แอบแซ่บ ผัวเพื่อน

    ตอนที่ 31: ความลับรั่ว


    แสงแดดยามเช้าอันอบอุ่นสาดส่องผ่านผนังกระจกใสบานใหญ่ของโรงแรมห้าดาวหรูหราใจกลางเมืองหลวง สะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาจนเกิดเป็นแสงระยิบระยับขับเน้นความโอ่อ่าตระการตา ทว่าในมุมสงบส่วนตัวของล็อบบี้เฉพาะแขก VIP ที่ฉันกำลังเอนกายพักผ่อนอยู่นั้น บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความสงบเงียบและไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา ฉันเพิ่งผ่านการแช่น้ำอุ่นและสระผมมาหมาดๆ เรือนผมลอนยาวสลวยสีเข้มเปียกชื้นเล็กน้อยคลอเคลียอยู่บนลาดไหล่บางและเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นสายเดี่ยวของชุดเดรสผ้าไหมซาตินสีครีมทองเนื้อนุ่มละเอียด

    กลิ่นแชมพูสูตรพิเศษแนวหอมหวานของดอกไม้ราตรี ผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นดอกกุหลาบป่าที่ฉันประพรมตามจุดชีพจร ช่วยส่งกลิ่นรวยรินจางๆ ไปทั่วบริเวณ ชวนให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวมองด้วยความลุ่มหลงในเสน่ห์อันลึกลับ

    ฉันยกถ้วยกระเบื้องเคลือบเนื้อดีขึ้นจิบชาคาโมมายล์อุ่นๆ อย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้ความอุ่นของน้ำชาสมุนไพรแผ่ซ่านผ่านลำคอเพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมรักอันเร่าร้อนเมื่อค่ำคืนก่อน สองมือเรียวสวยใช้ผ้าขนหนูสีขาวหนานุ่มผืนเล็กของโรงแรมค่อยๆ ซับน้ำออกจากปลายเส้นผมอย่างแช่มช้าแฝงจริตจะก้านยั่วยวน ทุกท่วงท่าของฉันถูกคำนวณมาเป็นอย่างดีเพื่อแสดงถึงความผ่อนคลายและไร้ความกังวลต่อสิ่งใดในโลกใบนี้ แม้จะรู้ดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะพัดเข้าหาตัวในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าก็ตาม

    เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังขัดเงาดังกระทบพื้นหินอ่อนมุ่งตรงมายังจุดที่ฉันนั่งอยู่ ทำลายความเงียบสงบยามเช้าไปจนหมดสิ้น

    ฉันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็คาดเดาได้ทันทีว่าผู้มาเยือนคือใคร ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเข้มเนื้อดี ตัดเย็บประณีตเรียบกริบตามมาตรฐานของทนายความจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำระดับประเทศ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและเย็นชา แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจับจ้องมาที่ฉันราวกำลังมองคดีความที่มีชีวิต เขากระชับกระเป๋าเอกสารหนังสีดำในมือแน่น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่รอให้ฉันเอ่ยปากอนุญาตตามมารยาททางสังคม

    "คุณพราวรินทร์ใช่ไหมครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำและแข็งกระด้างเอ่ยถามขึ้นทันทีที่แผ่นหลังหนาเอนพิงพนักโซฟา

    ฉันค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนจานรองจนเกิดเสียงคลิกเบาๆ ส่งยิ้มหวานปานน้ำผึ้งที่แฝงความหยอกเย้าขี้เล่นให้แก่เขา ก่อนจะยกผ้าขนหนูขึ้นซับปลายผมเปียกชื้นอีกครั้งโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหรือตื่นตระหนกต่อการคุกคามยามเช้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

    "ใช่ค่ะ ฉันพราวรินทร์... ไม่ทราบว่าคุณทนายมีธุระด่วนอะไรกับฉันเหรอคะ ถึงได้บุกมาพบถึงล็อบบี้ VIP ตั้งแต่เช้าตรู่ขนาดนี้?" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน พลางทอดสายตาเย้ายวนมองเขาอย่างเปิดเผย

    ชายในชุดสูทไม่ตอบคำถามในทันที เขาเอื้อมมือไปเปิดกระเป๋าเอกสารหนังแท้ หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาซองหนึ่งออกมาวางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าฉันดังปึกใหญ่ ฝ่ามือทั้งสองของเขากดทับลงบนซองเอกสารนั้นราวกับต้องการกุมอำนาจควบคุมสถานการณ์ และกดดันให้ฉันยอมสยบแทบเท้าภายใต้บารมีกฎหมายของเขา

    "ผมเป็นตัวแทนทางกฎหมายของคุณหญิงรัศมี ภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของคุณเกริก" เขาแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและเย็นชา "และนี่คือข้อตกลงการขนย้ายทรัพย์สินและข้อเสนอในการย้ายออกจากโรงแรมแห่งนี้รวมถึงเพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดภายใน 24 ชั่วโมงครับ"

    ฉันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำสีหน้าประหลาดใจทว่าดวงตากลับพราวระยับไปด้วยความสนุกสนาน สองมือยังคงขยับซับผมเปียกชื้นอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้ชายกระโปรงเดรสผ้าไหมซาตินเลื่อนขึ้นตามจังหวะขยับตัว เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนผุดผ่องที่ไขว้ห้างอย่างมีระดับ สะกดสายตาของทนายความวัยกลางคนให้ลอบชำเลืองมองแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเบือนสายตากลับไปด้วยความเครียดเกร็ง

    "ย้ายออกภายใน 24 ชั่วโมงงั้นเหรอคะ?" ฉันแสร้งอุทานเสียงแผ่วเบาเหมือนหญิงสาวผู้อ่อนแอ "คุณหญิงรัศมีใจร้อนจังเลยนะคะ ทั้งที่เพนท์เฮาส์หรูห้องนั้นคุณเกริกเป็นคนพาฉันขึ้นไปอยู่เองแท้ๆ และเขาก็บอกกับฉันเองว่าอยากให้ฉันอยู่ที่นั่นตลอดไปเพื่อคอยปรนเปรอความสุขให้เขาเวลาเหนื่อยล้าจากงาน"

    "เรื่องนั้นไม่มีผลทางกฎหมายครับคุณพราวรินทร์" ทนายความเอ่ยตัดบทอย่างเป็นทางการพลางขยับเนกไทสีเข้มเพื่อลดทอนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นจากกลิ่นหอมยั่วยวนของดอกไม้ราตรีที่โชยมาจากเรือนร่างของฉัน "ในทางกฎหมาย คุณเกริกและคุณหญิงรัศมียังคงสถานะสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้อง ทรัพย์สินทั้งหมดรวมถึงเพนท์เฮาส์หลังนี้ถือเป็นสินสมรส และการที่คุณเข้ามาอยู่อาศัยในฐานะชู้รักย่อมมีความผิดตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์"

    เขายื่นมือไปแตะซองเอกสารสีน้ำตาลแล้วเลื่อนมันมาตรงหน้าฉันช้าๆ เพื่อแสดงว่าเกมนี้เขาถือไพ่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาด

    "หากคุณปฏิเสธไม่ยอมลงนามในข้อตกลงนี้และไม่ย้ายออกจากโรงแรมภายในเวลาที่กำหนด ทางสำนักงานกฎหมายของเราจะดำเนินคดีฟ้องร้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าทดแทนจากคุณ ในฐานะผู้แสดงตนเปิดเผยในทำนองชู้สาวกับสามีคนอื่น และยื่นฟ้องหย่าคุณเกริกโดยมีคุณเป็นจำเลยร่วม ซึ่งจะทำให้อาชีพนักจิตวิทยาและชื่อเสียงของคุณพังพินาศย่อยยับจนไม่มีที่ยืนในสังคมอย่างแน่นอนครับ"

    คำขู่ฟ้องร้องอันเฉียบขาดและยาวเหยียดดังขึ้นท่ามกลางมุมสงบของล็อบบี้ VIP ทนายความเอนตัวพิงพนักโซฟาด้วยสีหน้ามั่นใจในชัยชนะ เขาคงคิดว่าผู้หญิงสวยไร้สมองทั่วไปที่พึ่งพาเงินทองและบารมีของชายรวยอย่างฉัน ยามเมื่อโดนตัวแทนกฎหมายของบ้านใหญ่ข่มขู่ด้วยคดีความและชื่อเสียงพังพินาศ ย่อมต้องหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา และรีบเซ็นยอมรับข้อเสนอเพื่อเอาตัวรอดแต่โดยดี

    ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมากลับไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวหรือเสียงกรีดร้องสติแตกของเมียน้อยไร้สมอง

    ฉันค่อยๆ วางผ้าขนหนูสีขาวลงบนตัก ปล่อยเรือนผมยาวสลวยสีเข้มที่เปียกชื้นหมาดๆ ให้ตกลงมาคลุมไหล่ซ้ายและเนินหน้าอกนุ่มเนียนอย่างจงใจ สองมือประสานเข้าหากันค้ำไว้ใต้คาง ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องสบประสานกับดวงตาของทนายความตรงๆ ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อจะคลี่ยิ้มกว้าง ก่อนจะหลุดหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ อย่างขี้เล่นและกวนประสาทเป็นอย่างยิ่ง เสียงหัวเราะหวานใสของฉันดังก้องเบาๆ ในโถงล็อบบี้ VIP สุดหรู สลัดคราบหญิงสาวผู้อ่อนแอทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง

    "คุณทนายคะ... ข้อกฎหมายที่คุณร่ายยาวมาเมื่อกี้ช่างน่ากลัวและเป็นทางการมากเลยค่ะ" ฉันพูดพลางทำตาโตเหมือนตื่นเต้นเลื่อมใสในตัวเขา "แต่ว่า... ฉันแปลกใจจังเลยค่ะที่คุณหญิงรัศมีผู้ดีเก่าผู้แสนเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีสตรีชั้นสูง ทำไมถึงไม่ยอมขับรถหรูบุกมาเคลียร์เรื่องนี้ด้วยตัวเองล่ะคะ? ทำไมถึงต้องส่งทนายความมาดเข้มอย่างคุณมาคอยเห่าหอนแทนตั้งแต่เช้าแบบนี้ หรือว่าจริงๆ แล้ว... ลึกๆ แล้วคุณหญิงกำลังสั่นกลัวจนไม่กล้ามาเผชิญหน้ากับฉันกันแน่?"

    ใบหน้าของทนายความเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่โดนสบประมาททั้งตัวเขาและลูกความผู้สูงส่งของตน เขาตบโต๊ะกระจกเบาๆ หนึ่งครั้งเพื่อเรียกสติและพยายามกุมอำนาจในการเจรจาคืนมา

    "คุณพราวรินทร์! กรุณาระวังคำพูดของคุณด้วยครับ! คุณหญิงรัศมีเธอเป็นผู้ดีมีตระกูล มีการศึกษาดีพอที่จะไม่ลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับผู้หญิงไร้ยางอายที่จ้องจะแย่งสามีคนอื่นหรอกครับ! ที่ผมมาเตือนคุณดีๆ นี่ก็ถือเป็นความเมตตามากพอแล้ว หากยังดึงดันเล่นแง่กฎหมายกับผม คุณจะไม่มีโอกาสได้พูดจาอวดดีแบบนี้อีกในชั้นศาล!"

    ฉันไม่เพียงไม่โกรธเคืองคำด่าทอนั้น ทว่ากลับรู้สึกสนุกสนานยิ่งกว่าเดิมยามปั่นหัวชายตรงหน้า จิตวิทยาพื้นฐานของมนุษย์ยามใดที่เปลือกนอกอันแข็งแกร่งถูกสั่นคลอนด้วยความไม่แยแส พวกเขาจะเริ่มแสดงความก้าวร้าวออกมาเพื่อปกปิดความอ่อนแอในใจ ทนายความคนนี้ก็เช่นกัน ภายใต้มาดขรึมและคำพูดข่มขู่ที่พรั่งพรูออกมา เขากำลังสั่นไหวและหวาดหวั่นในความนิ่งสงบของฉันอย่างเห็นได้ชัด

    ฉันสังเกตเห็นนิ้วมือขวาของเขาเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ แผ่นอกกระเพื่อมไหวเร็วขึ้นตามจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้น และเม็ดเหงื่อที่เริ่มผุดซึมตามไรผมตรงขมับ ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าเขากำลังแบกรับความกดดันอย่างมหาศาลจากบ้านใหญ่ และต้องการปิดเคสนี้ให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้เกิดการปะทะจนลุกลามใหญ่โต

    "ถ้าอย่างนั้น... เรามาลองดูข้อมูลอะไรสนุกๆ กันหน่อยดีกว่าค่ะคุณทนาย" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่นปนกวนประสาท

    ฉันเอื้อมมือหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูที่วางข้างตัว รูดซิปออกอย่างไม่รีบร้อนแล้วหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา หน้าจอระบบสัมผัสสว่างวาบขึ้นแสดงผลภาพและไฟล์ข้อมูลต่างๆ นิ้วเรียวยาวกดเลื่อนหน้าจอหาไฟล์เสียงที่บันทึกไว้ในโฟลเดอร์ลับอย่างใจเย็น โดยไม่แยแสต่อสายตาเครียดเกร็งของทนายความที่ลอบสังเกตความเคลื่อนไหวอย่างหวาดระแวง

    "คุณเกริกมักชอบบอกฉันเสมอค่ะ เวลาที่เราอยู่ด้วยกันบนเตียง..." ฉันเอ่ยเปิดเรื่องราวด้วยวาจาสองแง่สองง่ามแฝงนัยยั่วยวน "เขาบอกว่าภรรยาหลวงของเขาช่างแห้งแล้ง เย็นชา และไม่เคยทำให้เขารู้สึกถึงความวาบหวามสั่นสะท้านทางกายได้เลยสักครั้งเดียว ยามที่เขาต้องนอนกอดตุ๊กตากระเบื้องที่ไร้ความรู้สึกในบ้านใหญ่ มันช่างทรมานจนเขาอยากจะหนีมาหาฉันใจจะขาด... คุณทนายอยากรู้ไหมคะว่าเวลาที่มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่และเป็นสามีที่ดีของคุณหญิงรัศมีคุกเข่าอ้อนวอนขอรักจากฉันบนเตียง เขาทำเสียงยังไง?"

    "นี่คุณ! คิดจะเล่นตลกอะไร! ผมไม่มีเวลามาฟังเรื่องไร้สาระในห้องนอนหรอกนะ!" ทนายความตวาดเสียงต่ำอย่างพยายามข่มอารมณ์

    ฉันไม่ตอบ แต่ใช้นิ้วกดเปิดไฟล์เสียงลับในเครื่องทันที ก่อนจะวางสมาร์ตโฟนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเขาช้าๆ

    ทันทีที่ไฟล์เสียงเริ่มทำงาน เสียงสะท้อนที่เล็ดลอดจากลำโพงโทรศัพท์ก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวพลันร้อนระอุขึ้นมาทันตา มันคือเสียงลมหายใจหอบกระเส่าหนักหน่วงของชายรุ่นใหญ่ที่แสนคุ้นหู เสียงครางต่ำสั่นเครือด้วยตัณหาความใคร่ปะปนกับเสียงออดอ้อนอย่างละล่ำละลัก ไร้ซึ่งมาดมหาเศรษฐีผู้สุขุมคัมภีรภาพที่สังคมรู้จักอย่างสิ้นเชิง

    'พราว... ยอดรักของฉัน... ฉันรักเธอเหลือเกิน... เมียแก่ที่บ้านเทียบอะไรเธอไม่ได้เลยสักนิด... หน้าตาที่เย็นชาทำตัวเป็นนางพญาของรัศมีทำให้ฉันอึดอัดจนแทบเป็นบ้า... ได้โปรดเถอะพราว... บดสะโพกครอบครองตัวตนของฉันให้ลึกซึ้งเลยคนดี... ฉันยอมย้ายทรัพย์สิน... ยอมประเคนเงินทองทุกบาททุกสตางค์ให้เธอ... ขอแค่เธออย่าทิ้งฉันไปก็พอ... ซี้ดดด... ร่องรักของเธอตอดรัดแน่นจนบีบหัวใจฉันจะขาดแล้วพราวรินทร์...'

    เสียงครางอ้อนวอนสลับกับเสียงเนื้อกระทบกันเป็นจังหวะ และเสียงหอบหายใจกระสันอย่างคนไร้สติ ดังชัดเจนต่อเนื่องยาวนานหลายนาที บ่งบอกถึงรสสวาทอันเร่าร้อนและบ่วงตัณหาที่พราวรินทร์ตีตราตรึงใจเกริกไว้จนยากจะถอนตัว

    ใบหน้าของทนายความมาดเข้มวัยกลางคนพลันแปรเปลี่ยนจากสีแดงก่ำด้วยความโกรธ กลายเป็นสีซีดเผือดลงทันทีราวกับคนไม่มีเลือดฝาด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงขั้นสุด ปากของเขาอ้าค้างและสั่นระริก ลมหายใจสะดุดหยุดกึกก่อนจะหอบหายใจถี่กระชั้นอย่างลนลาน สองมือที่เคยกดทับซองเอกสารข่มขู่ฉันไว้แน่น บัดนี้กลับสั่นระริกจนซองกระดาษสั่นไหวพั่บๆ ราวกับใบไม้ต้องลม

    เขารู้แจ้งทันทีว่าหลักฐานชิ้นนี้ไม่ใช่เพียงแค่เสียงบันทึกรักธรรมดา แต่มันคือระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่พร้อมทำลายเกียรติยศและทรัพย์สินของตระกูลเกริกและรัศมีให้พังพินาศในพริบตา

    "คุณ... คุณแอบอัดเสียงคุณเกริกไว้เหรอ!" ทนายความละล่ำละลักถามเสียงสั่นระรัว พยายามจะยื่นมือมาคว้าสมาร์ตโฟนบนโต๊ะ

    ทว่าฉันเร็วกว่า ฉันคว้าโทรศัพท์กลับคืนมาไว้ในมืออย่างรวดเร็วทว่านุ่มนวล พร้อมกดปิดหน้าจออย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาปกคลุมบริเวณล็อบบี้ VIP อีกครั้ง เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงลมหายใจหอบถี่และเม็ดเหงื่อเย็นๆ ที่ผุดชุ่มใบหน้าซีดเผือดของทนายความตรงหน้า

    "อุ๊ย... อย่าใจร้อนสิคะคุณทนาย เครื่องนี้ราคาสูงแถมยังเก็บความลับไว้เยอะแยะเลยค่ะ ถ้าเกิดมันพังหรือทำตกหล่นไป ข้อมูลในนี้อาจจะถูกสำรองไว้บนคลาวด์จัดเก็บข้อมูลส่วนตัว แล้วหลุดลอยไปในสื่อออนไลน์ต่างๆ ได้ง่ายๆ เลยนะคะ" ฉันเอ่ยปนยิ้มหวานพลางโคลงศีรษะเบาๆ อย่างขี้เล่นและหยอกเย้าปั่นประสาทเขา

    ฉันเอนกายพิงพนักโซฟาหนังแท้อีกครั้ง ยกมือขึ้นสางปอยผมยาวสลวยสีเข้มที่เริ่มแห้งหมาดๆ กกลิ่นหอมฟุ้งของดอกกุหลาบป่ายังคงอบอวลชวนผ่อนคลาย ขัดกับความตื่นตระหนกสุดขีดของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง

    "คุณทนายคิดดูดีๆ สิคะ..." ฉันใช้หลักจิตวิทยาในการข่มขู่ย้อนกลับอย่างมีระดับ "การที่คุณหญิงรัศมีอยากฟ้องหย่าคุณเกริกเพื่อแบ่งสินสมรสและเรียกค่าเสียหายจากฉันในฐานะชู้เพื่อกู้หน้าตาในสังคม... มันจะคุ้มกันไหมคะ? หากคลิปเสียงพร่ำวอนร้องขอเศษรักและข้อความด่าทอภรรยาหลวงของสามีตัวเองหลุดไปในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือแชร์ว่อนไปทั่วโลกออนไลน์ในหมู่นักข่าวบันเทิงและแวดวงสังคมไฮโซ?"

    ฉันช้อนสายตาขึ้นสบตาเขา แววตานิ่งสงบแต่ทรงพลังดุจนางพญาผู้ถือไพ่เหนือกว่าทุกกระดาน

    "ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของตระกูลพวกคุณที่สร้างมาหลายทศวรรษจะพังย่อยยับไม่มีชิ้นดีนะคะ แต่อาจจะลามไปถึงความเชื่อมั่นในธุรกิจโรงแรมนับพันล้านและพันธมิตรทางการค้าอีกหลายกลุ่มที่จะพากันถอนตัวเพราะพฤติกรรมเสื่อมเสียของประธานใหญ่ และที่สำคัญที่สุด... ภาพลักษณ์ผู้ดีและเกียรติยศที่แสนภาคภูมิใจของคุณหญิงรัศมีจะถูกสังคมและเพื่อนร่วมสมาคมรุมเยาะเย้ยถากถางไปจนวันตาย... คิดว่าแบบไหนมันจะพังมากกว่ากันคะคุณทนาย?"

    ทนายความตัวสั่นระริกจนกรามสั่นจนฟันกระทบกันดังกึก บทวิเคราะห์ทางจิตวิทยาและการแบล็กเมล์อันเยือกเย็นของฉันจี้ใจดำของเขาจนทะลุปรุโปร่ง เขารู้ดีในข้อกฎหมายว่าพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบอาจใช้ในศาลไม่ได้เต็มร้อย ทว่าในทางสังคมและโลกธุรกิจออนไลน์ ความจริงหรือความเท็จแทบไม่มีความหมาย ทันทีที่เสียงร้องครางสารภาพบาปของคุณเกริกแพร่ออกไป พลังทำลายล้างของมันจะบดขยี้แบรนด์โรงแรมและศักดิ์ศรีของคุณหญิงรัศมีจนหมดสิ้นอย่างไม่อาจกู้กลับคืนมาได้อีกเลย

    เขามองดูรอยยิ้มอ่อนหวานแฝงการยั่วประสาทของฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและนึกสมเพชตัวเองที่หลงเดินเข้ามาในกับดักเสน่ห์มรณะนี้ตั้งแต่แรก

    "คุณ... คุณมันไม่ใช่มนุษย์... คุณมันนางมารร้ายชัดๆ..." ทนายความเอ่ยปากด่าเสียงเครือในลำคออย่างสิ้นท่า

    "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณทนาย" ฉันตอบรับเสียงหวานพร้อมเอียงคอส่งยิ้มให้เล็กน้อยอย่างนุ่มนวล "แต่สำหรับฉัน ฉันมองว่านี่เป็นวิธีป้องกันตัวตามหลักจิตวิทยาขั้นพื้นฐานของสตรีผู้อ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้นเองค่ะ"

    ฉันยื่นปลายนิ้วชี้แตะลงบนซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่กลางโต๊ะกระจก แล้วดันมันกลับไปฝั่งตรงข้ามส่งคืนให้ทนายความอย่างช้าๆ

    "เก็บสัญญาฉบับนี้กลับไปเถอะค่ะ แล้วไปบอกคุณหญิงรัศมีคนสวยด้วยนะคะว่า... ถ้าเธอยังอยากรักษาหน้าตาและเงินทองในคลังของตระกูลไว้ ก็ช่วยสั่งสามีของเธอให้มาหาฉันบ่อยๆ และคอยเปย์ทรัพย์สินให้ฉันอย่างสม่ำเสมอจะดีกว่าค่ะ อย่าริอ่านใช้มาตรการทางกฎหมายหรือส่งสุนัขรับใช้มาข่มขู่ฉันอีกเป็นอันขาด เพราะคนอย่างพราวรินทร์... ยิ่งโดนไล่ต้อน ยิ่งชอบทำเรื่องสนุกๆ ที่ทำให้คนอื่นพังพินาศเสมอนะคะ"

    ทนายความรีบรวบซองเอกสารสีน้ำตาลและคว้ากระเป๋าเอกสารของตัวเองขึ้นมาด้วยท่าทีลนลานสติแตกอย่างถึงที่สุด เขาแทบไม่ได้จัดเก็บเอกสารให้เรียบร้อยด้วยซ้ำ กระดาษบางแผ่นยื่นออกมานอกกระเป๋าอย่างน่าสมเพช ร่างหนาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วกว่าเดิมจนขาโซฟาขูดไปกับพื้นหินอ่อนดังครืด

    เขาไม่พูดจาตอบโต้อะไรอีกแม้แต่คำเดียว สองเท้าจ้ำอ้าวหนีออกจากโซนล็อบบี้ VIP มุ่งตรงไปทางประตูด้านนอกของโรงแรมห้าดาวอย่างเสียกิริยาและไร้มาดทนายความมืออาชีพโดยสิ้นเชิง แผ่นหลังหนาที่รีบเร่งวิ่งเตลิดหนีไปราวกับเผชิญหน้าปีศาจร้ายทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะคิกคักออกมาอย่างสะใจลึกๆ

    ฉันเอนพิงโซฟาหนังแท้นุ่มมือ กอดอกแน่น สายตาทอดมองตามทิศทางที่ชายคนนั้นวิ่งหายลับสายตาไปทางโถงลิฟต์ VIP มุมปากหยักยิ้มพรายสะใจในชัยชนะของสมองและชั้นเชิงจิตวิทยาเหนือระดับ การแบล็กเมล์สุดเร้าใจด้วยเสียงครางกระเส่าของคุณเกริกสยบตัวแทนบ้านใหญ่ได้อย่างราบคาบ ทว่าลึกๆ ในใจของฉันกลับเริ่มเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ท้าทายและตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม

    นี่เป็นเพียงการเตือนสติในเบื้องต้นเท่านั้น ฉันรู้ดีว่าทนายความมาดเข้มคนนี้จะต้องรีบคาบข่าวร้ายเรื่องคลิปเสียงแบล็กเมล์กลับไปรายงานคุณหญิงรัศมีอย่างแน่นอน

    และคนเย่อหยิ่งที่มีอีโก้สูงเสียดฟ้าอย่างคุณหญิงรัศมี มีหรือที่จะยินยอมสยบแทบเท้าของเมียน้อยอย่างฉันโดยดุษฎี? ความโกรธแค้นและเพลิงริษยาในอกของเมียหลวงไฮโซคนนั้นจะถูกกระตุ้นจนเดือดพล่านยากจะควบคุม และในวันรุ่งขึ้น... เธอจะต้องทนไม่ไหวจนต้องขับรถหรูบุกขึ้นมาหาฉันที่เพนท์เฮาส์หรูนี้ด้วยตนเองเพื่อประจันหน้าและเปิดศึกตบสั่งสอนฉัน

    ซึ่งนั่นแหละ... คือสิ่งสำคัญที่พราวรินทร์คนนี้เฝ้ารอคอยและอยากเห็นที่สุด เกมชำแหละจิตใจและความขมขื่นของบ้านใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงในวันรุ่งขึ้น!

    ฉันหยิบแก้วชาสมุนไพรขึ้นมาจิบอีกครั้ง ปล่อยให้ความอุ่นและกลิ่นหอมละมุนของน้ำชาสมุนไพรละลายความตึงเครียดที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ พลางคิดพร้อมรอยยิ้มเย็นเยือกบนใบหน้าว่า วันพรุ่งนี้เช้า... จะต้องมีเรื่องสนุกสนานเร้าใจยิ่งกว่านี้เกิดขึ้นบนวิมานเพนท์เฮาส์ลอยฟ้านี้อย่างแน่นอน!