สือซานนั้นเมื่อเห็นสตรีบอบบางใบหน้ามีแผลเป็ที่ก่อนหน้านั้นเขาเคยรุกรานก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ทว่าไม่นานนักแววแห่งความกังวลก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา สือซานพาคนของเขาไปยืนบังร่างของอวิ๋นเฟยเฟิ่งก่อนที่เหนิงชัวจะได้สติรู้สึกตัว
"บ้าจริง! แม่นางเหตุใดเ้าถึงได้เดินเข้ามาที่นี่?"
สือซานร้อนรนขณะกล่าวต่อ"ตอนนี้พวกเรากำลังรับมือกับพวกนั้นอยู่ เ้ารีบหนีออกไปจากตรงนี้เสีย"
เมื่อได้ยินสือซานกล่าว มุมปากของอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ปรากฏเป็รอยยิ้มน้อยๆขึ้น แม้สถานการณ์ของตัวเองจะย่ำแย่ถึงเพียงนี้ แต่กลุ่มคนตรงหน้าก็เลือกจะปกป้องนาง
"แม่นางเ้ารีบหนีไปเร็วพวกเราจะช่วยสกัดพวกมันไว้ให้"เมื่อได้ยินคำสั่งขององค์หญิงลั่วลั่วพวกเขาก็รู้สึกว่าสตรีนางนี้คงยากที่จะมีชีวิตรอดออกไปได้ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่อาจทำใจปล่อยให้นางตายโดยที่ไม่ช่วยเหลือได้เช่นกัน
"เหอะ! คิดจะหนีอย่างนั้นเรอะ ฝันไปเถอะ!"เมื่อหายจากการตะลึงและรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนแล้ว เหนิงชัวก็เริ่มทำตามคำสั่งขององค์หญิงลั่วลั่วทันที บุรุษใจอำมหิตโบกมือเป็สัญญาณให้คนของตัวเองเข้าล้อมรอบกลุ่มของสือซานเอาไว้รวมถึงอวิ๋นเฟยเฟิ่งอย่างรวดเร็ว
"เหนิงชัวเื่ระหว่างเราคนอื่นไม่เกี่ยวปล่อยพวกเขาไปซะ! องค์หญิงลั่วลั่วท่านเป็ถึงราชนิกุลเหตุใดต้องฆ่าแกงกันด้วยจิตใจช่างอำมหิตนัก"สือซานกล่าวเสียงดัง
อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองไปทางองค์หญิงลั่วลั่วด้วยสายตาเฉยชานางไม่เห็นสตรีจิตใจคับแคบคนนี้อยู่ในสายตาแต่แรกแล้ว ในเมื่ออยากเอาชีวิตของนางก็ต้องดูว่าพวกเขามีความสามารถมากพอหรือไม่
"เ้าคนถ่อย! บังอาจนักน่ะ ข้าจะคอยดูว่าพวกเ้าจะตายเช่นไร!"องค์หญิงลั่วลั่วเอ่ยวาจาที่โหดร้ายออกมาอย่างคนที่มีจิตใจชั่วร้าย
"ฮ่าๆๆ หากว่าเ้ายอมคุกเข่าแล้วคลานมากราบเท้าข้า และพี่น้องของเ้าส่งแผ่นป้ายมาข้าจะไว้ชีวิตพวกมัน"เมื่อได้ยินคำพูดของสือซาน เหนิงชัวก็หัวเราะชอบใจเขาไม่คิดจะทำตามอย่างที่พูดอยู่แล้วยังไงซะเขาก็จะฆ่าพวกมันทั้งหมด
บุรุษมีคุณธรรมอย่างสือซานกัดฟันแล้วก้าวเดินออกไปด้านหน้า เขามีทางเลือกอื่นซะที่ไหนกันนอกจากทำตาม
"อย่าน่ะพี่ใหญ่ ห้ามคุกเข่าให้มันถึงมันจะอ้างว่าปล่อยพวกเราไปแต่ข้าเชื่อว่ามันไม่มีทางทำตามอย่างที่พูดแน่!"เมื่อเห็นสิ่งที่ซูซานกำลังจะทำกลุ่มพวกพ้องของเขาก็เอ่ยห้ามปรามเอาไว้
"หากมีแค่พวกเราก็ไม่มีอะไรต้องกลัวข้าจะสู้กับมันให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่ง แต่ตอนนี้เรามีแม่นางผู้บริสุทธิ์อยู่ด้วย"สือซานกล่าว
ในขณะที่สือซานกำลังจะคุกเข่าลง อวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ไปปรากฏตัวขึ้นข้างกายของสือซานและรั้งตัวเขาเอาไว้
"ช้าก่อน!"
สือซานที่ถูกอวิ๋นเฟยเฟิ่งดึงหยุดยั้งรั้งตัวเอาไว้ก็ประหลาดใจเป็อย่างมาก คนอื่นๆในกลุ่มก็ได้แต่ยืนงงในขณะที่นางหายตัวไปปรากฏตัวอยู่ข้างพี่ใหญ่นั้น พวกเขาไม่รู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ
อวิ๋นเฟยเฟิ่งสลัดคราบสตรีใสชื่ออ่อนแอทิ้งจนหมดสิ้น คนงามในใบหน้าอัปลักษณ์ยิ้มอย่างเย้ยหยัน
"ถือเสียว่าข้าตอบแทนน้ำใจพวกเ้า ถอยออกไปก่อนเถอะ ข้าจะจัดการเอง"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวกับสือซานด้วยความนับถือน้ำใจของพวกเขา นางก็อยากจะทดสอบเหมือนกันว่าการไปฝึกฝนในสุสานกระบี่มารบรรพชนเกือบเดือนจะเป็เช่นไร แต่ว่าคนเหล่านี้คงไม่จำเป็ต้องใช้โซ่จิติญญาสารพัดนึกหรอก แค่มือเปล่าก็เกินพอแล้ว
"แม่นางเ้าพูดอะไรของเ้า"สือซานรู้สึกสับสนกับบุคลิกของสตรีตรงหน้าตอนนี้นางแตกต่างจากครั้งแรกที่เขาเจอมาก
"ฮ่าๆๆ น้ำหน้าอย่างเ้าเนี้ยนะจะทำอะไรพวกข้าได้"เหนิงชัวหัวเราะย่ามใจขนาดว่ากลุ่มของสือซานสิบคนยังสู้พวกเขาไม่ได้นับประสาอะไรกับสตรีอัปลักษณ์เพียงคนเดียว
"แค่จัดการคนสารเลวอย่าพวกเ้าไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน
"บัดซบ! วันนี้ข้าจะทำให้เ้าได้รู้ว่าการดูิ่ข้าเหนิงชัวคนนี้จะได้รับผลเช่นไร!"
เหนิงชัวหมดความอดทนลงเมื่อได้ฟังคำพูดบาดหู ร่างกายของเขาหายตัวไปจากจุดที่เดิมยืนอยู่และพุ่งเข้าจู่โจม อวิ๋นเฟยเฟิ่ง วันนี้เขาจะต้องสตรีน่าตายคนนี้ให้ได้
เมื่อเห็นการกระทำของเหนิงชัว สือซานก็กำลังจะเข้าไปขัดขวางทว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งส่ายศีรษะเป็เชิงห้าม และยิ้มให้ทุกคนอย่างเป็มิตรบอกเป็นัยว่าให้วางใจได้
เหนิงชัวที่กำลังพุ่งเข้าจู่โจมอวิ๋นเฟยเฟิ่งในเสี้ยวอึดใจนั้นร่างบางตรงหน้าก็หายวับไป มาปรากฏอยู่ด้านหลังของเหนิงชัว อวิ๋นเฟยเฟิ่งซัดกำปั้นที่แฝงไปด้วยพลังิญญาเข้าใส่ใบหน้าของเขาทันทีจนเหนิงชัวกระเด็นไปข้างหน้าจากนั้นนางก็เคลื่อนตัวไปปรากฏตัวด้านหน้าของเหนิงชัวอย่างรวดเร็วและใช้เท้าฟาดเข้าใส่ท้องอย่างแรงจนเหนิงชัวปลิวขึ้นบนฟ้าแค่นั้นยังไม่พออวิ๋นเฟยเฟิ่งหายตัวขึ้นไปปรากฏตัว้าร่างของเหนิงชัวจากนั้นก็ใช้เท้าแตะอัดเข้าใส่ร่างของเหนิงชัวอย่างจังจนร่างนั้นร่วงหล่นลงจากอากาศ และเรียกใช้เถาวัลย์ฟาดซ้ำเข้าใส่อีก
ตุบ!
"พรวด! อึก!"ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเหนิงชัวและลูกสมุนมองตามไม่ทัน รู้ตัวอีกทีก็เห็นเหนิงชัวนอนกระอักเืหมดสภาพกองอยู่บนพื้นเสียแล้ว
พรึบ!
อวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่ปล่อยให้พวกเขาได้ตั้งตัวส่งเถาวัลย์เข้าไปเกาะยึดเหนี่ยวร่างของกลุ่มสมุนเหนิงชัวเอาไว้รวมถึงองค์หญิงลั่วลั่วและหญิงสาวที่อยู่ด้วยกัน
"นังอัปลักษณ์! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้หากเ้าทำอะไรข้าละก็เสด็จพ่อของข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!"องค์หญิงลั่วลั่วร้องบอกเสียงดังทั้งใกลัวและเจ็บใจ
เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ!
อวิ๋นเฟยเฟิ่งมีหรือจะกลัวคำขู่ขององค์หญิงไร้ค่าเช่นนางต่อให้เป็องค์ฮ่องเต้มาเองแล้วอย่างไรคิดว่านางจะกลัวอย่างนั้นหรือ จึงใช้เถาวัลย์ตบใบหน้าองค์หญิงลั่วลั่วไปหนึ่งทีและอีกสองสามครั้งตีเข้าใส่ร่างกายนางจนใบหน้าที่เคยนวลเนียนมีรอยซ้ำและมีเืไหลออกมา ร่างกายที่ถูกเถาวัลย์ฟาดลงก็เจ็บแสบไปทั่ว
"กรี๊ดดด! หน้าของข้า นังอัปลักษณ์แกต้องตาย แกจะต้องตาย! กรี๊ดดดด"องค์หญิงลั่วลั่วกรีดร้องเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ไม่เคยมีใครกล้าทำกับนางถึงขนาดนี้จะให้นางยอมรับได้อย่างไร
"ฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ? คิดว่าข้ากลัวคำขู่ของเ้าไหมล่ะองค์หญิง"องค์ฮ่องเต้แล้วอย่างไรนางเชื่อว่าหากเขาเป็ผู้ปกครองแคว้นที่ดีย่อมไม่มีทางเข้าข้างบุตรสาวที่แสนเอาแต่ใจของเขา และเขาน่าจะรู้ดีกว่าใครว่าองค์หญิงนางนี้เป็คนเช่นไร ในการแข่งขันย่อมมีความขัดแย้งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปะทะกัน แต่ถ้าหากฮ่องเต้เข้าข้างองค์หญิงที่ไร้เหตุผลคนนี้ นางก็ไม่รังเกียจที่จะล้มล้างราชวงศ์ขยะแห่งนี้ทิ้งซะ!
กลุ่มของสือซานมองไปทางอวิ๋นเฟยเฟิ่งอย่างตื่นตระหนกตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่านางหาใช่สตรีอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย แต่นางคือสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในการสอบครั้งนี้เมื่อตระหนักได้เช่นนั้น สมาชิกในกลุ่มของสือซานก็ได้แต่ยืนนิ่งอึ้งทำสิ่งใดไม่ถูก
ต้องกล่าวเลยว่าการที่พวกเขาคิดจะเข้าไปแย่งชิงแผ่นป้ายจากสัตว์ประหลาดผู้นี้แล้วยังรอดชีวิตกลับมาได้อีกทั้งยังไม่สูญเสียแผ่นป้ายผู้เข้าสอบไปก็นับว่านางเมตตาพวกเขามากแล้ว
เหนิงชัวพยายามลุกขึ้นและปลดปล่อยสภาวะพลังิญญายุทธ์ระดับแก่นแท้ขั้นสูงของตนเพื่อจะใช้พลังกดทับหญิงอัปลักษณ์ตรงหน้าเพราะนางมีแค่ิญญายุทธ์ระดับแก่นแท้ขั้นกลางเท่านั้นจากนั้นก็เรียกพลังธาตุไฟออกมาโจมตีเข้าใส่อวิ๋นเฟยเฟิ่ง
"หึ! ไม่เจียมกะลาหัว"อวิ๋นเฟยเฟิ่งปล่อยสภาวะพลังิญญายุทธ์ระดับเทวะขั้นต่ำกดทับเหนิงชัวกลับไปจนเขากระอักเืออกมาคำโต และรับพลังธาตุไฟของเขาเอาด้วยมือข้างเดียวก่อนจะสะบัดมือเพียงครั้งเดียวลูกไฟนั้นก็หายไปไร้ร่องรอย
"สหายท่านนี้ข้าไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด"สตรีที่อยู่กับองค์หญิงลั่วลั่วเอ่ยร้องขอนางก็คือเย่วชิงนั้นเอง ตอนแรกนึกว่าจะโชคดีที่ได้เจอองค์หญิงลั่วลั่วจึงได้ขอติดตามมาด้วย แต่ไม่คิดว่าเื่มันจะเป็เช่นนี้ สตรีอัปลักษณ์นางนี้ฝีมือร้ายกาจ ตอนนี้นางขอเอาตัวรอดก่อนเื่อื่นค่อยว่ากันอีกที
"ปล่อยเ้าไป? ก็ใช่ว่าจะไม่ได้หรอกน่ะ เอาแบบนี้เ้าเอาแผ่นป้ายของเ้ามาให้ข้าแล้วก็ไปซะ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่ได้คิดจะฆ่าใครอยู่แล้วเพียงแต่นางจะไม่ยอมให้คนกลุ่มนี้ได้เข้าไปเป็ศิษย์ร่วมสำนักกับนางเด็ดขาด นิสัยชั่วร้ายแบบนี้เกรงว่าในภายหน้าจะนำแต่ความเดือดร้อนมาสู่สำนักยุทธ์ฟ้าคราม
"ตะ แต่ว่าหากเ้าเอาแผ่นป้ายข้าไป ข้าก็ตกรอบน่ะสิ"เย่วชิงไม่ยินยอมเพราะหากตกรอบในตอนนี้ก็ต้องรออีกสองปีกว่าสำนักยุทธ์จะเปิดรับศิษย์อีกครั้ง
"เ้ามีทางเลือกด้วยหรือ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจและเดินเข้าไปใกล้เหนิงชัว
เวลานี้สภาพของเหนิงชัวยับเยินไม่ว่าจะมองไปในจุดใดของร่างกายก็มีแต่รอยฟกซ้ำดำเขียวโดยเฉพาะใบหน้า แก้มบวมตุ่ย จมูกหักเบี้ยวจนผิดรูป ส่วนตาทั้งสองข้างก็ปูดบวมจนเปิดเปลือกตาไม่ได้ ก่อนที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งจะเก็บแผ่นป้ายมากมายที่ตกอยู่ข้างกายเหนิงชัวขึ้นมาและเดินไปเก็บแผ่นป้ายจากลูกสมุนของเหนิงชัวที่ถูกเถาวัลย์มัดเอาไว้อยู่
จากนั้นก็เดินเข้าไปหาองค์หญิงลั่วลั่วที่ตอนนี้ร้องไห้เสียสติกับาแบนใบหน้าก่อนจะหยิบแผ่นป้ายที่แขวนอยู่เอวนางออกมา แน่นอนว่าองค์ลั่วลั่วไม่ยินยอมแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกเถาวัลย์ยึดเหนี่ยวจนขยับไปไหนไม่ได้ และก็ไม่ลืมจะหยิบของเย่วชิงมาด้วย
"นังสตรีอัปลักษณ์ข้าไม่ปล่อยเ้าแน่! คอยดูเถอะ!"องค์หญิงลั่วลั่วกล่าวอย่างคับแค้นใจนางได้แต่มองอาฆาตแค้นอวิ๋นเฟยเฟิ่งอย่างคนทำอะไรไม่ได้ นางไม่มีโอกาสแม้จะต่อสู้เพราะไม่คิดว่าธาตุพฤกษาที่แสนไร้ค่าที่สุดจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
"ข้าจะรอ อ๋อ..อย่านานนักล่ะ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งส่งรอยยิ้มน่าขนลุกเป็การส่งท้ายและมอบแผ่นป้ายที่ได้จากกลุ่มเหนิงชัวให้กับกลุ่มของสือซาน จากนั้นก็กล่าวอำลาพวกเขาแล้วจากไป
สือซานและคนอื่นๆยิ้มแย้มเย้ยหยันเหนิงชัวอย่างสะใจก่อนจะตามอวิ๋นเฟยเฟิ่งไปจากตรงนั้นเช่นกัน วันนี้เป็วันที่พวกเขามีความสุขที่สุด
ไม่นานหลังจากอวิ๋นเฟยเฟิ่งแล้วกลุ่มของสือซานจากไปคนจากทางสำนักยุทธ์ฟ้าครามก็ปรากฏตัวตรงหน้ากลุ่มเหนิงชัวและองค์หญิงลั่วลั่ว
"นี่พวกเ้าตกรอบพร้อมกันในคราวเดียวมากขนาดนี้เชียวหรือ?"คนจากสำนักยุทธ์ฟ้าครามประหลาดใจจนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม เมื่อเห็นผู้เข้าสอบนับสิบสูญเสียแผ่นป้ายไปพร้อมกันเช่นนี้ ทั้งยังมีสตรีหนึ่งนางที่ได้รับาเ็ที่ใบหน้า
แท้จริงแล้วอวิ๋นเฟยเฟิ่งและกลุ่มของสือซานไม่ได้จากไปไหน พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดและกำลังมองดูเหนิงชัวและพรรคพวกถูกคนของสำนักยุทธ์ฟ้าครามพาตัวออกไป
"แม่นาง วันนี้พวกข้าต้องขอบคุณเ้าจริงๆ"
ถ้าหากไม่ได้แม่นางผู้นี้เข้ามาช่วย เกรงว่าคงเป็ฝ่ายพวกเขาเองที่ถูกส่งตัวกลับออกไปและสอบตกทั้งหมด ดีไม่ดีหลายคนอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตเลยด้วยซ้ำ
"ข้าคิดว่าก่อนหน้านี้ที่พวกเ้าไม่รังแกหญิงสาวผู้อ่อนแอนั่นแสดงว่าพวกเ้าเป็คนดี เมื่อข้าพบเห็นคนดีถูกรังแกข้าก็ต้องช่วยเป็ธรรมดา ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก"
อวิ๋นเฟยเฟิ่งยิ้มและกล่าวด้วยท่าทีสบายๆวันนี้ที่นางบังเอิญพบคนกลุ่มนี้เพียงอยากช่วยเหลือไม่้าสิ่งตอบแทนใด
สือซานและคนอื่นๆได้ยินคำพูดที่สงบของสตรีตรงหน้าพวกเขาก็ยิ้มกว้าง พวกเขาทั้งหมดมีความสุขเป็อย่างมาก