ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

ตอนที่ 205 กลุ่มโจร

        “ทักษะนี้ไม่ธรรมดาข้าต้องฝึกมัน !” ทักษะฉิงคงมีเพียงขั้นเดียวเท่านั้นมันเขียนบอกไว้ว่าเมื่อฝึกสำเร็จจะเพิ่มเส้นปราณในร่างถึงสิบห้าเส้นนับเป็นเท่าตัวของเส้นลมปราณดั้งเดิมเลยนี่จะช่วยให้เขาฝึกฝนได้เร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า !

         

        แต่ใช่ว่ามันจะได้มาโดยง่ายๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องทำหนิงเฟยหลงก็ถอนหายใจเล็กน้อย“มันก็ไม่มีอะไรมากนี่หน่าก็แค่ต้องการเลือดหัวใจสัตว์อสูรขั้นห้าขึ้นไปสามตัวเท่านั้นเองรอยยิ้มที่เคยมีของชายหนุ่มก็ค่อย ๆ หุบลง เขาจะไปหามันมากไหน ? นี่คือสิ่งสำคัญ

         

        แต่ถึงยังไม่สำเร็จทักษะความเร็วในการบ่มเพาะของเขาก็มากขึ้นอยู่ดีหลังจากที่รู้วิธีการดูดซับพลังที่ถูกต้องหนิงเฟยหลงก็เริ่มที่จะยกระดับตนเองด้วยโอสถที่ได้รับมามันมีทั้งสิ้นยี่สิบเม็ด เขาตัดสินใจใช้ทั้งหมดนี้ร่วมกับพลังฟ้าดินในการทะลวงขั้น

         

        เม็ดที่หนึ่งผ่านไปจนถึงเม็ดที่สิบการดูดซับฤทธิ์ยาก็เป็นไปอย่างรวดเร็วหนิงเฟยหลงรู้สึกสุขใจมากการดูดซับพลังเป็นไปอย่างดีเยี่ยมเขาไม่รู้สึกถึงการสูญเสียฤทธิ์ยาจากการดูดซับเลย นั่นทำให้เขายิ้มแก้มปริ

         

        มันค่อนข้างต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขามัวแต่สนใจแต่การทะลวงขั้นจนไม่สังเกตวิธีการที่ถูกต้องทำให้พลังที่ควรจะได้รับทั้งหมดต้องสลายลงอย่างน่าเสียดาย

         

        “เม็ดที่สิบเจ็ด”ชายหนุ่มนับแล้วก็หยิบมันเข้าปากทันที

         

        ปุงปัง !

         

        ร่างกายของเขาเริ่มมีปฏิกิริยาตอบรับแล้ว

         

        เม็ดที่สิบเก้าร่างกายตอบรับอย่างเต็มที่...จนถึงเม็ดที่ยี่สิบหนิงเฟยหลงค่อนข้างมีความหวังกับมันไม่รู้ว่ายาเม็ดสุดท้ายจะทำให้เขาเลื่อนไปสู่ขั้นเก้าได้หรือไม่ ?

         

        ปึง !

         

        เสียงตันเถียนคำรามต่ำแต่แล้วพลังนั่นก็ไม่ได้มีมากพอจะทะลวงสู่ขั้นถัดไปแม้ว่าชายหนุ่มจะผิดหวัง แต่ก็มีประกายแสงแห่งความหวังเล็กน้อยแทรกออกมา“ด้วยทักษะฉิงคง ไม่นานคงไปถึงขอบเขตแดนพิภพได้แน่ !”

         

        เขาโคจรพลังอีกสักพักก่อนที่จะมีทหารวิ่งแจ้นเข้ามารายงาน“ท่านแม่ทัพหัวหน้ากองพันโต่วแย่แล้วขอรับทหารที่นำไปเข้าปะทะกับกองโจรมีชื่อต้องการกำลังเสริมด่วน !”

         

        หนิงเฟยหลงเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ“กองโจรมีชื่อ ?”

         

        เมื่อเห็นท่าทีสนใจของผู้เป็นนายทหารนายนั้นจึงกล่าวเสริม “ขอรับ มันชื่อกลุ่มโจรหมาป่าตาเดียว”  

         

        “น่าสนใจสั่งการลงไปรวมทหารสามร้อยนายตามข้าลงเขา” หนิงเฟยหลงออกคำสั่งเสียงเข้ม

         

        “รับคำสั่ง !” ทหารนายนั้นก็รีบออกไปกระจายคำสั่ง

         

        หนิงเฟยหลงนำทหารสามร้อยนายมุ่งไปทางตัวนออกเพื่อช่วยโต่วเยี่ยนฉวี่ระหว่างทางเขาส่งหน่วยสอดแนมไปสองชุดก็ยังไม่กลับมาสักคน“ดูท่ากลุ่มโจรพวกนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว มันต้องการอะไร ?”

         

        เขาค่อนข้างแปลกใจกลุ่มโจรที่ชอบฉกชิงสิ่งของมีค่ากลับมุ่งเป้าไปที่ทหารนี่มันน่าแปลกแม้ว่าหน่วยสอดแนมจะยังไม่กลับมาเขาก็ยังนำทหารเดินหน้าต่ออยู่ดีหากไปช้าอาจทำให้โต่วเยี่ยนฉวี่มีอันตราย ชายหนุ่มไม่ลืมสิ่งที่บิดานางกำชับเอาไว้

         

        เดินทางต่ออีกสามลี้เขาก็เจอกับพวกโจรที่รอดักซุ่มอยู่จนได้ธนู หน้าไม้ถูกยิงออกมาก่อน หนิงเฟยหลงไม่ได้ตื่นตระหนกเขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าต้องมีการดักซุ่มจึงเตรียมตัวอยู่เสมอเคลื่อนทัพอย่างช้าๆ

         

        “ตั้งรับพลโล่ประจำที่พลธนูขึ้นสาย ยิง !”คำสั่งถูกส่งออกมาเป็นชุด ๆเมื่อเห็นว่ากองทัพที่แม่ทัพผู้นี้นำมาเป็นระเบียบมากไม่โจมตีต่อได้ก็พากันถอยกลับหนิงเฟยหลงไม่ได้สั่งให้ทหารตามไล่ฆ่าเขาสั่งเคลื่อนพลต่อสิ่งสำคัญไม่ใช่ไล่ฆ่าพวกโจร แต่เป็นการช่วยเหลือกองทัพที่ส่งมา

         

        ตามรายทางเขาก็เห็นศพทหารที่ส่งมาสอดแนมหลายคนและบางคนที่หลบซ่อนได้เมื่อเห็นกองทัพหนิงเฟยหลงมาถึงก็ออกมารายงาน“ท่านแม่ทัพหัวหน้ากองพันโต่วถูกปิดล้อมที่เชิงเขาด้านนั้น ห่างจากนี่ไม่ถึงสองลี้ทหารบาดเจ็บล้มตายค่อนข้างมากแล้ว”

         

        “นำทางไป”

         

        “ขอรับ”ทหารสอดแนมนำทางกองทัพ เมื่อกองทัพห่างงจากโต่วเยี่ยนฉวี่ไม่ถึงร้อยจั้งหนิงเฟยหลงก็เห็นดาบที่หัวหน้าโจรกวัดแกว่งกำลังจะฟาดฟันที่โต่วเยี่ยนฉวี่โดยที่นางดูท่าจะพลาดพลั้งอยู่เขาก็ไม่รอช้ารีบทะยานร่างรวดเร็วดุจสายลม มือนั้นก็รวบพลังซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของโจรนั่นเต็มๆ

         

        ตูม !

         

        หัวหน้าโจรพ่นโลหิตตัวไถลตามพื้นไปหลายสิบก้าวใบหน้ายับเยินทั้งยังแสดงความตื่นตระหนก

         

        พวกโจรเห็นหัวหน้าบาดเจ็บก็หาได้ถอยหนีวิ่งมาล้อมวงชายหนุ่มไว้

         

        “โอ้ไม่ตายเหรอเนี่ย” ชายหนุ่มพึมพำ

         

        “สารเลว ! เด็กอย่างเจ้ากล้ามาทำร้ายข้า !” หัวหน้าโจรหายตกใจก็สบถด่าทันทีใบหน้าของมันกระตุกเกร็งเล็กน้อยความจริงแล้วหมัดนั้นของชายหนุ่มทำให้มันเจ็บปวดอย่างมากแต่ที่มันเจ็บใจที่สุดก็คือการที่ชายหนุ่มทำลายใบหน้าอันหล่อเหลาของมัน

         

        “บัดซบ บัดซบบัดซบ ! เจ้าเด็กนี่สมควรตาย ฆ่ามัน !” สิ้นคำสั่งหัวหน้าโจรโจรทั้งหมดก็มีสีหน้าชั่วร้ายระดมสรรพกำลังเข้าโจมตีหนิงเฟยหลงคว้าเอากระบี่ขั้นสูงของตนออกมาปัดป้องด้วยท่าทีสบาย ๆหลังจากต่อสู้กับพวกคนเถื่อนแล้วเจ้าพวกนี้ดูอ่อนแอไปเลยแต่เขาก็ต้องแปลกใจที่ทำไมโต่วเยี่ยนฉวี่ถึงต่อกรกับกลุ่มโจรกระจอกนี้ไม่ได้

         

        กระบี่ของเขาก็วาดออกอย่างรวดเร็วคลื่นพลังโจมตีที่เข้ามาก็หยุดชะงัก “ระลอกคลื่นสายลม” เขาเอ่ยอย่างแผ่วเบากระแสพลังก็กลายเป็นระลอกคลื่นโจมตีกลับไปรอบด้าน โจรเหล่านั้นก็ล้มระเนระนาดลงพากันตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างหวาดกลัว

         

        หนิงเฟยหลงได้โอกาสก็โอบร่างอรชรของหญิงสาวทะยานร่างกลับเข้าไปกลางดงทหารที่เคลื่อนพลมาถึงแล้ว“พลธนูยิง !” ลูกธนูก็พุ่งคร่าชีวิตโจรชั่วไปหลายสิบคนก่อนที่หัวหน้าโจรจะแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดออกมาสั่งให้กลุ่มโจรของตนบุกฆ่าทหารเหล่านี้ให้หมดทว่ามีคำหนึ่งที่ติดอยู่ในหูของหนิงเฟยหลงได้อย่างชัดเจน

         

        “กองทัพกู้ราชวงศ์ก่อน?” หนิงเฟยหลงไม่เข้าใจจึงหันไปถามนายทหารที่ติดตามมา

         

        “กองทัพกู้ราชวงศ์ก่อนคือพวกที่หวังจะแบ่งแยกดินแดนเว่ยด้วยอ้างชื่ออาณาจักรเดิมของตนขอรับท่านแม่ทัพ”นายทหารผู้นั้นตอบอย่างฉะฉานนี่ไม่ใช่ความลับคนทั่วไปย่อมรู้จักดี

         

        “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้พวกโจรกลุ่มนี้คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่แล้วแม่นางโต่วช่วยบอกข้าทีเหตุใดกองทหารที่ท่านนำมาจึงพ่ายแพ้ได้ง่ายดายเช่นนั้น ?”

         

        “พวกมันมีมีการต่อสู้ที่บ้าระห่ำมากมันต่างกับตอนที่เจ้ามาถึงมากมายทีเดียว พลังหยวนของพวกมันแข็งแกร่งมากเจ้าต้องระวังไว้ให้ดี” โต่วเยี่ยนฉวี่เอ่ยด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวคล้ายว่านางเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้

         

        หนิงเฟยหลงหรี่ตาแคบนี่มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ?

         

        พึ่งกล่าวจบไม่นานหัวหน้าโจรผู้นั้นก็คว้าเม็ดกลมเข้าปากรัศมีที่อ่อนแอก็กลายเป็นแข็งกร้าวขึ้น ไม่เพียงแค่มันเท่านั้นลูกน้องเมื่อเห็นหัวหน้ากลับมาทรงพลังก็พลันฮึกเหิม“ฆ่า !”

         

        หนิงเฟยหลงหน้าดำทะมึนกองทหารของเขานับว่าอ่อนแออยู่หากไม่ใช่ว่าฝึกฝนการต่อสู้แบบกลุ่มมาก็คงยากจะเข้าสมรภูมิการต่อสู้ที่บ้าระห่ำไร้กฎเกณฑ์เป็นสิ่งที่ยากลำบากสำหรับทหารพวกนี้

         

        “ไม่ได้การแม่นางโต่วท่านช่วยคุมกองทัพแทนข้าทีข้าจะออกไปรับศึกก่อน” หนิงเฟยหลงทะยานร่างพร้อมกับซัดหมัดลุ่น ๆเข้าปะทะกับหัวหน้าโจร

         

        ปัง !

         

        หมัดของเขาสะท้านเล็กน้อยหัวหน้าโจรมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเลยทีเดียว หากให้เขาคาดเดาจากขั้นที่เก้าแก่นแท้พลังเลื่อนขึ้นมาอีกสองระดับเลยทีเดียวนี่เป็นการยกระดับชั่วคราวที่น่าหวาดหวั่นมากที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมันคือการยกระดับขอบเขต !

         

        “ฮ่าฮ่าอย่าคิดจะทำร้ายข้าได้อีก ก่อนหน้านี้แกเล่นทีเผลอจึงทำลายโฉมข้าได้ แต่เวลานี้ข้าตั้งตัวได้แล้วแกตายแน่ !” หัวหน้าโจรยิ้มเยียบเย็นดวงตาปรากฏไอสังหาร !

         

        “คลื่นเสียงหมาป่าคำรามฟ้า!”

         

        พลังหยวนมหาศาลทะลักล้นออกมากลายเป็นหมาป่าสีครามคำรามคลื่นแสงโจมตีที่น่าสะพรึงหัวใจของโต่วเยี่ยนฉวี่แทบตกลงไปที่ตาตุ่มนางจะไม่รู้ได้ไงว่าพลังนี้รุนแรงเพียงใด สีหน้าทหารซีดไปตามกัน

         

        “โอหัง !” หนิงเฟยหลงง้างหมัดออกรวมพลังหยวนซัดออกไปอีกครั้งแววตาของเขาดุดันจนจิตวิญญาณของหัวหน้าโจรต้องสั่นไหวเล็กน้อยพลังหยวนก็ก่อเป็นหมัดใหญ่ที่ทรงพลังพุ่งตรงราวกับอุกกาบาตชนโลก

         

        “หมัดพิฆาต”

         

        ตูม !!

         

        ทหารและโจรต่างเบิกตากว้างไม่กล้ากระพริบตา การปะทะกันของสองผู้นำคือบทสรุปเมื่อฝุ่นควันเบาบางลงใบหน้าพวกโจรก็แข็งทื่อในทันทีคาดไม่ถึงเลยว่าหัวหน้าโจรผู้เกรียงไกรในความคิดของพวกมันจะสิ้นฤทธิ์ด้วยหมัดเดียวของชายผู้นี้พวกมันมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางกองทัพด้วยความหวาดกลัว

         

        หัวหน้าโจรตายแล้ว!

         

        “จับกุมพวกมันให้หมด”หนิงเฟยหลงไม่รอช้าออกคำสั่งจับกุมทันทีเขาต้องการข้อมูลกลุ่มโจรนี้โดยด่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มศักยภาพชั่วคราวนี้น่าสนใจมาก

         

        กลุ่มโจรเมื่อไร้หัวหน้าก็ไม่คิดจะต่อต้านความหวาดกลัวในตัวของชายหนุ่มยังคงเกาะกินในหัวใจหากมันขัดขืนคงมีสภาพไม่ต่างจากผู้เป็นหัวหน้า

         

        แต่ไม่ทันที่ทหารจะรวบตัวไว้ได้หมดลูกศรปริศนาจากรอบด้านก็โจมตีเข้ามาลูกธนูแหวกอากาศตรงมาที่เขา โชคดีที่เขามีพลังจิตจึงสามารถยับยั้งไว้ได้ทัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถละความกังวลได้อยู่ดี

         

        “ปกป้องท่านแม่ทัพ”โต่วเยี่ยนฉวี่รีบออกคำสั่งทหารทั้งหมดก็เคลื่อนพลโอบล้อมตัวหนิงเฟยหลงไว้ ปกป้องราวกับไข่ในหิน

         

        หนิงเฟยหลงหน้าเปลี่ยนสีเขาตรวจสอบแล้วว่าไม่มีคนอยู่บริเวณนี้ด้วยพลังจิตอีก แต่ทำไมถึงมีคนอยู่ได้ไม่แน่ว่าคนผู้นั้นต้องทรงพลังมากกว่าเขาเป็นแน่

         

        ฟุบ ฟุบ

         

        เสียงฝีเท้าระยะไกลหายไปหนิงเฟยหลงผ่อนคลายลงแต่เขาก็ต้องหัวเสียเมื่อพบว่าโจรที่เขาต้องการจับตัวทั้งสิ้นตายไปหมดแล้วด้วยลูกศรปริศนาเหล่านั้นพวกมันเคลือบพิษไว้หมด ไม่เหลือทางรอดให้โจรเหล่านี้เลย

         

        “ดูเหมือนว่าโจรพวกนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้วอาณาจักรเว่ยซับซ้อนกว่าที่เห็น” หนิงเฟยหลงกลับมามีสีหน้าเรียบเฉยเขาค้นตัวโจรทุกคนตรวจสอบด้วยตนเองก็ไม่พบร่องรอยที่มาของพวกมันเลยจึงไม่รู้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง แต่ที่พอทำให้เขายิ้มได้คงเป็นแหวนมิติของหัวหน้าโจรแล้วมันมียาที่เขารู้สึกว่ามันตุ ๆ อยู่ในนั้น

         

        “อย่างน้อยก็ไม่เสียเที่ยว”เขาพึมพำอย่างพอใจ แล้วจึงหัวไปออกคำสั่ง “ช่วยเหลือคนเจ็บกลับค่าย”

         

        กวาดต้อนคนด้านนี้ไม่จำเป็นอีกต่อไปการต่อสู้ครั้งนี้เขาเสียทหารไปมากกว่าแปดสิบนาย นับเป็นความสูญเสียค่อนข้างมากทหารที่เหลือล้วนบาดเจ็บเขาคงไม่กล้าเข้ามาในเขตนี้อีกพักหนึ่งจนกว่าจะสืบรู้ได้แน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้

         

        ..........

         

คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน