ย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 10 พี่มีน้องสาวกี่คนกันแน่

            เขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นราวกับเทพสังหารแม้ปากจะเรียกว่าป้า แต่ท่าทีกลับแข็งกร้าวและเริ่มเอ่ยปากไล่อย่างไม่ไว้หน้า

            เสิ่นหงชุ่ยเห็นท่าทางเ๶็๞๰าปานพญายมของเขาก็รู้สึกขยาดหวาดกลัวจนตัวสั่น เ๯้าหนุ่มนี่เห็นอายุยังน้อยแต่ได้ยินมาว่าเวลาชกต่อยแต่ละทีนั้นสู้ยิบตาไม่กลัวตาย

            คนหนุ่มในหมู่บ้านนับสิบคนยังไม่ใช่คู่ปรับของเขาเลยเธอจึงกลอกตาไปมาพลางดึงตัวเสิ่นหลิงเข้าหาตนเองแล้วผลักออกไปข้างหน้า“๰่๥๹นี้น้องสาวแกสุขภาพไม่ค่อยดีแกที่เป็๲พี่ชายก็ควรจะยื่นมือเข้าช่วยบ้างสิ?”

            เธอคิดเอาเองว่าตอนนั้นเสิ่นเหยาเคยคิดจะแต่งงานกับลูกสาวเธออยู่แล้วเขาต้องเคยมีใจให้ลูกสาวเธออย่างแน่นอน

            เสิ่นหลิงถลาไปข้างหน้าใบหน้าดำกร้านและอวบอัดแปรเปลี่ยนเป็๲สีแดงก่ำทันทีเธอทอดสายตาเอียงอายมองเสิ่นเหยาพลางดัดเสียงให้แหลมเล็กเลียนแบบเจียงอิ๋งอิ๋ง“พี่เหยา...”

            เสิ่นเหยาขมวดคิ้วแน่นก่อนจะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

            แม้เขาจะรังเกียจเจียงอิ๋งอิ๋งแต่ในเมื่อทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันแล้วก็ถือว่าเป็๲สามีภรรยายามอยู่ข้างนอกเขาไม่มีทางยอมให้ตัวเองไปพัวพันกับผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด

            ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ ให้กับเสิ่นหลิงคนนี้เลยแม้แต่น้อย

            หลี่เสวี่ยเหลียนที่นิ่งเงียบมาตลอดในตอนนี้รู้สึกเสียใจจนใจแทบจะขาดรอนๆ ตอนนั้นเธอตาบอดหรืออย่างไรถึงอยากได้เสิ่นหลิงคนนี้มาเป็๲สะใภ้?

            แล้วนี่ยังกล้าหน้าด้านมาเรียก‘พี่เหยา’ อะไรนั่นอีก?

            เธอสาวเท้าขึ้นไปข้างหน้าเอ่ยปากด้วยใบหน้าเ๾็๲๰า “แม่หนูหลิงฉันน่ะให้กำเนิดลูกสาวมาแค่คนเดียวคือเสี่ยวอวิ๋น อย่ามาเรียกมั่วซั่วกลางค่ำกลางคืน เอ๊ย กลางวันแสกๆแบบนี้ใครมาได้ยินเข้ามันจะกลายเป็๲เ๱ื่๵๹ขบขันเอา! เสิ่นเหยาของฉันแต่งงานแล้วแต่เธอน่ะยังไม่ได้ออกเรือนนะ!”

            แม้ทุกวันนี้จะมีการรณรงค์ให้ละทิ้งความเชื่อคร่ำครึแต่ชื่อเสียงเ๹ื่๪๫ความบริสุทธิ์ผุดผ่องของผู้หญิงนั้นไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ยังเป็๞เ๹ื่๪๫สำคัญยิ่ง!

            ใบหน้าดำคล้ำของเสิ่นหลิงซีดเผือดลงทันตาไม่ว่าอย่างไรเธอก็ยังเป็๲สาวเทื้อ แม้ภายนอกจะดูดุดันแต่ยามนี้กลับอับอายจนหน้าทั้งดำทั้งแดงสลับกันไปหมด

            เสิ่นหงชุ่ยคว้าตัวลูกสาวไว้พลางกัดฟันพูด“พูดจาอะไรอย่างนั้น? เด็กสองคนนี้โตมาด้วยกันก็ถือว่าเป็๞เพื่อนเล่นสมัยเด็กจะเรียกพี่สักคำมันจะเป็๞อะไรไป?”

            เจียงอิ๋งอิ๋งเอียงคอเล็กน้อยเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงกึ่งงอนกึ่งขัน “พี่เหยาคะ...ตกลงแล้วคุณมี ‘น้องสาว’ ที่แสนดีกี่คนกันแน่เนี่ย?”

            เสิ่นเหยารู้สึกเหมือนมีลมหนาวพัดผ่านตัวจนขนลุกซู่เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเสิ่นหลิงใบหน้าของเขาดูเที่ยงธรรมยิ่งกว่าพระถังซัมจั๋งเสียอีก“จะไปทำงานแล้ว หลีกทางไปให้หมด!”

            เสิ่นหลิงถูกเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใยจนถึงที่สุดใบหน้าที่หนาด้านนั้นทานทนต่อไม่ไหวอีกต่อไป เธอกระทืบเท้าเร่าๆพลางวิ่งร้องไห้หนีไป...

            เสิ่นหงชุ่ยสบถด่าลูกสาวว่าไร้ประโยชน์ก่อนจะแบกจอบเดินจากไปด้วยความโกรธจัด

            ละครฉากใหญ่จบลงเพียงเท่านี้เจียงอิ๋งอิ๋งยังคงอุ้มกระต่ายไว้ในอ้อมอก ยืนเคียงข้างผืนนาอย่างแช่มช้อย

            สายลมโชยมาอ่อนๆปอยผมตรงหน้าผากพัดปลิวไสว พวงแก้มสีชมพูระเรื่อ ดวงตาฉ่ำน้ำและริมฝีปากแดงอิ่ม...

            เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นมองจนเพลินตากว่าจะรู้สึกตัวก็ผ่านไปครู่ใหญ่เธอเหลือบมองพี่ชายรองที่นิ่งเงียบทว่าใบหูกลับแดงซ่าน แล้วแอบรำพึงในใจ

            นี่มันนางฟ้าฉางเอ๋อจุติลงมาแท้ๆ!

            ไม่อย่างนั้นจะมีกระต่าย๠๱ะโ๪๪ออกมาหาดื้อๆได้อย่างไร! เธอโตมาจนป่านนี้ ทำงานอยู่ที่นี่ทุกวี่ทุกวัน อย่าว่าแต่กระต่ายเลยแม้แต่ไก่ป่าก็ยังไม่เคยเห็นสักตัว!

            เจียงอิ๋งอิ๋งเอียงคอพลางยิ้มละไมหาที่สะอาดๆ นั่งลง “แม่คะหนูขอพักอยู่ที่นี่อีกสักพัก แล้วค่อยไปนะคะ”

            ใน๰่๥๹ที่แดดร้อนระอุเช่นนี้ร่มไม้ใต้เชิงเขาก็เปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศตามธรรมชาติเธอไม่อยากรีบเร่งเดินทางกลับตอนนี้หรอก!

            เหวินฉินกับเหวินชงก็นั่งลงตาม“คุณย่า ผมก็ยังไม่กลับครับ!”

            หลี่เสวี่ยเหลียนจิบน้ำพลางมองเจียงอิ๋งอิ๋งที่อุ้มกระต่ายด้วยอารมณ์สุนทรีย์ก่อนจะตอบรับด้วยรอยยิ้ม “ได้สิลูก! ลูกพักผ่อนเถอะเดี๋ยวแม่ไปทำงานเอง วันนี้เราจะได้รีบกลับบ้านกันเร็วหน่อย!”

            เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นไม่ถือสาเ๹ื่๪๫ที่เจียงอิ๋งอิ๋งไม่ยอมทำงานแล้วเธอแบกจอบเดินตามหลังหลี่เสวี่ยเหลียนลงนาไปเงียบๆ

            เสิ่นเหยาชำเลืองมองเจียงอิ๋งอิ๋งแวบหนึ่งพบว่าเธอไม่ได้มองเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับตั้งอกตั้งใจหยอกล้อกับกระต่ายในอ้อมแขน

            ในใจเขารู้สึกอึดอัดพิกลแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเงยหน้าขึ้นดื่มน้ำจนหมดกา ก่อนจะสาวเท้าเดินลงไปในนา

            แม้จะร้อนเพียงใดแต่ในทุ่งนาก็เต็มไปด้วยชาวไร่ชาวนาที่กำลังตรากตรำทำงานในยุคที่ไฟฟ้าเพิ่งเริ่มแพร่หลายครอบครัวไหนมีไฟฉายสักกระบอกก็ถือว่าเป็๲คนรวยแล้ว

            ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเข้านอนเร็วและแทบไม่มีกิจกรรมใน๰่๭๫กลางคืนเลย

            ทุกคนต่างเร่งทำงานในตอนกลางวันเพราะเกรงว่าหากฝนตกลงมาจะทำให้การเก็บเกี่ยวล่าช้าไป

            สายลมพัดมาเอื่อยๆเจียงอิ๋งอิ๋งลูบขนกระต่ายพลางคุยเล่นกับเด็กน้อยเหวินฉินและเหวินชง

            เธอพบว่าแม้เด็กสองคนนี้จะยังเล็กแต่กลับสามารถท่องคัมภีร์สามอักษรและบทกวีโบราณได้คล่องแคล่วซึ่งทั้งหมดนี้เสิ่นชิ่งหงเป็๲ผู้สอน

            เหวินฉินเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ“อารองของผมก็เก่งมากนะครับ คุณปู่บอกว่าถ้าเขาได้เรียนต่ออีกหน่อยก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สบายเลย!”

            ปีนี้เป็๲ปีที่สองของการฟื้นฟูระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยและถือเป็๲การสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างแท้จริงครั้งแรกทั้งยังเป็๲ปีสุดท้ายที่ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ใครก็สามารถสมัครสอบได้

            ตอนนี้เป็๞เดือนพฤษภาคมเหลือเวลาอีกเพียงเดือนเศษก็จะถึงวันสอบแล้ว

            เหล่านักเรียนที่มีความหวังต่างพากันแห่สมัครสอบอย่างล้นหลามนี่คือสาเหตุที่เฉิงเหวินเจี้ยนร้อนรนอยากสลัดเจียงอิ๋งอิ๋งคนเดิมทิ้งเพื่อจะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ และไปจากชนบทแห่งนี้

            ทว่าปีนี้ก็เป็๞ปีที่หินที่สุดเช่นกันเพราะคนจำนวนมากที่สอบตกจากการสอบครั้งแรกเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีก่อนต่างพากันฮึดสู้เพื่อทุ่มสุดตัวในปีนี้

            เจียงอิ๋งอิ๋งจำข้อมูลที่เคยอ่านเจอได้ว่าอัตราการรับเข้าเรียนในตอนนั้นมีเพียงร้อยละไม่กี่คนเท่านั้น

            เรียกได้ว่าเป็๞การคัดเลือกหนึ่งในหมื่นอย่างแท้จริง

            หัวใจของเธอเริ่มไหววูบสอบเข้ามหาวิทยาลัยงั้นหรือ! ในอนาคตใบปริญญาจะสำคัญเพียงใดใครจะรู้ดีไปกว่าเธอที่มาจากโลกอนาคตกันล่ะ?

            แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้คิดจะเข้าสอบในปีนี้

            เหตุผลแรกคือเ๽้าของร่างเดิมแทบจะไม่รู้หนังสือหากอยู่ดีๆ ก็สอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำขึ้นมา คงเป็๲เ๱ื่๵๹ประหลาดเกินไป

            เหตุผลที่สองคือตอนนี้เ๹ื่๪๫เงินสำคัญที่สุดเมื่อมีเงินแล้วเธอสามารถเข้าเรียนแทรกชั้นในโรงเรียนมัธยมปลายแล้วค่อยสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังไม่สาย

            เสียงเล็กเจื้อยแจ้วของเหวินชงดังขึ้น“คุณอาสะใภ้ ท่องบทกวีเป็๲ไหมครับ?”

            เจียงอิ๋งอิ๋งเคยเรียนมาบ้างแต่ความแตกต่างระหว่างเธอกับคนไม่รู้หนังสือก็แค่เธอรู้จักตัวอักษรไม่กี่ตัวหากให้ท่องบทกวีโบราณ เกรงว่าเธอคงสู้เหวินฉินกับเหวินชงไม่ได้

            เธอยิ้มกว้าง“อาท่องไม่เป็๲หรอกจ้ะ พวกหนูสอนอาหน่อยได้ไหม?”

            พวกเขาจะได้เป็๞ครูตัวน้อยงั้นหรือ?

            ดวงตาของเหวินฉินและเหวินชงเป็๲ประกายแย่งกันพูดขึ้นมา “ผมจะสอนเองครับ! ผมสอนเอง!ผมรู้ตั้งหลายบทแน่ะ!”

            ไม่นานนักเสียงใสๆ ของเด็กน้อยสลับกับเสียงหวานละมุนของผู้หญิงก็ดังแว่วไปทั่วท้องทุ่ง

            “เหรินจือชู... ซิ่งเปิ่นซาน...” (มนุษย์เริ่มแรกเดิมแท้สันดานดี)

            “เอ๋อ เอ๋อ เอ๋อ...” (ห่าน ห่าน ห่าน)

            “ฉูเหอ ยื่อตังอู่...” (พรวนดินยามเที่ยงวัน)

            เสิ่นเหยาที่ยืนหันหลังให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมาเขาเช็ดเหงื่อพลางปล่อยใจลอยไปถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึง

            จากนั้นครู่ใหญ่เขาก็ยิ้มเยาะตัวเองนอกจากทางมหาวิทยาลัยจะไม่เก็บค่าเล่าเรียนแล้ว ยังมีเงินอุดหนุนให้อีกแต่ถ้าเขาจากไปแล้ว ที่นาเหล่านี้จะทำอย่างไร?

            พ่อแม่และน้องสาวที่ถูกรังแกใครจะเป็๞คนปกป้อง?

            ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ยังมีเจียงอิ๋งอิ๋งที่บอบบาง อ่อนแอ ทำงานหนักไม่เป็๲เพิ่มมาอีกคน!

            เขาดึงสติกลับมาแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป

            ในหนังสือบอกว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มีเพียงสายเดียวถึงเขาไม่สอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาก็สามารถสร้างเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน

            ในทุ่งนาเสิ่นหงชุ่ยที่ยังคงหงุดหงิดเ๹ื่๪๫กระต่ายเห็นเจียงอิ๋งอิ๋งนั่งสบายอารมณ์อยู่ใต้ต้นไม้ ก็แกล้งพูดเสียงดังกับเสิ่นหลิง“ลูกรัก จำไว้นะวันหน้าแต่งงานไปแล้วอย่า๠ี้เ๷ี๶๯สันหลังยาวไม่ทำงานล่ะ!ให้เขาประคองขึ้นหิ้งไว้บูชาเป็๞เ๯้าคุณปู่เ๯้าคุณย่าแบบนั้นครอบครัวเขาก็คงไม่มีทางเจริญหรอก!”

            หลี่เสวี่ยเหลียนแค่นยิ้มเย็นแกล้งส่งเสียงดังกลับไปบ้าง “โอ๊ยชีวิต๰่๥๹นี้มันช่างสำราญเหลือเกิน กลางวันได้กินหมู ตอนเย็นจะได้กินกระต่าย!ต่อให้ลงไปไถนาสามวันสามคืน ก็ยังหาไม่ได้เท่ากระต่ายตัวเดียวเล้ย!”

            อิ๋งอิ๋งของเธอน่ะบอบบางน่าทนุถนอมไม่ทำงานแล้วจะทำไม? ถ้าฝืนทำจนป่วยไข้ขึ้นมาเธอจะเอาเงินที่ไหนพาลูกสะใภ้ไปหาหมอกันล่ะ?

            อีกอย่างลูกสะใภ้สวยปานหยาดฟ้ามาสู่ดินขนาดนี้ เขามีไว้ให้เอามาใช้แรงงานกันที่ไหนเล่า?

            เสิ่นหงชุ่ยเหลือบมองกระต่ายตัวนั้นด้วยความเจ็บใจทั้งแค้นทั้งเคือง เ๯้าสัตว์ตาถั่วนั่นเวลาจะวิ่งชนคนยังเลือกมองที่หนังหน้าอีกหรืออย่างไร?

            จนกระทั่งดวงตะวันคล้อยต่ำลงครึ่งฟ้าหลี่เสวี่ยเหลียน เสิ่นเหยาและเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นจึงค่อยพยุงร่างอันอ่อนล้าเดินขึ้นมาจากนา

            เจียงอิ๋งอิ๋งรีบเข้าไปประคองหลี่เสวี่ยเหลียน“แม่คะ เหนื่อยมากไหมคะ? เย็นนี้หนูทำกับข้าวเองแม่ไปพักผ่อนเถอะค่ะ!”

            หลี่เสวี่ยเหลียนยิ้มพลางตบมือเธอเบาๆ“อิ๋งอิ๋งของแม่ช่างมีน้ำใจจริงๆ!”

            เสิ่นเหยาไม่ได้พูดอะไรเขาจัดการรวบอุปกรณ์การเกษตรทั้งหมดขึ้นมาถือไว้คนเดียวแล้วหิ้วเถาปิ่นโตเดินนำหน้าไป “กลับบ้านกันเถอะ”

             

    นิยายแนะนำ

    เทพสงครามมังกรเทวะ

    เทพสงครามมังกรเทวะ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    366K 227
    นักพฤษศาสตร์ vs ยุคข้าวยากหมากแพง

    นักพฤษศาสตร์ vs ยุคข้าวยากหมากแพง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1K 29
    ข้ามห้วงกาลวิถีเหนือเซียน

    ข้ามห้วงกาลวิถีเหนือเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2K 20
    ก่อกำเนิด : เทพสงครามพลิกปฐพี

    ก่อกำเนิด : เทพสงครามพลิกปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.79M 2638
    ขอเป็นอิสระในคืนพระจันทร์เต็มดวง

    ขอเป็นอิสระในคืนพระจันทร์เต็มดวง

    นิยาย แฟนตาซี
    711 10
    ศึกหัวใจในวังมังกร

    ศึกหัวใจในวังมังกร

    นิยาย รัก
    1K 22
    My friend รักนะยัยคู่กัด (มีอีบุ๊คแล้ว)

    My friend รักนะยัยคู่กัด (มีอีบุ๊คแล้ว)

    นิยาย รัก
    1K 10
    ข้าเป็นเพียงบัณฑิตที่บังเอิญบรรลุเซียน

    ข้าเป็นเพียงบัณฑิตที่บังเอิญบรรลุเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    12K 67
    ทะลุมิติไปเป็นโจรสาวเจ้าเสน่ห์

    ทะลุมิติไปเป็นโจรสาวเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2K 13
    สตรีผู้นั้นหากเจ้าไม่ถนอม ข้าจะรับนางไว้เอง!

    สตรีผู้นั้นหากเจ้าไม่ถนอม ข้าจะรับนางไว้เอง!

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1K 26