หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    เล่มที่ 2 บทที่ 57 ทวงหนี้ถึงหน้าบ้าน

    บทที่ 57 ทวงหนี้ถึงหน้าบ้าน

            หยาบโลนเกินไปแล้ว! แต่ฉินชูจะพูดอะไรได้ เพราะเขายังต้องการความช่วยเหลือจากโม่เต้าจื่ออยู่ ดังนั้นจึงต้องอดทนต่อไป

            ฉินชูเดินเข้ามาด้านในที่พำนักของโม่เต้าจื่อ

            “ได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง จงบอกมาตามความจริง ข้าไม่มีทางขูดรีดเจ้าหรอก” โม่เต้าจื่อกวาดมองฉินชูครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้น เขามองนิสัยฉินชูออก แม้อายุยังน้อย แต่ก็เจ้าเล่ห์ไม่น้อยเลย

            “ได้มาไม่น้อยเลยขอรับ ก่อนอื่นศิษย์เข้าถึงพลังแห่งเจตจำนงกระบี่ได้แล้ว...” ฉินชูเอ่ยปาก

            ยังพูดไม่ทันจบ โม่เต้าจื่อก็ลุกขึ้นทันที มือทั้งสองข้างยื่นออกมาจับไหล่ฉินชูแน่น จากนั้นก็ลากเขาออกมาที่ลานกว้างภายในที่พำนัก “จงแสดงวิชากระบี่ของเจ้าให้ข้าดู ข้าจะดูว่าใช่พลังแห่งเจตจำนงกระบี่ของจริงหรือไม่”

            กระบี่ถูกชักออกจากฝัก ฉินชูเริ่มวาดลวดลายกระบวนท่ากระบี่พื้นฐานที่เสริมด้วยพลังแห่งเจตจำนงกระบี่

            “เป็นของขวัญอันประเสริฐจริงๆ การเข้าไปสำรวจในโบราณสถานชิงหวางครั้งนี้ของเจ้า นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกจริงๆ” ดวงตาทั้งสองข้างของโม่เต้าจื่อเป็นประกาย ก่อนเดินกลับเข้ามาด้านในที่พำนัก โม่เต้าจื่อคาดหวังกับฉินชูเอาไว้มาก และฉินชูก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง ฉินชูในตอนนี้ถือว่าเพียบพร้อมตามที่เขาหวังไว้แล้ว

            ฉินชูเดินตามโม่เต้าจื่อเข้ามาด้านในที่พำนักเช่นกัน

            “จงนั่งลง แล้วเล่าประสบการณ์ครั้งนี้ให้ข้าฟัง” โม่เต้าจื่อชี้ไปที่เก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าพลางเอ่ยขึ้น

            ฉินชูนั่งลง หลังจากเรียบเรียงความคิดและคำพูดในหัวเสร็จก็มองหน้าโม่เต้าจื่ออย่างจริงจัง “ศิษย์ผู้น้อยต้องการพูดคุยกับท่านอาวุโสอย่างจริงจัง”

            “พูดคุยอย่างจริงจัง... เจ้าหนูอย่างเจ้ามั่นใจในตัวเองขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใด ไหน! ลองพูดมาสิ ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร” โม่เต้าจื่อกวาดมองฉินชูอีกรอบ

            “เรื่องป้ายลัญจกรชิงหวาง ตอนนี้อยู่ในมือของศิษย์แล้วขอรับ ศิษย์สามารถมอบให้ท่านอาวุโสได้เลยทันที แต่หวังว่าท่านอาวุโสจะให้การสนับสนุนค้ำจุนท่านปรมาจารย์หลัวเจินแห่งยอดเขาชิงจู๋ ท่านปรมาจารย์หลัวเจินเป็นผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่งยิ่งกว่ารองเจ้าสำนักอย่างซูซานเหอ อีกอย่าง ศิษย์เป็นคนแห่งยอดเขาชิงจู๋ หากไม่ทำอะไรเพื่อยอดเขาชิงจู๋ ศิษย์คงดูอกตัญญูเกินไปขอรับ” ฉินชูพูดขึ้น

            “ป้ายลัญจกรชิงหวาง...ไม่นึกว่าเจ้าจะได้ป้ายลัญจกรชิงหวางมาจริงๆ ดังนั้นข้าขอพูดบ้างก็แล้วกัน ตามกฎบัญญัติแห่งสำนักชิงหยุนกล่าวไว้ชัดเจน ผู้ที่ตามหาป้ายลัญจกรชิงหวางเจอจะกลายเป็นผู้ครอบครองโดยปริยาย จะมีศักดิ์และสถานะเป็นเจ้าสำนักชิงหยุนคนใหม่ ดังนั้นข้าไม่ต้องการสิ่งนี้ และเจ้าก็ห้ามให้ผู้อื่น จงเก็บไว้ติดตัว ใช้มันเมื่อจำเป็น ยามเกิดความขัดแย้ง สามารถแสดงมันเพื่อเข้าควบคุมและยุติสถานการณ์ได้” โม่เต้าจื่อลุกขึ้นเดินวนรอบๆ ห้องโถงพลางอธิบาย

            “ท่านอาวุโสขอรับ แบบนี้คงไม่เหมาะสมเท่าไรกระมัง เท่าที่ศิษย์รู้มา ทางสำนักร้อนใจต้องการป้ายลัญจกรชิงหวางเป็นยิ่งนัก ถ้าหากศิษย์เก็บมันไว้เงียบๆ อยู่แบบนี้...” ฉินชูครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ถึงแม้เขาอยากจะเก็บเอาไว้ไม่บอกใคร แต่ดูเหมือนว่าป้ายลัญจกรชิงหวางจะมีความสำคัญกับสำนักชิงหยุนมากกว่าที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถทำเป็นนิ่งเฉยไม่สนใจได้

            “ใช่แล้ว มันสำคัญต่อทางสำนักมาก เมื่อมีป้ายลัญจกรชิงหวาง พลังของมหาตราเวทย์คุ้มกันบรรพตศิขรแห่งสำนักชิงหยุนจะถูกยกระดับสู่ขั้นที่หก ถือว่าเป็นพลังการป้องกันที่สูงที่สุดในบรรดากองกำลังยักษ์ใหญ่ในอาณาจักรจงโจว หากมีสงครามระหว่างสำนัก ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการป้องกันของสำนักชิงหยุนอีกต่อไป ในยามอื่น ป้ายลัญจกรชิงหวางคือสัญลักษณ์แสดงถึงอำนาจสูงสุด ในเมื่อตอนนี้ไม่มีสงครามระหว่างสำนัก ไฉนเจ้าจึงใจร้อนรีบมอบให้นัก” โม่เต้าจื่อมองฉินชูพร้อมอธิบาย

            “คำพูดของท่านอาวุโสล้วนเปี่ยมด้วยเหตุผล แต่หากวันหนึ่ง ศิษย์แสดงป้ายลัญจกรชิงหวางขึ้นมา ปรมาจารย์หลัวเจินจะมองศิษย์เยี่ยงไร จะคิดว่าศิษย์กระทำข้ามหน้าข้ามตาหรือไม่ จะคิดว่าศิษย์ลืมกำพืดและอกตัญญูต่อยอดเขาชิงจู๋หรือไม่ ศิษย์อาจถูกมองว่าเป็นพวกมักใหญ่ใฝ่สูงก็เป็นได้” ฉินชูพูดสิ่งที่ตนกังวลออกไป

            โม่เต้าจื่อจ้องมองฉินชู “เรื่องนี้ ข้าจะเป็นคนพูดกับหลัวเจินเอง เขาไม่มีทางโทษเจ้า ดังนั้นจงเก็บป้ายลัญจกรชิงหวางไว้อย่างสบายใจเถิด”

            “ท่านอาวุโสไม่กลัวศิษย์ถูกฆ่า แล้วถูกแย่งป้ายลัญจกรชิงหวางไปหรือขอรับ” ฉินชูคลี่ยิ้มเอ่ย

            “ไม่เป็นไร ผู้ใดฆ่าเจ้า ข้าฆ่าผู้นั้น แล้วเอาป้ายลัญจกรชิงหวางกลับคืนมาเอง” โม่เต้าจื่อมองฉินชูด้วยสีหน้าจริงจัง

            “ท่านอาวุโสเปี่ยมไปด้วยเมตตา ได้โปรดอย่าถือสาคำพูดเมื่อครู่ของศิษย์เลยขอรับ” ฉินชูยื่นนิ้วหัวแม่มือให้โม่เต้าจื่อ ก่อนหันหลังเดินจากไป

            หลังจากฉินชูกลับไป โม่เต้าจื่อก็ยกมือขึ้นกุมขมับ เขารู้สึกเหมือนลืมเรื่องอะไรบางอย่างไป นึกเค้นอยู่พักหนึ่งจึงนึกออก เจ้าหนูฉินชูยังติดหนี้เขาอยู่อีกหนึ่งแสนแต้มคุณูปการ เขาลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน

            “เอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ต้องไปหาหลัวเจินก่อน แล้วค่อยตามไปคิดบัญชีทีหลัง” โม่เต้าจื่อลุกขึ้นและเดินออกจากที่พำนักไป

            ฉินชูแลกโอสถเจินหยวนมาจำนวนหนึ่ง หลังจากกลับมาถึงผาหินตัดก็เริ่มฝึกวิชากระบี่ทันที

            หลังจากฝึกวิชากระบี่อยู่สักพักใหญ่ โม่เต้าจื่อกับหลัวเจินก็มาที่ผาหินตัด

            เมื่อเห็นเช่นนี้ ฉินชูมีแต่ต้องเก็บกระบี่และต้อนรับท่านอาวุโสทั้งสอง

            “ฉินชู ท่านผู้เฒ่าอาวุโสได้พูดคุยกับข้าแล้ว ข้าต้องขอบใจเจ้าที่อุตส่าห์นึกถึงข้า ข้าภูมิใจยิ่งนักที่ยอดเขาชิงจู๋มีลูกศิษย์อย่างเจ้า” หลัวเจินเอ่ย เขาคิดไม่ถึงว่าฉินชูจะตามหาป้ายลัญจกรชิงหวางเจอ อีกทั้งยังพยายามทำเพื่อตัวเขาอีก

            “ป้ายลัญจกรชิงหวางอยู่ไหน จงแสดงให้ข้าดู หากเป็นของปลอม ข้าเอาเจ้าตายแน่” โม่เต้าจื่อเพิ่งนึกออกว่าตัวเองยังไม่ได้ขอดูป้ายลัญจกรชิงหวางที่อยู่กับฉินชู

            ฉินชูนำป้ายลัญจกรชิงหวางออกมาจากแหวนมิติเก็บของ จากนั้นก็ยื่นให้โม่เต้าจื่อ

            หลังจากตรวจสอบอยู่สักพัก โม่เต้าจื่อก็พยักหน้า “นี่เป็นป้ายลัญจกรชิงหวางของจริง และแล้วปณิธานที่ต้องการตามหาป้ายลัญจกรชิงหวางของท่านเจ้าสำนักรุ่นที่สามก็สำเร็จลุล่วงแล้ว ฉินชู...เจ้าอาจจะยังไม่รู้ ในตอนนั้นท่านบรรพชนผู้บุกเบิกสำนักชิงหยุนได้เลือกว่าที่เจ้าสำนักคนที่สองเอาไว้ และผู้นั้นก็คือท่านอาวุโสชิงหวาง แต่เขาถูกขับไล่ออกจากสำนักไปก่อนจะขึ้นรับตำแหน่ง ดังนั้นตำแหน่งเจ้าสำนักรุ่นที่สองจึงว่าง แต่ยังคงเว้นเอาไว้ให้เป็นของท่านอาวุโสชิงหวาง ท่านบรรพชนผู้บุกเบิกสำนักรักท่านอาวุโสชิงหวางยิ่งนัก แต่ต้องจำใจขับไล่เขาออกจากสำนักเพราะจิตที่กระหายการเข่นฆ่าของเขารุนแรงเกินกว่าจะรับไหว จึงไม่อาจปล่อยให้เขาอยู่ในสำนักต่อไปได้”

            ฉินชูต้มน้ำร้อนชงชาพลางฟังโม่เต้าจื่ออยู่นิ่งๆ เพราะเขาไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน

            “ฉินชู ข้าเพิ่งนึกเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เจ้ายังติดหนี้ข้าอยู่หนึ่งแสนแต้มคุณูปการ” หลังจากเล่าเรื่องชิงหวางจบ โม่เต้าจื่อก็พูดเรื่องสำคัญเรื่องที่สองขึ้นทันที

            ตามทวงหนี้ถึงหน้าประตูบ้านเลยหรือ...แต่กระนั้นฉินชูก็พูดกลับไป “ท่านอาวุโสขอรับ ท่านเป็นถึงหนึ่งในบุคคลสำคัญผู้สูงส่งของสำนัก ตามคิดบัญชีกับศิษย์แบบนี้เกรงว่าคงดูไม่งามนะขอรับ อีกอย่าง ตอนนี้ศิษย์ยังไม่มีแต้มคุณูปการเลย”

            “เจ้าคิดจะเหนียวหนี้กระนั้นหรือ” น้ำเสียงของโม่เต้าจื่อแผดสูงขึ้น บอกว่า ‘ไม่มีแต้มคุณูปการ’ แบบนี้ หมายความว่าไม่คิดจะคืนอย่างนั้นหรือ

            “ศิษย์ไม่คิดจะเหนียวหนี้ขอรับ หากพูดกันด้วยเหตุผล ตำราวิชากระบี่กายสิทธิ์ของท่านอาวุโสไม่สามารถสืบทอดให้คนอื่นได้ มีแต่ศิษย์อย่างข้าเท่านั้นที่สามารถฝึกและสำแดงอิทธิฤทธิ์อันน่าเกรงขามของวิชากระบี่กายสิทธิ์นี้ออกมาได้ ทำให้วิชานี้มีมนตร์ขลังยิ่งกว่าเดิม และในภายภาคหน้า ผู้ฝึกตนทั่วหล้าจะต้องรู้ซึ้งถึงความน่าสะพรึงของตำราวิชากระบี่กายสิทธิ์ของท่านอาวุโสแน่นอน ซึ่งเป็นผลดีต่อท่านอาวุโสยิ่งกว่าแต้มคุณูปการอีกนะขอรับ” ฉินชูหาข้ออ้างและพูดออกมา

            “ไม่ได้ เจ้าต้องคืนหนี้ที่ค้างทั้งหมด” โม่เต้าจื่อส่ายหน้า เหตุผลของฉินชูใช้ไม่ได้ผลกับเขา

            “ศิษย์ก็อยากคืน แต่ตอนนี้ศิษย์ไม่มีแต้มคุณูปการจริงๆ แม้แต่แต้มที่เอาไว้แลกโอสถยังไม่มีเลยขอรับ” ฉินชูพูดขึ้น

            “นี่เจ้าคิดจะทำตัวหน้าด้านต่อหน้าข้ากระนั้นหรือ” โม่เต้าจื่อชี้หน้าฉินชู

            “หากเป็นคนอื่น ศิษย์ไม่สน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านอาวุโส ศิษย์ไม่มีทางเป็นคนแบบนั้นขอรับ แต่ตอนนี้ศิษย์ไม่มีจริงๆ หากท่านคิดจะดุด่าว่ากล่าวก็ทำได้เลยขอรับ” แท้จริงแล้ว ภายในใจของฉินชูไม่อยากคืนหนี้ก้อนนี้ เขาแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมโม่เต้าจื่อยอมให้เขาเก็บป้ายลัญจกรชิงหวางที่ประเมินค่าไม่ได้เอาไว้ แต่กลับตามทวงหนี้หนึ่งแสนแต้มคุณูปการ

            ได้ยินแบบนี้ โม่เต้าจื่อก็จนปัญญา ในเมื่อฉินชูคืนไม่ได้ เขาก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน

            หลังจากเงียบไปสักพัก โม่เต้าจื่อก็คลี่ยิ้มอย่างนึกสนุก “นี่เจ้าคิดไม่ซื่ออยู่กระนั้นหรือ แล้วอย่าหาว่าข้าใจดำ หลังจากนี้อย่าได้มาขอร้องให้ข้าช่วยแล้วกัน”

            ฉินชูร้อนใจขึ้นมาทันที เขายังต้องการให้โม่เต้าจื่อย้อนนิมิตเสาะหาต้นกำเนิดของตัวเองอยู่ หากโม่เต้าจื่อไม่ย้อนนิมิตดูให้ แล้วเขาจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อสิบห้าปีก่อนได้อย่างไร

    คล้ายกับเรื่องหมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์ ที่คุณอ่าน