สวนตะวันตกจวนเฉิงโหว
ปั๊ก!
ปั๊ก!
เสียงไม้กระทบเนื้อดังไปทั่วสวน บนพื้นมีสาวใช้นางหนึ่งนอนคว่ำให้คนใช้ชายตีโดยไม่เอ่ยร้องออกมาสักแอะ ไม่สิ ไม่ใช่นางไม่เอ่ยร้อง หากแต่ร้องไม่ได้ต่างหาก เนื่องจากปากของนางถูกยัดไว้ด้วยผ้าผืนหนา มีเพียงเสียงร้องในลำคอออกมาทุกครั้งที่ไม้หนากระทบแผ่นหลังบาง ใบหน้างามเต็มไปด้วยเหงื่อ
“เป็แค่บ่าวแต่กลับกล้าสาดน้ำใส่องค์หญิงก็ต้องโดนเช่นนี้...พวกเ้าออกแรงมากกว่านี้หน่อย!”
“พี่หานหลินท่านปล่อยฟางเหนียงไปเถอะ นางไม่ได้ตั้งใจจะสาดน้ำใส่องค์หญิงจริงๆ”
“เปียวหลินเ้าอย่าเพิ่งเป็ห่วงคนอื่นเลย เดี๋ยวเ้าเองก็จะต้องโดนโบยด้วยเช่นกัน” หานหลินเอ่ยแล้วยืนคุมการลงโทษด้วยท่าทีนิ่งเฉย แววตาไร้ซึ่งความสะใจและความสงสาร
“กี่ไม้แล้ว” เสียงหวานเอ่ยถามมาจากสตรีชุดแดงที่นั่งอยู่ในศาลา
“เรียนองค์หญิง ยี่สิบแปดไม้แล้วเ้าค่ะ”
สตรีชุดแดงไม่ได้เอ่ยต่อ เพียงหันกลับมาแล้วเหลือบตามองคนบนพื้นด้วยสายตารังเกียจ พอเหมาะกับที่นางเองก็เงยหน้าขึ้นมามองเขา
นางมองสตรีชุดแดงสักพักแล้วหันไปมองบุรุษชุดดำที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน แล้วจึงหันกลับไปมองสตรีชุดแดงต่อ
สตรีชุดแดงนั้นคือ ‘องค์หญิงชิง’ องค์หญิงใหญ่ผู้เป็น้องสาวสุดที่รักของฮ่องเต้คนปัจจุบันผู้ครองแคว้นต้าเจีย
ส่วนผู้ชายชุดดำคนนั้นคือ ‘เจียงจื่อลู่’ เฉิงโหวผู้เป็สหายสนิทของฮ่องเต้และเป็แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าเจีย
สาเหตุที่นางถูกโบยอยู่นี้ก็มาจากสองผู้เป็ใหญ่นี้ เพียงเพราะนางเผลอไปสาดน้ำโดนองค์หญิงชิงโดยไม่ได้ตั้งใจ เฉิงโหวก็รีบสั่งให้คนนำตัวนางมาโบยห้าสิบไม้เป็การลงโทษทันที
“สายตาของเ้าบ่งบอกว่าไม่พอใจข้ามาก” เสียงหวานเอ่ย
นางรีบก้มหน้าลงเนื่องด้วยไม่อยากทำให้เขาโกรธ เดี๋ยวจะถูกสั่งโบยเพิ่มอีก แค่นี้ร่างกายนางก็แทบจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ อยู่แล้ว นี่ยังเหลือการโบยอีกตั้งยี่สิบสองไม้ที่นางยังต้องโดน หากยังโดนโบยเพิ่มอีกล่ะก็ นางต้องตายจริงๆ แน่
“โบยต่อไป”
“พ่ะย่ะค่ะ” บ่าวชายเริ่มโบยต่อ
นางหลับตาแล้วกำมือพยายามอดกลั้นความเ็ป แต่สุดท้ายนางก็อดทนไม่ไหวร้องไห้ออกมาในที่สุด
นางไม่ได้ร้องไห้เพราะความเจ็บจากการโดนโบย หากแต่ร้องเพราะเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้เลย ไม่สามารถพูดแก้ต่างให้ตัวเองพ้นผิดได้ ไม่สามารถต่อกรกับคนที่สั่งลงโทษนางได้ และที่ไม่สามารถทำได้แม้แต่จะคิดก็คือการแก้แค้นผู้ที่สั่งลงโทษนาง ซึ่งถ้าเป็เมื่อก่อนนางสามารถทำสิ่งเ่าั้ได้โดยง่าย เพราะนางมีสิทธิ์ แต่กับที่นี่ ตอนนี้ สาวใช้เช่นนางไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น
.
.
.
หกเดือนก่อน
เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน
ณ ศูนย์ทดลองลับเกี่ยวกับมนุษย์ทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์
ฟู่....เสียงหายใจเข้าออกอย่างตื่นเต้นดังจนคนข้างๆ ต้องหันมามอง
“ขอโทษค่ะ ฉันตื่นเต้นมากไปหน่อย” แม้แต่เสียงพูดยังสั่น แต่ฉันก็ยังยิ้มกว้างพยายามทำตัวให้เป็ปกติที่สุด
ฉันชื่อซิงเยียน ปีนี้อายุยี่สิบสี่ปี เป็เด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติพี่น้อง แต่ฉันเป็คนที่ใฝ่เรียนและหัวดีอีกทั้งยังมีฝีมือในการทำอาหารที่เป็เลิศ จึงได้รับทุนให้เข้าเรียนในระดับปริญญาตรีและโทของมหาลัยธุรกิจอาหารชื่อดังของประเทศ ถ้าฉันเรียนจบฉันจะได้เป็เชฟในโรงแรมห้าดาว เงินเดือนหลักแสนดอลลาร์ต่อปี ชีวิตจะมั่นคงไม่ต้องกังวลเื่เงินอีกต่อไป แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นฉันต้องผ่าน่เวลาอันยากลำบากนี่ไปให้ได้เสียก่อน
“เชิญผู้ทดลองหมายเลข 01 เข้าห้องทดลองหนึ่งครับ”
“อะ! ค่ะ” ฉันขานรับแล้วเดินตามเ้าหน้าที่ชุดขาวไปยังห้องทดลอง ระหว่างทางใจก็เต้นแรงขึ้นๆ
ที่นี่คือศูนย์ทดลองลับเกี่ยวกับมนุษย์ในด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล ขอย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน รัฐบาลจีนมีแิอยากดันวงการบันเทิงให้ดังทั่วโลกเหมือนเกาหลีใต้ แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำให้วงการบันเทิงของจีนดังไปกว่าเกาหลีใต้ได้ รัฐบาลจึงได้คิดที่จะสร้างเครื่องจินตนาการ เครื่องที่จะสามารถย้ายจิตของมนุษย์ให้เข้าไปยังโลกแห่งนิยาย เข้าไปสวมบทบาทเป็ตัวละครเอกในเื่ ด้วยอำนาจของรัฐบาลทำให้สามารถรวบรวมนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ และนักเทคโนโลยีที่มากด้วยความสามารถมาได้มากมายจนในที่สุดก็สามารถสร้างเครื่องจินตนาการออกมาได้ แต่ก็เท่านั้น เครื่องนี้จะเสร็จสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีคนทดลองใช้มันจริงๆ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงต้องหามนุษย์มาเพื่อทำการทดลองใช้เครื่องจินตนาการนี้
เครื่องจินตนาการที่เพิ่งสร้างเสร็จและยังไม่เคยมีใครได้ทดลองใช้ก็เปรียบเสมือนกับกับดักะเิที่พร้อมจะะเิอยู่ตลอดเวลาที่มีคนเหยียบ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องหาผู้ทดลองที่ไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีคนรู้จักมากนักเผื่อเกิดข้อผิดพลาดจนทำให้ผู้ทดลองเสียชีวิตจะได้ไม่มีใครมาเรียกร้องหาความรับผิดชอบ ซึ่งแน่นอน ผู้ที่ไร้ญาติขาดมิตรส่วนมากนั้นรวมตัวกันอยู่ที่ศูนย์เด็กกำพร้า
จดหมายจากรัฐบาลส่งตรงมาถึงฉันพร้อมยื่นข้อเสนอ หากทำการทดลองสำเร็จได้ด้วยดีฉันจะได้รับเงินจากรัฐบาลยี่สิบล้านหยวนและบ้านอีกหนึ่งหลัง ข้อเสนอดีๆ อย่างนี้บวกกับ่นี้ฉันค่อนข้างขัดสนเื่เงินฉันจึงได้ตอบตกลงโดยไว และนั่นก็เป็เหตุให้ฉันต้องมาอยู่ที่นี่ ตอนนี้
“กินยาพวกนี้แล้วถอดเสื้อผ้าออกให้หมด จากนั้นขึ้นไปนอนบนเตียงค่ะ”
“คะ?” อุทานแล้วมองไปที่ยาในมือของตัวเอง
การทดลองอะไรเนี่ย! ต้องกินยาเป็สิบๆ เม็ด แถมยังต้องถอดเสื้อผ้าทั้งหมดอีก นี่มันจะคุ้มกับเงินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์มั้ยเนี่ย ถึงเ้าหน้าที่ในห้องจะเป็ผู้หญิงทั้งหมดแต่ใครจะรู้ ในยาที่พวกเขาให้ฉันกินอาจมียาสลบชนิดรุนแรง พอฉันหลับไปอาจมีเ้าหน้าที่ผู้ชายเข้ามาในห้องนี้ แล้วถ้าหากพวกเขาทำมิดีมิร้ายกับร่างกายของฉันล่ะ หรือหากฉันเกิดดื้อยาจนตายจะทำยังไง
คิดแล้วก็เริ่มรู้สึกอยากถอนตัว
“รีบหน่อย”
“เอ่อ ยาพวกนี้…”
“ยาทุกเม็ด ชนิดของยา สรรพคุณ ผลข้างเคียง จำนวนของยาที่คุณต้องกินได้เขียนระบุเอาไว้ในสัญญาทั้งหมด ตอนเซ็นสัญญาคุณไม่ได้อ่านหรือ?”
เจอคำถามนี้เข้าไปฉันถึงกับยิ้มกระตุกจำใจกลืนยาสิบกว่าเม็ดเข้าท้อง เพราะฉันไม่ได้อ่านสัญญาจริงๆ ความจริงก็คือฉันอ่านแค่นิยาย พอเห็นค่าตอบแทน ฉันก็ตอบตกลงทันที (ไม่ได้เห็นแก่เงินเลยจริงๆ><)
ฉันถอดชุดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับก้มหน้าเพราะรู้สึกเขินอาย ไม่ใช่ฉันไม่เคยถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคนอื่นนะ ฉันเองก็มีเพื่อนสนิทที่สนิทกันมากๆ สนิทถึงขั้นแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันอยู่สองสามคน แต่นั่นมันก็แค่แก้ผ้าต่อหน้าเพื่อนคนสองคน แต่นี่ฉันกำลังแก้ผ้าต่อหน้าคนนับสิบ ถึงฉันจะผิวขาวสวย หุ่นผอมเพรียว จุดซ่อนเร้นต่างๆ ก็ขาวผ่องไร้ขน (><) แต่มันก็ยังรู้สึกเขินๆ อายๆ อยู่ดี
“ทำตัวสบายๆ อย่าเกร็งนะคะ” เ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดพร้อมกับเข้ามาติดสายอะไรต่อมิอะไรบนตัวฉัน
จั๊กจี้จัง><
“หลับตาลงค่ะ จินตนาการถึงเื่ราวของนวนิยายที่เราให้คุณอ่าน คุณคือตัวละครเอก คือนางเอกของเื่ คุณคือสาวงามเ้าของหอผีเสื้อบุปผาหอนางโลมอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าเจีย...เมื่อรู้สึกง่วงก็ให้หลับไปเลยนะคะ ไม่ต้องฝืน”
ฉันทำตามที่เ้าหน้าที่ชุดขาวบอก ค่อยๆ ปล่อยใจไปตามจินตนาการ ไม่นานทุกสิ่งทุกอย่างก็มืดดับไป
รู้สึกสบายจังเลย......
‘ยินดีต้อนรับผู้ทดลองหมายเลข 01 ระบบเริ่มทำงาน...นับถอยหลัง สิบ เก้า แปด เจ็ด หก...เริ่มทำงาน’
“เฮือก!!!!”
อยู่ๆ อากาศรอบตัวก็กดต่ำจนหายใจไม่ออก ฉันรีบอ้าปากสูดลมเข้าปอดอย่างทรมาน รู้สึกจะขาดใจตายอยู่แล้ว ทรมานเหลือเกิน เป็เช่นนั้นอยู่นานกว่านาทีที่อากาศจะกลับมาเหมือนเดิม
เมื่ออากาศกลับมาเหมือนเดิน ฉันก็รู้สึกตัวเบาจนตัวเองลอยขึ้นมาจากพื้น เปลือกตาก็ค่อยๆ ลืมขึ้น ภาพตรงหน้าคือสิ่งที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้มายืนอยู่ในที่แบบนี้ และทันทีที่ตัวฉันลอยลงมายืนบนพื้นได้อย่างมั่นคง ก็มีเสียงใครสักคนดังขึ้นมาในหัว
‘ระบบ01 เริ่มทำงาน...โปรดอ่านคำอธิบายอย่างละเอียดก่อนดำเนินเื่’ เสียงพูดก่อนจะมีคำอธิบายปรากฏอยู่ตรงหน้าฉัน คาดว่าตอนนี้ฉันคงเข้ามาในโลกแห่งจินตนาการแล้ว
ตอนนี้ฉันสวมชุดจีนโบราณสมัยราชวงศ์ถัง ไม่สิ ไม่ใช่ชุดราชวงศ์ถัง มันดูเป็ชุดจีนประยุกต์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากราชวงศ์ถังมากกว่า เพราะชุดมันดูพลิ้วไหวและสวยงามหรูหรามากกว่าชุดของราชวงศ์ถัง คาดว่าผู้แต่งคงได้แรงบันดาลใจชุดมาจากราชวงศ์ถังและประยุกต์มันให้มีความสวยงามตามแบบสมัยนิยม
อืม...แต่ชุดของฉันดูจะเรียบไปหน่อยนะสำหรับเ้าของหอนางโลมอันดับหนึ่ง เครื่องประดับก็แทบจะไม่มี มีเพียงกำไลหยกน้อยๆ หนึ่งวงและปิ่นไม้เก่าๆ หนึ่งอันเท่านั้น หรือนางเอกของเื่นี้จะเป็คนประหยัดอดออม?
สถานที่ที่ฉันอยู่ตอนนี้ก็อืม...บอกไม่ถูก แต่ดูแล้วคงจะเป็จวนใดจวนหนึ่งของเื่นี้กระมัง เหตุที่ฉันบอกว่าเป็จวนแทนที่จะเป็บ้านเพราะว่าด้านหน้าฉันคือบ้านที่มีป้ายเขียนไว้ว่าเรือนกลาง ทั้งสองข้างก็มีป้ายเขียนบอกทางไปยังเรือนตะวันตก เรือนตะวันออก
‘คำอธิบาย...นวนิยายเื่ กี่ชาติภพ ยังรักเพียงเ้า’
ความรักที่ยากจะเป็จริงได้ระหว่าง ‘เฟยเซียน’ เ้าของหอนางโลมอันดับหนึ่งของแคว้น กับ ‘เจียงจื่อลู่’ หรือ ‘เฉิงโหว’ ขุนนางขั้นหนึ่ง ความรักของทั้งคู่เริ่มเมื่อสมัยที่เจียงจื่อลู่ยังเป็เพียงรองผู้บัญชาการกองทัพปีกขวา เขาได้บังเอิญช่วยสตรีนางหนึ่งจากโจรป่า นางก็คือเฟยเซียน ผ่านไปหลายปีทั้งคู่ก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ครั้งนี้จื่อลู่อยู่ในตำแหน่งเฉิงโหว ส่วนเฟยเซียนรับ่ต่อจากมารดาเป็เ้าของหอนางโลมอันดับหนึ่ง ความรักเริ่มก่อตัว เขาไม่สนว่านางจะเป็ใคร มีชื่อเสียงและชื่อเสียมากขนาดไหน ส่วนนางก็ไม่สนคำติฉินนินทาตอบตกลงอยู่กินกับเขา วันที่ 2 เดือน 2 ปีที่ 6 (นับจากที่ฮ่องเต้คนปัจจุบันขึ้นครองราชย์) ทั้งคู่จัดงานสมรสกันอย่างยิ่งใหญ่และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่หลังจากที่สมรสกันได้ไม่นาน เฟยเซียนก็เริ่มทนต่อคำดูถูกเหยียดหยามของไท่ฮูหยินเจียงไม่ไหว วันที่ 15 เดือน 5 ปีที่ 6 (นับจากที่ฮ่องเต้คนปัจจุบันขึ้นครองราชย์) ในวันเกิดครบรอบยี่สิบปีของนาง นางได้ฆ่าตัวตายโดยการใช้มีดสั้นที่เป็ของแทนใจจากสามีแทงอกข้างซ้าย
หลังจากสิ้นใจตายได้ไม่นาน ิญญาของเฟยเซียนก็ได้ล่องลอยไปสิงอยู่ในร่างขององค์หญิงชิง เฟยเซียนกลับมาหาจื่อลู่ด้วยฐานะที่สูงกว่าเขา และเป็ที่ยอมรับของไท่ฮูหยินเจียง หากแต่ในใจของจื่อลู่กลับยังมีแต่เฟยเซียนคนรักเก่าเท่านั้น นางจึงต้องสร้างทางรักกับเขาใหม่อีกครั้ง......
ฉันอ่านคำอธิบายถึงตรงนี้แล้วถอนหายใจยาวๆ เนื่องด้วยยังมีเนื้อเื่และคำอธิบายอีกยาวมาก แต่หลักๆ ก็เป็เนื้อเื่ของนิยาย และฉากสำคัญๆ ต่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งก่อนที่จะมาที่นี่ ฉันได้อ่านนิยายของเื่นี้รวมทั้งได้อ่านประวัติตัวละครที่สำคัญๆ ของนิยายเื่นี้มาหมดแล้ว ฉันจึงเลือกที่จะเลื่อนผ่านคำอธิบายไปยังส่วนสุดท้าย
ฉันติ๊กถูกในช่อง ‘ฉันอ่านและเข้าใจแล้ว’ จากนั้นคำอธิบายก็หายไป
รอยยิ้มมีความสุขปรากฏบนใบหน้า เหตุผลที่ฉันยอมเข้ารับการทดลองในครั้งนี้นอกจากจะเพื่อเงินและบ้านแล้ว ฉันยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง นั่นคือในโลกจินตนาการแห่งนี้ฉันจะสามารถรับรู้รส กลิ่น เสียง และมีความรู้สึกทุกอย่างในร่างกายเหมือนกับโลกความจริงทุกประการ เพราะร่างกายของฉันถูกเชื่อมเข้าไปในเครื่องจินตนาการทั้งหมดนั่นเอง นั่นแปลว่าฉันสามารถเที่ยวเล่น กิน หรือทำอะไรที่อยากทำได้อย่างอิสระ และจากนี้ฉันแค่สวมบทบาทเป็เฟยเซียนเที่ยวชมเมืองโบราณให้หนำใจรอหมดเวลาก็ออกไปจากโลกแห่งจินตนาการแล้วรับเงินล้านไปแบบสวยๆ คิดแล้วก็ยิ้มกว้าง หันหลังเดินไปยังประตูจวนอย่างมีความสุข