บทที่ 1 กล่องแสงจันทร์
ค.ศ. 2522 ดาวเคราะห์โลก
ทวีปเอเชีย
ภายในอาณาเขตสาธารณรัฐต้าเซี่ย
ฐานหลิวเหอ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ
“ฉันคงไม่ได้ถูกส่งมาในอีกห้าร้อยปีข้างหน้าจริง ๆ ใช่ไหม?”
หลี่เซี่ยวเฟยหันไปมองรอบ ๆ ตัวด้วยความมึนงงกับสภาพแวดล้อมแปลก ๆ
เขาพบว่าตัวเองถูกล็อกอยู่ในกรงสนิมเขรอะ
นอกกรง
มีกองศพไร้หัวหลายสิบศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่ในกองเื
ชายหน้าตาโเี้สวมชุดสีดำหลายคนยกศพไร้หัวขึ้นมาอย่างง่ายดาย จากนั้นก็โยนศพลงไปในเครื่องบดเนื้อที่ทำงานเสียงดังอยู่ด้านข้างจนถูกบดละเอียด
บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นคาวสนิมจนรู้สึกแสบจมูก
ภาพอันน่าสยดสยองนี้ทำให้หลี่เซี่ยวเฟยเกือบจะอาเจียนออกมา หายใจแทบไม่ออก
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ใจของเขากระตุกก็คือศพที่ถูกบดเป็ชิ้น ๆ เ่าั้ สวมชุดสีขาวเหมือนกันกับเขา ซึ่งดูเหมือนว่าทุกคนต่างก็เป็สมาชิกขององค์กรเดียวกัน
ไกลออกไป
มีเสียงะเิและเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การต่อสู้ที่ดูไม่ยุติธรรมกำลังดำเนินอย่างดุเดือด
คู่ต่อสู้ คือ ชายหญิงคู่หนึ่ง
หญิงสาวมีใบหน้าเรียบเฉย ผมยาวประบ่าถูกมัดเป็หางม้า เธอสวมเสื้อเกราะสีดำ กางเกงขาสั้น และรองเท้าบูตยาว เผยให้เห็นผิวขาวเนียน เธอสูงเกือบร้อยเก้าสิบเิเ เรียกได้ว่ารูปร่างของเธอเปรียบดั่งนางปีศาจ
ส่วนชายอีกคนนั้นแต่งตัวเหมือนหลี่เซี่ยวเฟยทุกประการ ข้อเท้าของเขาถูกล่ามโซ่ไว้
ลำแขนทั้งสองข้างของเขาเหมือนดั่งเหล็กดำหลอมที่เต็มไปด้วยพลังอันน่าทึ่ง
ทันใดนั้น ขณะที่ชายหญิงสองคนออกแรงโจมตี ประกายระยิบระยับเบาบางพลันปรากฏบนกล้ามเนื้อของพวกเขา
ทำให้ความเร็วและพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมา ดูราวกับจอมยุทธ์ในตำนาน
ปัง!
เสียงะเิดังกึกก้อง
ทันใดนั้นหญิงสาวพลันใช้เคล็ดวิชาแสนพิสดารออกมา
หมัดของเธอเปล่งแสงสีขาวจนแสบตา พร้อมกับความหนาวเหน็บที่แทรกซึมขึ้นในทุกอณู ทำให้ร่างของคู่ต่อสู้ถูกแช่แข็งเฉียบพลัน
จากนั้นเธอทำมือขวาของตนเป็รูปจะงอยปากนกกระเรียน ก่อนใช้มันทุบหัวของคู่ต่อสู้จนแตกเป็เสี่ยง ๆ
เศษกระดูกและเืกระจุยกระจาย
ศพไร้หัวล้มลงกับพื้น
ฉากนี้ทำให้หลี่เซี่ยวเฟยรู้สึกชาไปทั้งหนังศีรษะ
ฆ่าคนอีกแล้ว
เดี๋ยวนะ?
ทำไมฉันถึงพูดว่า ‘อีกแล้ว’?
ในหัวของเขารู้สึกสับสน
"ชนะแล้ว!"
"หมัดนกกระเรียนน้ำแข็งของหัวหน้าตู๋กูช่างไร้เทียมทานจริง ๆ"
"ฟางเซิ่ง 'ัแขนเหล็ก' ผู้โด่งดัง กลับถูกหัวหน้าตู๋กูฆ่าตายภายในสิบท่าได้ซะเนี่ย"
เหล่าอันธพาลจากกองกำลังโลหิตทมิฬกว่ายี่สิบถึงสามสิบคนที่เฝ้าดูอยู่ต่างก็ะโแสดงความยินดีและสรรเสริญเธอ
แต่ใบหน้าอันเ็าของตู๋กูเจวียไม่มีความยินดีจากการชนะเลยแม้แต่น้อย
"ฟางเซิ่ง ขั้นกลั่นดาราระดับสอง สืบทอดศิลปะการต่อสู้โบราณ 'ัแขนเหล็ก' ของต้าเซี่ย..."
"ชื่อเสียงยิ่งใหญ่ซะเปล่า แต่ทักษะเชิงปฏิบัติไม่ได้เื่เลย!"
"ทำให้ฉันผิดหวังจริง ๆ"
ในฐานะลูกสาวของผู้นำกองกำลังโลหิตทมิฬ ซึ่งเป็กองกำลังอันดับหนึ่งในย่านสลัม เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เธอได้เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะใหม่ โดยได้ฝังกระดูกสลักอักขระวิเศษของสัตว์ร้ายต่างดาว ‘วิหคน้ำแข็ง’ เข้าไปในร่างกาย และได้รับพลังเยือกแข็งของวิหคน้ำแข็ง หลังจากนั้น เธอก็ได้เสาะหาผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้โบราณที่แท้จริงมาประลองฝีมืออยู่ตลอด
น่าเสียดายที่คนที่เธอพบกลับเป็พวกไร้ประโยชน์ที่มีชื่อเสียงเกินจริง
ศิลปะการต่อสู้โบราณของต้าเซี่ยเสื่อมถอยลงแล้วจริง ๆ
ยุคสมัยแห่งศิลปะการต่อสู้แบบใหม่กำลังมาถึงแล้ว
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ตู๋กูเจวียเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แล้วมองไปที่หลี่เซี่ยวเฟยในกรง
"หลี่เซี่ยวเฟย ‘ัะ’ อยู่ในขั้นกลั่นดาราระดับหนึ่ง เป็หัวหน้าคนสุดท้ายของกองกำลังเมฆา"
ตู๋กูเจวียพิจารณาสักพัก แล้วพูดขึ้นว่า "หน้าตาหล่อเหลาจริง ๆ สมกับตำแหน่งหนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งในกองกำลังเมฆา ฉันไม่อยากจะฆ่านายแล้ว งั้นให้โอกาสนายมีชีวิตอยู่ละกัน มาเป็ชายบำเรอของฉัน และช่วยฉันฝึกฝนวิชาคู่ ตกลงไหม?"
หลี่เซี่ยวเฟยตกตะลึง
ฝึกวิชา… คู่งั้นเหรอ?
เขาพิจารณาตู๋กูเจวียอย่างละเอียด
หญิงสาวคนนี้มีความงดงามสะสวย รูปร่างเซ็กซี่ ใบหน้าไร้อารมณ์ นั่นทำให้ผู้คนรู้สึกอยากพิชิต
แต่เธอโเี้เกินไป รับมือไม่ไหวแน่นอน
ยิ่งอย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง
แค่เธอหนีบขา ไม่ใช่แค่เอวของเขาเท่านั้น แม้แต่ก้อนหินก็คงจะถูกบีบให้แตกเป็เสี่ยง ๆ
การเป็ชายบำเรอและเป็เตาหลอม สุดท้ายแล้วก็คงจะลงเอยด้วยการหมดเรี่ยวแรงจนตาย
ระหว่างที่ลังเล ทันใดนั้น
กริ๊ง กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจนแสบหู
ตู๋กูเจวียขมวดคิ้วแน่น จากนั้นรับสมาร์ตโฟนจากลูกน้องคนสนิท
หลังจากรับสาย สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย น้ำเสียงไม่เ็าเหมือนเดิม "ได้ค่ะ คุณพ่อ ทราบแล้วค่ะ... ฉันจะพาคนไปจัดการเดี๋ยวนี้ค่ะ"
เมื่อวางสายเสร็จ
"หนุ่มน้อยหน้าขาว ยังไงนายก็หนีไม่พ้นหรอก เป็เด็กดีแล้วรอฉันกลับมา"
เธอหันไปมองหลี่เซี่ยวเฟย แล้วยิ้มเย็นพลางพูดว่า "ถึงตอนนั้น ถ้านายไม่คุกเข่าต่อหน้าฉัน ฉันจะสับนายเป็ชิ้น ๆ"
พอพูดจบ เธอก็รีบพาลูกน้องคนสนิทบางส่วนออกไป
ปึง!
ประตูกรงถูกล็อกอีกครั้ง
หลี่เซี่ยวเฟยถอนหายใจด้วยความโล่งอก
รอดแล้ว
แต่ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น
ด้านนอก ร่างของฟางเซิ่ง ‘ัแขนเหล็ก’ กำลังถูกสมาชิกกองกำลังลากไป
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกลั่นดาราระดับสอง โดนลากเข้าเครื่องบดเนื้อ อีกทั้งยังถูกบดจนแหลกละเอียดเป็ชิ้น ๆ
ฉากนองเืนี้ทำให้หลี่เซี่ยวเฟยขนลุกซู่
เขาตระหนักชัดเจนว่า หากหาทางหนีไม่ได้ ชะตากรรมของเขาก็คงไม่ต่างกับฟางเซิ่ง
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ ต้องทำความเข้าใจเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
หลี่เซี่ยวเฟยหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง เพื่อบังคับให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ลง
จากนั้นเขาก็หลับตา
พยายามอ่านความทรงจำของร่างนี้
ในเสี้ยววินาที ข้อมูลจำนวนมหาศาลก็มุ่งตรงเข้ามาเหมือนกับน้ำหลาก
สีหน้าของหลี่เซี่ยวเฟยเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
เดิมที…
ที่นี่คือดาวเคราะห์โลกในอีกห้าร้อยปีข้างหน้า
เพียงแต่ ดาวเคราะห์โลกในปัจจุบันได้กลายเป็โลกหลังหายนะไปแล้ว เพราะเกิดการรุกรานของสัตว์ร้ายต่างดาว
อารยธรรมในอดีตพังทลายลงในาระหว่างมนุษย์กับสัตว์ประหลาดที่กินระยะเวลายาวนานหลายร้อยปี
บ้านเมืองล่มสลาย
ประชากรลดลง
การทิ้งะเินิวเคลียร์แบบไม่เลือกหน้า ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถกำจัดสัตว์ร้ายต่างดาวได้อย่างสิ้นซาก แต่ยังทำให้ดาวเคราะห์โลกเข้าสู่ยุคฤดูหนาวนิวเคลียร์*[1]อันยาวนาน
โชคดีที่ใน่ที่โหดร้ายและมืดมนที่สุด ได้มี 'เทพ' หลายร้อยคนถือกำเนิดขึ้นทั่วโลก
เหล่าเทพได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสัตว์ร้ายต่างดาว และได้คิดค้นระบบการต่อสู้ด้วยพลังดวงดาวขึ้นมา แล้วก็แพร่มันออกไปทั่วโลก
ต่อมา พวกเขาก็ได้ร่วมมือกันก่อตั้งองค์กรที่มีอำนาจสูงสุดของโลก นั่นก็คือ ‘สภา์แห่งดวงดาว’
ใน่เวลาที่มืดมนที่สุด ‘สภา์แห่งดวงดาว’ ได้ชี้นำให้มนุษยชาติทั้งมวลสร้างเมืองฐาน เพื่อต่อต้านสัตว์ร้ายต่างดาว และต่อสู้เพื่อเอาชีวิตอยู่รอด
ตลอดเวลาหลายร้อยปี ระเบียบใหม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนเถ้าถ่านของโลกใบเก่า
ซึ่งประเทศที่หลี่เซี่ยวเฟยอาศัยอยู่ในตอนนี้ชื่อว่าต้าเซี่ย
อยู่ในเขตปกครองภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็หนึ่งในหกเขตการปกครองขององค์กรที่มีอำนาจสูงสุด ‘สภา์แห่งดวงดาว’
อาณาเขตของประเทศนี้กว้างใหญ่ไพศาล
มีประชากรมากกว่าหนึ่งร้อยล้านคน
มีฐานทั้งสิ้นเก้าสิบเอ็ดฐาน
ฐานหลิวเหอคือ ‘ฐานระดับต่ำ’ หนึ่งในสามสิบเจ็ดฐาน
ในยุคที่กฎหมายเสื่อมโทรมลง อำนาจของคนบางกลุ่มจึงถูกขยายไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
แม้ว่าอำนาจของรัฐยังคงอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าก็ตาม…
แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการดำรงอยู่ของตระกูลผู้ฝึกยุทธ์และกลุ่มอันธพาลจะผงาดขึ้นมามีอิทธิพล
ซึ่งฐานหลิวเหอก็ไม่ใช่เว้น
ภายในฐานมีตระกูลผู้ฝึกยุทธ์หลักอยู่ห้าตระกูล ได้แก่ ตระกูลตู้ ตระกูลฉี ตระกูลมู่ ตระกูลเยี่ย และตระกูลโจว
และยังมีกองกำลังทรงอิทธิพลที่ถูกกฎหมายอยู่สามสิบหกแห่ง
กองกำลังเมฆาที่หลี่เซี่ยวเฟยสังกัดอยู่ก็เป็หนึ่งในนั้น
กองกำลังเมฆา ซึ่งตั้งชื่อตามสำนวนจีนโบราณที่ความหมายว่า ความภักดีที่ยิ่งใหญ่ดุจท้องฟ้า
เมื่อวานนี้ กองกำลังเมฆาถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวจาก ‘กองกำลังโลหิตทมิฬ’ ซึ่งเป็กองกำลังใหญ่ในสลัม
ทำให้กองกำลังเมฆาพ่ายแพ้ยับเยินและสมาชิกจำนวนมากกลายเป็เชลย
รวมถึงหลี่เซี่ยวเฟย ซึ่งเป็หนึ่งในหกหัวหน้ากองกำลังเมฆา
หลังจากนั้น หลี่เซี่ยวเฟยจากเมื่อห้าร้อยปีก่อน ก็ข้ามเวลามายังยุคสมัยนี้ และเข้ามาอยู่ร่างของคนที่มีชื่อและแซ่เดียวกับเขา
ส่วนสาเหตุที่ข้ามเวลามา?
พอพูดถึงเื่นี้แล้ว มันก็ช่างน่าเหลือเชื่อสิ้นดี
เมื่อสิบนาทีก่อน หลี่เซี่ยวเฟยยังอยู่ในห้วงเวลาของวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 2022
ขณะนั้น เขาในฐานะประธานชมรมศิลปะการต่อสู้แห่งมหาวิทยาลัยหนานจิง กำลังฝึกซ้อมท่าเตะกับรุ่นน้องหญิงคนหนึ่งในห้องเรียนอยู่
ในระหว่างการฝึกซ้อมจุดสำคัญ จู่ ๆ น้องหมาพันธุ์ฮัสกีตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับยัด ‘กล่องแสงจันทร์’ ใส่มือเขา
"นายคือผู้ที่ถูกเลือก"
"หนุ่มน้อย ชะตาของวรยุทธ์แห่งต้าเซี่ยในอีกห้าร้อยปีข้างหน้าขึ้นอยู่กับนายแล้ว"
สิ่งที่ออกมาจากปากของมันกลับเป็ภาษาจีนกลาง
คุณนึกภาพออกไหมว่าสีหน้าและความรู้สึกของหลี่เซี่ยวเฟยในตอนนั้นเป็ยังไง?
แต่ในเสี้ยววินาทีถัดมา ‘กล่องแสงจันทร์’ ก็ได้เปลี่ยนเป็อุโมงค์กาลเวลาหลากสีดูดเขาเข้าไป
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็มาอยู่ในโลกที่โกลาหลในอีกห้าร้อยปีข้างหน้าแล้ว
‘จริงสิ แล้วกล่องแสงจันทร์อยู่ที่ไหน?’
หลี่เซี่ยวเฟยคิดในใจ
แล้วฉากที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้น
ราวกับเล่นมายากล กล่องแสงจันทร์ได้ปรากฏอยู่ในมือของเขา
มันซ่อนอยู่ในร่างกายของฉันงั้นเหรอ?
หลี่เซี่ยวเฟยรู้สึกประหลาดใจมาก
เวลานั้น ก็เกิดรอยแยกปรากฏขึ้นในหมู่เมฆบนท้องฟ้า
แสงจันทราสาดส่องลงมาตกกระทบข้างบนกล่อง
สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น