หลังจากเ้าสองฟื้นขึ้นมาจากการโดนรุมทำร้าย ความทรงจำเกี่ยวกับ หนึ่ง คุณแม่ทรงโตคนสวยก็หายไปหมด มันจำไม่ได้ว่าเธอเป็ใคร และไม่ว่าจะพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก แถมพอพยายามจะนึกหัวก็จะปวดอย่างรุนแรงราวกับจะแตกเป็เสี่ยง ๆ หนึ่งรู้สึกเป็กังวลมาก แต่เธอก็ไม่ได้เสียกำลัง เพราะหมอที่รับผิดชอบเ้าสองบอกว่า เป็อาการความจำเสื่อมชั่วคราว ใช้เวลาสักพักความทรงจำจะค่อย ๆ กลับมาเอง หญิงสาวจึงสบายใจขึ้น และเฝ้ารออย่างมีความหวังต่อไป...
ณ ห้องพักฟื้นส่วนตัวของเ้าสอง
“สองตื่นหรือยังลูก หิวไหม แม่ซื้อโจ๊กกับของกินในเซเว่นมา น่าอร่อย ๆ ทั้งนั้นเลย” หนึ่งเปิดประตูเข้ามาพร้อมถุงอาหารเต็มไม้เต็มมือ ก่อนจะระบายยิ้มสดใสให้ลูกชายที่นอนอยู่บ่นเตียง พร้อมเอ่ยถาม
“ตะ...ตื่น ละ...แล้วครับ คะ...คะ...ขอบคุณครับคุณแม่” เ้าสองยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงขัด ๆ และท่าทางที่ไม่เป็ธรรมชาติ ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะมันจำหนึ่งไม่ได้ ดังนั้นการทำตัวเป็ลูกชายของคนที่ไม่รู้จักก็จะมีลักษณะเก้ ๆ กัง ๆ ประมาณนี้
“ยังไม่ชินสินะ แต่ไม่เป็ไรจ้ะ ค่อย ๆ เป็ค่อย ๆ ไปเดี๋ยวสองก็จำแม่ได้เอง” หนึ่งยิ้มกว้างก่อนที่เธอจะหันไปแกะโจ๊กใสถ้วย ส่วนเ้าสองก็นิ่งเงียบ ยามนั้นมันรู้สึกอึดอัดเป็อย่างมาก เพราะตัวมันจำอะไรไม่ได้เลย อย่างน้อย ๆ ถ้าจำได้สักเื่ก็ยังดี
“ผะ...ผมขอโทษนะครับที่จำคุณไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็แม่ผมจริง ๆ ไหม แต่...ผมไม่อยากให้เป็แบบนั้นเลย เพราะคุณทั้งสวย ทั้งใจดี แถมยัง...” ยามนั้นเ้าสองคิดในใจเงียบ ๆ ก่อนที่สายตาของมัน จะเพ่งมองไปที่บั้นท้ายอวบอัดของหนึ่ง ในกางเกงยีนรัดรูป และในตอนเอง....ที่เกิดเื่บางอย่างขึ้น!!
“อะ...โอยยย..ยย!!” ความเ็ปแล่นประหลาดเข้าสู่สมองของเ้าสองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตามมาด้วยภาพบางอย่างในหัว
“โอว..ว..ววแม่ครับ ทำไมแม่ถึงใช้ปากเก่งขนาดนี้ ซี้ดดดด...ดดด สองเสียวจนใจจจะขาด เสียวจนจะะเิน้ำเงี่ยนแตกคาปากแม่อยู่แล้ว นี่หรือที่แม่เคยทำกับพ่อมันสุดยอดไปเลยอูยยย...ยยยย”
“นะครับแม่แค่ใช้ปากเอง ไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย จริง ๆ สองก็ไม่ได้อยากจะทำอะไรแม่ไปมากกว่านี้เหมือนกัน นะครับช่วยสองหน่อยนะ ครั้งเดียวเอง”
“แม่อมเก่งจัง สองจะแตกแล้ว... แตกแล้ว...ววว ซี้ดดด....ดดดดดด!!!”
พอภาพทุกอย่างหายไป ตาของเ้าสองก็พลันเบิกกว้างเหงื่อกาฬแตกเต็มหน้า ส่วนหนึ่งนั้นรีบวิ่งเข้ามาั้แ่เธอได้ยินเสียงร้องของลูกชายแล้ว
“สอง...!! เกิดอะไรขึ้น!? ปวดหัวเหรอ ให้แม่ตามหมอไหม” หนึ่งเอ่ยถามด้วยสีหน้าวิตกกังวลเป็ที่สุด และเตรียมจะกดปุ่มตรงหัวเตียงเพื่อเรียกหมอเข้ามาดูอาการลูกชาย ทว่า....มือขอเ้าสองก็พลันพุ่งมาจับข้อมือเธอไว้เสียก่อน
“มะ...ไม่ต้องครับ ผมไม่เป็ไร เพียงแต่เมื่อกี้....”
“เมื่อกี้...?”
“เมื่อกี้เหมือนผมเห็นภาพอะไรบางอย่างในหัว”
สิ่งที่เอ่ยออกมาทำให้หัวใจของหนึ่งรู้สึกพองโตเป็อย่างมาก หญิงสาวดีใจมาก ๆ ที่บุตรชายของเธอเริ่มเห็นภาพความทรงจำในอดีตแล้ว เธอรบเร้าถามทันทีว่าเป็ภาพอะไร ตอนไหน ทว่า...เ้าสองกลับก้มหน้านิ่งด้วยท่าทางกระอักกระอ่วน นั้นทำให้รอยยิ้มของมารดาคนสวยพลันหายไปเช่นกัน
“สะ...สองเห็นภาพอะไรเหรอ....”
เ้าสองเงยหน้ามาต้องตาหนึ่ง ก่อนที่มันจะตัดสินใจเอี้ยวตัวมากระซิบที่ข้างหูเพื่อบอกถึงสิ่งที่มันเห็นเมื่อครู่ พอหนึ่งได้ฟังสองตาของเธอก็พลันเบิกกว้างด้วยความใ ก่อนที่ใบหน้าจะแดงซ่าน
“ระ...ระ....เื่นั้น.....คะ....คือ...”
“ผมใช่ลูกชายแท้ ๆ ของคุณแน่เหรอครับ? ถ้าใช่ แล้วทำไมพวกเราถึงทำเื่แบบนั้นกัน” คำถามที่เอ่ยออกมาจากปากของเ้าสอง ทำเอาหนึ่งนิ่งงันไปชั่วขณะ จะให้เธออธิบายอย่างไรดี บอกไปตรง ๆ ดีไหม? สองคนนี้จะเชื่อหรือเปล่า? หรือเธอควรจะ...
หญิงสาวนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ๆ ก่อนจะระบายยิ้มแห้ง ๆ ออกมา แล้วตอบเ้าสองว่า
“ความแตกจนได้สินะ แม่คิดจะทำเนียน ๆ ต่อไปสักหน่อย”
“ทำเนียน ๆ หมายความว่าไงครับ”
“คือแบบนี้นะจ๊ะ จริง ๆ แล้วสองกับแม่นะ...ไม่ใช่แม่ลูกแท้ ๆ กันหรอก ถ้าให้พูดก็คือเป็แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงกัน และก่อนที่สองจะสูญเสียความทรงจำ แม่น่ะตามใจสองมากไปหน่อย ตามใจแม้แต่เื่... แบบนั้น จริง ๆ พวกเราก็ผิดกันทั้งคู่นั่นแหละ และพอเกิดเื่ขึ้น แม่เลยคิดจะสวมรอยเป็แม่จริง ๆ ของสองเพื่อที่ต่อไประหว่างเราจะได้ไม่ต้องทำแบบนั้นอีกไง ขอโทษจริง ๆ นะที่ไม่ได้บอกลูก....”
หนึ่งผู้ไม่รู้จะตอบลูกชายเธอถึงเื่น่าอายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ยังไง เธอก็เลยสวมบทเป็แม่เลี้ยงของมันซะเลย เพราะถ้าหากทำแบบนี้ก็พอจะอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างมีเหตุผล แต่หนึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเ้าสองจะเชื่อ หรือไม่....
“ว่าไงนะครับ!!! ทำไมทำถึงแบบนี้” เ้าสองะโเสียงดังลั่นห้องด้วยความใ ซึ่งทำหนึ่งใไปด้วย และเธอเผลอคิดไปว่าสิ่งที่พูดออกมาเมื่อกี้คงหลอกลูกชายไม่สำเร็จ
“มะ...แม่ขอโทษนะสอง จริง ๆ แล้วแม่...”
“ผมนี่มันเหี้ยจริง ๆ ทำแบบนั้นกับแม่ลงไปได้ยังไง ถึงแม่จะเป็แม่เลี้ยง ผมก็ไม่ควรทำ ขอโทษจริง ๆ นะครับ ผมนี่มัน....”
เ้าสองโวยวาย ด่าทอตนเองอย่างหัวเสีย ก่อนหนึ่งจะรีบเข้ามากอด และห้ามลูกชายของเธอเอาไว้
“มะ...ไม่เป็ไรหรอกสอง เื่มันผ่านไปแล้ว แม่ไม่โกรธ ไม่โทษสองหรอกนะ เพราะแม่เองก็มีส่วนผิด อย่าว่าตัวเองเลยลูก”
พอโดนปลอบแบบนั้นเ้าสองจึงเริ่มใจเย็นลง และหยุดโวยวาย ยามนั้นมันรู้สึกอบอุ่นมาก ๆ อ้อมกอดจากหญิงสาวคนนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก วิเศษไปเลยที่เธอเป็แม่เลี้ยงของมัน เ้าสองรู้สึกหัวใจพองโตเป็อย่างยิ่ง ทว่า...ในเวลานั้น ร่างกายของมันก็ดันรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ทั้งใหญ่ ทั้งนิ่มเด้ง ซึ่งกำลังเบียดบี้กับแผ่นอกของมันอยู่ ไม่ใช่สิ่งใดนอกจาก สองเต้าไซซ์อลังการของหนึ่งนั้นเอง
ตึก... ตึก...ตึก หัวใจของเ้าสองเต้นระส่ำไม่หยุดอย่างน่ากลัว
“นะ...นี่เรา เป็อะไรไป หยุดนะ หยุดตื่นเต้นเดี๋ยวนี้ ผู้หญิงคนนี้เป็แม่เลี้ยงเรา เธอเลี้ยงเรามา เราจะต้องไม่คิดอกุศลอัปรีย์กับเธอเหมือนที่เห็นในความทรงจำ หยุด... หยุด...ความคิดชั่วร้ายกับเธอคนนี้ แม้ว่ามันจะดีสักแค่ไหน หยุดสิว้อยยยย...ยยย!!” เ้าสองร่ำร้องในใจเสียงดัง เพื่อให้ตัวเองหยุดความคิดต่ำตมกับหนึ่ง ผู้ที่มันคิดว่าเธอเป็แม่เลี้ยง ทว่า...ร่างกายท่อนล่างกับไม่ยอมฟังแม้แต่น้อย เ้างูั์ตาเดียวที่นอนหลับใหลอยู่นานก็พลันพองโตแข็งโด่ขึ้นมาอย่างน่าสะพรึงกลัว ดีว่าตอนนั้นหนึ่งยังไม่ทันหันมาเห็น ถ้าหันมาเห็นเธอคงจะ
“ว้าย....!!!”
ร้องอุทานเสียงดังด้วยความตื่นใ อย่างที่เธอกำลังเห็นอยู่ในเวลานี้...
จบตอน