The Dark Ages

    บทที่ 4 นักธนู

    ภานุนั้นมีเชื้อชาติไทย ซึ่งมีพื้นฐานของร่างกายไม่ดีนักแตกต่างจากชนชาติอย่างอเมริกันหรือชาวยุโรป มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อชายหนุ่มได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนฝึกฝนทหารแห่งนี้ อย่างไรก็ตามมีสิ่งเดียวที่ภานุนั้นมั่นใจที่สุดนั่นคือฝีมือทางด้านการยิงธนู เขาถูกพ่อของเขาฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเด็กๆ ตั้งแต่จำความได้เวลาก็ผ่านมากว่าเกือบสิบปีแล้ว

    การบ้าธนูของพ่อเขานั้นราวกับได้ส่งต่อมาถึงภานุ ทุกครั้งที่มีเวลาว่างชายหนุ่มมักจะหยิบธนูขึ้นมาและฝึกฝนมันเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าพ่อเขาจะสั่งหรือไม่ก็ตาม ที่ภานุหลงรักธนูนั้นเป็นเพราะว่าเขาชื่นชอบความรู้สึกของการยิงธนู มันทำให้เขารู้สึกสงบลงไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม สายตาของเขาจะจับจ้องอยู่ที่เป้าหมาย จมูกและสัมผัสทั้งอื่นๆ จะสัมผัสถึงบรรยากาศรอบตัว

    เช่นเดียวกันกับตอนนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ทันทีที่ภานุหยิบธนูที่เตรียมไว้สำหรับการประลองขึ้นมาความหวาดกลัวภายในดวงตาของเขาก็หายไป บรรยากาศรอบตัวได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่หมาบ้าเองก็ยังต้องประหลาดใจ

    “แกเป็นนักธนู? ”

    หมาบ้ากล่าวถามออกมาด้วยความสนใจ นักธนูนั้นนับว่าเป็นกลุ่มคนที่หายากอยู่พอสมควรในยุคปัจจุบัน เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตอาวุธนั้นได้มีการพัฒนาขึ้น ทำให้มีตัวเลือกอาวุธมากมายที่ดีกว่าธนู อย่างเช่นหน้าไม้หรือปืน ถึงแม้มันจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงแต่ผู้คนก็ยินดีที่จะเลือกใช้มันเพราะธนูนั้นใช้การยากหากเทียบกับทั้งสองอย่างที่กล่าวมา

    “ผมใช้เวลาฝึกฝนมันกว่าสิบปี ผมไม่มั่นใจนักว่าตัวผมจะถูกเรียกว่านักธนูได้ไหม..”

    ภานุกล่าวตอบ ในน้ำเสียงของชายหนุ่มนั้นไม่ได้มีอาการสั่นกลัวเหมือนกับครั้งก่อนๆ ที่พูดคุยกับหมาบ้าแต่อย่างใด เนื่องจากในมือนั้นมีอาวุธคู่ใจอยู่นั่นเอง แม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะหมาบ้าได้ในการดวลตัวต่อตัวก็ตาม

    “แกมันแปลกคนจริงๆ …”

    หมาบ้ากล่าวพร้อมกับส่ายหัว ซึ่งภานุเองก็เข้าใจเพราะธนูนั้นเป็นอาวุธที่ใช้ยากจึงไม่มีใครบ้าเลือกที่จะฝึกฝนมันถึงสิบปีเหมือนกับภานุ อย่างไรก็ตามในความหมายของคำพูดที่แท้จริงของหมาบ้านั้นไม่ได้มีแค่เรื่องธนูแต่ยังรวมถึงเรื่องบรรยากาศรอบตัวของภานุที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากจับธนู

    ภานุหยิบกระบอกใส่ลูกธนูที่บรรจุเอาไว้ด้วยลูกธนูจำนวนมากไว้บนหลัง ก่อนที่จะลองตึงสายธนูและพบว่าคุณภาพของธนูที่สนามประลองแห่งนี้ได้เตรียมเอาไว้นั้นค่อนข้างจะต่ำกว่ามาตรฐานของเขาอยู่ แต่ตราบใดที่เป็นธนูภานุก็ไม่มีปัญหาใดๆ ในการใช้มัน

    ภานุก้าวเดินออกห่างจากร่างของหมาบ้า จนเกือบไปถึงสุดขอบสนาม การรักษาระยะห่างนั้นเป็นกฎของนักธนูหากมีการดวลกับผู้ที่เก่งต่อสู้ในระยะประชิด ซึ่งภานุก็ไม่เลือกที่จะทิ้งความได้เปรียบนี้เช่นเดียวกัน

    “มาเริ่มกันเถอะ! ” หมาบ้ากล่าวพร้อมกับถือดาบโค้งของมันวิ่งตรงเข้ามาหาภานุด้วยความเร็วสูง ความเร็วของมันนั้นเห็นได้ชัดว่ามีการเสริมหนุนของพลังฝึกตนด้วย นั่นยิ่งทำให้ภานุตึงเครียดกว่าเดิมและสาปแช่งในใจ ที่หมาบ้าต่อสู้กับนักเรียนแต่ยังขี้โกงใช้พลังฝึกตนอีก

    ภานุไม่ได้มีอาการลนลานแต่อย่างใด เขาเอื้อมไปหยิบลูกธนูออกมาจากปอกด้านหลังสองลูก ลูกหนึ่งรั้งไว้ที่สายเตรียมยิงส่วนอีกลูกนั้นใช้นิ้วก้อยกับนิ้วนางหนีบเอาไว้ เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้ในทันทีหลังหลังจากยิงลูกแรกออกไป

    “ฟุบ! ”

    ลูกธนูที่เหลามาจากไม้พุ่งตรงไปที่บริเวณศีรษะของหมาบ้าอย่างแม่นยำ แม้ว่าตัวมันจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของภานุ เพราะชายหนุ่มได้ฝึกยิงเป้าที่ขยับตั้งแต่เจ็ดปีก่อนได้แล้ว

    “ไม่เลว! แต่นักธนูมีแค่ความแม่นอย่างเดียวไม่ได้หรอก! ”

    เมื่อเห็นลูกธนูที่ตรงเข้ามาสู่ศีรษะของตนเอง หมาบ้าไม่ได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยกลับกันใบหน้าของมันกลับมียิ้มปรากฏขึ้น ก่อนที่จะขยับตัวเบี่ยงทิศทางออกไปด้านข้างด้วยการกระทืบเท้าเบาๆ หลบลูกธนูที่พุ่งตรงมาอย่างสบายๆ เป็นอย่างที่ภานุได้คิดเอาไว้ว่าหมาบ้านั้นจะสามารถหลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย แต่หลังจากที่หมาบ้าหลบออกมาแล้วนั้นมันกลับต้องพบกับสิ่งที่ทำให้มันประหลาดใจ

    “ฟุบ! ”

    ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่มีลูกธนูยิงดักรอเส้นทางหลบหนีของมัน เหตุการณ์เบื้องหน้าถึงกับทำให้สีหน้าของมันเปลี่ยนมาเป็นจริงจัง ลูกธนูลูกที่สองนั้นไม่ได้เลือกเล็งมาที่ศีรษะของมัน แต่กลับเล็งมาที่ขาของมันแทน ภานุนั้นต้องการจะสกัดการเคลื่อนไหวของศัตรูก่อนเป็นอันดับแรก

    ‘ไอเด็กเวรนี่มันยิงมาอย่างไม่ลังเล มันช่างไร้ปรานี และยังพรสวรรค์ทางด้านการใช้ธนูที่ราวกับเกิดมาเพื่อธนู’

    “เคร่ง! ”

    เป็นครั้งแรกที่หมาบ้านั้นต้องใช้ดาบโค้งของมันเพื่อปัดป้องลูกธนูที่เล็งมาที่เท้าของมัน ในขณะเดียวกันสายตาของมันก็ไม่ลืมที่จะเฝ้ามองภานุอย่างระมัดระวัง การกระทำของภานุนั้นยิ่งสร้างความงุนงงให้กับมากกว่าเดิมเมื่อมันจ้องมองไปในตอนนี้ อยู่ๆ ชายหนุ่มก็ได้เทลูกธนูจากปอกออกมาทั้งหมดมากองที่พื้นเบื้องหน้า จากนั้นก็ได้คุกเข่าลงก่อนที่จะหยิบลูกธนูสามลูกขึ้นมาและเตรียมพร้อมสำหรับการจู่โจมต่อ

    “ไอเด็กเวรนี่ต้องการจะทำสิ่งใดกัน? ”

    แม้แต่ผู้ที่มีประสบการณ์ต่อสู้กับนักธนูมาหลายคนอย่างหมาบ้าก็ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่มันพบกับนักธนูที่ทิ้งลูกธนูของตัวเองลงบนพื้น การที่นักธนูทำเช่นนี้ได้หมายความว่าพวกมันหมดอาวุธใช้สู้และต้องถูกบังคับให้พ่ายแพ้หรอกหรือ