ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    บทที่ 17-1 : ภารกิจแสนน่าเบื่อ

            “ว่าแต่ทำไมท่านกลับมาที่นี่ล่ะ”ผมนึกขึ้นได้ว่าเธอแยกตัวไปอยู่เวทีที่สองแล้วความคุกรุ่นเดือดดาลเมื่อครู่ของผมเริ่มสงบลงบ้างแล้ว

            “ก็มาตรวจดูความเรียบร้อยอีกทีแล้วก็เอานี่มาให้”

            อิสรายื่นมือถือสีฟ้าของเธอมาตรงหน้ารูปทรงของมันไม่ได้ดูหรูหราต่างไปจากของธรณีมากนักแต่เดาว่าเป็นรุ่นเก่ากว่าเพราะไม่มีเครื่องฉายฮอโลแกรมโดยเฉพาะ ผมเดาว่าสเปกคงไม่ทิ้งห่างจากเครื่องตกรุ่นของผมเท่าไรนักเธอชี้ให้ผมดูรูปภาพที่ถ่ายมาเมื่อครู่เป็นใบหน้าของชายชราศีรษะเกือบล้านมีผมสีขาวเหลือแค่เป็นหย่อม ๆ เหนือใบหูเขาสวมเสื้อโปโลกางเกงยีนแล้วสวมแจ็กเกตสีขาวทับอิสราเก็บกลับไปเมื่อเห็นผมดูเสร็จ

            “นี่คืออดีตนายกรัฐมนตรีพชรนิมิตวานิชกร เป้าหมายที่สามของเรา ขอไว้ตอน 11.40-12.00 น. เขานั่งตรงที่นั่ง 1F นะ”

            “ตอนแรกนึกว่าจะแค่บอกที่นั่งมา”ผมเลิกคิ้วถาม ก่อนจะหยิบมือถือตนเองขึ้นมาถ่ายรูปหน้าจอของอิสราอีกทอดหนึ่ง

            “ใช่ แต่เราเปลี่ยนใจให้ท่านเห็นหน้าเห็นตา เครื่องแต่งกายเป็นยังไงดีกว่าจะได้ไม่พลาด”

             “ที่จริงแค่ส่งรูปมาทางแชตก็ได้ไม่เห็นต้องเดินไปเดินมาเลย” พูดแล้วยังรู้สึกเหนื่อยแทนเอาความขี้เกียจของตนเองเป็นศูนย์กลาง ผมลืมไปว่าแอปซัมอินไซด์ของบริษัทไม่สามารถแชตส่วนตัวได้เพราะไม่สนับสนุนการปกปิด

            “อืม เอาตรง ๆคือเราก็ไม่ชอบส่งเข้ากลุ่มเท่าไหร่ รู้สึกแปลก ๆเหมือนเอาหน้าเขามาประจานยังไงไม่รู้” อิสราบอกพลางใช้นิ้วเกาใบหน้าผมแอบกระหยิ่มยิ้มย่อง ในที่สุดก็มีคนเห็นความพิสดารของบริษัทนี้เหมือนกับผม“จะส่งให้ท่านตรง ๆ เราก็ยังไม่มีแชตของท่าน”

            “ได้ ปกติท่านใช้แอปอะไรเราจะได้ใช้ด้วย” ผมถามเธอ รู้มาว่ายุคนี้มีให้เลือกหลายอันและคนในประเทศก็ไม่ยอมผูกขาดใช้อันเดียวกัน ยกเว้นจะใช้เอ็นทีเอฟซึ่งเป็นของรัฐแต่ผมไม่สามารถสมัครได้

            “คงไม่ต้องแชตแล้วล่ะท่านถ่ายรูปหน้าจอเราไปแล้วนี่” อิสราตอบเธอดูนาฬิกาจากหน้าจอมือถือ“เราต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวไม่ทัน” 

            อิสราแยกตัวไปแล้วปล่อยให้ผมยืนเคว้งอยู่ตรงนั้น แค่ขอแชตเธอผมยังล้มเหลวไม่เป็นท่าไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องจีบหญิงสาวผู้นี้ อีกทั้งยังต้องเผชิญบอสด่านสุดท้ายซึ่งเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคอยปกป้องหญิงสาวอยู่

            ผมถอนใจ แล้วรีบไปทำงานของตนเอง

             

            การปราศรัยในเวทีที่ 1 เริ่มตรงเวลาตอน10.30 น.แต่ผมมาช้าไปห้านาทีเพราะมัวแต่เสียเวลาต่อล้อต่อเถียงเรื่องไร้สาระกับหญิงสาวที่ผมแอบตั้งฉายาว่า ‘แม่จอมโวยวายกับลูกชายจอมซน’จึงไม่ได้ทันเก็บคลิปวีดีโอตอนที่พิธีกรชายหญิงเดินขึ้นมาบนเวทีและกล่าวเปิดงานผมใจเย็นลงพอสมควรแล้ว พร้อมทำงานต่อ ถือว่าอโหสิกรรมให้กันทั้งสองฝ่าย

            “พี่น้องท่านไหนที่นั่งด้านหลังท่านไหนที่นั่งชั้นบน ๆ ลงมานั่งใกล้ ๆ นี่ได้นะครับตรงที่ชั้นหนึ่งกับสองยังว่าง” พิธีกรชายที่ยืนกลางเวทีกล่าว

            ว้าวใช้คำว่า พี่น้องด้วยแฮะ

            ผมเพิ่งเคยได้ยินคนยุคนี้ใช้คำว่าพี่น้องกับคนแปลกหน้าเป็นครั้งแรกหลังจากที่แนวคิดเรื่องความเท่าเทียมทางภาษาเข้าครอบงำคนทุกเพศทุกวัยเด็กที่ผมเจอเมื่อครู่ก็ใช้สรรพนาม เรา-ท่าน ไม่ต่างจากผู้ใหญ่แสดงว่าคนในชาติยังมองกันเป็นเสมือนพี่น้องอยู่ดูเหมือนว่าผู้พูดคนแรกยังไม่เริ่มขึ้นปราศรัย ถือว่าผมยังทัน

            ผมแตะหน้าจอสัมผัสเพื่อสั่งงานกล้องนิ้วไล่แตะเพื่อปรับโฟกัส ดึงภาพซูมเข้า แล้วจึงกดปุ่มบันทึก ระบบเอไอจะช่วยปรับค่าแสงการปรับค่าสี และตัดต่อวิดีโอให้เบื้องต้นตามที่ตั้งค่าไว้ เช่นสามารถปรับให้คนที่เผลอเข้ามาในเฟรมเบลอได้ ตัดเสียงรบกวนออกขยายเสียงผู้ที่เราสัมภาษณ์ให้ดังขึ้นได้

            “ตอนนี้ท่านคงได้เห็นผู้สมัครของเราแล้วคุณอัตลักษณ์ ปลื้มปิติ กำลังทยอยทักทายพ่อแม่พี่น้องจากด้านบนลงมาทีละชั้น”พิธีกรหญิงพูดเสริม

            ผมจับภาพหญิงวัยกลางคนที่เคยเห็นในโพสเตอร์ซึ่งเดินย่อตัวเข้าไปพูดคุยกับผู้ชมไล่จากชั้นบนลงล่างทีละแถวผู้ชมบางคนก็มอบพวงมาลัยคล้องคอดอกดาวเรืองให้กับเธอโชคดีที่ผมยืนถ่ายบรรยากาศอยู่บนสุดเลยไม่ต้องพูดคุยกับเธอด้วยประสิทธิภาพการซูมของกล้องไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้ก็ยังจับภาพและเสียงได้คมชัด

            “วันนี้เข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้วอีกหกวันเท่านั้น พ่อแม่พี่น้อง เราก็จะเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดพฤฒิธานีจะเป็นใครไปไม่ได้อีก นอกจาก คุณอัตลักษณ์ ปลื้มปิติ เบอร์ 2 คนเก่งของพวกเรา”พิธีกรหญิงพูดโน้มน้าวเสียงดัง แต่มีเสียงปรบมือกระจายเป็นหย่อม ๆเห็นได้ชัดว่าผู้ที่มาฟังการปราศรัยมีหลากหลาย ไม่ได้มีแค่หัวคะแนนพรรคหรือฐานเสียงของพรรค ยังมีคนสังเกตการณ์จากพรรคอื่นและประชาชนคนธรรมดาที่ยังไม่ตัดสินใจ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สนใจและทำหน้าที่ของตนเองต่อ เธอกล่าวเชิญ ชายสูงวัยคนหนึ่งขึ้นมาพูดบนเวทีแม้จะอายุมากแล้วเขายังดูกระฉับกระเฉง ผมกดดูรายชื่อในกำหนดการที่อิสราส่งให้ชายผู้นี้คืออดิเรก กาชา อดีตหัวหน้าพรรคอัตตา จะใช้เวลาพูดประมาณ 20 นาทีเพื่อพูดถึงผลงานที่ผ่าน ๆ มาของพรรคในหัวข้อที่ตั้งชื่ออย่างหรูหราว่าแสงแห่งอดีตขณะที่เดินขึ้นเวทียังไม่ทันเริ่มพูดก็มีชายคนหนึ่งซึ่งผมเดาว่าเป็นหน้าม้านำพวงมาลัยดอกดาวเรืองพวงยักษ์มาคล้องคอกลิ่นอายบรรยากาศการหาเสียงในยุคของผมยังไม่หมดไป

            { “สวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกท่านเราเองก็เป็นเขยของจังหวัดพฤฒิธานี เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดนี้มาตลอด 30 ปี แม้ว่าหลาย ๆ ด้านจะดีขึ้นแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันมีปัญหาที่ต้องพัฒนาอยู่ ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งเรื่องปัญหาค่าครองชีพแพง ปัญหาจีดีพีของจังหวัดยังไม่เติบโตเท่าที่ควรไปจนถึงปัญหาด้านการศึกษาในโรงเรียน และการคมนาขนส่งเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มาเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับคุณอัตลักษณ์ซึ่งเป็นคนพฤฒิธานีแท้ ๆ เรารู้จักเขามา 20 ปีเรากล้ายืนยันกับพวกท่านทุกคนเลยว่า นี่คือคนจริง ทำจริง เรียนก็เรียนที่นี่ทำงานก็ทำงานที่นี่ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าประชาชนที่นี่ทุกคนมีปัญหาอะไรบ้าง”

            อดีตหัวหน้าพรรคใช้กลเม็ดพูดเสียงดังตรงประโยคท้ายเพื่อให้ดูทรงพลังขึ้นถือว่าได้ผล มีเสียงเฮ และปรบมือจากคนบางกลุ่ม ส่วนใหญ่นั่งอยู่ห้าแถวแรกหน้าเวทีจากนั้นชายชราก็ร่ายยาวมาตั้งแต่ประวัติการก่อตั้งพรรคอัตตา ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน ไปจนอุดมการณ์ของพรรคที่ยึดถือเรื่องการพัฒนาตนเองเป็นสำคัญโดยเฉพาะเรื่องการศึกษาและการสร้างคุณธรรมให้กับทุกคนจนถึงปัจจุบันที่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีคนในพรรคเป็น รมต. ถึงสามคน คือ ประนอมไกรลพ และ กล่องจิต สองคนแรกผมได้ยินชื่อครั้งแรกตอนที่อิสราสัมภาษณ์โอจีดีในห้องส่งชั้นใต้ดินของสำนักข่าวซัมนิวส์ส่วนคนสุดท้ายเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก

            “ทุกคะแนนเสียงของท่านมีความหมายการเลือกตั้งถึงจะมีบ่อย แต่ก็สำคัญทุกครั้ง ควรเอาคนที่ท่านไว้ใจได้เข้ามาบริหารและพวกเราพรรคอัตตาคือกลุ่มคนที่ท่านไว้ใจได้ เราเคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหลายครั้งกล้าพูดเลยว่าประสบการณ์ตลอด 20 ปีของเราโชคโชนไม่เป็นรองใคร”ชายชรายืดอกสูงขึ้นดูภาคภูมิใจ ทว่าผมเบ้ปากอายุของพรรคเทียบกับพรรคที่เก่าแก่ที่สุดในยุคของผมอย่างประชาธิปัตย์ไม่ติด ปี 2020 ที่ผมจากมาพรรคก็อายุปาเข้าไป 74 ปีแล้วน่าแปลกที่ไม่มีพรรคไหนในยุคผมอยู่ยงคงกระพันมาจนถึงปี 2090 นี้เลย

            ผมรู้สึกเบื่อที่ต้องทนฟังอดีตหัวหน้าพรรคเล่าความสำเร็จเก่าๆ ตั้งแต่เป็นรัฐบาลทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่นในหลายจังหวัดการแก้ปัญหาความยากจนในยุคนั้น การแก้ปัญหายาเสพติด การทำให้หลายจังหวัดเจริญขึ้นบางจังหวัดกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวลามไปถึงเรื่องส่วนตัวที่เคยโดนหัวหน้าพรรคคู่แข่งฟ้องหมิ่นประมาทแล้วศาลตัดสินว่าเป็นคดีฟ้องปิดปากส่งผลให้ผู้ฟ้องต้องจ่ายค่าปรับมหาศาลตามกฎหมายป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP Law) ผมอดหัวเราะในลำคอไม่ได้เมื่อเห็นเขาเอาตัวเลขเมื่อ 16 ปีก่อนมาอวด คงภาคภูมิใจมากที่ตอนนั้นได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนทั้งประเทศเป็นพรรคอันดับสองไม่ต้องเอ่ยถึงนโยบายที่เป็นมรดกตกทอดมาจนถึงยุคปัจจุบันอย่างกฎแห่งกรรมดีซึ่งผมได้ยินเขาพูดซ้ำมาเป็นสิบ ๆ รอบได้ }

            ผมหันไปถ่ายทำบรรยากาศรอบ ๆแทนตามคำสั่งของอิสรา แบร์คนที่เป็นช่างภาพผู้ช่วยของอิสราเคยบอกว่า คนดูชอบการเล่าเรื่องด้วยภาพมากกว่าเสียงเหมือนที่คนดูหนังมีมากกว่าอ่านนิยายดังนั้นต้องถ่ายภาพให้ได้มากสุด ผมไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหนแต่ก็ทำตามโดยถ่ายทุกสิ่งที่ขวางหน้า มีอะไรก็เอามาให้หมดผมเห็นป้ายคำจูงใจของพรรคที่เป็นจอภาพแบนเรียบขนาดเล็กประดับตามผนังของขั้นบันไดและตามเสาไฟรอบ ๆ

            ผนึกกำลังพรรคอัตตาแก้ปัญหาประชาชนพฤฒธานี

            ป้ายอื่น ๆก็เขียนเป็นคำขวัญในทำนองเดียวกันหลายรูปแบบ ประโยคเหล่านี้เปลี่ยนไปทุก ๆ ห้านาทีไม่ซ้ำกัน บางทีอาจสั่งให้เอไอคิดข้อความขึ้นมาใหม่เรื่อย ๆ ก็เป็นได้

            ผมเห็นมีประชากรบางกลุ่มนำขนมขบเคี้ยวเข้ามากินอย่างเอร็ดอร่อยขณะฟังโดยปูผ้ารองไปบนตักของตนเองเพื่อความง่ายในการทำความสะอาด บางคนหันไปคุยกับคนข้างๆ พลางเคี้ยวพ็อปคอร์นไปด้วย มีการชี้ไปที่อดีตหัวหน้าพรรคบนเวทีเป็นระยะน่าจะกำลังวิพากวิจารณ์บางอย่างผมเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่เพิ่งเข้ามาเดินถือกระป๋องสีเหลืองในมือแอบได้ยินพวกเขาคุยกันว่าแจกฟรีข้างนอกคนละกระป๋อง ผมเคยเห็นเครื่องดื่มนี้ในซูเปอร์มาร์เก็ตมาแล้ว ชื่อยี่ห้อ หอมนวลเขียนไว้ใต้ตราสัญลักษณ์ดอกลำดวนซึ่งเป็นคราฟต์เบียร์ที่มีต้นกำเนิดในจังหวัดของเราไม่มีกฎเกณฑ์ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะที่ฟังการปราศรัยซึ่งต่างจากพื้นที่สังคมทั่วๆ ไป

            { ชายคนหนึ่งกดปุ่มบนที่นั่งทำให้สัญญาณไฟสีแดงที่บริเวณที่นั่งของเขาสว่างชั่วอีดใจก็เรียกความสนใจจากผู้พูดบนเวทีได้

            “เชิญท่านพูดได้เลยครับ”ชายชรา อดีตหัวหน้าพรรคกล่าว

            “ความสำเร็จในอดีตเรื่องกฎแห่งกรรมดีที่ท่านยกมา เรายังไม่เห็นความเชื่อมโยงกับการปกครองส่วนท้องถิ่นได้อย่างไร”ชายคนนั้นพูดในขณะที่ถือกระป๋องเบียร์ แล้วนั่งลงยกจิบต่อมีเสียงเฮดังมาจากคนบางกลุ่มเมื่อเขาพูดจบยิ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าผู้ชมที่มานั่งฟังไม่ได้มีแต่แฟนคลับพรรคอัตตาเท่านั้น

            ผมเริ่มเข้าใจประโยชน์ของการแจกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วถ้ากินในปริมาณที่ไม่มากเกินไปทำให้ผู้ฟังฝั่งเดียวกันมีความตื่นตัว มีอารมณ์ร่วมในขณะที่ฝ่ายเห็นต่างก็กล้าวิพากวิจารณ์ ผมจ้องกำไลเอ็มซีเอสซีของตนที่ข้อมือทั้งสองข้างซึ่งสวมใส่ตอนเข้ามาในเขตพื้นที่พวกเขาคงไม่กลัวว่าจะมีการจลาจลเกิดขึ้นหากทุกคนสวมอุปกรณ์นี้ถ้ามีการทะเลาะวิวาทผมสามารถใช้รีโมทเล็งไปยังคนที่บ้าคลั่งแล้วช็อตไฟฟ้าให้สงบลงได้แต่ก็ภาวนาว่าอย่าให้มีเรื่องชกต่อยกันให้วุ่นวายเลยจะดีกว่า

             “เราจำเป็นต้องบอกอุดมการณ์ของเราความเชื่อในพลังของความดีจะทำให้เจริญก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศหรือจังหวัดเราก็ตาม และกฎแห่งความดีเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกฎหมายไม่ได้ห้ามการเพิ่มค่าตอบแทนกฎนี้ จึงเป็นไปได้ว่าหากท่านเห็นว่าสำคัญเราสามารถเพิ่มแรงจูงใจได้ในระดับจังหวัด”ชายคนที่ถามเหมือนกำลังจะอ้าปากค้าน แต่ชายชราชิงพูดตัดบทก่อน“ถ้าทุกคนเป็นคนดีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกัน ถ้าทุกคนเชื่อมั่นในพลังของตนเองจังหวัดเราก็จะเจริญขึ้นได้แน่นอน ถ้าท่านจะถามว่าทำได้อย่างไรท่านสามารถไปชมได้ในเวทีที่สอง หรือจะฟังย้อนหลังได้ผ่านเว็บไซต์พรรคของเรา”

            ชายคนนั้นเงียบไปแล้วไม่ลุกขึ้นถามต่อ ไม่รู้ว่าคำตอบตรงกับคำถามเขาหรือไม่อดีตหัวหน้าพรรคปราศรัยความสำเร็จของพรรคในอดีตหัวข้อต่อไปปรากฏว่าชายผู้นั้นทำจริงหลังจากที่จิบเบียร์จนหมดเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบันไดมาทีละชั้นก้าวย่างผ่านผมไป แล้วเร่งฝีเท้าต่อไปทิศทางเวทีที่สองผมเก็บภาพบรรยากาศเหตุการณ์นี้ไว้ได้ทั้งหมดแต่เดาว่าอิสราคงไม่ได้ประทับใจอะไรพิเศษ เอามาเป็นพาดหัวข่าวก็คงไม่ได้เพราะการโต้เป็นเรื่องปกติของคนยุคนี้ เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาก่อนหน้าเหตุการณ์นี้ก็มีคนแย้งครั้งหนึ่งว่าสิ่งที่อดีตหัวหน้าพรรคพูดมีข้อมูลสนับสนุนหรือไม่จนชายชราต้องอธิบายยาวเหยียด และให้ทีมงานแสดงภาพข้อมูลให้ดู }

            ผมดูนาฬิกาข้อมือแล้วทำหน้านิ่วนี่เพิ่งผ่านไปแค่ 15 นาทียังมีเวลากว่า 40 นาทีถ่ายบรรยากาศจนไม่รู้จะถ่ายอะไรแล้วผมใช้กล้องซูมดูเป้าหมายที่ผมต้องดักให้มั่นใจอีกครั้งชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวยังฟังอย่างตั้งอกตั้งใจมีหัวเราะบางช่วงที่ผู้ปราศรัยเล่นมุข และมีปรบมือในสิ่งที่เห็นด้วยดูไม่มีท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อยทั้งที่อยู่ต่างพรรคกันน่าจะอุดมการณ์ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ

            ไปเดินเล่นสูดอากาศสักหน่อยดีกว่า

    --------------------

     

    คล้ายกับเรื่องประชา : 2090 (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน