จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 34 เส้นลมปราณทั้งเก้าจุดฟื้นคืน

            “เป็นอย่างไรบ้าง เจ้ายังจดจำวิธีการผลาญโลหิตหลอมกายาได้อยู่หรือไม่?”

            มู่เฟิงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มหลังจากการฝึกฝนของเขาเสร็จสิ้น

            “ข้าจดจำมันได้แล้ว การผลาญโลหิตหลอมกายานั้นมหัศจรรย์มาก แม้ว่าระหว่างทางมันจะสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแต่ข้าสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยว่าความแข็งแกร่งของข้าเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากการฝึกฝนนี้”

            มู่ขวงยิ้มกว้างออกมาอย่างใสซื่อ

            “มีเพียงการยอมอดทนต่อความเจ็บปวดทรมาน เจ้าจึงจะสามารถเป็นคนเหนือคนได้กระบี่คมที่ล้ำค่าต้องหมั่นลับคมด้วยตัวของมันเอง ขอเพียงเจ้ายืนหยัดที่จะฝึกฝนต่อไปพี่เฟิงเชื่อว่าในภายภาคหน้า เจ้าจะต้องประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้แน่นอน”

            มู่เฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “เอาละ เรามาล่าสัตว์อสูรตัวอื่นกันต่อเถอะ ฮ่าๆการรับสมัครศิษย์เข้าสำนักศึกษาในคราวหน้า ข้าจะแสดงให้คนพวกนั้นได้เห็นเอง”

            “ฮ่าๆ ไปกันเถอะ”

            สองพี่น้องต่างหัวเราะออกมาเสียงดัง จากนั้นพวกเขาก็ได้ทำการสำรวจผืนป่าอันกว้างใหญ่นี้ต่อ

            หกวันต่อมา ภายในพงไพรรกทึบ

            “บรู๊ววว…!”

            เสียงคำรามเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหมาป่าขนเทาที่มีความยาวกว่าสองเมตร และมีความสูงเทียบเท่ากับอกของผู้ใหญ่เวลานี้มันกำลังออกมาหาอาหาร หมาป่าตัวนี้คือสัตว์อสูรขั้นเก้าที่มีแรงกัดอันน่าสะพรึงปากของมันสามารถบดขยี้กระดูกของมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย

            หมาป่าขนเทากำลังดมกลิ่นเพื่อหาอาหารในป่าและเพียงไม่นานมันก็ได้กลิ่นของเหยื่อ เป็นกลิ่นคาวเลือดที่โชยมาจากระยะไกลหมาป่าตัวนั้นรีบเร่งไปยังต้นตอของกลิ่นคาวเลือดในทันทีเมื่อไปถึงมันได้พบว่ามีขาหมูป่าเปื้อนเลือดกำลังแขวนอยู่บนต้นไม้ซึ่งมีความสูงจากพื้นกว่าสี่เมตร

            “โฮก…!”

            เนื้อชิ้นนี้มาอยู่บนต้นไม้ได้อย่างไร? แม้จะมีสติปัญญาที่ค่อนข้างต่ำทว่ามันก็สามารถรับรู้ได้ถึงความผิดปกตินี้ เพียงแต่กลิ่นหอมของเลือดนั้นเย้ายวนมากเกินไปดังนั้นมันจึงไม่เสียเวลาคิดให้มากความอีก รีบพุ่งกระโจนตัวสูงกว่าสี่เมตรเพื่อกัดน่องขาน่องนั้นและดึงมันลงมาในทันที

            ขณะที่กำลังจะได้เพลิดเพลินกับอาหารอันโอชะตรงหน้า ฉับพลันนั้นได้มีแสงสว่างสีขาววาบส่องกระทบลงบนดวงตาของมันพร้อมกับที่ร่างของเด็กหนุ่มอายุราวๆสิบห้าสิบหกปีผู้หนึ่งได้กระโจนลงมาจากต้นไม้พร้อมกับตวัดดาบในมือเหวี่ยงมาทางมัน

            ดาบนี้มีความเร็วดุจสายฟ้าฟาดแต่ในฐานะนักล่าผู้เชี่ยวชาญของผืนป่าแห่งนี้แน่นอนว่าปฏิกิริยาของหมาป่าย่อมว่องไวเป็นพิเศษมันเบี่ยงตัวหลบไปฝั่งซ้ายอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีทว่าปลายคมดาบยังคงเฉือนผ่านแผ่นหลังของมันจนเลือดไหลซึม

            “โฮก...!”

            ความเจ็บปวดบริเวณแผ่นหลังได้กระตุ้นความดุร้ายของหมาป่าออกมาทันทีสายตาของมันพลันเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นในแบบของนักล่าพร้อมกับแสดงเขี้ยวอันแหลมคมของมันออกมาให้เห็น ดวงตาวาวโรจน์ของมันจ้องมองไปยังร่างของเด็กหนุ่มพร้อมกับส่งเสียงครางต่ำอยู่ในลำคอด้านหลังของมันกดต่ำลงเล็กน้อย คล้ายกับว่ากำลังเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้

            ส่วนเด็กหนุ่มนั้นได้จับดาบเอาไว้มั่นเตรียมพร้อมยู่ก่อนแล้วสายตาอันแน่วแน่คู่นั้นของเขากำลังจับจ้องไปยังหมาป่าเช่นกัน

            “โฮก…!”

            หมาป่าเริ่มโจมตี ขาหลังของมันดีดตัวรวดเร็วราวกับเป็นกระสุน ส่วนขาหน้าของมันก็กางกรงเล็บออกมาและตบไปทางเด็กหนุ่มในทันที

            เด็กหนุ่มผู้นั้นขยับฝีเท้าหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วเมื่อเห็นหมาป่ายังคงพุ่งตัวเข้ามา เขาก็ตวัดดาบออกไปด้วยความว่องไว

            ฉัวะ!

            คราวนี้คมดาบได้ฝากรอยแผลไว้บริเวณช่วงท้องของหมาป่า เป็นผลให้มันล้มลงบนพื้น มันยังคงส่งเสียงครางต่ำก่อนจะโผเข้าหาเด็กหนุ่มอีกครั้ง

            ด้านบนของต้นไม้ที่สูงกว่าสิบเมตรยังมีเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำอยู่อีกคนบนคิ้วคมของเขามีรอยบากของบาดแผลขนาดเล็ก เด็กหนุ่มกำลังมองสถานการณ์การต่อสู้เบื้องล่างก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา 

            เวลานี้ทักษะการใช้ดาบของมู่ขวงนั้นเฉียบคมกว่าก่อนที่เขาจะขึ้นมาบนภูเขาแห่งนี้มากนัก นอกจากนี้จิตสังหารของอีกฝ่ายยังน่าเกรงขามขึ้นอีกด้วย ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฟิงพึงพอใจเป็นอย่างมาก

            ในระยะเวลาหกวันที่ผ่านมาระดับวรยุทธ์ของมู่เฟิงได้พัฒนาขึ้นเป็นระดับทงม่ายขั้นแปดแล้วนอกจากนี้เส้นลมปราณในจุดที่เก้าของเขายังอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับทงม่ายขั้นเก้าเด็กหนุ่มก็มั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย

            ตอนนี้ร่างของหมาป่าได้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดแล้วกระทั่งความเร็วในการจู่โจมของมันยังช้าลงกว่าเดิมมาก เมื่อถึงเวลาที่ต้องสังหารมู่ขวงได้ทะยานร่างไปข้างหน้าก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อย และแทงดาบในมือออกไปอย่างรวดเร็ว

            ฉึก!

            ดาบนี้ทะลวงผ่านลำคอของหมาป่าโดยตรงอุ้งเท้าของมันยังคงพยายามตะกุยตะกายอีกหลายครั้งแต่ท้ายที่สุดสัตว์อสูรขั้นเก้าที่มีน้ำหนักมากกว่าหนึ่งร้อยกิโลกรัมก็ถูกสังหารลงในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

            “ฮ่าๆ ทำได้ไม่เลวทักษะดาบและทักษะร่างกายของเจ้าดีขึ้นกว่าเมื่อหลายวันก่อนมาก”

            มู่เฟิงกระโดดลงจากต้นไม้และหัวเราะออกมา

            “คิกๆ ต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรทุกวันหากข้ายังไม่มีความก้าวหน้าคงกลายเป็นคนไม่เอาไหนแล้ว พี่เฟิงหมาป่าตัวนี้ข้ามอบมันให้ท่าน”

            มู่ขวงหัวเราะออกมาพลางยกมือขึ้นเกาหัว

            “ไม่ต้องหรอก ในเมื่อเจ้าลงมือสังหารมันด้วยตัวเองเช่นนั้นเจ้าก็จงใช้มันเพื่อการฝึกของเจ้าเถอะ ข้าจะคอยดูแลความปลอดภัยให้เจ้าเอง”

            มู่เฟิงส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม

            “อืม เช่นนั้นก็ได้ ข้าคิดว่าหากได้ทำการฝึกอีกครั้งบางทีคราวนี้ข้าอาจจะสามารถแสดงโล่พลังออกมาได้”

            มู่ขวงไม่ปฏิเสธ เขานั่งลงขัดสมาธิในทันที

            การฝึกกายาและการฝึกวรยุทธ์นั้นมีการแบ่งระดับขั้นที่เหมือนกันเพียงแต่ในทุกระดับขั้นของการฝึกกายาจะมีกลยุทธ์พิเศษบางอย่างสำหรับผู้ฝึกระดับทงม่าย หากสามารถฝึกจนถึงระดับที่สามารถแสดงโล่พลังออกมาได้ย่อมสามารถต้านทานการโจมตีจากผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในระดับเดียวกันได้ร่างกายของคนผู้นั้นจะเป็นราวกับอาวุธที่มีพลังป้องกันในตัวเอง

            อาวุธของศัตรูที่อยู่ในระดับเดียวกันจะไม่สามารถทำอันตรายใดต่อผู้ฝึกกายาได้

            โล่พลังนั้นจะอยู่ใต้ผิวหนังของผู้ฝึกกายาเป็นเสมือนชั้นพลังปราณที่ไม่ปรากฏออกมาให้เห็นโดยปกติแล้วหากเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ทั่วไป การจะแสดงชั้นป้องกันแบบนั้นออกมาได้ จำต้องมีวรยุทธ์ระดับหนิงกังขึ้นไปแต่สำหรับผู้ฝึกกายาจะสามารถแสดงออกมาได้ตั้งแต่ระดับทงม่าย

            ดังนั้นมู่ขวงจึงมีข้อได้เปรียบเหนือผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปเขามีพลังปราณคอยช่วยเรื่องการฝึกกายาและเมื่อรวมเข้ากับเคล็ดผลาญโลหิตหลอมกายาซึ่งเป็นวิธีการฝึกที่น่าอัศจรรย์แล้วยิ่งทำให้เส้นทางการฝึกกายาของเขานั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว

            โดยปกติแล้วผู้คนส่วนใหญ่ที่เลือกฝึกกายาล้วนเป็นเพราะไม่มีปราณกระดูกหรืออาจจะมีปราณกระดูกแต่อยู่ในระดับธรรมดาที่ไม่ถือว่าดีนัก

            มู่ขวงกัดกิ่งไม้เอาไว้แน่นในระหว่างที่เขาทำการฝึกฝนใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจากความทรมาน พร้อมส่งเสียงครางต่ำอยู่ในลำคอ เห็นได้ชัดว่าการฝึกของเขานั้นมีความเจ็บปวดมากเพียงใดผิวหน้าและผิวกายของเขาพลันกลายเป็นสีแดงก่ำ แม้พลังเลือดจะทำการเผาผลาญร่างกายอย่างต่อเนื่องแต่สายตาของเขายังคงเปี่ยมล้นด้วยความมุ่งมั่นไร้ซึ่งความขลาดกลัว

            มู่เฟิงรู้สึกชื่นชมในความมุ่งมั่นของมู่ขวง ความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวของอีกฝ่ายนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย

            เขาเคยผ่านประสบการณ์ที่มีซากศพกองพะเนินสูงเป็นภูเขามีหยาดเลือดหลั่งไหลราวกับมหาสมุทรแต่มู่ขวงกลับไม่เคยได้รับประสบการณ์เช่นนั้นมาก่อนดังนั้นการที่เขาสามารถมีพลังใจที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้ ทั้งหมดล้วนมาจากพรสวรรค์ของตัวเขาเอง

            หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม ในที่สุดการฝึกของมู่ขวงก็ได้สิ้นสุดลงสีหน้าของเขาแสดงออกถึงความรู้สึกยินดีคราวนี้เด็กหนุ่มเร่งทดสอบโคจรพลังปราณในทันที เขาพบว่าตอนนี้ตนสามารถแสดงโล่พลังออกมาได้แล้วนอกจากนี้เหมือนว่าพละกำลังของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

            มู่ขวงหยักกายลุกขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกฝนจากนั้นเขาและมู่เฟิงได้มุ่งไปข้างหน้าต่อเพื่อล่าสัตว์อสูรอีกครั้ง

            ในครึ่งเดือนต่อมาคราวนี้พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับอสูรร้ายระดับจื่อฝู่ที่มีเกล็ดสีนิลปกคลุมไปทั่วร่างทันใดนั้นหมูป่าหุ้มเกล็ดที่มีน้ำหนักหลายร้อยจินได้ถูกหมัดของมู่ขวงกระแทกเข้าอย่างจังจนร่างของมันปลิวไปไกลหลายเมตร

            มู่เฟิงที่อยู่ด้านข้างฉวยโอกาสนี้ลงมืออย่างฉับพลันเขารวบรวมพลังปราณมายังแขนทั้งสองข้าง ขณะดีดฝ่าเท้าทะยานร่างออกไปราวกับลูกธนูและทะลวงดาบไปยังหน้าท้องอ่อนนุ่มที่อยู่ภายใต้เกล็ดสีนิลของหมูป่าในทันที

            หมูป่าตัวนั้นกรีดร้องโหยหวนออกมา มู่เฟิงใช้ดาบจวกลงไปอีกสามครั้งกระทั่งหมูป่าตัวนั้นได้ตายอย่างสมบูรณ์

            หลังจากนั้นมู่เฟิงก็ทำการดูดซับพลังเลือดของหมูป่าตัวนี้ต่อทันทีและในที่สุดเส้นโลหิตวิญญาณในจุดที่เก้าของเขาก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างสมบูรณ์!

            มู่เฟิงรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ทันใดนั้นเอง หลังจากที่เส้นโลหิตวิญญาณในจุดที่เก้าถูกควบแน่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้วเหมือนว่าเส้นโลหิตวิญญาณในจุดที่สิบก็กำลังจะควบแน่นขึ้นมาเช่นกัน!

            มู่เฟิงตกตะลึง แต่เขาไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้เด็กหนุ่มยังคงตั้งหน้าตั้งตาดูดซับพลังเลือดจำนวนมากที่เหลือต่อไปจนกระทั่งเส้นโลหิตวิญญาณในจุดที่สิบถูกควบแน่นได้ถึงครึ่งทางในที่สุดพลังเลือดก็หมดลง

            เวลานี้พลังปราณของเขาได้ไหลเวียนไปทั่วเส้นลมปราณทั้งเก้าจุดแล้ว!

            กล่าวได้ว่าวรยุทธ์ของเขาในตอนนี้ได้อยู่ในระดับทงม่ายขั้นเก้าแล้วนั่นหมายความว่าอีกไม่นานเขาก็จะสามารถฟื้นฟูวรยุทธ์ระดับจื่อฝู่ให้กลับคืนมาได้

     

    คล้ายกับเรื่องจุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】 ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42