ลั่วอู่หลินที่ยืนอยู่เหนือรัศมีระเบิดพลันปลดปล่อยดวงจิตอสูรเทวะพฤกษาจรัสแสงออกมา จากนั้นก็เสริมแกร่งให้กับระฆังทองที่เหลือชั้นสุดท้ายจนรอดพ้นแรงระเบิดขนาดใหญ่นี้ไปได้
ไห่เฉินที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดจากแรงระเบิดก็ลืมตาขึ้นมองทุกอย่างด้วยความตกใจและงุนงง นอกจากตัวเขาแล้วรัศมียี่สิบลี้กลายเป็นแอ่งขนาดใหญ่จากแรงระเบิดเมื่อครู่ แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของมัน ภายในระยะเวลาไม่นานคนของตระกูลราชามังกรวารีก็กลับมายังจุดที่ไห่เฉินอยู่ แต่ทว่าคนช่วยชีวิตอย่างลั่วอู่หลินกลับจากไปแล้ว
"ฮิฮิ ปกติเจ้าจะเลือกช่วยแต่หญิงงามล่มเมืองไม่ใช่หรือ วันนี้ไฉนถึงช่วยเหลือบุรุษได้"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวหยอกล้อเมื่อลั่วอู่หลินออกมาไกล
ชายหนุ่มอดที่จะส่ายหน้าเบาๆไม่ได้ ก่อนจะกล่าวตอบพี่สาวเยว่เอ่อร์ไปด้วยน้ำเสียงที่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "แค่เห็นว่ามีราชามังกรเหมือนกันเท่านั้น อีกทั้งในตอนที่อยู่ในดินแดนบรรพบุรุษคนของตระกูลราชามังกรวารีก็เคยช่วยเหลือพี่สาวข้าเอาไว้ ข้าก็แค่ตอบแทนเรื่องในคราวนั้น"
"โอ้ แม่สาวงามคนนั้นนี่เอง แม้วันนั้นนางจะปกปิดใบหน้าเอาไว้แต่ข้าว่าความงดงามของนางก็ไม่ใช่ย่อยนะ หากไม่รีบจับจองเกรงว่าอาจจะมีคนมาแย่งไปก็ได้นะน้องชาย" ไฉ่เยว่เอ่อร์ยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ลั่วอู่หลินหัวเราะออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็พลันกลายร่างเป็นเทพมังกรและพุ่งทะยานฟ้าในทันที
เขาใช้เวลาในการเดินทางสิบห้าวันด้วยกันในที่สุดก็มาถึงยังที่หมายที่ตั้งเอาไว้นั่นคือประตูมิติสีดำที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างพิภพเซียนและพิภพปีศาจ ลั่วอู่หลินกลับคืนร่างมนุษย์จากนั้นก็สูดหายใจยาวและค่อยๆก้าวไปหามัน
"พี่สาวไฉนที่นี่ถึงไม่มีคนเฝ้ายามหรืออะไรเลยทั้งๆที่เป็นชุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดน"ลั่วอู่หลินกล่าวถาม
"เพราะที่นี่เป็นความลับของเจ้าหญิงมารอย่างไรละ นางค้นพบมันตอนหนีมาหาเทพจักรพรรดิเหมันต์ในครั้งที่เกี้ยวกันใหม่ๆ"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวออกมาเช่นนั้น ลั่วอู่หลินจึงกล่าวถามต่อไป "แล้วที่นี่เชื่อมต่อกับจุดไหนของดินแดนปีศาจล่ะ?"
ไฉ่เยว่เอ่อร์ส่ายหน้า "ไม่รู้ เพราะเจ้าหญิงมารบอกเอาไว้ว่า ประตูมิติอีกด้านอยู่ในดินแดนระดับต่ำของพิภพปีศาจ แต่เวลาที่กลับลงไปจะเป็นแบบสุ่มพื้นที่ ดังนั้นหากโชคดีก็คงจะเริ่มจากดินแดนระดับต่ำ"
"หืม ดินแดนระดับต่ำ?? ในพิภพปีศาจก็แบ่งดินแดนกันด้วยหรือ?"
"ใช่แล้ว ไม่ว่าจะพิภพปีศาจ พิภพอสูร หรือพิภพมนุษย์ ก็ล้วนแต่มีดินแดนระดับต่ำ กลาง สูง เซียน และสวรรค์เช่นเดียวกันทั้งนั้น เพียงแต่ดินแดนสวรรค์ของปีศาจจะมีชื่อว่า 'ดินแดนนรก' ส่วนดินแดนสวรรค์ของอสูรจะมีชื่อเรียกว่า 'แดนร้อยราชัน'"
"โอ้ เป็นเช่นนั้น ชักจะน่าสนใจขึ้นมาเสียแล้ว"ลั่วอู่หลินยกยิ้ม เขาก้าวข้ามผ่านประตูมิติสีดำในทันที จากนั้นร่างกายก็ราวกับร่วงหล่นไปที่ไหนสักที่ พร้อมกับสติที่ดับวูบไปครู่หนึ่งและคืนกลับมา
เมื่อลั่วอู่หลินลืมตาก็พลันพบเจอกับป่าสีดำที่มีกลิ่นอายปราณแห่งความมืดปกคลุม ชายหนุ่มเมื่อสำรวจร่างกายของตนเองก็ยกยิ้มออกมา "เป็นอย่างที่ท่านว่าจริงๆด้วยเส้นลมปราณเทพมารเหมันต์สนทยาทำให้ข้าไม่โดนชัยภูมิของดินแดนปีศาจลดพลังครึ่งหนึ่งเหมือนเทพสวรรค์คนอื่นๆที่เข้ามา"
"แน่นอนอยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่นายท่านทั้งสองของข้าทุ่มเททั้งร่างกายและวิญญาณในการสร้างขึ้นมาเชียวนะ"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวอย่างภูมิใจ ทว่ายังไม่ทันได้กล่าวอะไรไปมากกว่านั้น ตัวของลั่วอู่หลินก็พลันถูกล้อมโดยพวกปีศาจระดับกษัตริย์หลายสิบตนด้วยกันแถมพลังมันยังทำกับว่าชายหนุ่มเป็นเหยื่อของพวกมันอย่างไรอย่างนั้น
ลั่วอู่หลินยกยิ้มเย็น เขาสบัดมือหนึ่งครั้งพวกมันก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็งในชั่วพริบตา ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบให้ไฉ่เยว่เอ่อร์ทำการใช้วิชาสืบค้นความทรงจำของพวกมัน ก่อนที่จะดีดนิ้วหนึ่งครั้งทำให้พวกมันแหลกสลายหายไป
"ที่แท้ที่นี่คือป่าหมอกทมิฬในทวีประดับต่ำ น้องชายเจ้าจะเอาอย่างไรต่อดี"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวถาม
"ข้าควรจะเริ่มบ่มเพาะพลังปีศาจก่อนเป็นอันดับแรก"ลั่วอู่หลินกล่าวตอบ เขาหาถ้ำที่อยู่ใกล้ๆจากนั้นก็เริ่มสลับสับเปลี่ยนตบะของตนเองจากเทพสวรรค์มาเป็นมารปีศาจ
การกระทำของเขากินเวลาไม่นานก็เพียงชั่วพริบตาตบะระดับจอมปราชญ์ขั้นเก้าก็ลดลงมาเหลือแค่ผู้ริเริ่มขั้นที่หนึ่ง เส้นผมที่เคยเป็นสีเงินก็กลายเป็นดำขลับโดยฉับพลันดวงตาสีแดงทับทิมก็หม่นแสงลงจนคล้ายกับสีแดงของโลหิตอย่างไรอย่างนั้น ไอปราณแห่งสีเลือดแผ่ออกจากร่างกายของชายหนุ่มอย่างไม่หยุดยั้ง
ลั่วอู่หลินเก็บไอปราณ จากนั้นก็นำเอาสมุนไพรต่างๆมาบ่มเพาะพลังในทันที เพราะจะให้เขาออกเดินทางด้วยตบะที่ต่ำเตี้ยเช่นนี้มันก็จะดูรนหาที่ตายเกินไป
ณ ดินแดนสวรรค์ ตระกูลราชามังกรอัสนีบาต ตอนนี้เซียนมู่หรงกำลังนั่งกุมขมับและถอนหายใจออกมาราวกับคนแก่ที่หมดอาลัยตายยากอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาจับตำแหน่งของลูกชายตัวดีอย่างลั่วอู่หลินไม่ได้ แถมสัญลักษณ์คุ้มครองของเขาที่ประทับเอาไว้ เซียนมู่หรงก็สัมผัสได้ว่าพลังของมันลดลงครึ่งหนึ่ง แสดงให้เห็นแล้วว่าลั่วอู่หลินไม่ได้อยู่ในดินแดนเซียนอีกต่อไป แต่อยู่ในพิภพอสูรหรือไม่ก็พิภพปีศาจ
"ให้ตายเถอะเจ้าเด็กซนนั่น แล้วแบบนี้ข้าจะบอกกับแม่ของเจ้าว่าอย่างไรดี"เซียนมู่หรงตอนนี้รู้สึกกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกอย่างยิ่ง ทว่าในตอนนั้นเองเสียงๆหนึ่งก็ดังเข้ามาในหัวของเขา
"บอกไม่ได้ก็ไม่ต้องบอกสิ แล้วก็ไม่ต้องห่วงบุตรชายของเจ้าหรอก เขาจะไม่มีอันตรายใดๆ"
"ใครกัน!"เซียนมู่หรงลุกขึ้นพรวดพราดกวาดจิตสัมผัสไปทั่วทั้งตระกูลว่าต้นเสียงมาจากที่ใด ทว่ากลับต้องพบกับความแปลกใจเพราะไม่สามารถสัมผัสถึงต้นเสียงนั้นรวมไปถึงสิ่งผิดปกติได้เลย
"หุหุ ต่อให้กวาดจิตสัมผัสให้ตายก็ไม่สามารถหาข้าพบหรอกนะ"ด้านบนกำแพงของตระกูล ชายผมสีเงินอาภรณ์ขาวกล่าวอย่างขบขัน สายตาของเขานั้นจับจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังฝึกซ้อมทักษะหอกอยู่บริเวณลานกว้างของคฤหาสน์และเผยรอยยิ้มออกมา
"แล้วข้าจะเกี้ยวนางอย่างไรล่ะเนี้ย ภรรยาคนล่าสุดของข้าอย่างเซี่ยจูชิงนางก็มารับใช้ข้าด้วยตัวเองด้วยสิ เห้อ ไม่คิดว่าพระเจ้าไร้ขอบเขตอย่างข้าจะคิดมากกับเรื่องแบบนี้"เขากล่าวพร้อมถอนหายใจยาวออกมาแต่ทว่าใบหน้ายังคงประดับไว้ซึ้งรอยยิ้มบาง
แน่นอนว่าเขาคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เฟยหรง ที่กำลังมองและครุ่นคิดหาวิธีเกี้ยวเซียนหนิงซีอยู่หลายต่อหลายวันแล้ว แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเข้าหาด้วยวิธีใด เนื่องจากห่างหายจากเรื่องแบบนี้ไปนาน