉินมาตีก้นลงโทษ
____________________________________________________________________
บทที่8.3 สายเืแห่งทวยเทพ!
ขณะที่จิวเฉินกำลังสนุกอยู่กับการหนีเจียวเฟิ่งอี้อยู่นั้นสายตาก็พลันมองเห็นยอดสิ่งก่อสร้างชนิดหนึ่ง มันเป็ทรงแหลมยาวขึ้นไปบนท้องฟ้ามีสีทองสว่างจ้าระรานตาจิวเฉินพลันหยุดชะงักเท้าทันที
เจียวเฟิ่งอี้ที่ตามมาติดๆหวังตีก้นจิวเฉินซักครั้งแต่เมื่อเห็นจิวเฉินหยุดเท้าลงหญิงสาวก็พุ่งมายืนข้างเขาอย่างสงสัยว่าทำไมเขาถึงหยุด
"มีอะไรงั้นหรือ?"
"ดูตรงนั้นสิข้าคิดว่ามันคงต้องเป็วิหารเป็แน่น"
จิวเฉินพูดพร้องชี้นิ้วขึ้นไปบนยอดของสิ่งก่อสร้างนั้นเจียวเฟิ่งอี้มองตามเมื่อเห็นดั่งเช่นจิวเฉินดวงตาของนางก็สาดประกายกระจ่างสุกใสออกมาพลันยิ้มอย่างปิติ
"อืม อืมมันต้องเป็วิหารศักดิ์สิทธิ์หรือวิหารโบราณแน่เลยไปสำรวจกันเถอะ"
เจียวเฟิ่งอี้พูดออกมาอย่างดีอกดีใจเพราะนี้นับเป็ครั้งแรกเลยที่นางได้มาเห็นวิหารกับตา และน้อยคนนักที่จะได้เข้าไปในวิหารและยังมีเื่เล่าเกี่ยวกับวิการมากมายว่าหากผู้ใดสามารถเข้าไปได้ก็จะได้สมบัติล้ำค่ากลับมาหรือศาสตราวุธอันแข็งแกร่งจะมิให้นางสนใจและดีใจได้อย่างไร
"อืมไปกันเถอะ"
จิวเฉินนั้นแต่เดิมทีเขาก็มาเพื่อจุดประสงค์เช่นนี้อยู่แล้วคือการได้ศาสตราวุธระดับสูงและสมบัติต่างๆ พวกเขาทั้งสองต่างทะยานร่างผ่านป่าไม้เขียวขจีอย่างรวดเร็วเพื่อไปถึงตัววิหาร
เมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้มากขึ้นแล้วอีกเพียงสิบเมตรเท่านั้นก็จะถึงเป้าหมายแต่สายตาของจิวเฉินและเจียวเฟิ่งอี้นั้นกลับมองเห็นเงาร่างสีขาวสูงราวสองเมตรทั่วร่างปกคลุมไปด้วยขนสีขาว ดวงตาของมันแหลมคมดั่งเหยี่ยวรูปร่างคล้ายคลึงมนุษย์แต่ทว่าใบหน้าของมันกับมีจะงอยปากยื่นออกมา และบนแผ่นหลังของมันยังมีปีกคู่ใหญ่ติดอยู่พวกมันยืนอยู่หน้าวิหารถึงสองตน มีของพวกมันยังมีทวนอันแหลมคมอีกทั้งพวกมันยังสวมใส่ชุดสีผ้าดูสูงศักดิ์ราวคนในราชวงศ์
จิวเฉินคว้าจับไปที่มืออันเรียวขาวของเจียวเฟิ่งอี้และนำพานางหยุดลงหลังพุ้มไม้บริเวณนั้นทันที
"พวกมันเป็ตัวอะไรกัน? เหตุใดถึงได้มีรูปร่างคล้ายพวกเราเช่นนี้หนำซ้ำพวกมันยังสวมใส่เสื้อผ้าเฉกเช่นพวกเราอีก"
ในขณะที่ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้นั้นเจียวเฟิ่งอี้ก็อดพูดสงสัยออกมาอย่างตื่นตระหนกมิได้
"ชู่วว์! เงียบเข้าไว้เดี๋ยวพวกมันรู้ตัว!พวกมันยิ่งมีประสาทััอันดีเยี่ยมอยู่ด้วย"
จิวเฉินทำมือบอกว่าห้ามพูดเสียงดังเขารู้ว่าพวกมันเป็ตัวอะไร
'ที่แห่งนี้ถึงขนานมีเหล่าเชื้อสายของเทพอยู่ด้วยข้ามิคาดคิดมาก่อนเลยว่าในยุคนี้ยังจะมีสายเืแห่งทวยเทพหลงเหลืออยู่'
"ท่านรู้จักพวกมัน?"
ขณะที่จิวเฉินกำลังครุ่นคิดในใจอยู่ในเจียวเฟิ่งอี้ก็ถามออกมาอย่างอยากรู้ เพราะเมื่อฟังคำที่จิวเฉินพูดว่า 'พวกมันยิ่งมีประสาทััอันดีเยี่ยมอยู่ด้วย'นั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าเขารู้จักพวกมัน
"พวกมันคือสายเืแห่งทวยเทพ! และจากรูปร่างของมันข้าสามารถบอกได้เลยว่าพวกมันคือเหล่าวิหค์!"
"สายเืแห่งทวยเทพ? วิหค์?"
เจียวเฟิ่งอี้หลังจากได้ฟังคำว่าสายเืแห่งทวยเทพก็อดร่างสั่นสะท้านมิได้หญิงสาวขมวดคิ้วแน่นพึมพำออกมาอย่างตื่นตระหนกใมิได้ แม้นางจะสงสัยเช่นเดิมว่าทำไมจิวเฉินถึงมีภูมิความรู้มากมายเช่นนี้แต่นางก็มิอาจถามออกมาได้ในสถานการณ์เช่นนี้
"ถูกต้อง!พวกมันเป็พวกสายเืบริสุทธิ์ที่สืบเชื้อสายจากเหล่าทวยเทพจริงๆ"
"แล้วเราจะทำเช่นไรดี? เมื่อพวกมันเฝ้าหน้าทางเข้าวิหารอยู่?"
"เื่นี้เห็นทีถ้าไม่จัดการพวกมันคงเข้าไปไม่ได้"
จิวเฉินรู้สึกมีไฟโทสะมิน้อยเมื่อเห็นเหล่าเชื้อสายของทวยเทพที่หยิ่งยโสผยองตนสองมือเขากำแน่นดวงตาทั้งสองมีประกายอำมหิต! ออกมาเล็กน้อย
"สายน้อย!เ้ารอข้าที่นี้อย่าไปไหนเด็ดขาดและต้องลบตัวตนให้ดีที่สุดอย่าให้พวกมันััได้"
"ท่านจะไปจัดการพวกมัน? คนเดียวรึ? มันจะไม่เป็อะไรแน่หรือ อย่างน้อยให้ข้าไปด้วยเถอะจะได้ช่วยสู้ด้วย"
เจียวเฟิ่งอี้เมื่อฟังคำพูดของจิวเฉินนางก็พูดตอบออกมาอย่างเป็ห่วง และนางก็อยากจะช่วยเหลือจิวเฉินบ้าง แต่คำตอบของจิวเฉินกับส่ายศีรษะอย่างมิยินยอม
"ไม่ได้!เ้าสู้พวกมันมิได้พวกมันมีทั้งไหวพริบและความรวดเร็วและเป็อันตรายเป็อย่างมาก"
"แล้วท่านจะสู้พวกมันได้หรือ ถ้าว่าพวกมันแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น"
"มิต้องเป็ห่วงไปข้าล้วนมิวิธี เ้ารอที่นี้ก็พอ"
เจียวเฟิ่งอี้เมื่อเห็นความมั่นใจอันมากล้นของจิวเฉินหญิงสาวจึงพยักหน้ารับคำและลบตัวตนอย่างเงียบเชียบ แม้นางจะสงสัยว่าทำไมจิวเฉินถึงได้มีความมั่นใจขนาดนั้นแต่ก็มิได้ถามมันออกมาหญิงสาวเพียงรอเงียบๆ จิวเฉินเมื่อเห็นจิวเฟิ่งอี้รับคำก็ทะยานร่างมุ่งไปสู่หน้าวิหารที่เหล่าวิหค์อยู่ทันที
จบบทที่ 8