Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 34 ออกเดินทาง

    ตอนที่ 34 ออกเดินทาง

     

    "ริว ริวจิ หรือว่าเค้าคือ คนที่ระบบประกาศ เขาคือคนที่กลายเป็น Hunter คนแรก " โกโตะได้พูดออกมาพร้อมกับมองไปที่รถกลุ่มของชายหนุ่มจากไป

    "หรืออาจะจะเป็นแค่คนชื่อเหมือนกันนะ แต่ถึงอย่างงั้น เขาก็แข็งแกร่ง หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกในอนาคตนะ "

    โกโตะยิ้มและเดินกลับเข้าไปในค่าย

     

     

    กลับมาทางด้านของริวจิ

     

    "มาสเตอร์เหลือเวลาเท่าไหร่คะ ก่อนที่จะหลับ " แคทเทอรีนน่ากล่าวถาม เธอไม่ได้ตกใจที่รู้ชื่อของริวจิ เพราะริวจิแข็งแกร่งแถมยังใช้ชื่อย่อว่า เอล เธอเดาได้ไม่ยาก เพราะตัวอักษร L ในภาษาอังกฤษนั้นก็คือ ล และ ร นั้นเอง

     

    "น่าจะราวๆแค่ 10 นาทีละมั้งนะ "

     

    " หัวหน้าต้องการไปที่ไหนอย่างงั้นหรอ " โจเซฟได้ถามขึ้นมาอีกครั้ง

     

    "โอซาก้าหนะ แม่และน้องสาวฉันอยู่ที่นั้น ตอนนี้ฉันเหลือเวลาก่อนจะหลับแค่ไม่ถึง10นาที ช่วงเวลาที่ฉันหลับไปก็ใช้เวลาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นด้วยน่ะ และพยายามอัพเลเวลให้ถึง 30 เพื่อที่จะเลื่อนเป็นขั้นที่ 2 หลังจากฉันตื่นฉันมีของจะให้ "

     

    เมื่อได้ยินที่ริวจิพูดทั้ง3คนทำหน้าตื่นเต้นขึ้นมาทันทีไม่เว้นแต่อายูที่เงียบอยู่ตลอดเธอถึงกลับหันมา เพราะของที่ริวจิให้เธอก็คือ สกิลขั้น2ระดับสูง ถือว่าล้ำค่ามากสำหรับเธอในตอนนี้

     

    " เอาละงั้นถ้าใคร ถ้าจะเลื่อนขั้นละก็ให้เลื่อนที่ละคน รอจนกว่าอีกคนจะเสร็จก่อนละกันน่ะ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้รับมือได้ทัน "

     

    พวกเขาทั้ง3 คนพยักหน้า

     

    " โอเคงั้น เป้าหมายของพวกเราต่อไปคือ Sendai ระยะทางจากนี้ราวๆ 700 กิโลเมตร "

     

     

    "เอ่อลืมไป ในระหว่างที่ฉันหลับไปห้ามนำใครเข้ามาในกลุ่มโดยเด็ดขาดเลยนะ "

     

    "มั่นใจได้เลยหัวหน้า "

    "ไม่มีปัญหาค่ะมาสเตอร์ "

    "Ok "

    ทั้ง 3 คนได้ตอบตกลงไป

     

    " งั้นฉันของีบสักพักละกัน " ริวจิพูดพร้อมกับยิ้มและหลับไป

     

    " เอ่ออ หัวหน้าหลับไปแล้ว พวกเราจะเอาไงต่อละทีนี้ " โจเซฟได้ถามขึ้นพร้อมกับขับรถไปข้างหน้า

     

    "นายไม่ได้ฟังที่มาสเตอร์พูดรึไงโจ เป้าหมายต่อไปคือ Sendai (เซ็นได) นายอายุมากสุดในกลุ่มนะน่ะ หรือว่าจะเก่งแต่ประดิษฐ์แต่เศษเหล็กอย่างงั้นหรอ "

     

    "เฮ้ๆ สิ่งประดิษฐ์ฉันไม่ใช่เศษเหล็กน่ะ ช่วยถอนคำพูดด้วยแคทเทอรีนน่า " โจเซฟเขารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่เธอเรียกสิ่งประดิษฐ์ของเขาว่า เศษเหล็ก

     

    " ช่วยไม่ได้ใครบอกให้นายไม่ฟัง มาสเตอร์เองละ" แคทเทอรีนทำหน้าตาเย็นชาดูเหมือนกับล้อเรียนโจเซฟอย่างไงอย่างงั้น

     

    ทั้ง 2 คนได้เถียงกันไปมา ทันใดนั้นผู้หญิงที่นิ่งเงียบก็ได้กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราวกับน้ำแข็ง

     

    " พอได้ละ พวกเราจะมุ่งหน้าไป Sendai ตามที่หมอนั้นบอก และพวกเราจะฆ่าซอมบี้ที่ขวางทางทั้งหมดและเลื่อนขั้นให้เป็นขั้น 2แค่นี้แหละที่หมอนั้นพยายามบอก "

     

    " งั้นเธอเป็นผู้นำละกัน เพราะเธออยู่กับหัวหน้านานที่สุดแล้ว " โจเซฟได้พูดขึ้นเมื่อแคทเทอรีนน่าได้ยินเธอรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็เป็นอายูที่อยู่กับริวจิมานานที่สุดและน่าจะเข้าใจริวจิมากกว่า อย่างน้อยมันก็น่าจะมากกว่าพวกเขา

     

    อายูเธอไม่ได้ตอบรับและปฏิเสธอะไร แต่เธอชีนิ้วไปที่ถนน

     

    " ตอนนี้ยังไม่ออกนอกเขตของค่าย คงไม่มีอันตราย น่าจะซัก 2-3 ชั่วโมง ถึงจะมีซอมบี้ เพราะงั้นตั้งหน้าตั้งตาขับรถไป " อายูเธอไม่ได้พูดสุภาพ เพราะเธอไม่คิดจะเชื่อใจใครนอกจากริวจิ เพราะเธอเคยเกือบโดนข่มขืนไปแล้ว เพราะความเชื่อใจผิดคน ทั้ง2 คนต้องใช้เวลาเพื่อที่จะให้เธอไว้ใจ ถึงแม้ว่าพวกเขาคอนนี้ยังไม่ได้แสดงทีท่าอันตรายออกมาก็ตาม แต่ถึงอย่างงั้นอายูก็ยังคาใจที่ริวจิ กล้าหลับไปทั้งๆที่ อยู่กับคนที่พึ่งเจอกัน แต่ถึงอย่างงั้นเธอก็ไม่คิดจะขัดในการตัดสินใจของเขา

     

    เมื่อได้ยินอายูพูดออกมาแบบนั้น โจเซฟก็ได้ถอนหายใจออกมา และคิดกับตัวเอง

    " ชีวิตฉันอนาถโดยแท้ โจเซฟคนนี้ โดนเด็กสาวกดขี่เนี่ยนะ ฉันขอให้หัวหน้าตื่นตอนนี้เลยได้มั้ย เห้อ "

     

    " นายถอนหายใจแบบนี้มันไร้มารยาทมากเลยน่ะ โจ "

     

    " นี่ฉันหายใจก็ผิดรึไง "

    .

    .

    5 ชั่วโมงต่อมา

    ทั้ง3คนได้เดินทางออกมาจากค่ายและเห็นซอมบี้ ไม่ถึง 100 ตัวด้วยซ้ำ และตอนนี้ไปก็เกือบเที่ยงแล้ว พวกเขาจึงได้จอดรถและทำอาหาร

     

    " ถ้าซอมบี้มันมีน้อยขนาดนี้ มันจะพอให้พวกเราอัพเลเวลกันมั้ย " โจเซฟได้บ่นออกมา ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่คิดแบบนี้ แคทเทอรีนน่าและอายูก็กังวลอยู่ในใจ

     

    "ขืนเป็นแบบนี้ไม่ทันแน่ " อายูได้คิดกับตัวเอง แต่ขณะนั้นเองแต่นึกถึงริวจิ เหมือนว่าเธอเคยได้ยินที่ริวจิเคยบอกเอาไว้ว่า ซอมบี้จะเคลื่อนที่เข้าหาคนหมู่มาก เมื่อคิดได้แบบนั้นแล้ว

     

    " ถ้าในระหว่างทางนายเจอค่ายที่ถูกซอมบี้ยึดละก็ นายได้สู้จนหอบเลยแหละ " อายูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ

     

    เมื่อโจเซฟนึกภาพตามแล้วเขาถึงกับขนลุก ถ้าเมืองนั้นมีซอมบี้ 1 ล้านตัวเหมือนกับซัปโปโลละก็ เขาไม่รู้เลยว่าจะรับมือพวกมันยังไงด้วยไม่มีหัวหน้าของพวกเขา

    "นายจะไปสั่นทำไมละโจ นายเป็นผู้ชายรึเปล่า นายก็แค่เปลี่ยนเส้นทางไปที่เมืองเล็กๆก็พอ "

     

    " ถ้าเธอไม่กลัว เธอจะให้ฉันเปลี่ยนเส้นทางทำไมงั้นหรอแคทเทอออรีนน่าา ฮ่าๆ " โจเซฟได้พูดเสียงลากยาว เขาก็รู้ว่าเธอก็กลัวเหมือนกัน

     

    " เงียบไปซะโจ เย็นนี้นายกินอาหารกระป๋องไปเลยนะ " เธอทำหน้าโกรธและพูดตะโกนกลับไป เพราะโจเซฟทำให้เธอเสียฟอร์ม

     

    " ไม่เอาน่าแคทเทอรีนน่า ได้โปรดฉันผิดไปแล้ว "

     

    " ไปตายซ่ะ คิดว่าฉันเป็นเด็กสามขวบรึไง ที่จะมาตบหัวและลูบหลัง "

     

    " งั้นก็ช่วยไม่ได้ ฉันจะหยุดรถและไม่เดินทางต่อ เพราะรถคันนี้มีฉันขับได้คนเดียวรอให้หัวหน้าตื่นและเธอคงไม่อยากนึกถึงหรอกใช่มั้ย ถ้าหัวหน้าตื่นขึ้นเขาจะผิดหวังรึเปล่า ที่พวกเราไม่สามารถเลื่อนเป็นขั้นที่ 2 ได้ "

    โจเซฟได้กล่าวกลอุบายออกไป ตอนนี้ทั้ง2 เหมือนกับ สุภาษิต น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างใช้ประโยชน์กันทั้งคู่

    เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้แคทเทอรีนน่าก็ไม่มีทางเลือกเพราะเธอก็ไม่อยากทำให้ริวจิผิดหวังในตัวเธอเข่นกัน เธอจึงยอมโจเซฟไปแพ้โจเซฟไปในคราวนี้

     

     

    หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จทั้ง3คนก็เดินทางต่อไป
     

     

     

    ฝากกดติดตามกดหัวใจด้วยนะครับ
     

    ขอบคุณครับ 
     

    #จากผู้แต่ง 
     

    พอดีว่ามีแฟนคลับท่านหนึ่ง ไม่ชอบที่ผมเว้นวรรค แต่ในส่วนตัวของผม ผมคิดว่ามันช่วยให้อ่านง่ายและลุ้นไปด้วย เพราะตัวหนังสือใกล้กัน มันรู้สึกเยอะและขี้เกียจอ่าน แต่ถ้าใครชอบแบบ ไม่เว้นวรรคก็คอมเม้นเข้ามาได้นะครับ ผมจะปรับปรุงในตอน ต่อๆไปครับ ขอบคุณครับ
     

    #34 35 เปิดให้อ่านฟรีนะครับ

    แต่35 รอก่อนนะครับไม่น่าจะเกิน 21.00 วันนี้