การประชุมเพื่อร่วมมือกันปฏิบัติการทางการทหารของทั้ง 50 ประเทศ ซึ่งมีแสนยานุภาพทางการทหารอยู่ในอันดับที่ 1 ถึง 50 ของโลกนั้นได้สิ้นสุดลงในเวลา 22 : 00 น.
ดังนั้นจึงเหลือเวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะถึงเวลาที่พวกอสูรจะบุกโลกตามที่ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคได้บอกกับจูหงเฟยเอาไว้
ในตอนนี้จูหงเฟยได้ออกมาจากห้องวอร์รูมเพื่อไปพักอยู่กับครอบครัวของเขา
ในส่วนของการเตรียมการทางการทหารจากประเทศทั้ง 50 ประเทศนั้นสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วมาก เพราะตั้งแต่ก่อนที่ประตูมิติทั้ง 7 ประตูจะปรากฏตัวขึ้น จะกระทั่งถึงเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ที่ประตูมิติทั้ง 7 ประตูนี้ได้ปรากฏตัวขึ้นมาบนโลก บรรดาเหล่าเสนาธิการทางการทหารจากทั้ง 50 ประเทศในองค์กร UN : SW ต่างก็ช่วยกันวางแผนยุทธศาสตร์ทางการทหาร เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์อสูรบุกโลกเอาไว้แล้วมากมายหลายแผน ตั้งแต่แผน A,B,C,D..จนกระทั่งถึงแผน Z
ดังนั้นในตอนนี้ทางกองกำลังทหารที่ปิดล้อมประตูมิติลูกทรงกลมออร่าแสงสีม่วงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 กิโลเมตร ทั้ง 7 ประตู รวมถึงกำลังพลสำรอง และกำลังสนับสนุนด้านยุทโธปกรณ์จากกองทัพทั้ง 50 ประเทศจึงมีความพร้อมรบอยู่ในขั้นสูงสุดแล้ว
ส่วนประเทศเเละมหาสมุทรที่มีลูกทรงกลมออร่าแสงสีม่วงนี้ลอยอยู่เหนือผืนแผ่นดินและผืนแผ่นน้ำไล่จากซีกโลกฝั่งตะวันออกไปทางซีกโลกฝั่งตะวันตกก็คือ
1. ประเทศรัสเทียส ทวีปเอเซีย
2. เกาะไต้หยาน ทวีปเอเซีย
3. ประเทศคองโกน ทวีปแอฟริกา
4. ประเทศฝรั่งเกต ทวีปยุโรป
5. มหาสมุทรแอตแลนติก
6. พรมแดนรอยต่อระหว่างประเทศอเมรากากับประเทศแคนนาดาส
7. มหาสมุทรแปซิฟิก
ในส่วนของเกาะไต้หยาน ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศจีนาที่สุดนั้น กองกำลังทหารทั้งบนเกาะไต้หยานและกองกำลังทหารบนผืนแผ่นดินใหญ่แห่งประเทศจีนา ต่างก็เตรียมพร้อมรบอยู่อย่างเต็มที่
ภายในห้องพักผ่อนชั่วคราว จูหงเฟยทำการเล่าเรื่องราวต่างๆในที่ประชุมทางไกลให้กับครอบครัวของเขาได้รับรู้ จากนั้นเขาก็นั่งเล่นเกมส์ออนไลน์ในโทรศัพย์มือถือไปเรื่อยๆเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ
ในขณะที่จูหงเฟยกำลังจอจ่อสมาธิในการเล่นเกมส์ออนไลน์อยู่นั้น
แกร๊งๆๆๆ...!!! แกร๊งๆๆๆ...!!! แกร๊งๆๆๆ...!!! แกร๊งๆๆๆ...!!!
"เจ้าหนูจู..ได้เวลาแล้ว พวกอสูรมันกำลังจะบุกข้ามมาโลกสีน้ำเงินในอีกไม่กี่นาทีนี้แล้ว" ปราณจิตลูกทรงกลมออร่าแสงสีม่วงก็ปรากฏตัวขึ้นมาภายในจิตสำนึกของจูหงเฟย
"โห..ลุงเฉินครับ ลุงเฉินออกมาตอนที่ผมฆ่าบอสให้เสร็จก่อนได้ไหมครับ กำลังจะฆ่าบอสได้อยู่แล้วเชียว เฮ้อ..เวรกรรม..เวรกรรมของจูจริงๆ" จูหงเฟยบ่นอุบ
"เอาเถอะ..อย่าไปสนใจเลยว่าข้าจะออกมาตอนไหน อันที่จริงแล้ววันนี้ตั้งแต่ตอนตีห้า ข้าก็ไม่ได้ปิดปราณจิตพักรักษาตัว 100 % ข้าก็ยังแบ่งปราณจิตบางส่วนเฝ้าดูสถานการณ์ภายนอกและร่วมรับรู้เรื่องราวต่างๆไปพร้อมกันกับเจ้านั่นเเหละ"
"ตอนนี้เจ้ากลับไปที่ห้องวอร์รูมได้แล้ว พวกอสูรมันกำลังจะข้ามประตูมิติมาแล้ว" ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคบอกกับจูหงเฟย
"ก็ได้ครับ..ผมจะไปเดี๋ยวนี้" จูหงเฟยตอบ
"แต่เจ้าอย่าเพิ่งบอกให้ไอ้เจ้าหยางน้อยกับคนอื่นๆรู้ล่ะว่าข้าตื่นขึ้นมาในจิตสำนึกของเจ้าแล้ว ข้าจะคอยดูว่าพวกมนุษย์บนดาวเคราะห์โลกสีน้ำเงินดวงนี้ได้มีการเตรียมการไปถึงไหนกันแล้วโดยที่ไม่มีข้า" เจ้าหยางน้อยที่ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคพูดถึง ก็คือท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางนั่นเอง
"ก็ได้ครับ..ลุงเฉินว่ายังไง ผมก็ว่ายังงั้น"
"เฮ้อ..ขยันสร้างภาระให้กับเด็กอายุ 11 จริงๆเลยนะครับ ลุงเฉินนี่" จูหงเฟยตอบกลับลุงเฉินของเขาไป
ลุงเฉิน..ถึงกับสะอึก..
แล้วจูหงเฟยก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้โซฟาภายในห้องพักชั่วคราว ขณะนี้เป็นเวลา 22 : 40 น. และในขณะที่จูหงเฟยกำลังจะก้าวออกจากประตูห้องพักผ่อนชั่วคราวนั้นก็มีนายทหารนายหนึ่งวิ่งมาเชิญจูหงเฟยให้ไปติดตามสถานการณ์ของประตูมิติทั้ง 7 ประตูในห้องวอร์รูม
"ท่านผู้อาวุโสจูขอรับ ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติ ได้ติดต่อท่านผู้อาวุโสมารึยังขอรับ" เมื่อจูหงเฟยเข้ามาในห้องวอร์รูมแล้ว ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางก็รีบกล่าวถามจูหงเฟยด้วยความคาดหวัง
จูหงเฟยยักไหล่แล้วทำท่าแบมือทั้ง 2 ข้างออก เป็นการแสดงว่าไม่มีการติดต่อมาจากลุงเฉินของเขา
ในกรณีนี้จูหงเฟยถือว่าตัวเขาไม่ได้พูดโกหก เพราะจูหงเฟยแค่แสดงท่าทาง จูหงเฟยเป็นเด็กดีจะตาย จะให้เขาพูดคำโกหกออกมาได้ยังไงกัน *หากว่าไม่จำเป็น*