ตะวันสาดแสงไปทั่วเมือง ชาวบ้านต่างพากันตื่นนอนขึ้นมาประกอบกิจยามเช้า
เถ้าแก่ร่างอ้วนวัยกลางคน ลุกจากเตียงนอน เพื่อปลดกลอนและเตรียมจัดหน้าร้านบะหมี่น้ำ ทันทีที่เปิดประตู ก็ผวาเฮือกใหญ่ เพราะสิ่งที่ปรากฏก็คือเด็กหนุ่มวัยรุ่นนายหนึ่ง โครงหน้าซูบผอม ทั่วกายขะมุกขะมอม เส้นผมสีเขียวบนศีรษะยุ่งเหยิงเป็กระเซิง คล้ายคนสติไม่สมประกอบ ชุดนักสู้ที่สวมใส่ก็ดูซอมซ่อ สกปรก สารรูปโดยรวมไม่ต่างจากขอทาน แน่นอนว่าเขาคือ “มาวิน”
“ ไอ่หย้า ลื้ออีกแล้ว ถึงอั้วจะเจอลื้อที่หน้าร้านทุกวัน แต่ก็ยังใอยู่ดี วันนี้มีอะไรมาแลกล่ะ ” เถ้าแก่ถาม
“ มีลูกแก้ว 25 ลูก ” เด็กหนุ่มร่างผอมตอบห้วนๆ พลางยื่นถุงกระดาษเก่าๆให้
“ อืม โอเค เหมือนเดิมใช่มั้ย รอเดี๋ยวนะ ” เถ้าแก่สำรวจสิ่งที่อยู่ในถุง พอเห็นว่าในนั้นมีของครบ เขาจึงบอกให้เด็กหนุ่มหยุดรอบางสิ่ง
เ้าของร้านเืัรีบรุดเข้าไปค้นหาบางอย่างที่หลังร้าน ก่อนจะกลับมาหาเด็กหนุ่ม มือขวาหิ้วถุงกระดาษใบย่อม มือซ้ายถือถุงน้ำร้อนที่เตรียมทำซุป พอยื่นของทั้งหมดให้มาวิน เถ้าแก่ร่างอ้วนก็กล่าวเสียงระรื่น
“ ดีมาก วันหลังมาแลกของอีกนะ ปกติแล้ว กระดูกหมูพวกนี้ไม่เป็ที่้า แต่ลื้อเอาของมาแลก ถึงจะเป็แค่ลูกแก้วราคา 1 ทองแดง ก็ยังดีกว่าทิ้งไปโดยไม่ได้อะไรเลย ”
มาวินไม่ได้ตอบประการใด เด็กหนุ่มเดินจากไป ดูเหมือนเขาจะขรึมลงถนัดตา ความตรากตรำ ทุกข์ยากและความเศร้าโศกที่ต้องจากบ้าน ได้ทำลายอารมณ์ขันและรอยยิ้มไปจนหมดสิ้น
มาวินเดินผ่านผู้คนที่สัญจรไปมา ทุกสายตาที่เหลือบมอง ต่างฉายแววสมเพช หรือไม่ก็ดูแคลน เนื่องจากสภาพของเด็กหนุ่มตอนนี้ทั้งทรุดโทรมและสกปรกยิ่งกว่าสุนัขจรจัด
มาวินรู้ดีว่าคนรอบข้างรู้สึกยังไง แต่ก็ไม่มีทางเลือก เพราะในโลกนี้ เขาเป็คนไร้ความสามารถ ไม่มีทักษะอะไรที่จะใช้ประกอบอาชีพ
เด็กหนุ่มจะออกนอกเมืองไปตอนกลางคืน เพื่อฉะกับเหล่าสไลม์ พอชนะ ก็เอาลูกแก้วที่ดรอปจากพวกมันมาแลกกระดูกหมูที่ร้านบะหมี่ของเถ้าแก่ จากนั้นก็นำมาบดเป็ผง แล้วเทใส่ถ้วยกระดำกระด่าง ปิดท้ายด้วยการราดน้ำซุปร้อนลงไป นี่คือมื้อเช้าของเขา
ต่อมาเด็กหนุ่มก็ดับกระหายด้วยน้ำในรางสกปรกที่โรงเลี้ยงม้า พอถึง่กลางวัน ก็ออกมานั่งขอทานที่ใจกลางเมือง แน่นอนว่ารายได้ในแต่ละวัน เพียงพอให้หาของกินที่ดีกว่านั้น แต่มาวินกลับเก็บทุกเหรียญเอาไว้ เพราะมีเป้าหมายบางอย่างซ่อนอยู่
ในวันนี้ มาวินก็ปฏิบัติตนเฉกเช่นทุกวัน นั่นก็คือทำน้ำซุปกระดูกหมู เพื่อกินยังชีพ และเร่ขอทานที่ตลาดใจกลางเมือง แต่ด้วยความสกปรกของร่างกาย จึงทำให้เ้าของร้านหลายรายไล่ตะเพิด เด็กหนุ่มจึงต้องร่อนไปร่อนมา จากนั้นก็ร้องขอความเห็นใจ
“ ขอเศษเงินให้คนยากไร้ด้วยครับ ”
วันนี้ก็รายได้ดีเช่นเดิม เด็กหนุ่มซ่อนยิ้มไว้ภายใน หัวสมองพยายามคิดคำนวณว่าต้องทำแบบนี้อีกกี่วัน จึงจะสำเร็จ
ระหว่างที่มาวินกำลังเพลิดเพลินกับอาชีพใหม่ ประสาทหูที่ว่องไวก็ได้ยินเสียงโวยวายของชายผู้หนึ่ง กระแสนั้นทั้งแหบห้าวและระคายหูจนแทบฟังไม่ได้
“ เฮ้ย ของวันนั้นก็ส่วนวันนั้น ของวันนี้ก็ส่วนวันนี้ อย่ามาโยกโย้ รีบจ่ายมาซะดีๆ ยายแก่ ”
หลังจากมาวินอยู่ในโลก The Dark World ได้อาทิตย์หนึ่ง เขาก็พอทราบความเป็มาของเมือง โดยอาศัยการแอบฟังทุกเื่ราวที่ชาวบ้านพูดคุย
เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ทางใต้ มันเป็สถานที่ลงทะเบียนประชากรใหม่ของโลก ดังนั้นทุกๆปีจะมีคนผ่านเข้าออกเป็จำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็พวกอาชีพระดับหนึ่งหรือไม่ก็เด็กๆที่มาลงทะเบียนแต่เนิ่นๆ
ด้วยความที่คนเข้าออกเป็เพียงเด็กน้อยหรือไม่ก็พวกเลเวลต่ำๆ ระบบการรักษาความปลอดภัยเลยดรอปลงมา แถมเมืองนี้ก็ไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์ แต่เป็เพียงทางผ่านที่คนทั่วโลกแวะเวียนมาลงทะเบียนแล้วก็จากไป จึงทำให้เกิดขาใหญ่
ขาใหญ่ของเมืองมีชื่อว่า "กาสเซ่ ฟรานโนยี่" อาชีพอันธพาล ซึ่งถือเป็ขั้น 2 ของสายนักสู้ หมอนี่เป็ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ ผิวดำแดง ผมสั้นเกรียน ขนดก โครงหน้ากว้าง กรามใหญ่ บุคลิกดูดิบเถื่อน
อันธพาลร่างั์ผู้นี้มีลูกสมุนคนสนิทอยู่สองคน คนหนึ่งมีนามว่าปารุสซี่ เขามีรูปร่างผอมสูง ท่าทางขี้โรค แถมดูวิตกจริตเล็กน้อย ส่วนอีกคนมีนามว่า เปรุสซี่ มีลักษณะอ้วนล่ำและดูเอ๋อนิดๆ
ทั้งสามร่วมกันตั้งแก๊งที่ชื่อ "กอริลลา" หน้าที่หลักคือรีดไถเงินจากพ่อค้าหรือชาวบ้านที่ดูอ่อนแอ เพราะคนเหล่านี้ไม่มีกำลังและอิทธิพลมากพอจะต้านทาน
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน กาสเซ่และเหล่าสมุนกำลังยืนล้อมเหยื่อตัวน้อย บุคคลผู้น่าสงสารก็คือหญิงชราในชุดเสื้อคลุมสีขมุกขมัว ซึ่งขณะนี้ยืนตัวสั่นเทา ราวกับลูกนกตกน้ำ มีชาวบ้านมุงดูอยู่มากมาย แต่ไม่มีใครซักคนเข้ามาช่วยเหลือ
“ เชอะ ไม่ว่าโลกนี้หรือโลกของชั้น มันก็ตัวใครตัวมันทั้งนั้นแหละ เธอซวยแล้ว ยายแก่เอย ” มาวินเหลือบมองเหตุการณ์เพียงผ่านๆ จากนั้นก็เดินหายเข้าไปในกลุ่มคน ท่าทีเฉยเมย ก็แหงล่ะ ใครจะอยากหาเหาใส่หัว
กาสเซ่ ซ่อนร่างใหญ่โตในชุดนักสู้สีดำ กล้ามเนื้อทั่วกายดูบึกบึน แน่นอนว่าลูกน้องอ้วนผอมที่ขนาบซ้ายขวาก็อยู่ในยูนิฟอร์มเดียวกัน ใบหน้าของพวกมันล้วนบูดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว คล้ายสุนัขบูลด็อกที่อดอาหารมาเป็แรมเดือน
“ ว่าไง ยายแก่ ให้ส่วนแบ่งของอาทิตย์นี้ได้รึยัง จะได้ไม่มีใครเจ็บตัว ” กาสเซ่ตะคอกเสียงดังจนหญิงชราสะดุ้งโหยง
“ คุณกาสเซ่คะ แผงขายผักที่เปิด มีปัญหาค่ะ ชั้นเลยขายของไม่ได้ ขอยกเว้นค่าคุ้มครองในครั้งนี้เถอะนะคะ ” หญิงชราพยายามอ้อนวอน
“ คุณยายทำอย่างนี้ พวกผมก็เดือดร้อนสิ เพราะถ้าคนอื่นอ้างแบบเดียวกันหมด แล้วจะเก็บเงินจากใครได้ล่ะคร้าบ...... ” สมุนร่างผอมตอบกวนๆ
“ ชะ……ใช่……ละ…….แล้ว พะ…..พวกเราคือแก๊งๆ แก๊งเราชื่ออะไรนะ ลูกพี่ ” สมุนร่างอ้วนเป็ฝ่ายพูดบ้าง แต่ดันลืมชื่อแก๊งซะอย่างงั้น
“ ไอ้อ้วนเอ๋อ ถ้าลำบากนัก เอ็งไม่ต้องพูดก็ได้ แค่ยืนขู่ยายแก่อย่างเดียวก็พอ ” กาสเซ่เกาหัวแกรกๆ เขาระอากับความปัญญาอ่อนของสมุนร่างอ้วนเป็ที่สุด
“ คะ…..ครับ ลูกน้อง เฮ้ย พูดผิด ลูกพี่ ” ถ้อยคำของเปรุสซี่ดูติดขัด แถมยังพูดผิดพูดถูกอีกต่างหาก ซึ่งถ้าใครไม่รู้นิสัยใจคอที่แสนซื่อ อาจนึกว่าหมอนี่อยากเป็หัวหน้าแก๊งจริงๆก็ได้
“ เอาล่ะ มาต่อเื่ของเราดีกว่า คราวนี้จะยกเว้นส่วยให้ก็ได้ ” กาสเซ่หันมาสนใจหญิงชรา
“ ขอบคุณมากเลยค่า...... ” หญิงชราร้องละล่ำละลัก ท่าทางดีใจสุดขีด
“ แต่แกต้องส่งของมีค่าให้พวกเราแทน เอามาเลย อะไรก็ได้ ” กาสเซ่ตอกกลับ น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็เหี้ยมเกรียมและดุดัน
“เอ่อ…..อิชั้นเป็คนจน ไม่มีของมีค่าหรอกค่ะ ” หญิงชราเกิดอาการจิตตกทันที ปากก็เริ่มวิงวอนขอความเห็นใจ ท่าทางน่าสงสาร
“ ไม่เชื่อ ไอ้อ้วน ไอ้ผอม พวกเอ็งไปค้นตัวมันดูซิวะ ” กาสเซ่ตะคอกเสียงดังลั่น
“ ครับ ลูกพี่ ” ทั้งสองรับคำ พร้อมเข้าไปค้นตัวหญิงชรา
ขณะที่สมุนทั้งสองกำลังปฏิบัติตามคำสั่ง ก็มีก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือปลิวมาโดนท้ายทอยของกาสเซ่
“เปรี้ยง ”
“โอ๊ย…..ใครปาหินใส่ข้าวะ ” กาสเซ่คำรามดัง มือหยาบใหญ่กุมท้ายทอย ใบหน้าถมึงทึงด้วยแรงโทสะที่ท่วมท้น
“ ใครกล้าทำหัวหน้าแก๊งของเรา ” สมุนทั้งสองผละจากหญิงชราทันที เพื่อตามหามือดีที่บังอาจขว้างหินก้อนนั้น
ทันใดนั้นเอง ก้อนหินลูกต่อมาก็ปลิวมาโดนขมับของไอ้อ้วนเอ๋อ
“เปรี้ยง ”
“ โอ๊ย ” อ้วนเอ๋อร้องเสียงหลงด้วยความเ็ป จากนั้นก็ทรุดกายลงกุมขมับ
“ เฮ้ย แน่จริง ปรากฏตัวออกมาสิวะ ” สมุนร่างผอมตวาดบ้าง พอสิ้นคำ ก้อนหินขนาดฝ่ามือก็พุ่งเข้ามาปะทะหน้าผากเต็มแรง ส่งผลให้ล้มคว่ำในทันที
“ อุ้ย..... ใครขว้างวะ แม่นชะมัด เข้าหน้าผากตูเต็มๆเลย ” สมุนร่างผอมร้องโอดโอย
ชาวแก๊งกอริลลาเหลียวซ้ายแลขวา เพื่อหามือดีที่บังอาจขว้างหิน ทันใดนั้นเอง ก็มีเด็กหนุ่มร่างเล็กพุ่งทะยานจากฝูงชน เขาตรงเข้าไปจับร่างเล็กบางของหญิงชราให้ขึ้นขี่หลัง แล้ววิ่งออกจากจุดเกิดเหตุ
“ เฮ้ย มันอยู่นั่น ต้องเป็มือดีที่ขว้างหินแน่ รีบตามไป เร็ว ” กาสเซ่พูดจบ ก็นำสองสมุนไล่ตามเหยื่อ
แม้กาสเซ่และลูกสมุนจะวิ่งตามสุดกำลัง แต่ฝ่ายที่หนีนั้นมีฝีเท้าที่ว่องไว พวกเขาจึงไล่ไม่ทัน ส่งผลให้ระยะห่างของทั้งสองฝ่ายมีมากขึ้นเรื่อยๆ มิหนำซ้ำ เด็กหนุ่มร่างเล็กยังพยายามแปรเปลี่ยนเส้นทางไปตามตรอกซอกซอย ทำให้การไล่ล่าดูลำบากยิ่งขึ้น
ทีแรก กาสเซ่และพวกรู้สึกใในฝีเท้าที่ว่องไว ทั้งที่แบกหญิงชราไว้หนึ่งคน เด็กหนุ่มก็ยังรวดเร็วชนิดที่ชาวแก๊งไม่อาจตามทัน ถ้าเปลี่ยนให้วิ่งตัวเปล่า มีหวังหายลับจนมองไม่เห็นฝุ่น แต่พอเวลาผ่านไปได้ 5 นาที เหล่ามิจฉาชีพก็รู้สึกว่าความเร็วของผู้ถูกล่าเริ่มตกลง ในที่สุด พวกเขาก็ตามทันและปิดล้อมเหยื่อได้สำเร็จ
บัดนี้ผู้ล่าทั้งหลายทราบแล้วว่ามือดีที่กล้าเข้ามาสอดก็คือ เด็กหนุ่มหัวเขียวผู้มีสารรูปขะมุกขะมอมคล้ายขอทาน เขาจะเป็ใครไปไม่ได้นอกเสียจาก “มาวิน”
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก…… ” เด็กหนุ่มยืนหอบตัวโยน ท่าทางหมดแรง
“ ไอ้เด็กน้อยขอทาน เอ็งนี่กล้าจริงๆ คิดพายายแก่หลบหนี นึกว่าตัวเองเป็พระเอกอยู่รึไง ” กาสเซ่ขู่ตะคอก
เด็กหนุ่มนิ่งขรึม สายตาเหลือบซ้ายแลขวา เพื่อมองหาทางรอด ในใจนึกเสียดาย ถ้าเขาวิ่งตัวเปล่าหรือไม่หมดแรงซะก่อน ก็คงหนีพวกนี้พ้น
“ ขอบใจมากนะที่ช่วยยาย พ่อหนูไปเถอะ ยายจะขอร้องพวกนี้เอง ” หญิงชราเป็ฝ่ายพูดขึ้นมาบ้าง ทำให้มาวินต้องหันกลับมามอง แววตาของผู้าุโเปล่งประกายซึ้งใจ
มาวินนิ่งไปชั่วขณะ เขาวางหญิงชราลง จากนั้นก็หันมาประจันหน้ากับคู่ต่อสู้ ดวงตาสดใสดูแน่วแน่ ส่งผลให้กาสเซ่ตะคอกใส่อีกวาระ
“ไอ้หนูขอทาน เอ็งบ้ารึเปล่าที่กล้ามาเผชิญหน้ากับพวกข้า ไม่เคยตายรึไงฟะ”
มาวินยังคงตีหน้าขรึม แต่ปากกลับพูดขึ้นมาเบาๆ หวังให้หญิงชราที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ยินเพียงคนเดียว
“ ชั้นจะหลอกล่อพวกมันเอง พอไอ้สามตัวรุมมาที่ชั้น ยายรีบหนีไปเลยนะ ”
“ แล้วเธอจะทำยังไงต่อล่ะ พ่อหนู ” หญิงชราถาม น้ำเสียงห่วงใย
“ นั่นมันเื่ของชั้น ยายไม่ต้องยุ่ง หนีให้พ้นก็พอแล้ว เอ้า ไปได้ ” พอพูดจบ เด็กหนุ่มก็ใช้ความไวที่เหนือกว่า พุ่งฝ่าวงล้อม
“ เฮ้ย มันจะหนีอีกแล้ว ตามไป ” กาสเซ่ตวาดลั่น อึดใจต่อมา ทั้งสามก็รีบวิ่งตามมาวิน โดยไม่สนหญิงชราที่ยืนเดียวดาย
หญิงชราในชุดเสื้อคลุมขมุกขมัวถูกปล่อยให้โดดเดี่ยว ดวงตาสีน้ำขาวมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยอาการสงบ ท่าทางดูเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ ราวกับเป็คนละคน วินาทีต่อมา ก็บังเกิดรอยยิ้มประหลาดที่มุมปาก ก่อนจะนำพาร่างเล็กบางหายเข้าไปในซอยแคบมืดๆ
…………………….
ภายในเมืองเกิดความโกลาหล เพราะกาสเซ่และพรรคพวกกำลังไล่ล่าเด็กหนุ่มขอทาน แน่นอนว่าฝ่ายหนีย่อมกุมความได้เปรียบ แต่ก็อยู่ในสถานะนี้ได้ไม่นานเท่าไหร่ เพราะมีกำลังกายที่จำกัด ทำให้ความเร็วเริ่มตก ส่งผลให้ถูกตามทันและตกอยู่กลางวงล้อมดุจเดิม
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก…… พาวิ่งวนซะครึ่งเมืองเลยนะ ไอ้เด็กขอทาน เล่นเอาพวกข้าเหนื่อยขึ้นมาจริงๆ ” กาสเซ่หอบตัวโยน
“ แฮ่กๆ คราวนี้หนีไม่รอดแน่ เพราะด้านหลังของแกคือทางตัน ” ปารุสซี่ ลูกน้องร่างผอมพูดขึ้นมาบ้าง สายตาเหลือบมองมาวินที่ติดแหง็กอยู่กลางซอยแคบ
“ แฮ่กๆ…….คะ……คราวนี้แหละ เอ่อว่าแต่ระ…..เราจะ……จะทำอะไรกะ….กับมันดีครับ ลูกพี่ ” ไอ้อ้วน เปรุสซี่ ซึ่งหอบมากที่สุด เริ่มเอ่ยปากอย่างเชื่องช้าและติดอ่าง เพราะอยากมีซีนกับเขาบ้าง
“ เอ็งไม่ต้องพูด ” กาสเซ่กับปารุสซี่ตวาดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเขาคิดตรงกันว่าการติดอ่างของเ้าอ้วนเปรุสซี่ เป็จุดด่างดำที่น่าอับอายของชาวแก๊ง
“ ครับ ” สมุนร่างอ้วนหงอลงในบัดดล
หลังจากกำราบไอ้อ้วนเอ๋อเป็ที่เรียบร้อย กาสเซ่ก็หันมาสนใจเด็กหนุ่มอีกครั้ง
มาวินดูอ่อนล้า เพราะเพิ่งผ่านการวิ่งมาอย่างหนักหน่วง เมื่อนำมาประกอบกับร่างกายที่ขาดการพักผ่อนและไม่ได้รับอาหารที่ดีพอ จึงทำให้โทรมหนักกว่าที่เคย ถึงกระนั้น เด็กหนุ่มก็ยังตั้งท่าต่อสู้ อันดูไม่ผิดไปจากสุนัขจนตรอกที่ไม่มีทางเลือก ดวงตาเรียวเล็กเหลียวซ้ายแลขวา สมองพยายามประมวลผล เพื่อมองหาทางรอด
“ ไม่ไหวแฮะ เราสามารถหนีเ้าพวกนี้ได้ก็จริง แต่สุดท้าย ก็ไม่อึดพอจะวิ่งได้ไกลๆ ความเร็วจึงตกลง เป็เหตุให้ถูกไล่ทัน เมื่อดูจากร่างกายที่ย่ำแย่และปวกเปียกในตอนนี้ ขอแค่โดนอัดเข้าไปเต็มๆเพียงทีเดียว ก็น่าจะกลับบ้านเก่า จะทำยังไงดีนะ คิดสิ คิดเข้าไป ”
“ ไม่มีอะไรจะพูดรึไง ร้องขอชีวิตก็ได้นะ ไอ้หนู ” กาสเซ่คำรามใส่อย่างดุร้าย
“ ลุยมันเลยดีกว่า ลูกพี่ แล้วค่อยรีดเงินที่มันขอทานมา ” สมุนร่างผอมร้องบอกลูกพี่ใหญ่
“ เออ ความคิดดี น่าจะคุ้มกว่าไถยายแก่คนเมื่อกี้ เอ้า ไอ้อ้วนจัดการเลย ” กาสเซ่หันไปสั่ง เปรุสซี่ที่ยืนข้างๆ
ทันทีที่ได้รับคำสั่ง สมุนร่างอ้วนก็พุ่งเข้าชนมาวินแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็ว จึงทำให้เด็กหนุ่มพลิกหลบได้อย่างหวุดหวิด
“ โครม ”
เสียงปะทะดังสนั่นไปทั่วตรอกแคบ เพราะร่างอ้วนใหญ่ได้อัดกับกำแพงปูนเข้าอย่างจังส่งผลให้เปรุสซี่ร่วงล้มลงไปนอน พร้อมสลบเหมือดในทันที
“ โถ…… ไอ้โง่หมายเลขหนึ่ง ” กาสเซ่ถึงกับกุมขมับ ปากก็บ่นพึมพำด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว
“ คราวนี้ ผมเอง ลูกพี่ ” สมุนร่างผอมขันอาสา สองมือยกขึ้นตั้งการ์ดอย่างรัดกุม สายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของมาวิน
“ จัดไป อย่าให้เสียชื่อแก๊งกอริลลานะเฟ้ย ” กาสเซ่ะโลั่น
ปารุสซี่เริ่มเต้นฟุตเวิร์คไปมา ดูเหมือนนักเลงหนุ่มคนนี้จะพอเป็มวย ส่วนทางฝ่ายมาวิน ก็ตั้งท่าต่อสู้เช่นกัน สายตาจับจ้องคู่ต่อกร ซึ่งบัดนี้กำลังก่อกวนด้วยสเต็ปเท้า
“ ไอ้หนู แววตาเอาเื่นี่หว่า แบบนี้มันต้องเจอนักมวยเก่า ” สมุนร่างผอมพูดจบ ก็แย็บขวาไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม หมัดที่ว่องไวเข้าเป้าแบบเต็มๆ ทำให้เด็กหนุ่มผงะหนีในทันที
“ ไง หมัดแย็บของข้าเร็วดีมั้ย ” สมุนร่างผอมเต้นฟุตเวิร์ค พลางแย็บขวาใส่ถี่รัว หมัดของเขาเร็วปานงูฉก ทุกดอกล้วนเข้าเป้า ทว่าการโจมตีดังกล่าว มีผลแค่ทำให้มาวินเสียจังหวะ ไม่มีน้ำหนักมากพอจะส่งเด็กหนุ่มลงไปนอนวัดพื้น
ทุกครั้งที่โดนแย็บขวา มาวินก็จับวิถีหมัดได้มากขึ้น จากตอนแรกที่โดนเต็มๆ ก็กลับกลายเป็เพียงถากๆ ่หลังๆ เด็กหนุ่มถึงกับโยกหลบหมัดได้ทุกครั้ง ขาก็เริ่มออกสเต็ปเลียนแบบฟุตเวิร์คของสมุนร่างผอม
“ หน็อย…… ทำไมถึงต่อยมันไม่โดน ไอ้หนูคนนี้รวดเร็วชะมัด ” สมุนร่างผอมประหลาดใจ เพราะถึงตั้งใจแย็บใส่อย่างเต็มที่ เด็กหนุ่มก็ยังคงโยกหลบพายุหมัดได้ทุกจังหวะ
ระหว่างที่มาวินโชว์ความพลิ้วอยู่นั้นเอง ก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน……
“ โครม ”
หมัดฮุคซ้ายวิ่งโค้งเข้ากกหูของเด็กหนุ่มแบบเต็มๆชนิดไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้มาวินเซถลาลงไปนอนกองข้างถังขยะ กายบางแน่นิ่ง ไม่ไหวติง
“ ฮ่าๆ เป็ไง ฮุคซ้ายของข้าหนักมั้ย ไอ้หนู ” สมุนร่างผอมแผดเสียงหัวเราะ พลางกล่าวเยาะเย้ย เพราะดีใจที่เห็นท่าไม้ตายของตัวเองสำฤทธิ์ผล
“เยี่ยมมาก สมุนหมายเลขหนึ่ง แกรีบเข้าไปค้นตัวมัน เฮ้ย ไอ้อ้วนตื่นโว้ย เอ็งนี่มันไม่ได้เื่จริงๆ ” กาสเซ่ชมเชยสมุนร่างผอมและหันไปเตะตูดไอ้อ้วนที่นอนโก้งโค้งอยู่บนพื้น
“ ขอยึดทรัพย์ล่ะนะ ไอ้หนู อ้าว…เฮ้ย เป็ไปไม่ได้ ” สมุนร่างผอมชะงักงัน กาสเซ่เองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก เพราะเด็กหนุ่มหัวเขียวเริ่มยันกายลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แม้มีรอยฟกช้ำที่ขมับขวา แต่เขาก็เริ่มยิ้ม พร้อมตอบกลับอย่างมั่นใจ
“ เกือบไป นายก็มีทีเด็ดซ่อนอยู่นี่หว่า แต่ต่อไป นายทำอะไรชั้นไม่ได้แล้ว ”
“ เป็ไปได้ไง จากสภาพร่างกาย ไม่น่าทนหมัดเด็ดของชั้นได้นี่หว่า ” สมุนร่างผอมถามเสียงสั่น
“ ไม่รู้ดิ ชั้นคงเป็ะล่ะมั้ง เหอๆ ” มาวินยิ้มมุมปาก ในใจแอบคิดว่าโชคดีที่ปฏิกิริยาของตนเองว่องไว เลยยกมือขึ้นกันหมัดเด็ดได้ทัน ทำให้น้ำหนักลดลงกว่าครึ่ง
“ หน็อยแน่ แก ” ปารุสซี่โกรธจัดจนควันออกหู เขาพุ่งเข้าใส่มาวิน ราวกับวัวบ้า
“ หึ หึ หึ แบบนี้ก็เข้าทางเรา ” มาวินคิดในใจ ถึงจะเหลือกำลังอยู่เพียงน้อยนิด แต่เขาก็เริ่มอ่านจังหวะและทิศทางหมัดที่พุ่งเข้ามาได้ เลยทำให้โยกหลบได้ไม่ยาก
“ ทำไมต่อยมันไม่โดนเลยฟะ นี่แน่ะ ” ยิ่งปารุสซี่โกรธจัด หมัดที่ออกมาก็สะเปะสะปะมากขึ้น สิ่งนั้นทำให้มาวินหลบได้ง่ายๆ
“ อย่างนี้มันต้องโดน ฮุคซ้ายมหากาฬ ” ปารุสซี่ปล่อยหมัดเด็ดด้วยอารมณ์โกรธ
“ ดีล่ะ รอจังหวะนี้อยู่แล้ว ”
เสี้ยววินาทีนั้นเอง มาวินโยกศีรษะไปทางขวา เพื่อหลบหมัดซ้ายที่พุ่งเข้ามา จากนั้นก็สวนกลับด้วยหมัดซ้ายตรง
“ ปัง ”
เสียงปะทะดังสนั่นลั่นซอย พร้อมปารุสซี่ที่กระเด็นลงไปนอนกองกับพื้น บังเกิดแผลแตกระหว่างคิ้วจนเืแดงหลั่งไหลเนืองนอง เหตุเพราะโดนหมัดซ้ายของเด็กหนุ่มเข้าอย่างจัง
“ แฮะๆ เหลืออีกแค่คนเดียว จะยอมแพ้มั้ย ” เด็กหนุ่มแสยะยิ้มให้คู่ต่อสู้ ท่าทางดูองอาจ ผิดกับรูปร่างที่ผอมโกรก ราวกับไม้เสียบผี
กาสเซ่ทั้งตะลึง โกรธ และก็……กลัว ในใจนึกสงสัย ทำไมเด็กหนุ่มที่ผอมโซเหมือนคนขาดสารอาหาร ถึงได้เล่นงานสองลูกน้องอันธพาลจนราบคาบตามๆกัน
“ ว่าไง ชั้นล้มลูกน้องนายไปสองคนแล้วนะ เหลืออีกแค่คนเดียว จะไหวหรือ ต่างคนต่างไป ดีกว่าน่า ” มาวินยืดอกด้วยท่าทางภาคภูมิ แต่กาสเซ่กลับตวาดลั่น
“ แก…… แกต้องตาย ไอ้เด็กบ้า ”
“ ซวยแล้วสิ อุตส่าห์วางฟอร์มขู่ให้มันกลัว แต่ก็ไม่ได้ผล เหอๆ เอาไงดีนะ เ้าั์นี่ท่าทางแข็งแรงซะด้วย ” เด็กหนุ่มยิ้มมุมปาก แต่ภายในกลับกลัดกลุ้ม เพราะตอนนี้เขาไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว มิหนำซ้ำ อาการาเ็จากหมัดฮุค เริ่มส่งผลให้รู้สึกมึนงง ส่วนมือซ้ายที่ต่อยสวนออกไป ก็ดันเจ็บหนักจนไม่สามารถใช้งานได้อีก
“ แกต้องโดนนี่ ” กาสเซ่วิ่งเข้ามากระแทก ความเร็วและความแรงเหนือกว่าเปรุสซี่อยู่หลายขุม
“ อึบ ” มาวินเค้นกำลังที่มีอยู่น้อยนิด เพื่อถอยไปชิดกำแพง แล้วพลิกหลบในจังหวะสุดท้าย ทำให้รอดพ้นจากแรงกระแทกอย่างหวุดหวิด ส่วนร่างั์ของกาสเซ่ก็พุ่งชนกำแพงอิฐเข้าอย่างจัง
“ โครม ”
มาวินหันไปดูผลงาน ในใจนึกลุ้นให้กาสเซ่ล้มลงไปนอนเหมือนเปรุสซี่ ทว่าวายร้ายร่างั์กลับยิ้มแฉ่งเป็ปกติ ส่วนกำแพงก็บังเกิดรอยแตกร้าว คล้ายโดนรถยนต์พุ่งชนอย่างรุนแรง
“ หลบได้สวยนี่ ไอ้หนู แต่เสียใจด้วยนะ ร่างกายของข้าแข็งแกร่งกว่าไอ้อ้วนปัญญาอ่อนมาก ครั้งต่อไป แกหนีไม่พ้นแน่ ฮ่าๆ ” กาสเซ่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
แต่แทนที่มาวินจะกลัวเกรง ใบหน้าอ่อนเยาว์กลับเกิดรอยยิ้มอ่อนโยน ท่าทางดูผ่อนคลาย แม้กระทั่งคนที่หยาบกระด้างอย่างกาสเซ่ยังรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้
“ แกยิ้มบ้าอะไรวะ ” กาสเซ่ถามดุๆ คิ้วขวาเลิกสูง มาวินจึงแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ในใจนึกยินดี
“ดีจังเลย ถึงตอนนี้ ยายแก่นั่นคงรอดแล้วล่ะมั้ง”
“ ว่าไง ยิ้มบ้าอะไร ” กาสเซ่ถามซ้ำอีกครั้ง
“ ไม่มีอะไรหรอก เข้ามาเลย ” มาวินเลิกยิ้มและตั้งท่าต่อสู้ เขาง้างหมัดขวาไปข้างหลัง อันเป็การแสดงเจตนาว่าจะปักหลักต่อยสวน
“ ฮ่าๆ แกคิดต่อยสวนการพุ่งชนของข้าเหรอ บ้ารึเปล่า แรงกระแทกมันพอๆกับรถม้าคันหนึ่งเลยนะเฟ้ย ไอ้หนู ” อันธพาลร่างั์ขู่
มาวินไม่ตอบกลับ แต่ดวงตากลับเปล่งประกายเด็ดเดี่ยว จากนั้นก็เกร็งกาย เพื่อรอรับแรงกระแทกที่กำลังพุ่งเข้ามา
“ ดีล่ะ ถ้าอยากตายนัก ข้าก็จะจัดให้ เตรียมรับมือ เ้าหนู ” กาสเซ่ตวาดลั่น พร้อมพุ่งชนเด็กหนุ่มสุดกำลัง ดูไปแล้ว การโจมตีในครั้งนี้น่าจะรุนแรงกว่าครั้งแรกเสียด้วยซ้ำ
“ ก็เอาสิ ” เด็กหนุ่มต่อยสวนด้วยหมัดขวาไปยังจุดที่เล็งเอาไว้
“ เปรี้ยง ”
เสียงดังสนั่นทั่วซอยอีกวาระ ผลที่ออกมาคือร่างเล็กบางที่ปลิวไปชนกำแพงอิฐเต็มแรงจากนั้นก็ล้มลงไปนอนหงายแน่นิ่ง
กาสเซ่ค้างในท่าเดิมชั่วขณะ ก่อนจะกลับมายืนปกติ เวลาต่อมา เขาก็ยกมือขึ้นมากุมหัวไหล่ขวา สีหน้าส่อแววเ็ป
“ อู้ย…… ไอ้หนูนี่มันใจเด็ดแฮะ นอกจากไม่หลบ ยังกล้าต่อยสวนเข้ามาที่หัวไหล่ ท่าทางเราจะยกแขนข้างนี้ไม่ขึ้นไปอีกหลายวัน” กาสเซ่พึมพำเบาๆ ก่อนจะเหลือบมองเด็กหนุ่มที่นอนสิ้นสติ ในใจนึกขบคิด
“ นี่ขนาดโทรมสุดๆ ยังเล่นงานเราได้ถึงขนาดนี้ ถ้ามันสมบูรณ์เต็มที่ แล้วฝึกจนเก่ง เราคงครองที่นี่ได้ยาก ”
ดวงตาของกาสเซ่ฉายแววอำมหิต ทันใดนั้น เขาก็หยิบมีดสั้นที่เหน็บหลังออกมา แล้วก้าวไปยืนค้ำหัวเด็กหนุ่ม
“ โหสิเถอะนะ ไอ้หนู แกอันตรายเกินไป ” กาสเซ่เงื้อมีดสั้นในมือ เป้าหมายคืออกด้านซ้ายของเด็กหนุ่ม
“ ตายซะเถอะ ไอ้หนู ” อันธพาลร่างั์ตวาดลั่น พร้อมแทงมีดสั้นลงไปอย่างรวดเร็ว
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
