ต้าเหนิงเดินเข้าไปในป่าสักพักก็พบกับป่าไผ่และไม้ใหญ่ที่พอจะนำไปทำเป็เตียงและชั้นวางของได้ เพราะต้องรีบกลับไปทำซาลาเปาไว้ให้ฟางฮวานำไปขาย เธอจึงนำไม้ไผ่กลับไปได้ไม่มาก
กลับมาถึงบ้าน ต้าเหนิงก็รีบไปอาบน้ำก่อนเป็อันดับแรก กลับเข้ามาเธอก็รวบผมขึ้นสูง พยายามรักษาความสะอาดเวลาทำอาหารที่สุด เพราะไม่มีถุงมือต้าเหนิงจึงใช้ชามเล็กๆ ใส่น้ำวางไว้ข้าง ๆ สะดวกต่อการล้างมือทุกครั้งที่จับสิ่งสกปรก
ต้าเหนิงเลือกที่จะใส่ชุดเดียวทุกครั้งที่ทำอาหาร ไม่อยากจะสวมชุดที่กลับมาจากการทำนา เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเธอก็เริ่มลงมือผสมแป้งซาลาเปาก่อน เธออยากจะทำทุกอย่างให้เป็ขั้นเป็ตอนและยอดสั่งครั้งแรกนี้เธออยากจะทำสุดฝีมือและอร่อยที่สุด
หลังจากทำส่วนแป้งซาลาเปาเสร็จ ต้าเหนิงก็ทำส่วนของไส้เจต่อ วันนี้เนื้อเหลืออยู่ เธอจึงคิดที่อยากจะทำซาลาเปาไส้พะโล้สูตรดั้งเดิมที่แม่เธอเคยสอนดู แล้วให้ฟางฮวานำไปให้ลูกค้าชิมว่าจะถูกปากหรือไม่
จะต้องหาวิธีทำทุกอย่างให้ได้เงินมา จะนิ่งดูดายไม่ได้หากจะทำซาลาเปาขายจะต้องทำออกมาให้อร่อยและมีหลากหลายไส้ให้ลูกค้าได้เลือกกิน ด้วยยุคนี้มีอะไรที่จำกัดอยู่มาก ต้าเหนิงจึงต้องคิดหาวิธีปรุงอาหารออกมาให้อร่อยที่สุด
หลังจากที่เตรียมส่วนไส้ซาลาเปาเสร็จแล้ว ต้าเหนิงก็มานั่งปั้นจับจีบซาลาเปา แม้นว่าจะเหนื่อยหน่อยแต่เมื่อนึกถึงรายได้ที่ได้มามากกว่าค่าแรงของพวกเขาที่ทำนามาทั้งปี เธอก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาไม่เหนื่อยอีกต่อไป
ซาลาเปา 50 ลูกได้มา 25 หยวน ยุเหวียนเซียว 30 จานเล็กได้มา 15 หยวน ยุเหวียนเซียวน้ำขิงหอม ๆ 10 ถ้วย 10 หยวน เท่ากับว่าวันนี้ต้าเหนิงได้มา 50 หยวน หักนู่นลบนี่แล้ว เธอก็จะได้ประมาณ 37-38 หยวน ถือว่าหาเยอะมาก ๆ แล้วในยุคนี้
ต้าเหนิงได้ถามฟางฮวาเื่ที่จะซื้อบ้านหรือร้านในอำเภอแล้ว อาคารหรือเรือนในอำเภอค่อนข้างแพง ถูกสุดก็ 2500-4000 หยวน ซึ่งตอนนี้ต้าเหนิงมีเงินเก็บเพียงแค่ 500 หยวน ที่มาพร้อมกับมิติ นั้นก็หมายความว่าเธอจะต้องหาวิธีหาเงินเพิ่มให้ได้อีก 2000หยวน
ต้าเหนิงมานั่งคิดดูแล้ว หากยอดสั่งจากฟางฮวามีมาเรื่อย ๆ เธอก็จะสอนให้จื่อหยวนทำซาลาเปาและยุเหวียนเซียวช่วย เป็สามีภรรยากันแล้วอีกไม่นานก็คงมีลูก จะต้องคิดในส่วนนี้ ยุคข้าวยากหมากแพงถ้าไม่มีเงินจะเอาเงินจากที่ไหนเลี้ยงลูก
ทุกอย่างต้าเหนิงจะวางแผนเป็ขั้นเป็ตอน จะให้จื่อหยวนหยุดทำนามาช่วยเธอทำมาหากินก็ไม่ได้ หากทางการรู้เข้าจะเดือดร้อน เพราะฉะนั้นพวกเขาจะต้องช่วยกันยามที่มีเวลาว่าง ยอมลำบากตอนนี้จะได้สบายในวันข้างหน้า
“เหนิงเอ๋อร์ ผมกลับมาแล้วครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม? ” จื่อหยวนที่ทำงานเสร็จเร็วกว่าทุกวันรู้ว่าวันนี้ภรรยาต้องทำซาลาเปาส่งให้ฟางฮวาเยอะ กลัว;jkภรรยาจะเหนื่อยจึงรีบกลับมาที่บ้านคอยเป็ลูกมือช่วยภรรยา
“คุณไปอาบน้ำก่อนค่ะ เดี๋ยวเหงื่อหยดลงอาหารของลูกค้าพอดี” ต้าเหนิงกำลังปั้นจับจีบซาลาเปาลูกสุดท้ายได้หันไปบอกกับจื่อหยวน
“ครับ ๆ เดี๋ยวผมมาช่วยนะครับ” สิ้นประโยค จื่อหยวนก็รีบหยิบเสื้อวิ่งออกไปอาบน้ำข้างหลังบ้านทันที
ยุคนี้ไม่มีซึ้งนึ่งเหมือนยุคที่จากมา ต้าเหนิงจึงได้ทำเข่งนึ่งไม้ไผ่ขึ้นมาเอง ส่วนหม้อต้มน้ำขิงยุเหวียนเซียวก็ใช้หม้อดินจากบ้านใหญ่ ยังไม่รู้ว่าจะได้ขายเยอะไหม ต้าเหนิงจึงยังไม่ลงทุนมาก ขอขายดูไปก่อน หากขายดีเมื่อไหร่เธอถึงจะลงทุนกับอุปกรณ์ทำ สิ่งสำคัญตอนนี้คือหาเงินเก็บไว้ซื้อร้านในอำเภอก่อน
ต้าเหนิงเรียงซาลาเปาอย่างสวยงาม ก่อนจะนำไปนึ่งบนเตา จากนั้นเดินมาทำแป้งยุเหวียนเซียวต่อ เป็จังหวะที่จื่อหยวนอาบน้ำเสร็จพอดี เธอจะได้สอนให้เขาทำไปด้วยกัน หากวันไหนเกิดยอดสั่งเยอะจะได้มีเขาคอยช่วยอยู่ข้าง ๆ
“คุณคะ มาช่วยฉันหน่อยค่ะ เดี๋ยวฉันจะสอนวิธีทำยุเหวียนเซียวให้นะคะ”
“ได้ครับ ตื่นเต้นจัง ผมจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระคุณสักที” จื่อ หยวนมีทีท่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
ต้าเหนิงสอนจื่อหยวนไปทีละขั้นตอน ั้แ่ขั้นตอนการทำแป้ง นวดแป้ง ปั้นแป้งและทำไส้ยุเหวียนเซียว จื่อหยวนดูตั้งใจฟังและตั้งใจทำมาก ครั้งแรกทำออกมาอาจจะยังไม่สวยแต่ก็ไม่ได้แย่ เธอสอนสามีอย่างละเอียดโดยที่ไม่หวงสูตรเลย
“หลังจากที่เสร็จแล้วนะคะ ถ้าลูกค้าทานที่ร้านเราถึงจะโรยงาดำและมะพร้าวอ่อนลงไปค่ะ แต่ถ้าลูกค้าซื้อกลับไปกินที่บ้านคุณจะต้องหาองาดำและมะพร้าวอ่อนให้ลูกค้านำกลับบ้านนะคะ”
“อ่อ ผมเข้าใจแล้วครับ แล้วเกิดว่าไม่ใส่มะพร้าวอ่อน แล้วเราเปลี่ยนมาเป็มะพร้าวแห้งหรือกรอบอะไรแบบนี้จะได้ไหมครับ”
“จริงด้วย ทำไมฉันถึงนึกไม่ออกนะ มะพร้าวแห้ง มะพร้าวกรอบอร่อยเลยนะนั่น ไว้ฉันจะลองทำดูค่ะ”
“ผมทำมะพร้าวแห้งกรอบเป็ครับ ไว้ผมจะทำให้คุณลองชิมดูนะครับ”
“จริงเหรอคะ ^^ ดีเลยค่ะ พยายามหาอะไรใหม่ ๆ มาใส่ในอาหารลูกค้าจะได้ไม่เบื่อ”
ทั้งสองยืนพูดคุยทำอาหารกันอย่างมีความสุข จื่อหยวนเองก็ตั้งใจดูและศึกษาการทำซาลาเปาและยุเหวียนเซียวอย่างตั้งใจ ได้ยินภรรยาบอกว่ากำไรดี จื่อหยวนถึงกับตาลุกวาว ไม่คิดว่าการค้าขายจะได้เงินดีกว่าที่เขาทำงานเสียอีก
เมื่อทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว ต้าเหนิงก็นำซาลาเปาและยุเหวียนเซียวออกมาจัดห่อไว้เป็อย่างดี รอให้ฟางฮวามารับไปขายที่ร้าน...วันนี้ ต้าเหนิงสำรวจดูรอบเรือนไปรอบหนึ่ง หาที่ขุดหลุมซ่อนอุปกรณ์ทำอาหารและไว้ซ่อนเงิน
พวกเขาสลับกันพักแบบนี้ชาวบ้านจะต้องสงสัยเป็แน่ สักวันหนึ่งจะต้องมีคนในหมู่บ้านไปแจ้งทางการ หากรู้ว่าพวกเขาทำการค้าขายแบบลับ ๆ แบบนี้ กว่าเธอจะเก็บเงินย้ายไปอยู่ที่อำเภอคงอีกนานโขอยู่ ทางที่ดีที่สุดคือกันไว้ดีกว่าแก้ เกิดตอนนั้นทางการมาตรวจค้นบ้านดู คงไม่ได้ใช้เงินกันพอดี
#ในยุคนั้นการค้ายังไม่เสรี ใครมีร้านก็เปิดขายอย่างจำกัด ทุกอย่างอยู่ใต้การควบคุมของรัฐ หากรัฐจับได้ว่าขายเกินจำนวนที่แจ้งไว้หรือเข้าใจง่ายๆ ว่าแอบขายเหมือนหลีกเลี่ยงภาษีอ่ะค่ะ จะถูกทางการยึดของที่ขายทั้งหมด ส่วนชาวนาหากรวยผิดปกติก็จะถูกทางการตรวจสอบ จับได้ก็ถูกยึดทรัพย์เช่นกัน นี่คือคำบอกเล่านะคะ เพราะเป็เื่แรกที่ไรต์เขียนด้วย อยากจะได้ข้อมูลมาเขียนลงในนิยายเยอะ ๆ ค่ะ หวังว่ารี้ดทุกท่านจะชอบกันนะคะ