[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    83 ไปด้วยคน

    “  สวัสดีตอนดึกครับคุณหนูจินม่าย ”


    ชายใบหน้าหล่อเหลาสวมใส่ชุดเกราะอัศวินสีขาวไม่ต่างจากสีผมของตนเองกล่าวทักทายคุณหนูตระกูลเจียง


    ตามตะเข็บของรอยต่อชุดเกราะถูกย้อมด้วยสีทองเพื่อให้เข้ากับฐานะในสังคมของตนเองจนราวกับว่าเขาเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์จริงๆ


    จินม่ายเห็นใบหน้าของคุณชายตระกูลหานทำเพียงพยักหน้ารับเล็กน้อยเพราะถูกสายตาของผู้อาวุโสหันมองมา พวกเขาต้องการให้เธอตอบรับการทักทายนี้ 


    เมื่อเหล่าผู้อาวุโสเห็นจินม่ายทักทายคุณชายหานกลับไปแล้วจึงยิ้มให้คุณชายหานที่เข้ามาทักทายก่อนจะดึงเขาออกไปพูดคุยด้านข้างเพราะกลัวว่าจินม่ายจะทำให้บรรยากาศทุกอย่างพังลง


    จินม่ายไม่ได้สนใจคุณชายหาน นับตั้งแต่เดินทางมาถึงจุดรวมตัวกันของคนในตระกูลเธอเอาแต่เฝ้ามองผู้คนรอบๆเพราะอยากรู้ว่าจะมีใครที่คุ้นหน้าหรือเปล่า


    การมองในครั้งนี้ทำให้เธอพอใจไม่น้อยเพราะเห็นฮันเตอร์ที่เคยเข้าใช้งานโรงแรมหลงเฉียงช่วงที่เธออาศัยอยู่กับสามีที่นั่น แม้อีกฝ่ายจะจดจำเธอไม่ได้ก็ตามเพราะช่วงเวลาที่เธออาศัยอยู่กับสามี ทางตระกูลปิดข่าวเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด เธอจึงไม่ต่างจากคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตในเขต X 


    “ จินม่าย ขอบคุณคุณชายหานเสียหน่อย ครั้งนี้เขาจะขอนำหน้าเราเพื่อป้องกันอันตราย ”


    จินม่ายเอ่ยขอบคุณคุณชายหานพร้อมกับย่อตัวเล็กน้อยเพื่อคำนับให้ถูกใจเหล่าผู้อาวุโส


    “ น้องจินม่ายไม่ต้องขอบคุณ ครั้งนี้ตระกูลของเราทั้งสองจะสำรวจพร้อมๆกัน ตามที่ทางผู้นำตระกูลตกลงกันเราจะแบ่งสิ่งที่เจออย่างละครึ่ง หากพวกเราเจอทุกอย่างเรายินดีจะแบ่งกับตระกูลเจียงครึ่งหนึ่ง”


    “ ขอบคุณๆ ทางเราต้องขอบคุณตระกูลหานที่จะมานำทางให้เราในครั้งนี้ นอกจากจะแบกรับความเสี่ยงที่จะถูกเล่นงานจากกับดักเอาไว้แล้วยังแบ่งสมบัติกับเราคนละครึ่ง ข้าต้องขอขอบคุณคุณชายหาน ”


    ผู้อาวุโสสามตระกูลเจียงพูดด้วยใบหน้าแย้มยิ้มหลังจากกล่าวขอบคุณ 


    “ เช่นนั้นเช้าที่มาถึงเราจะเดินทางกันเลย หวังว่าตระกูลเจียงจะไม่ว่าอะไร ”


    “ ไม่เลยๆ ถึงแม้ว่าเราจะรีบ แต่การบุ่มบ่ามเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่รู้จักช่วงค่ำมืดเช่นนี้เห็นทีจะมีแต่ผลเสีย รอให้ฟ้าสว่างอย่างที่คุณชายหานเอ่ยคงดีเช่นกัน ”


    คุณชายหานยิ้มด้วยท่าทางพอใจก่อนจะขอตัวกลับไปยังยาน ทางฝั่งผู้อาวุโสตระกูลเจียงที่เดินทางมา 3 คนขอกลับขึ้นยานไปด้วยเช่นกัน โดยกำชับให้จินม่ายเดินตามขึ้นไปห้ามห่างจากพวกเขาเกิน 1 ก้าว


    จินม่ายไม่แสดงอาการแต่อย่างใด เธอทำสีหน้าปกติเหมือนเช่นเคย การที่ผู้อาวุโสบอกให้เธอตามติดคงเพราะต้องการอ้างเรื่องความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เธอถูกสิ่งอื่นเล่นงาน ความจริงเพียงแต่ต้องการกีดกันเธอจากผู้คนเขต X  จินม่ายเข้าใจเรื่องนี้ดีจึงไม่คิดจะสร้างปัญหาให้ใครเพิ่ม ทำเพียงเดินตามผู้อาวุโสกลับขึ้นยานรอจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า


    ---------------------------------------------------------------


    “ หัวหน้าหยาง คุณรอนานหรือยัง ”


    เจ้าหน้าที่หยางหันมองเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คนที่เดินทางมาสมทบ คืนนี้เขานัดกันกับสมาชิกในหน่วยเดียวกันให้เดินทางเข้าสู่โบราณสถานเพื่อไปดักรอดูขุมอำนาจต่างๆสำรวจซากโบราณสถานหมายเลข 2


    เป้าหมายของพวกเขาคือการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ภายในซากโบราณสถานหมายเลข 2  การสำรวจในครั้งก่อนไม่คืบหน้าพวกเขาจึงคิดจะยืมมือฮันเตอร์จากแต่ละขุมอำนาจให้บุกเบิกแต่ละเส้นทางให้


    ขณะที่กำลังจะเคลื่อนไหวทั้ง 3 ต่างก็ชักอาวุธออกมาถือในท่าเตรียมฟันหลังจากสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งโผล่มายืนใกล้ๆโดยที่พวกเขาพึ่งสัมผัสถึงสิ่งนั้น ทั้งๆที่พวกเขาทั้ง 3 คือคนที่มีประสาทสัมผัสดีที่สุดในหน่วย


    “ ไม่เจอกันแป๊บเดียวจะฆ่าแกงกันแล้ว นี่ผมเองพี่ ”


    เจ้าหน้าที่หยางได้ยินน้ำเสียงพยายามมองเข้าไปในเงามืด ก่อนที่เขาจะเห็นร่างของใครบางคนค่อยๆโผล่ออกมาจากเงาของต้นไม้สะท้อนเข้ากับแสงจันทร์


    “ อ้าว นายมาที่นี่ได้ยังไง แล้วลูกสาวนายอยู่กับใคร ”


    “ ผมฝากพี่เลี้ยงไว้แล้ว ว่าแต่พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ”


    “ กลับมาได้ 1 วันแล้ว ” เจ้าหน้าที่หยางส่งสัญญาณให้สมาชิกหน่วยอีก 2 คนให้ลดการป้องกันลงเพราะคนที่เดินทางมาถึงคือคนรู้จัก


    “ พี่จะกลับเข้าไปในซากโบราณสถานเหรอ ”


    “ ใช่ นายมาที่นี่เพราะจะไปล่ามอนสเตอร์พวกนั้นเหรอ ”


    “ ใช่แล้วพี่ขอติดไปด้วยได้หรือเปล่า ยังไงเราก็เจอกันแล้ว ”


    เจ้าหน้าที่ทั้งสองมองหน้าเจ้าหน้าที่หยาง พวกเขาไม่สามารถให้คนนอกเดินทางไปด้วยได้ เพียงแต่ว่าหัวหน้าของพวกเขากลับตอบคำถามนอกเหนือจากที่คาดการณ์เอาไว้


    “ เอาสิ แต่เราจะเดินทางเร็วกว่าที่เคยทำ ถ้านายตามไม่ทันเราจะทิ้งนายทันที ”


    “ โอเค ถ้าผมตามไม่ทันเจ้าหน้าที่หยางมุ่งหน้าไปเลย เดี๋ยวผมหาทางต่อเอง ”


    “ งั้นก็ไปกัน แต่นายต้องปกปิดหน้าด้วยเพราะเราไม่สามารถเปิดเผยตัวตนให้ใครเห็นได้ ถ้าหากพวกเขารู้ว่าใครเดินทางในตอนกลางคืน ขากลับเราอาจจะถูกซุ่มเล่นงาน ”


     เฉินห่าวจับไปที่ต้องไม้ข้างๆแล้วส่งมานาเข้าสู่บริเวณเปลือกไม้ส่วนที่เขาสัมผัส เพียงพริบตาเปลือกไม้ก็เริ่มเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นหน้ากาก หลังจากสวมทับลงบนใบหน้าเขาก็เริ่มควบคุมหน้ากากไม้ให้แตกกิ่งก้านคลุมทั้งศีรษะเอาไว้เพื่อไม่ให้มันหลุดกระเด็น


    เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ที่มองเห็นการปกปิดตัวตนของเฉินห่าวรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าเขาเปลี่ยนเปลือกไม้ให้กลายเป็นหน้ากากได้เช่นไร


    “ ไปกันได้หรือยัง ”


    “ โอเค งั้นก็ไปกันเถอะ เราจะใช้ความเร็วสูงสุดถ้านายตามไม่ทันต้องหาทางไปเองนะเพราะเรารีบมาก ”


    เฉินห่าวไม่ตอบคำถามใดๆอีกทำเพียงวิ่งตามเจ้าหน้าที่หยาง  เดิมทีเขาคิดจะลอบเข้าไปในซากโบราณสถานหมายเลข 1 เงียบๆแต่กลับตรวจพบกลิ่นไอของเจ้าหน้าที่หยางก่อนจึงเดินทางมาหาอีกฝ่าย อย่างน้อยการที่เขามีคนนำทางก็ดีกว่าการเข้าสู่พื้นที่ที่ไม่เคยเข้าไปด้วยตัวคนเดียว


    พรึ่บพรึ่บพรึ่บ!


    ร่างทั้งสี่เหยียบลงไปบนกิ่งไม้หลังจากวิ่งมาได้สักระยะหนึ่ง พวกเขายังไม่ได้ออกวิ่งต่อเพราะด้านหน้าเต็มไปด้วยฮันเตอร์จำนวนมากกำลังตั้งเต้นท์ค้างแรม


    บางกลุ่มยังไม่คิดจะเดินทางไปต่อเนื่องจากสมาชิกกลุ่มยังเดินทางมาไม่ถึง แต่บางกลุ่มเตรียมตัวพร้อมแล้วเพราะของส่วนใหญ่ถูกเก็บเอาไว้ในแหวนเก็บของราวกับว่าสามารถเดินทางได้ทุกเมื่อ


    “ ห่างออกไปอีก 3 กิโลเมตรเราจะเจอเข้ากับพื้นที่หมอก ฉันจะพาอ้อมฝูงชนไปก่อน ไม่งั้นเราอาจจะถูกตามได้ ”


    เจ้าหน้าที่หยางอธิบายการเดินทางให้ลูกทีมฟังรวมไปถึงเฉินห่าวที่ติดสอยห้อยตามมา จากนั้นก็เริ่มวิ่งอีกครั้งด้วยการใช้ความเร็วสูงที่สุด


    เจ้าหน้าที่หยางลอบประเมินเจ้าของร้าน เขาใช้ความสามารถเทียบเท่าเลเวล 70 วิ่งเต็มกำลังเพื่อเดินทางให้เร็วที่สุด เฉินห่าวกลับวิ่งตามมาได้และเหมือนจะไม่ได้ใช้พลังงานเยอะเหมือนเขา


    ต่อให้เขาจะมีเลเวลเพียง 50 รวมกับค่าสถานะที่ได้จากฟิตเนส 20 ทักษะเท้าที่เขาใช้คือทักษะลับของหน่วย ความเร็วจึงสูงมากแทบจะวิ่งได้เร็วพอๆกับเลเวล 80  เจ้าหน้าที่ทั้งสองที่ส่งมาเป็นเลเวล 70 ใช้ความเร็วไม่ต่างจากเขา ถึงอย่างนั้นเฉินห่าวกลับตามมาได้เจ้าหน้าที่หยางจึงอยากรู้เลเวลของเฉินห่าวมากกว่าเดิมว่าเจ้าของร้านเลเวลไหนแล้ว


    “ ฮะ! ”


    อุปกรณ์ตรวจสอบเลเวลไม่ทำงาน ตัวเลขที่ปรากฎคือ 0 เขาไม่เคยเจอสถานการณ์นี้มาก่อนจึงสงสัยมากว่าเฉินห่าวใช้อะไรปกปิดเลเวลของตนเอง


    “ ไม่ต้องส่องหรอก ผมวิ่งแซงคุณก็ยังได้ ”


    “ แสดงว่าค่าสถานะสูงกว่าเลเวล 70 สินะ บ้าเอ้ยเมื่อก่อนยังเลเวล 1 อยู่เลย ”


    “ อย่าลืมสิผมเป็นอาชีพเทรนเนอร์นะ พรสวรรค์ยังปลุกได้เลย แล้วทำไมผมจะไม่รู้วิธีอัพเลเวลให้รวดเร็วกว่าชาวบ้านเขาล่ะ ”


    “  นั่นสินะแล้วนายพอจะบอกฉันได้ไหม ”


    “ มันไม่มีหรอก ผมก็แค่ดูดซับผลึกมานาแล้วก็ออกกำลังกายไปเรื่อยๆก็เท่านั้นแหละ ”


    เฉินห่าวไม่คิดจะบอกวิธีดูดซับผลึกมานากับใครเด็กขาด นอกจากเป่าเป้ยแล้วต่อให้เขาจะเชื่อใจคนอื่นมากแค่ไหนเฉินห่าวก็ยังไม่คิดจะส่งมอบวิธีดูดซับผลึกมานาให้ ทันใดนั้นการพูดคุยของพวกเขาก็จบลงเมื่อตรงหน้าทั้งสี่คนคือหมอกหนา


    เจ้าหน้าที่หยางรู้ว่าต่อจากนี้อันตรายมีโอกาสสูงมากที่จะพลัดหลงเขาจึงส่งเชือกให้ทั้ง 3 คนที่อยู่ด้านหลังแล้วเดินนำหน้า เขามีทักษะพิเศษที่ทำให้สัมผัสพลังรอบๆตัวได้จึงรู้ว่าข้างในหมอกจะต้องเดินทางเช่นไร


    ครั้งก่อนที่เดินทางสำรวจเขาโยนผลึกมานาระดับต่ำเอาไว้ตามทางเพื่อสร้างเส้นทาง ครั้งนี้เพียงแค่เขาตามผลึกเหล่านั้นก็สามารถไปถึงอีกฝั่งของหมอกได้แล้ว


    “ ครั้งก่อนไม่มีมอนสเตอร์ในหมอกแต่ครั้งนี้ฉันไม่รู้ว่ามีมอนสเตอร์หรืออันตรายอะไรหรือเปล่าเพราะงั้นเตรียมตัวเอาไว้ด้วย เราอาจจะต้องต่อสู้ในหมอก แต่ไม่ว่ายังไงก็อย่าปล่อยมือจากเชือกเด็ดขาดเพราะหมอกหนามากจนมองไม่เห็นอะไรเลย ”


    เจ้าหน้าที่หยางก้าวเท้านำหน้าทุกคนเข้าไปในหมอก เจ้าหน้าที่อีก 2 คนสัมผัสได้ถึงแรงดึงจากเชือกเริ่มก้าวเท้าตามเข้าไป


    เฉินห่าวเป็นอีกคนที่ก้าวเท้าตามเข้ามาข้างในก่อนที่เขาจะพบว่าดวงตาทั้งสองมองไม่เห็นสิ่งใดเลย


    ตลอดสองข้างทางที่วิ่งผ่านเขายังคงใช้ดวงตามองดูภาพรอบๆโดยอาศัยแสงจากดวงจันทร์ แต่ตอนนี้หมอกปกปิดทุกอย่างจนเขาไม่ต่างจากคนตาบอด


    ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงจากเชือกที่มากยิ่งขึ้นจึงออกแรงวิ่งตามเจ้าหน้าที่ทั้งสามไป โดยมีเสียงจากเจ้าหน้าที่หยางส่งมาเป็นระยะให้ระวังสิ่งกีดขวางที่จะทำให้พวกเขาสะดุดล้ม


    “ เนตรเซียนหมื่นวิถี ”


     นัยน์ตาทั้งสองเปล่งแสงสีทองออกมาจางๆ ภาพรอบข้างกลับมาอีกครั้ง หมอกหนาเตอะที่คอยบดบังกลายเป็นหมอกจางๆสามารถมองทะลวงได้ไกลราว 100 เมตร เฉินห่าวที่กลับมามองเห็นพยายามสอดส่องมองสองข้างทางที่เต็มไปด้วยป่า พลางมองเจ้าหน้าที่หยางที่กำลังยื่นมือไปด้านหน้าปลดปล่อยมานามากมายเพื่อสัมผัสหาผลึกมานาที่ทิ้งเอาไว้



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน