เมื่อเมียผมอยากสวิงกิ้ง

    ตอนที่ 36: ความหึงหวง

    ตอนที่ 36: ความหึงหวง


    แสงอรุณสีทองอ่อนๆ ยามเช้าค่อยๆ ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านผืนหนาเข้ามาภายในห้องนอนอันเงียบสงบ บรรยากาศรอบตัวควรจะเต็มไปด้วยความอบอุ่นและผ่อนคลายของการพักผ่อน ทว่าสำหรับผมที่เพิ่งขยับตัวลืมตาตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลอันแสนเหนื่อยล้า สิ่งแรกที่ประสานเข้าสู่โสตประสาทกลับไม่ใช่เสียงนกร้องยามเช้า แต่เป็นเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถของคนที่นอนอยู่เคียงข้าง


    ผมพลิกตัวหันไปมองทันที หัวใจของผมกระตุกวูบเมื่อพบว่าริน เมียรักของผมกำลังนั่งคู้เข่ากอดตัวเองอยู่บนเตียงนอน แผ่นหลังบางที่เคยเนียนนุ่มน่าสัมผัสบัดนี้กำลังสั่นเทาระริก ใบหน้าหวานซบลงกับเข่าของตัวเองจนเส้นผมยาวสลวยปรกคลุมไหล่มน สองมือของเธอกำโทรศัพท์มือถือเครื่องส่วนตัวของผมเอาไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลอาบแก้มเนียนหยดลงบนหน้าจอโทรศัพท์สว่างโร่ที่ยังคงโชว์ข้อความที่ส่งมากลางดึกของแพรวค้างคาไว้


    "ริน... เป็นอะไรครับริน ร้องไห้ทำไม?" ผมรีบขยับตัวเข้าไปหาประคองไหล่บางของเธอไว้ด้วยความห่วงใยและตกใจสุดขีด


    รินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาคู่สวยที่เคยหยาดเยิ้มปนเปไปด้วยความรักบัดนี้แดงก่ำและคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดร้าวลึก แววตาของเธอสั่นระริกสะท้อนความกลัว ความหึงหวง และความระแวงใจที่เอ่อล้นจนแทบทะลัก รินยื่นหน้าจอโทรศัพท์ส่งมาตรงหน้าผม มือบางสั่นเทาจนแทบประคองโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่


    "พี่ธันว์คะ... อธิบายให้รินฟังทีได้ไหมคะ... ข้อความนี้มันคืออะไร..." น้ำเสียงของรินสั่นเครือสะอื้นไห้จนคนฟังอย่างผมเจ็บปวดหัวใจแปลบ "คุณแพรวเค้าส่งข้อความแบบนี้หาพี่ธันว์ทำไมกลางดึก... 'ขอบคุณสำหรับวันนี้ค่ะพี่ธันว์ แพรวชอบเวลาที่ได้อยู่ใกล้พี่จัง' ...นี่พวกพี่สนิทกันถึงขั้นส่งข้อความหวานหูแบบนี้หากันตอนตีหนึ่งตีสองแล้วเหรอคะพี่ธันว์..."


    คำถามของเมียรักเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางอกของผม ผมรู้ดีว่านี่คือรากฐานความเชื่อใจที่กำลังจะสั่นคลอนอย่างรุนแรงหากผมไม่รีบแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ในทันที ภาพความสนิทสนมเกินเลยที่ออฟฟิศเมื่อวานบวกกับข้อความนี้ย่อมทำให้รินคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกลแสนไกล


    "รินครับ ฟังพี่นะ" ผมรีบคว้าตัวรินเข้ามาสวมกอดไว้แน่น โอบอุ้มร่างบางที่สั่นเทาเข้ามาแนบอก กดศีรษะทุยสวยของเธอให้ซบลงกับลาดไหล่ของผมพลางลูบเรือนผมนุ่มแผ่วเบาเพื่อให้อุ่นใจ "มันไม่มีอะไรเกินเลยเลยสักนิดเดียวครับริน พี่สาบานได้ พี่กับแพรวเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันจริงๆ ข้อความนี้แพรวส่งมาเองโดยที่พี่ไม่รู้เรื่องเลย พี่หลับไปก่อนหน้านั้นแล้ว รินก็น่าจะรู้นี่ครับว่าพี่เหนื่อยล้าจากงานระบบจนแทบจะขาดใจ"


    "แต่รินกลัว... รินกลัวเหลือเกินค่ะพี่ธันว์..." รินซุกใบหน้าเปียกน้ำตากับซอกอกของผม สะอื้นไห้จนตัวโยน "รินเห็นสายตาที่คุณแพรวเขามองพี่ธันว์ สายตาผู้หญิงด้วยกันมันดูออกง่ายมากนะคะว่าเขาอยากได้พี่ธันว์ไป... แล้วเมื่อวานเขายังยืนเบียดชิดกับพี่ธันว์แทบจะสิงร่างกันขนาดนั้น รินหึง รินกลัวว่าสักวันพี่ธันว์จะหวั่นไหวไปกับความสาวความสวยของเขาจนลืมริน..."


    "โธ่... เมียรักของพี่" ผมเชยคางนุ่มของรินขึ้นมา สบตาคู่สวยที่ฉ่ำน้ำตาพลางใช้นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ เช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มใสอย่างอ่อนโยนที่สุด "ในหัวใจและร่างกายของพี่มีแค่รินคนเดียวเท่านั้นครับ ไม่มีวันที่ใครจะเข้ามาแทนที่รินได้เลย แพรวจะเป็นยังไงพี่ไม่สนใจทั้งนั้น พี่รักและแคร์แค่รินคนเดียวจริงๆ"


    เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเอง ผมจึงหยิบโทรศัพท์มือถือจากมือของรินมาปลดล็อคแล้วยื่นกลับไปให้เธอทันที


    "นี่ครับริน โทรศัพท์ของพี่ จากนี้ไปรินตั้งรหัสผ่านใหม่ได้เลยนะ รหัสผ่านที่รินรู้คนเดียว หรือรหัสที่รินตั้งให้พี่ใช้ แล้วต่อจากนี้รินจะเอาไปเช็ค เอาไปเปิดดูตอนไหนก็ได้ พี่ไม่มีความลับอะไรกับรินทั้งนั้น พี่ให้สิทธิ์รินร้อยเปอร์เซ็นต์ในการควบคุมโทรศัพท์เครื่องนี้เลยครับ เพื่อความสบายใจของรินนะคนดี"


    รินมองโทรศัพท์ในมือสลับกับใบหน้าจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความรักของผม น้ำตาของเธอค่อยๆ หยุดไหล แววตาที่เคยหวาดวิตกเริ่มผ่อนคลายลงช้าๆ เมื่อได้รับการปกป้องและแสดงความจริงใจอย่างไม่มีข้อจำกัดจากสามี รินก้มหน้าน้อยๆ กดตั้งรหัสผ่านใหม่บนโทรศัพท์ของผมตามที่ผมบอก ใบหน้าหวานซับสีระเรื่อขึ้นมาจางๆ ด้วยความโล่งอก ทว่าลึกๆ ในก้นบึ้งของหัวใจสตรีที่เพิ่งผ่านวิกฤตความหึงหวงมาหยกๆ เธอยังคงต้องการบางสิ่งบางอย่างที่เป็นเสมือนหลักค้ำประกันที่มั่นคงกว่าคำพูด... หลักประกันทางร่างกายที่ประกาศอย่างเด่นชัดว่าสามีคนนี้เป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว


    รินวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองผมด้วยดวงตาปรือเชื่อมที่แปรเปลี่ยนเป็นประกายระริก แววตาของเธอเต็มไปด้วยแรงปรารถนาและความหวงแหนขีดสุด รินขยับตัวเข้ามาแนบชิดร่างกายอุ่นของผม สองมือเรียวเล็กเอื้อมมาลูบไล้แผงอกแกร่งของผมผ่านเสื้อยืดเนื้อบางเบา


    "ขอบคุณนะคะพี่ธันว์ที่เข้าใจริน... แต่รินยังรู้สึกอึดอัดค้างคากลัวสูญเสียพี่ไปอยู่เลยค่ะ..." รินกระซิบเสียงพร่าหวานหยด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะแผงอกของผม "รินอยากให้พี่ธันว์เป็นของริน... ของรินคนเดียวเท่านั้นนะคะ..."


    ไม่ทันที่ผมจะได้ตอบคำใด รินก็สอดมือเรียวนุ่มของเธอผ่านขอบกางเกงนอนขาสั้นของผมลงไปใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาอย่างรวดเร็ว นิ้วมืออุ่นของเมียรักแตะสัมผัสเข้ากับแก่นกายชายที่ตื่นตัวรับอรุณตามธรรมชาติ ทันทีที่โดนอุ้งมืออุ่นกุมขยำ ความเป็นชายของผมก็ตอบรับปฏิกิริยาทันควัน ท่อนเนื้อขยายขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งขึงปูดนูนด้วยเส้นเลือดร้อนระอุสู้มือเรียวบางของเธอ


    "อืม... พี่ธันว์แข็งขึงขนาดนี้เลยเหรอคะ..." รินครางแผ่ว แววตาเย้ายวนจดจ้องมองใบหน้าของผมอย่างมีความหมาย มือเรียวขยำบีบเน้นรอบโคนท่อนเนื้ออุ่นร้อนอย่างหวงแหน เธอรูดรั้งผิวเนื้อนุ่มขึ้นลงช้าๆ ปลุกเร้าอารมณ์สวาทในกายของผมให้ปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


    รินตลบผ้าห่มนวมไปด้านข้าง เผยร่างแกร่งของผมที่มีเพียงกางเกงนอนที่ถูกรั้งต่ำลงไปกองอยู่ที่ต้นขา ท่อนเนื้อร้อนผ่าวโตเต็มขนาดตึงเปรี๊ยะตั้งชันผงาดชี้หน้าเมียรัก ส่วนปลายยอดสีเข้มอมชมพูมีหยาดน้ำใสปริ่มเยิ้มเย้ายวนใจ รินจ้องมองแก่นกายร้อนของผมด้วยประกายตาหิวกระหายสวาทปนความหวงแหนขีดสุด เธอค่อยๆ โน้มตัวลงมาคุกเข่าระหว่างขาแกร่ง สองมือเรียวบางบีบกำจับท่อนเนื้ออุ่นแน่นหนึบ


    "รินจะประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของร่างกายนี้เองค่ะ... พี่เป็นของรินคนเดียวนะคะพี่ธันว์..."


    รินแลบลิ้นเล็กสีชมพูแตะเลียหยดน้ำใสที่ปริ่มยอดท่อนเนื้อเบาๆ ความเสียวซ่านรุนแรงแล่นพล่านเข้าสู่สมองจนผมเกร็งสะโพกครางต่ำในลำคอ เมียรักโน้มใบหน้าหวานต่ำลง อ้าปากนุ่มชุ่มชื้นครอบครองส่วนปลายอวบใหญ่เข้าไปช้าๆ โพรงปากอุ่นร้อนของเธอตึงแน่นและบีบรัดตัวตนของผมอย่างประณีต ลิ้นอุ่นชื้นตวัดเลียรอบส่วนหัวกระตุ้นอารมณ์เสียวซ่านอย่างแสนสาหัส


    "อืมม์... ริน..." ผมครางเสียงแผ่วพลางยันข้อศอกสองข้างลงบนที่นอน จ้องมองภรรยาแสนสวยที่กำลังปรนเปรอแก่นกายให้ยามเช้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว


    รินขยับศีรษะโยกเข้าออกช้าๆ รูดสาวท่อนเนื้อยาวใหญ่ของผมให้จมลึกเข้าไปในลำคออุ่นและโพรงปากของเธอทีละน้อย สองมือเรียวบางขยับสาวรูดสวนทางกันสลับกับการบีบคลึงถุงสวรรค์เบื้องล่างอย่างเชี่ยวชาญ เสียงสัมผัสชื้นแฉะจากการดูดดึงดังประสานกันคลอเคลียในห้องนอนสลัว รินเงยหน้าขึ้นสบตากับผม แววตาปรือเชื่อมหยาดเยิ้มของเธอบอกชัดถึงชัยชนะและความเป็นเจ้าของปนเปไปกับอารมณ์ใคร่ที่พลุ่งพล่าน


    จังหวะขยับปากและมือของรินทวีความเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้นตามแรงอารมณ์หวงแหนที่สะสมมา แก้มตอบขยับขึ้นลงเป็นจังหวะถี่กระชั้น ท่อนเนื้อร้อนผ่าวของผมถูกบีบรัดด้วยช่องปากอุ่นจนแทบปริแตก ความเสียวสยิวแล่นปลาบจากยอดแก่นกายกระจายไปทั่วสรรพางค์กาย ผมต้องหงายหลังนอนราบกับเตียง สองมือทึ้งดึงผ้าปูเตียงแน่น แอ่นสะโพกเกร็งรับจังหวะสวาทที่รินมอบให้จนสั่นสะท้าน


    "ริน... พี่จะ... จะออกแล้ว... เสียวเหลือเกินริน..." ผมครางเสียงพร่าระรัวหลงระเริงในรสรักยามเช้า


    รินไม่ยอมผ่อนจังหวะ เธอกลับเร่งความเร็วรูดสาวสองมือและดูดกลืนท่อนเนื้อร้อนถี่ระรัว ปลายลิ้นร้อนตวัดเลียส่วนยอดอย่างดุดันจนในที่สุดความเสียวซ่านก็ระเบิดออก สะโพกของผมเกร็งกระตุกถี่ๆ ปลดปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนสีขาวขุ่นพุ่งทะลักล้นเอ่อเต็มโพรงปากของริน รินกลืนกินน้ำหวานอุ่นชื้นของผมลงคอไปบางส่วนอย่างเต็มใจ ส่วนที่เหลือล้นทะลักย้อยลงมาตามขอบปากและคางมนเนียนของเธอ


    รินค่อยๆ ถอนริมฝีปากนุ่มออก แตะลิ้นเลียซับคราบน้ำรักรอบปากอย่างแสนเสน่ห์ ดวงตาหวานปรือฉ่ำจ้องสบตาผมพร้อมยิ้มหวานแฝงความพึงพอใจอย่างที่สุดที่ได้ครอบครองทุกหยาดหยดของสามี


    "ชื่นใจจังค่ะ... วันนี้รินขอแต่งตัวตามพี่ธันว์ไปทำงานที่ออฟฟิศด้วยนะคะ รินอยากไปคอยอยู่ดูแลและช่วยพี่ทำงานค่ะ" รินเอ่ยบอกพลางลูบแก้มผมเบาๆ แววตาเด็ดเดี่ยวชัดเจนจนยากที่จะปฏิเสธ


    ---


    ในระหว่างการเดินทางไปออฟฟิศ บรรยากาศภายในรถค่อนข้างผ่อนคลายลง รินนั่งข้างผมพลางถือโทรศัพท์เครื่องใหม่ของผมในมือเพื่อตรวจเช็คข้อความต่างๆ ทันใดนั้น โทรศัพท์ของรินก็มีสายเรียกเข้าหน้าจอแสดงชื่อ "ก้อย" หญิงสาวเพื่อนบ้านสุดเซ็กซี่ที่เป็นพันธมิตรคนสำคัญในเกมรักครั้งก่อน รินกดรับสายและเปิดลำโพงคลอเบาๆ เพื่อให้ผมได้ยินด้วย


    "ว่าไงจ๊ะริน เป็นยังไงบ้างเรื่องข้อความยัยสถาปนิกสาวเมื่อคืน?" เสียงใสของก้อยดังมาจากปลายสายแฝงกระแสความห่วงใยและรู้ทัน


    รินถอนหายใจเล็กน้อยแต่ใบหน้ามีรอยยิ้มอุ่นใจ "เคลียร์ใจกับพี่ธันว์เรียบร้อยแล้วค่ะก้อย พี่ธันว์น่ารักมากยอมให้รหัสผ่านรินจัดการทุกอย่างเลย แต่ยัยแพรวคนนั้นดูท่าทางจะไม่ยอมหยุดง่ายๆ แน่เลยค่ะ"


    "แหม ริน... ผู้หญิงแบบยัยแพรวน่ะจ้องจะจับผู้ชายโปรไฟล์ดี มีฐานะแบบธันว์อยู่แล้ว มารยาแบบนี้ฉันดูออกตั้งแต่นาทีแรกเลยล่ะ" ก้อยเสนอแนะด้วยน้ำเสียงประเมินเชิงลึก "ผู้หญิงประเภทนี้ชอบเล่นบทเหยื่อ แกล้งอ่อนแอเพื่อชวนทำงานดึกๆ ดื่นๆ หรือขอคำแนะนำเรื่องงานเพื่อสร้างความสนิทสนม รินอย่าไปแสดงอาการโกรธเกรี้ยวประชดประชันใส่ธันว์เด็ดขาดนะ เพราะนั่นจะทำให้ยัยแพรวสบโอกาสทำคะแนนและทำตัวเป็นผู้หญิงเข้าใจโลกปลอบโยนสามีเราแทน"


    "แล้วรินควรทำยังไงดีคะก้อย?" รินถามน้ำเสียงจริงจังเพื่อขอแนวทางดัดหลัง


    "เล่นบทเมียหลวงใจกว้างแต่เด็ดขาดสิจ๊ะ วางตัวเหนือกว่าอย่างสง่างาม เข้าไปคุมพื้นที่ข้างกายธันว์เลย แสดงตัวเป็นผู้ช่วยและปฏิเสธคำชวนของยัยนั่นอย่างสุภาพแต่เชือดเฉือน ปิดประตูโอกาสไม่ให้ยัยนั่นได้เข้าใกล้ธันว์สองต่อสองเด็ดขาด ประกาศอาณาเขตให้ชัดเจนไปเลยว่าตรงนี้คือที่ของริน!" คำแนะนำของก้อยทำให้รินมีแววตาสว่างวาบและรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันที


    "ขอบคุณมากนะคะก้อย รินรู้แล้วว่าจะต้องทำยังไง" รินตอบรับด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นและพร้อมรบ ก่อนจะวางสายไปพร้อมแผนการที่คิดไว้ในหัวสมองอย่างเป็นระบบ


    เมื่อรถจอดเทียบหน้าอาคารสำนักงาน รินก้าวลงจากรถด้วยความสง่างาม วันนี้เธอเลือกสวมชุดเดรสทำงานสีครีมเข้ารูปเรียบหรูที่เผยส่วนโค้งเว้าของสะโพกผายและหน้าอกคู่งามอย่างพอเหมาะ ดูสุภาพน่าเชื่อถือทว่าเปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ของสตรีเพศที่มีระดับ รินเดินคล้องแขนผมเยื้องกรายเข้าบริษัทอย่างเปิดเผย พนักงานทุกคนต่างลอบมองชื่นชมในความสวยและสง่าของภรรยาท่านประธาน


    พวกเราเดินเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของผม รินจัดการเปิดแล็ปท็อปและนั่งลงที่โซฟารับแขกข้างๆ โต๊ะทำงาน ช่วยคีย์ข้อมูลระบบลูกค้าและจัดระเบียบเอกสารพิมพ์เขียวโครงการร่วมกับผมอย่างคล่องแคล่ว บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความราบรื่นและอบอุ่น


    จนกระทั่งเวลาสาย... ประตูห้องทำงานของผมถูกเคาะเบาๆ ก่อนที่ร่างอวบอัดเย้ายวนของแพรวจะเดินเฉิดฉายเข้ามาในห้อง วันนี้แพรวสวมกระโปรงทำงานทรงเอสั้นเหนือเข่าเผยเรียวขาขาวจัด เสื้อบลูส์สีฟ้าอ่อนปลดกระดุมบนลึกโชว์เนินเนื้ออิ่มล้นหลามเกินตัว เธอกำแฟ้มงานพิมพ์เขียวไว้แนบกับทรวงอกอวบหวังจะเข้ามาใกล้ชิด ทว่าทันทีที่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างของรินนั่งเคาะแป้นพิมพ์อย่างสง่างามอยู่ข้างๆ โต๊ะทำงานของผม แพรวถึงกับชะงักกึกไปชั่วขณะ ใบหน้าสวยเฉี่ยวถอดสีและอึ้งงันอย่างเห็นได้ชัด


    "อ๊ะ... คุณรินมาด้วยเหรอคะวันนี้?" แพรวฝืนปรับสีหน้าส่งยิ้มบางๆ ที่ดูขัดใจไม่น้อย


    "ค่ะคุณแพรว พอดีวันนี้รินว่าง เลยตั้งใจมาช่วยพี่ธันว์เคลียร์งานพิมพ์เขียวของบริษัทและดูแลเรื่องอาหารการกินน่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น" รินส่งยิ้มหวานตอบกลับน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจการครอบครองที่มองเห็นได้เด่นชัด


    แพรวขยับก้าวเข้ามาวางแฟ้มงานลงบนโต๊ะทำงานของผมอย่างเสียไม่ได้ แต่อารมณ์อยากเอาชนะของเธอยังคงพยายามแผลงฤทธิ์ แพรวช้อนสายตาหวานเชื่อมมองหน้าผมพลางเอ่ยขึ้นเสียงหวานประจบประแจง


    "แหม น่ารักจังเลยนะคะ... แต่คืนนี้เฟสงานพิมพ์เขียวตึกบ่ายนี้ยังต้องการปรับแต่งอีกเยอะเลยนะคะพี่ธันว์ แพรวเกรงว่าพี่ธันว์จะเหนื่อยเกินไป แพรวเลยตั้งใจว่าจะชวนพี่ธันว์อยู่เย็นทานข้าวค่ำด้วยกันแล้วอยู่ช่วยพี่ธันว์เคลียร์งานต่อจนดึกดื่นเลยค่ะ เรื่องพิมพ์เขียวโครงสร้างแพรวถนัดคีย์ข้อมูลและคอยประสานงานใกล้ชิดกับพี่ธันว์ได้คล่องตัวกว่านะคะ"


    คำพูดเสนอตัวของแพรวที่จงใจตัดรินออกไปจากการมีส่วนร่วมทำให้อากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันที รินไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวตามคำแนะนำของก้อย เธอยังคงยิ้มแย้มอย่างผู้เหนือกว่า ลุกขึ้นเดินก้าวเข้ามาขนาบข้างกายผมอย่างมั่นใจ


    "คุณแพรวไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นหรอกนะคะ คืนนี้รินจัดเตรียมอาหารเย็นพิเศษของโปรดของพี่ธันว์ไว้พร้อมแล้วค่ะ และรินก็เตรียมตัวอยู่ช่วยพี่ธันว์เคลียร์งานพิมพ์เขียวเองจนดึกด้วยค่ะ รินศึกษาข้อมูลระบบหลังบ้านของพี่ธันว์มาเป็นอย่างดี เรื่องคีย์ข้อมูลประสานงานรินจัดการดูแลให้พี่ธันว์ได้สะดวกรวดเร็วแน่นอนค่ะ คุณแพรวทำหน้าที่ในส่วนงานของคุณเสร็จแล้วก็เชิญกลับบ้านไปพักผ่อนให้เต็มที่ได้เลยนะคะ ไม่ต้องห่วงพี่ธันว์หรอกค่ะ ภรรยาดูแลเองได้สบายมากค่ะ" รินพูดปฏิเสธอย่างสุภาพแต่เฉียบขาด ทุกคำพูดเปรียบเสมือนดาบคมที่ฟันฉับตัดทางเลือกรอดของแพรวอย่างไม่มีเหลือ


    ผมมองดูความเด็ดเดี่ยวและแววตาสู้คนของรินที่จ้องมองสถาปนิกสาว... แววตาของเมียรักที่จงใจปกป้องอาณาเขตของตัวเองจนทำให้ท่อนเนื้อของผมตื่นตัวปวดหนึบขึ้นมาด้วยความเสียวซ่าน


    แพรวหน้าชาไปอย่างเสียหน้าขีดสุด แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความขุ่นเคืองพ่ายแพ้ต่อพลังของเมียหลวงที่สง่างามเหนือกว่า แพรวรีบคว้าแฟ้มเอกสารบางส่วนกลับมาพลางเอ่ยตอบน้ำเสียงฝืนหัวเราะแผ่วเบา


    "อ๋อ... งั้นเหรอคะ... ถ้าอย่างนั้นแพรวคงไม่ต้องห่วงแล้วล่ะค่ะ แพรวขอตัวไปทำงานในส่วนของแพรวต่อนะคะพี่ธันว์" แพรวส่งสายตาค้อนน้อยๆ ให้รินก่อนจะหันหลังรีบก้าวเท้าเดินล่าถอยออกจากห้องทำงานไปในทันที ทิ้งชัยชนะอันงดงามรอบแรกไว้ให้เมียรักของผมที่ยิ้มกริ่มอย่างภูมิใจ


    ---


    ช่วงค่ำผ่านพ้นไปท่ามกลางการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยแต่เต็มไปด้วยความสุขของผมและริน หลังจากช่วยกันจัดระเบียบและคีย์ข้อมูลพิมพ์เขียวจนเรียบร้อยและระบบกลับมาใช้งานได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกเราก็เก็บของปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อนเสียที


    เราสองคนเดินจูงมือกันเดินออกมารอลิฟต์ที่หน้าโถงทางเดินอันเงียบสงัดของตึกสำนักงานในเวลาเกือบสองทุ่ม ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานอีกฝั่งก็เปิดออก ร่างของแพรวเดินออกมาในชุดเสื้อผ้าที่ยังจัดแต่งยั่วยวนไม่เปลี่ยน แววตาของเธอยังคงพกพาความหงุดหงิดที่พ่ายแพ้มาตลอดวัน แพรวสบสายตากับเราสองคนก่อนจะเดินก้าวเท้าเข้ามารอลิฟต์ตัวเดียวกันโดยไม่มีการเอ่ยปากพูดคุยใดๆ


    ติ้ง!


    ประตูลิฟต์เปิดออก พวกเราทั้งสามคนเดินก้าวเข้าไปด้านใน บรรยากาศภายในกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมแคบๆ ช่างเงียบงันและอัดแน่นไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันระหว่างผู้หญิงสองคน รินยืนจูงมือผมแน่นอยู่ด้านหน้า ขณะที่แพรวยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังเล็กน้อย แววตาของแพรวที่ลอบจ้องมองผ่านกระจกสะท้อนด้านในลิฟต์มองตรงมายังลาดไหล่และต้นคอของผมด้วยความเสน่หายากจะระงับ


    ลิฟต์เคลื่อนตัวลงมาจนถึงชั้นจี ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ รินหันมาส่งยิ้มหวานให้ผม "พี่ธันว์ยืนรอรถแท็กซี่ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวรินเดินล่วงหน้าออกไปดูรถที่จอดรอตรงหน้าประตูทางเข้าตึกให้ก่อนค่ะ ฝนเริ่มตั้งเค้าจะตกแล้วด้วยค่ะ"


    "ครับริน ระวังลื่นนะ" ผมบอกด้วยความเป็นห่วง


    รินก้าวเดินนำหน้าออกไปจากลิฟต์ทันที มุ่งตรงไปยังลานจอดรถด้านนอกอาคาร ทิ้งให้ผมก้าวตามหลังมาช้าๆ ทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนที่เท้าของผมจะพ้นขอบประตูลิฟต์นั้นเอง ร่างของแพรวที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ขยับตัวเข้ามาเบียดร่างชิดติดกับแผ่นหลังของผมอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทรวงอกนุ่มหยุ่นอวบอัดของเธอเบียดเข้าหาแผ่นหลังของผมอย่างจงใจจนผมสะดุ้งตัวโยนด้วยความตื่นตระหนก แพรวโน้มใบหน้าสวยเข้ามาใกล้ชิดซอกหูของผม กลิ่นน้ำหอมรสหวานรัญจวนโชยแตะจมูก


    แพรวกระซิบข้างหูผมในลิฟต์ตอนที่รินเผลอ: "ถึงวันนี้พี่ธันว์จะรอดไปได้... แต่แพรวเชื่อว่าสักวันพี่ต้องยอมมาลิ้มลองความหวานของแพรวแน่ๆ ค่ะ..."


    คำพูดหยอดท้าทายที่แฝงไปด้วยมารยาร้ายกาจทำเอาหัวใจของผมเต้นระรัวโครมครามด้วยความหวั่นไหวและกังวลใจในภัยเงียบนี้อย่างบอกไม่ถูก แพรวส่งยิ้มยั่วยวนร้ายลึกส่งท้ายให้ผมก่อนจะก้าวเท้าแซงหน้าเดินผ่านผมจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งความกังวลใจและพายุอารมณ์อันตึงเครียดเอาไว้เบื้องหลัง ปล่อยให้ผมยืนมองตามแผ่นหลังสะโอดสะองของเธอด้วยความกังวลและอึดอัดใจอย่างยิ่งต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้...


    คล้ายกับเรื่องเมื่อเมียผมอยากสวิงกิ้ง ที่คุณอ่าน