ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 186 ไฟหมื่นการเปลี่ยนแปลง.

    ฝุ่นควันกระจายไปทั่วบริเวณมือขนาดใหญ่ยังไม่หยุดได้ยกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งก่อนจะตบลงไปครั้งสุดท้าย ลงพื้นดินยกตัวสูงขึ้น

    ต้นไม้แตกสลายจากพละกำลังของแขนยักษ์ตนนี้

    ผ่านไปสักพักหนึ่ง ได้มีเสียงดังขึ้นมาจากพื้นแผ่นดิน

    “น่าแปลก ฉันได้ยินเสียงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวว่ามีคนอยู่ตรงนี้และราชาที่ราบต่ำมองเห็นลมหายใจ แต่ทำไมถึงว่างเปล่า”

    พอฝุ่นควันหายไปปรากฏว่าไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่แม้แต่นิดเดียว เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่รูปมือใต้ล่างแต่ไม่มีเลือดหรือเศษอวัยวะอย่างอื่น

    จนทำให้ราชาภูเขาสงสัยว่าตนคิดไปเองหรือเปล่า ก่อนจะมีแขนอีกข้างหนึ่งโผล่ออกมาและแขนทั้ง 2 ข้างตบ ต่อยไปทั่วเพื่อค้นหาว่ามีใครอยู่หรือไม่

    สัตว์ป่าหรือสัตว์อสูรบางตัวหลบหนีไม่ทันจึงถูกแขนขนาดใหญ่บดขยี้จนร่างกายแตกกระจาย แต่ราชาภูเขายังไม่สนใจโจมตีไปทั่วบริเวณเหมือนเดิม

    การโจมตีของราชาภูเขาราวกับวันสิ้นโลก แผ่นดินสั่นสะเทือน เสียงกระทบราวกับสายฟ้าคำราม เสียงโหยหวนจากสัตว์ที่หลบหนีไม่ทัน

    แขนของราชาภูเขาอาละวาดจนพื้นที่ 5 กิโลเมตรห่างจากแขนราชาภูเขาเป็นพื้นที่แห่งความตาย แต่มีกลิ่นเลือด เนื้อและเสียงโหยหวนจากสัตว์ที่ใกล้จะตาย

    ราชาภูเขาหยุดโจมตีก่อนจะคิดว่าตนเองคงจะสงสัยไปเองว่ามีคนอยู่ตรงนั้น แขนทั้ง 2 ข้างของราชาภูเขาได้ชี้ขึ้นฟ้าก่อนจะตบแผ่นดินราวกับมีอุกกาบาตชนโลก

    ทว่าคราวนี้พื้นแผ่นดินแปลกประหลาดเพราะแผ่นดินไม่ได้ยกสูงขึ้นแต่กลายเป็นคลื่นเหมือนกับคลื่นน้ำทะเล ไม่มีการทำลายแต่อย่างใด

    ราวกับดินไม่ใช้วัตถุของแข็งแต่เป็นของเหลว ดินกระทบกันเป็นคลื่นจำนวนมากราวกับมีอะไรบางอย่างใต้แผ่นโลกกำลังปะทะขึ้น

    ตูม ตูม ตูม

    คลื่นดินยกตัวสูงขึ้นก่อนจะระเบิดออกมาและมียักษ์ตาเดียวตัวหนึ่งปรากฏตัวภายใต้การระเบิดของแผ่นดิน

    ยักษ์ตาเดียวตัวนี้สูงถึง 50 เมตรซึ่งสูงกว่ายักษ์ตาเดียวมากถึง 10 เท่า ดวงตาโตตรงหน้าผากส่องประกายเพื่อค้นหามนุษย์คนนั้นแต่น่าเสียดายที่ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่

    “หรือว่าฉันคิดไปเองกันแน่”

    ราชาภูเขาถอนหายใจและมองไปทางด้านนอกป่ายักษ์ตาเดียวที่ราชาที่ราบต่ำกำลังเดินออกไปฆ่าพวกมนุษย์ สีหน้าของราชาภูเขาลังเลสักพักหนึ่ง

    “ในเมื่อยังอยู่ในป่ายักษ์ตาเดียวของพวกเรา ฉันจะไม่ยอมให้ราชาที่ราบต่ำเป็นอะไรไปแน่นอน”

    สิ้นสุดเสียงของราชาภูเขาได้แยกแผ่นดินออกจากกันก่อนกระโดดลงไปอย่างไร้ร่องรอยทิ้งเอาไว้แต่ความเสียหายด้านหลัง

    ต้นไม้โบราณใหญ่โตห่างออกมาตรงจุดที่ราชาภูเขาอาละวาด ดวงตาสีม่วงเข็มกำลังจ้องมองราชาภูเขาทุกการกระทำ

    หลังเห็นราชาภูเขาหายไป แจ๊คถอนหายใจออกมาก่อนจะกระอักเลือดคำโตและมีสีหน้าขาวซีด ตอนนี้ร่างกายของแจ๊คได้รับความเสียหาย แขนซ้ายหายไป

    หน้าอกเกือบจะถึงหัวใจมีเลือดปีศาจจำนวนมากกำลังซ่อมแซมร่างกายอย่างหนัก แก้ม หูด้านขวาหายไปราวกับถูกอะไรกิน

    เฟรยาและหู่เสวียที่อยู่ภายในมิติชุดแห่งความว่างเปล่ารู้สึกตกใจกับบาดแผลของแจ๊ค

    “เกิดอะไรขึ้นกับนายท่าน”

    เฟรยาถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง ส่วนหู่เสวียชะงักสักพักหนึ่งก่อนจะแค่นเสียงอย่างเย็นชา

    แจ๊คหัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งก่อนจะพูดกับเฟรยาและหู่เสวียว่า

    “ผลของมิติที่เข้าไปอย่างเร่งด่วน”

    เมื่อพูดอีกครั้งหนึ่งแจ๊คได้กระอักเลือดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะกำจัดเลือดปีศาจด้านนอกร่างกาย

    “มันเป็นมายังไง”

    หู่เสวียถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะเธอรับรู้มานานแล้วว่ามิตินั้นเหมือนกับดินแดนต้องสาปที่เหล่ามหาเทพยังไม่กล้าอาศัยอยู่ในมิตินอกจากสัตว์บรรพกาลที่มีความสามารถเกี่ยวกับมิติและบุคคลที่สามารถเข้าถึงวิชาเกี่ยวกับมิติขั้นสุดยอด

    “ในตอนแรกฉันเปิดรอยแยกของมิติเพื่อเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ แต่ใครจะไปคิดว่าไม่ได้ต่อสู้แต่เป็นหลบหนี เมื่อเห็นออร่าและเลือดสีทองนั้นฉันรู้ได้ทันทีว่าสู้กับยักษ์ตาเดียวไม่ไหวจึงนำตัวเองพุ่งเข้าไปในรอยแยกมิตินั้น คราวนี้ฉันไม่ได้กำหนดจุดหมายเอาไว้จึงติดอยู่ในมิติ ฉันเห็นหลายที่น่าตกตะลึงเป็นอย่างมากในมิติเช่นภูเขาขนาดใหญ่สีดำที่กำลังมีกงล้อติดไฟกำลังกินภูเขานั้น แมลงที่ลูกตาใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ เรือโครงกระดูกกำลังแล่นอยู่ในหลังของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก อาวุธที่ตกลงมาราวกับฝนจากธรรมชาติ พวกนั้นไม่เท่าไรสิ่งที่ทำให้ฉันบาดเจ็บคือแสงสีขาวจำนวนมาก ใครจะไปคิดว่าแสงสีขาวอันอ่อนโยนที่ทำให้จิตใจรู้สึกสบายกลับเป็นสิ่งที่โคตรจะน่ากลัวมาก”

    เมื่อเล่าจบสีหน้าของแจ๊คขาวซีดราวกับคนกำลังหวาดกลัวมาก หู่เสวียได้ฟังดังนั้นจึงมีสีหน้าขาวซีดเช่นกันส่วนเฟรยาที่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับมิติจึงสงสัย

    แต่จากการแสดงของทุกคนแสดงว่าสิ่งนั้นน่ากลัวมาก ๆ

    “นายท่านเห็นสิ่งเหล่านั้นได้ยังไงในช่วงเวลาไม่ถึง 5 นาที”

    เฟรยาถามขึ้นมาด้วยความสงสัยเธอไม่คิดว่าแจ๊คจะเห็นอะไรหลายอย่างเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น แจ๊คหัวเราะขึ้นก่อนจะพูดว่า

    “ใครบอก 5 นาที ฉันว่าฉันนับมันประมาณ 5 ปีช่วงที่ฉันคิดอยู่ในมิติ”

    “เป็นไปได.......”

    “เป็นไปได้ เวลาจากโลกความจริงกับมิติต่างกันมาก บางดินแดนเวลายังไม่เท่ากับจักรวาลหลัก ถ้าเป็นเทพสามารถสร้างมิติกาลเวลาที่เวลาภายในไหลเวียนแค่ 1 ปีแต่ภายนอกกลับเป็น 1 นาทีเท่านั้น”

    ก่อนเฟรยาจะพูดจบหู่เสวียได้พูดแทรกขึ้นมา เมื่อเฟรยาได้ฟังเรื่องแบบนี้จึงตกตะลึงเป็นอย่างมากเพราะเธอไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเทพมากนัก

    แจ๊คกระอักเลือดออกมาอีกครั้งหนึ่งก่อนจะนอนลงกับต้นไม้อย่างหมดแรง หู่เสวียมองแจ๊คก่อนจะถามขึ้นมาว่า

    “ทำไมนายไม่ใช้วิชาฝังเข็มฟื้นฟูละ”

    แจ๊คหัวเราะขึ้นเพื่อได้ยินคำถามของหู่เสวีย หู่เสวียเห็นดังนั้นจึงไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก

    “มีปัญหาอะไร”

    “เปล่า ๆ ที่ฉันหัวเราะเพราะว่าฉันไม่รู้ได้ใช้ไปกี่ครั้งแล้ว”

    หู่เสวียได้ยินดังนั้นจึงเงียบเพราะเธอพึ่งสังเกตเห็นว่าเลือดปีศาจของแจ๊ครักษาตัวช้ามาก ๆ จนเหมือนกับเลือดปีศาจธรรมดา แจ๊คเผาเลือดปีศาจเพื่อใช้มาเป็นพลังชีวิต

    แจ๊คหอบหายใจเหนื่อยล้า จิตใจของเขาหนักอึ้งเวลาอยู่ในมิติ เพราะตอนที่อยู่ในมิติเขาไม่สามารถขยับตัวได้ราวกับมีภูเขาหนักล้านล้านล้านตันกดทับเอาอยู่

    แต่ดีมากที่ยักษ์ตาเดียวตัวนั้นได้ระเบิดแผ่นดินจนทำให้ลาวาใต้พื้นโลกสั่นสะเทือนจนทำให้ออร่าของดวงดาวใบนี้หลุดเข้าไปในมิติ

    แจ๊คสัมผัสถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยได้จึงรีบกลับมาทันที ตอนนี้แจ๊ครู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาอย่างมีชีวิต

    สิ่งของแต่ละอย่างที่เขาพบเจอนั้นยิ่งกว่าเจอเต๋าจากหินทองเต๋า 12 สีเสียอีก ดวงตาของแจ๊คถูกทำลายไปนับไม่ถ้วน จิตวิญญาณเกือบจะถูกทำลายหรือถูกกระชากออกจากร่าง

    แต่ช่วงเวลาที่จิตวิญญาณเกือบจะถูกทำลายหรือกระชากออกจากร่างกาย เสาสี 12 สีได้ส่องประกายขึ้นทำให้แจ๊คหลุดจากความตายมาได้

    เสา 12 สีของแจ๊คเริ่มจะมีสีขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากที่พบเจอสิ่งโหดร้ายจากมิติที่เขาหลุดเข้าไป

    ช่วงเวลาที่แจ๊คพักผ่อนอยู่หู่เสวียได้พูดขึ้นมาว่า

    “กงล้อภายในมิติ มีสีอะไร ไฟของมันมีสีอะไรนายเห็นใบหน้าตรงกลางกงล้อไหม”

    แจ๊คลืมตาขึ้นและนึกถึงกงล้อที่ตนเห็นก่อนจะพูดออกมาให้หู่เสวียฟัง

    “กงล้อมีสีฟ้าอมเขียว ดวงไฟมีสีแดงทองแต่รูปร่างของดวงไฟเปลี่ยนไปทุกวินาที บางเป็นสิ่งของ บางเป็นสิ่งมีชีวิตหรือเป็นกระทั่งความตาย ชีวิตหรือโชคชะตา ส่วนใบหน้าเป็นผู้ชายก็ไม่ใช่ผู้หญิงก็ไม่เชิงอันนี้ฉันไม่รู้”

    เมื่อได้ยินดังนั้นร่างกายของหู่เสวียสั่นสะเทือนไปถึงดวงวิญญาณแม้แต่แจ๊คและเฟรยายังรู้สึกได้

    หู่เสวียหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะอธิบายให้ฟัง

    “กงล้อนั้นไม่มีชื่อ แต่ผู้หลุดพ้นได้ตั้งชื่อให้มันว่า กงล้อหมื่นการเปลี่ยนแปลง ผู้หลุดพ้นได้สะเก็ดไฟของกงล้อหมื่นการเปลี่ยนแปลงจึงทำให้เขาเป็นผู้หลุดพ้นได้”

    “ผู้หลุดพ้นเป็นใคร”

    แจ๊คถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่หู่เสวียไม่ได้ตอบอะไรกลับมาตอนนี้เธอกำลังคิดอะไรอยู่ไม่รู้แจ๊คจึงหลับตาพักฟื้นร่างกายของตนเองต่อไป

    แต่เฟรยารู้สึกสงสัยแทนเพราะเห็นนายท่านของตนพักฟื้นร่างกายจนไม่ได้สนใจเรื่องไฟหมื่นการเปลี่ยนแปลง ส่วนหู่เสวียกำลังคิดอะไรอยู่ไม่รู้

    “ไฟหมื่นการเปลี่ยนแปลงคืออะไร”

    หู่เสวียได้สติขึ้นมาก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

    “ไฟหมื่นการเปลี่ยนแปลงเป็นไฟวิเศษจากนอกจักรวาลแห่งนี้ ความวิเศษของมันคือถ้าผู้ใดได้ครอบครองจะสามารถฝึกฝนได้อย่างไม่มีราบรื่นไม่มีจุดติดขัด ไฟสามารถเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ เช่นมังกร วิหคแห่งความว่างเปล่า ชีวิต โชคชะตาและสามารถใช้ความสามารถได้ทั้งหมดจากที่มันเปลี่ยนแปลงได้อย่างเช่นไฟหมื่นการเปลี่ยนแปลงที่แปลงเป็นวิหคแห่งความว่างเปล่าสามารถพาเจ้าของไปในโลกแห่งความว่างเปล่าได้ มีบางคนได้บางว่าไฟหมื่นการเปลี่ยนแปลงสามารถคืนชีพให้กับเทพที่ถูกทำลายดวงวิญญาณได้”

    เฟรยาตกตะลึงก่อนจะถามว่า

    “เป็นเรื่องจริงหรือ”

    “ข่าวลือ แต่ไฟหมื่นการเปลี่ยนแปลงเป็นของจริง”

    “ไม่มีใครไปแย่งชิงไฟหมื่นการเปลี่ยนแปลงหรือไง”

    “ฮ่า ๆ ต่อให้พวกมันมีความกล้าเท่ากับฟ้าดินก็ไม่กล้าเข้าไปแย่งชิงไฟหมื่นการเปลี่ยนแปลงจากเจ้าของตอนนี้หรอก”

    “ทำไม”

    “ก็เพราะว่า..............”

    “ออกเดินทางได้ละ”

    ระหว่างที่หู่เสวียและเฟรยากำลังคุยกันแจ๊คได้ออกเดินทางต่อไปโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนเอง หู่เสวียเห็นดังนั้นจึงถามขึ้นมาว่า

    “ทำไมไม่รักษาก่อน”

    “มันรักษาไม่ได้เหมือนกับมีพลังบางอย่างขัดขว้างการฟื้นฟูร่างกายของฉัน”

    สิ้นสุดเสียงของแจ๊ค แจ๊คได้เปิดหน้าอกให้หู่เสวียดูปรากฏว่าเลือดปีศาจของแจ๊คที่เข้าไปรักษาบาดแผลถูกทำลายลงอย่างง่ายดายจากพลังบางอย่าง

    ทำให้ทั้งแจ๊ค หู่เสวียและเฟรยารู้สึกตึงเครียดกันในตอนนี้