ความว่างเปล่าที่แท้จริง ไม่ใช่การไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ ทว่ามันคือสภาวะที่สรรพสิ่งถูก 'ลบล้าง' จนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของการเคยมีอยู่ ณ สวรรค์ชั้นที่เก้า ดินแดนที่ตั้งของ 'ตำหนักนิรันดร์กาล' ซึ่งเปรียบเสมือนจุดสูงสุดและแกนกลางของจักรวาลทั้งหมด บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับความขัดแย้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ฟ้าดินก่อกำเนิด
เบื้องหน้าของหลินเฟย คือ 'มหาเทพบรรพกาล' ตัวตนที่ไม่ได้มีเลือดเนื้อหรือรูปลักษณ์ที่จับต้องได้ แต่มันคือกลุ่มก้อนพลังงานสีทองคำขนาดมหึมาที่หมุนวนและแปรเปลี่ยนรูปร่างไปมาอย่างบ้าคลั่ง ภายในกลุ่มพลังงานนั้นบรรจุไว้ด้วยภาพของกาแล็กซีนับล้าน ดวงดาวที่เกิดและดับ และวงจรของชีวิตที่ถูกบงการ มันคือเจตจำนงของกฎเกณฑ์ทั้งปวงที่ตั้งตนเป็นพระเจ้า ปกครองมิติเบื้องล่างทั้งหมดด้วยความเย่อหยิ่งและเด็ดขาด
"เจ้ามีความกล้าหาญที่น่าชื่นชม มนุษย์น้อย..." เสียงของมหาเทพบรรพกาลดังก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของหลินเฟย มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของอากาศ แต่มันคือการแทรกแซงเข้าไปในรากฐานความคิดโดยตรง "แต่ความกล้าหาญที่ปราศจากความเข้าใจในสัจธรรม ก็เป็นเพียงแค่ความโง่เขลา เจ้าคิดหรือว่าดาบในมือของเจ้า จะสามารถตัดทำลาย 'ความเป็นนิรันดร์' ได้?"
"ความเป็นนิรันดร์ของแก... มันก็แค่ภาพลวงตาที่สร้างขึ้นจากการสูบเลือดสูบเนื้อผู้อื่น!" หลินเฟยแผดเสียงคำราม นัยน์ตาสีเทาลึกล้ำของเขาเบิกกว้าง รังสีสีเทาของปราณปฐมกาลพวยพุ่งออกจากร่างอย่างดุดัน ต่อต้านการลบล้างมิติของมหาเทพได้อย่างสมบูรณ์ "แกใช้ค่ายกลดารา ใช้ขุนพลเทวะ ใช้กฎเกณฑ์มรรคา เพื่อปิดบังความจริงที่ว่า... แท้จริงแล้ว แกมันก็แค่ 'ปรสิต' ตัวใหญ่ที่กำลังกัดกินแกนกลางของโลกใบนี้!"
คำพูดของหลินเฟยแทงทะลุเปลือกนอกอันศักดิ์สิทธิ์ของมหาเทพบรรพกาล กลุ่มก้อนพลังงานสีทองคำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก บ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเปิดโปงความจริงที่ซ่อนเร้นมานานนับล้านปี
"บังอาจ! เจ้าเดรัจฉานชั้นต่ำ! การคงอยู่ของข้าคือความชอบธรรมแห่งจักรวาล! ทุกสรรพชีวิตล้วนเกิดมาเพื่อเป็นพลังงานให้ข้าก้าวไปสู่ความเป็นเซียนอมตะที่แท้จริง! หากไม่มีข้า โลกเบื้องล่างก็เป็นเพียงแค่ฝุ่นผง!"
สิ้นเสียงคำราม มหาเทพบรรพกาลก็ไม่คิดจะเจรจาหรือเสแสร้งแสดงความเมตตาอีกต่อไป กลุ่มพลังงานสีทองคำขยายตัวออกอย่างบ้าคลั่งจนบดบังทัศนียภาพของสวรรค์ชั้นที่เก้าทั้งหมด มันยื่น 'หัตถ์แห่งการลบล้าง' ขนาดยักษ์ที่ประกอบขึ้นจากแสงดาวและกฎเกณฑ์จักรวาล คว้าจับลงมายังร่างของหลินเฟย หัตถ์นี้ไม่ได้โจมตีทางกายภาพ แต่มันพุ่งเป้าไปที่ 'เส้นด้ายแห่งโชคชะตา' ของหลินเฟยโดยตรง หากถูกจับได้ ตัวตนของหลินเฟยจะถูกลบออกจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคตอย่างสมบูรณ์!
"คิดจะลบชะตากรรมของข้างั้นรึ? ชะตากรรมของข้า... ข้าเป็นคนกำหนดเอง!"
หลินเฟยกระทืบเท้าลงบนพื้นหยกขาวหน้าตำหนักนิรันดร์กาลจนแตกเป็นวงกว้าง ทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนระเบิดพลังงานหยินหยางออกมาคลุมร่างของเขาไว้จนกลายเป็นเกราะแสงสีเทาทึบ เขาชูศัสตราไร้ลักษณ์ขึ้นเหนือศีรษะ ใบดาบครึ่งดำครึ่งขาวสปาร์คกระแสพลังงานที่สามารถฉีกกระชากกฎเกณฑ์ทุกชนิด
"วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์... ปฐมกาลเบิกสวรรค์!"
หลินเฟยตวัดดาบฟาดฟันเข้าใส่หัตถ์แห่งการลบล้างขนาดยักษ์ คลื่นกระบี่สีเทาพุ่งแหวกอวกาศออกไป มันไม่ได้เกิดการปะทะที่กึกก้อง ทว่าเมื่อคมกระบี่ปฐมกาลสัมผัสกับหัตถ์ของมหาเทพ หัตถ์แห่งกฎเกณฑ์นั้นกลับค่อยๆ สลายตัวกลายเป็นละอองแสงสีเทาและร่วงหล่นลงประดุจขี้เถ้าที่ถูกเผาไหม้!
"เป็นไปไม่ได้! ดาบของเจ้า... มันละเมิดกฎเกณฑ์พื้นฐานของจักรวาลได้อย่างไร!" มหาเทพบรรพกาลเปล่งเสียงที่เต็มไปด้วยความตระหนก มันเพิ่งประจักษ์แก่สายตาว่า อาวุธต้องห้ามที่มันหวาดกลัวและสั่งให้ทำลายมาตลอดนั้น ทรงอานุภาพเพียงใดเมื่อมันอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ
"กฎเกณฑ์ของแก มันใช้กับข้าไม่ได้อีกต่อไปแล้ว!"
หลินเฟยไม่ปล่อยให้ศัตรูได้พักหายใจ เขาใช้วิชาก้าวพริบตาปฐมกาล ร่างกายพุ่งทะยานทะลวงผ่านห้วงมิติที่บิดเบี้ยว เข้าประชิดกลุ่มก้อนพลังงานสีทองคำของมหาเทพบรรพกาลในระยะเผาขน ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือตวัดร่ายรำอย่างบ้าคลั่ง!
"สมดุลตัดสวรรค์... สะบั้นดารา! สะบั้นวัฏจักร! สะบั้นนิรันดร์!"
หลินเฟยสาดคลื่นกระบี่สีเทานับพันสายเข้าใส่แกนกลางของมหาเทพ คลื่นกระบี่ทุกสายแฝงไปด้วยเจตจำนงแห่งการทำลายล้างกฎเกณฑ์ กลุ่มพลังงานสีทองคำถูกฟาดฟันจนขาดวิ่นและระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อนจากเทพเจ้าสูงสุด ดังก้องไปทั่วสวรรค์ชั้นที่เก้า พระราชวังตำหนักนิรันดร์กาลที่ทนทานมานับล้านปี ทนรับแรงกระแทกจากคลื่นกระบี่ไม่ไหว เริ่มพังทลายและแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ
"อ๊ากกกก! ไอ้เด็กเปรต! ข้าคือผู้บงการโลกใบนี้ ข้าจะไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับเศษเหล็กที่ถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิด!"
มหาเทพบรรพกาลโกรธแค้นจนสติแตก มันรู้ดีว่าหากปล่อยให้หลินเฟยฟาดฟันต่อไป เจตจำนงและพลังวิญญาณของมันจะต้องสูญสลายไปอย่างแน่นอน มันตัดสินใจทุ่มสุดตัว ดึง 'ไพ่ตาย' สุดท้ายที่มันหวงแหนที่สุดออกมาใช้!
ครืนนนนนนน!
ใจกลางของกลุ่มก้อนพลังงานสีทองคำแตกออก เผยให้เห็น 'คริสตัลขนาดยักษ์' ที่มีเส้นเลือดส่องแสงสีรุ้งเต้นตุบๆ อยู่ภายใน มันแผ่กลิ่นอายแห่งชีวิต พลังวิญญาณ และกฎเกณฑ์ที่เข้มข้นที่สุดในจักรวาลออกมา นี่คือ 'แกนกลางแห่งโลก' (World Core) หัวใจที่แท้จริงของดาวดวงนี้ ที่มหาเทพบรรพกาลลักลอบขโมยมาและกำลังดูดซับมันอย่างช้าๆ ตลอดหลายแสนปีที่ผ่านมา!
"จงลิ้มรสพลังของโลกทั้งใบซะ!"
มหาเทพบรรพกาลฝืนดึงพลังงานทั้งหมดจากแกนกลางโลกออกมาในคราวเดียว ลำแสงสีรุ้งที่อัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการก่อกำเนิดและการทำลายล้างที่แท้จริง พุ่งทะลักออกจากคริสตัลยักษ์ พุ่งตรงเข้าใส่ร่างของหลินเฟยด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลบเลี่ยง ลำแสงนี้ทรงพลังพอที่จะลบสวรรค์ทั้งเก้าชั้นให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ได้ในพริบตา!
หลินเฟยเบิกตากว้าง เขาสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามแห่งความตายที่แท้จริงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ขึ้นมาบนสวรรค์ พลังของแกนกลางโลกนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์ หรือแม้แต่วิญญาณปฐมกาลของเขาจะรับไหว หากถูกปะทะโดยตรง เขาจะต้องแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษวิญญาณ
'อย่าได้หวาดกลัว! หลินเฟย! ดาบเล่มนี้... คือตัวแทนของจุดจบและจุดเริ่มต้น! จงใช้มัน... ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของมันออกมา!' เสียงของจิตวิญญาณศาสตราตะโกนลั่นในหัวของเขา
หลินเฟยกัดฟันจนเลือดซิบ นัยน์ตาสีเทาทอประกายความบ้าคลั่งที่อยู่เหนือความเป็นและความตาย เขากระชับศัสตราไร้ลักษณ์ในมือทั้งสองข้าง หลับตาลง และเปิดรับพลังงานทั้งหมดในจักรวาลจำลองของเขา ทารกปฐมกาลเบื้องหลังเขาสยายปีกสีดำและสีขาวออกกว้างสุด ก่อนจะพุ่งเข้า 'หลอมรวม' กับร่างของหลินเฟยอย่างสมบูรณ์!
ร่างกายของหลินเฟยแปรสภาพไปอย่างสิ้นเชิง ผิวพรรณสีหยกกลายเป็นสีโปร่งแสงที่สะท้อนภาพของจักรวาล ผมสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาประกายเงิน ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือไม่ได้แบ่งเป็นสีดำและสีขาวอีกต่อไป ทว่ามันหลอมรวมกันกลายเป็นดาบแสงสีเทาที่ไร้รูปลักษณ์ ไร้น้ำหนัก ไร้ตัวตน มันคือสภาพที่แท้จริงของศาสตราแห่งการลบล้าง!
"วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาสูงสุด... ไร้ลักษณ์คืนกำเนิด!"
หลินเฟยลืมตาขึ้น เขาไม่ได้ตวัดดาบฟาดฟัน ทว่าเขา 'ก้าว' เดินเข้าไปหาลำแสงสีรุ้งแห่งแกนกลางโลกอย่างช้าๆ เพียงแค่เขายกดาบแสงสีเทาขึ้นเบื้องหน้า ลำแสงมฤตยูที่สามารถทำลายล้างเก้าสวรรค์ เมื่อปะทะเข้ากับรังสีของศัสตราไร้ลักษณ์ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหลินเฟย มันกลับ 'ถูกผ่า' ออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดายประดุจสายน้ำที่ไหลผ่านโขดหิน!
"เป็นไปไม่ได้! พลังของโลกทั้งใบ... ทำไมถึงทำอะไรแกไม่ได้!" มหาเทพบรรพกาลกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังสุดขีด มันพยายามเร่งพลังจากแกนกลางโลกให้มากขึ้น แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งการก้าวเดินของปีศาจสีเทาเบื้องหน้าได้
หลินเฟยเดินแหวกทะลุคลื่นพลังสีรุ้งเข้าไปอย่างสง่างามและเยือกเย็น ทุกย่างก้าวของเขาทำให้มิติของสวรรค์ชั้นที่เก้าพังทลาย ตำหนักนิรันดร์กาลที่อยู่เบื้องหลังมหาเทพเริ่มแหลกสลายกลายเป็นผุยผง จนกระทั่งหลินเฟยมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าคริสตัลแกนกลางโลก และกลุ่มก้อนพลังงานสีทองของมหาเทพ
"แกบอกว่าแกคือผู้บงการโลก..." หลินเฟยเอ่ยเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาสีเทาจ้องลึกลงไปในแก่นแท้ของศัตรู "แต่สำหรับข้า... แกมันก็แค่ปรสิตที่ขโมยหัวใจของคนอื่นมาสวมใส่ วันนี้... ข้าจะขอคืนหัวใจดวงนี้ ให้กับสวรรค์และโลกเบื้องล่าง!"
"ม่ายยยยยยยยยยย!"
หลินเฟยตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ที่บัดนี้ไร้รูปลักษณ์ แทงทะลุเข้าไปในกลุ่มก้อนพลังงานสีทองคำของมหาเทพบรรพกาล และทะลวงผ่านไปจนถึงแกนกลางของคริสตัลยักษ์!
วิ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!
โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้อง มีเพียงแสงสีเทาปฐมกาลที่สว่างวาบขึ้นกลบแสงสีทองคำและแสงสีรุ้งจนหมดสิ้น เจตจำนงแห่งการลบล้างของศัสตราไร้ลักษณ์ พุ่งทะลวงเข้าทำลาย 'ตัวตน' วิญญาณ และสติสัมปชัญญะของมหาเทพบรรพกาลอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ได้ถูกทำลายทางกายภาพ ทว่ามันถูก 'ลบ' ออกจากสารบบของจักรวาล ราวกับว่าตัวตนที่ชื่อว่ามหาเทพบรรพกาล ไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรกเริ่ม!
กลุ่มก้อนพลังงานสีทองคำสูญสลายไปในอากาศธาตุ ทิ้งไว้เพียงคริสตัลแกนกลางโลกที่ไร้รอยขีดข่วน ซึ่งบัดนี้หลุดพ้นจากการควบคุมและพันธนาการของปรสิตอย่างสมบูรณ์ มันลอยเคว้งคว้างอยู่เบื้องหน้าหลินเฟย เปล่งประกายแสงสีรุ้งที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตที่แท้จริง
หลินเฟยค่อยๆ ดึงศัสตราไร้ลักษณ์กลับมา อาการหอบหายใจอย่างหนักหน่วงบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าถึงขีดสุด การหลอมรวมกับวิญญาณปฐมกาลและใช้เคล็ดวิชาสูงสุด ผลาญพลังงานในร่างกายของเขาไปแทบจะหมดสิ้น ทว่ารอยยิ้มแห่งความพึงพอใจและชัยชนะที่แท้จริง กลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
ตำหนักนิรันดร์กาลพังทลายลงจนหมดสิ้น ท้องฟ้าของสวรรค์ชั้นที่เก้าที่เคยถูกปกคลุมด้วยแสงสีทองจอมปลอม บัดนี้เปิดกว้าง เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่และดวงดาวนับอนันต์
"จบสิ้นแล้ว..." หลินเฟยพึมพำ เขามองดูแกนกลางโลกที่กำลังส่องแสง "จงกลับไปทำหน้าที่ของเจ้า หล่อเลี้ยงโลกใบนี้ให้เติบโตตามวัฏจักรที่ควรจะเป็นเถิด"
เขาใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่คริสตัลยักษ์เบาๆ แกนกลางโลกสั่นพ้องตอบรับ ก่อนที่มันจะค่อยๆ เลือนหายไป ทะลวงผ่านมิติกลับลงสู่ใจกลางของโลกเบื้องล่าง เพื่อฟื้นฟูพลังปราณและความสมดุลให้กับสวรรค์ทั้งแปดชั้น และทวีปเบื้องล่างที่บอบช้ำมานาน
ส่วนพลังงานบริสุทธิ์ของมหาเทพบรรพกาลที่ถูกลบล้างไปนั้น ไม่ได้สูญเปล่า มันไหลทะลักเข้ามาหล่อเลี้ยงจุดตันเถียนของหลินเฟย ซ่อมแซมบาดแผล ฟื้นฟูพละกำลัง และผลักดันขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดปฐมกาลของเขา ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกใบนี้ไปอย่างสมบูรณ์!
หลินเฟยลอยตัวอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าของอวกาศ ณ อดีตที่ตั้งของสวรรค์ชั้นที่เก้า ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือกลับมามีรูปลักษณ์ครึ่งดำครึ่งขาวดังเดิม ทว่าบัดนี้ มันไม่ได้เปล่งรังสีที่ดุร้ายอีกต่อไป มันสงบนิ่งและเชื่อฟังผู้เป็นนายอย่างสมบูรณ์แบบ
เขาทอดสายตามองลงไปยังสวรรค์ชั้นล่าง และโลกมนุษย์ที่ห่างไกลออกไป ผู้ฝึกยตนและสรรพชีวิตทั้งหลายต่างรับรู้ได้ถึงการหายไปของแรงกดดันที่เคยบงการโชคชะตาของพวกเขา วัฏจักรแห่งกรรมและสัจธรรมได้กลับคืนสู่ความสมดุลอีกครั้ง
หลินเฟยไม่ได้ตั้งตนเป็นพระเจ้าองค์ใหม่ เขาเพียงแค่สางแค้น และทวงคืนอิสรภาพให้กับตนเองและดาบเล่มนี้เท่านั้น เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนห้วงอวกาศที่ไร้จุดสิ้นสุด ทะลวงผ่านสายตาออกไปยัง 'ดินแดนที่อยู่เหนือกว่าเก้าสวรรค์' ดินแดนของมหาเซียนอมตะที่แท้จริง และเส้นทางแห่งการฝึกตนที่ไม่มีวันสิ้นสุด
"โลกใบนี้... เล็กเกินไปสำหรับข้าแล้ว"
หลินเฟยสะบัดเสื้อคลุมสีดำที่ขาดวิ่น รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานปรากฏขึ้นอีกครั้ง ร่างของเขากลายเป็นเส้นแสงสีเทาปฐมกาล พุ่งทะยานแหวกอวกาศออกสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น ทิ้งตำนานของ 'มารไร้ลักษณ์' ผู้สังหารพระเจ้าและรีเซ็ตจักรวาล ไว้ให้ผู้คนเบื้องหลังได้เล่าขานสืบต่อไปชั่วนิรันดร์