เขาได้ยินที่บอสของตนบ่นพึมพำก็ได้เอ่ยแทรกออกมา ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องดีหรือเปล่าที่ให้บอสรับทราบถึงมันตอนนี้
"เอ่อ บอส อันที่จริงองค์กรของพวกเราก็มีประตูมิติวาปนะ แต่ทว่ามันมีปัญหานิดหน่อยนะสิ"
ชายวัยกลางคนพูดจบก็เกาแก้มของตนเองพร้อมกับหัวเราะแห้งๆออกมา แม้จะเป็นมันเองก็ยังไม่เคยให้ผู้ใดได้รับรู้ถึงประตูมิติวาปนี้ มีเพียงแค่พวกฟงอวี่กับตัวของมันแค่สองคนเท่านั้นที่รู้ว่าห้องลับชั้นใต้ดินของสำนักงานจะมีห้องลับที่ติดตั้งประตูมิติวาปไว้
ชายหนุ่มเมื่อได้ยินว่ามีประตูมิติวาปภายในองค์กรก็ถึงกับต้องลุกขึ้นจากที่นั่ง
"อะไรนะ?!! ประตูมิติวาป องค์กรของพวกเรามีมันจริงๆนะหรอ เมืองไร้กฎหมายแห่งนี้เนี่ยนะ"
ไครเซอร์อุทานออกมาอย่างตื่นเต้น หัวใจเริ่มเต้นระรัวอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงสิ่งนั่น มันกับเป็นประตูมิติวาป เทคโนโลยีระดับสูงสุดของจักรวาล เพียงแค่ประตูมิติวาปขนาดเล็กก็มีราคาหลายแสนเครดิตแล้ว ว่ากันว่าการจะสร้างและติดตั้งมันเพียงแค่ชิ้นเดียว ก็จะต้องให้ผู้เชียวชาญเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง การจะสร้างประตูมิติวาปใช่ว่าสถานที่แห่งไหนจะสามารถมีมันได้ พวกเขาจะต้องได้รับการยืนยันจากสมาพันธ์แห่งดวงดาวซะก่อน เพราะถ้าไม่ทำเช่นนั่นมันจะถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย อย่างในกรณีของบาร์อาชญากรนั่น พวกเขาก็มีประตูมิติวาปขนาดเล็ก ไม่รู้ว่าเจ้าของคนนั่นมีมันได้ยังไงโดยที่ไม่ถูกตรวจจับ แต่ว่าองค์กรช่วยเหลืออาชญากรก็คงจะมีอิทธิพลอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
แล้วเมืองไร้กฎหมายแห่งนี้แน่นอนแล้วว่าพวกเขาจะไม่มีประตูมิติกันอย่างแน่นอน เพราะถึงยังไงสมาพันธ์แห่งดวงดาวก็คงจะไม่ออกใบรับรองการสร้างประตูมิติวาปให้ ต่อให้จะเป็นบริษัทสตาร์ไลค์ที่มีซื้อขายอย่างเท่าเทียม พวกเขาก็ยังต้องยื่นเรื่องผ่านไปยังสมาพันธ์แห่งดวงดาวก่อนจึงสามารถติดตั้งสิ่งนั้นได้
"เข้าใจแล้วครับบอส เดียวผมจะนำทางท่านไปดูเอง"
ไอรอนเมื่อเห็นว่าบอสอยากจะเห็นมันก็ยินดีที่จะให้เขาได้รับรู้ ชายวัยกลางคนนำทางไครเซอร์เข้ามาในลิฟท์ส่วนตัวพร้อมกับสีหน้าที่จริงจัง จากนั่นเขาก็จิ้มไปยังปุ่มตัวเลขของรหัสชั้นอยู่หลายที มันราวกับเป็นรหัสผ่านที่ไว้ใช้ดำเนินการปลดล็อค ทันทีที่กดปุ่มจบลิฟท์ก็ได้เคลื่อนตัวลงไปยังชั้นล่างอย่างรวดเร็ว ที่พวกเขาทั้งสองจะไปนี้ไม่ใช่ชั้นไหนๆในตึกสำนักงาน แต่มันคือห้องชั้นใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างลับๆ แม้แต่เฟียร์เลนที่มีตำแหน่งรองหัวหน้าขององค์กรในตอนนั่นก็ยังไม่รู้เรื่องราวเลยซักนิด
ติ๊ง!
และเมื่อประตูลิฟท์ถูกเปิดออก ภาพที่ไครเซอร์เห็นก็ได้ทำให้ตัวของมันต้องประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เพราะที่เบื้องหน้าคือห้องโถงขนาดหลายสิบเมตร บริเวณกลางห้องคืออุปกรณ์วาปมิติสีขาวเงินที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่น รูปลักษณ์เป็นวงกลมและมีกึ่งกลางที่ว่างเปล่า เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวนึงที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากประตูมิติวาป พวกมันทั้งสองเชื่อมต่อกันด้วยเส้นสายนับหลายสิบชนิด
"ขะ..ของจริงนี่ ประตูมิติวาป!!"
ไครเซอร์รีบเข้าไปสำรวจดูสิ่งต่างๆ นัยน์ตาเบิกกว้างและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น อารมณ์ของชายหนุ่มตอนนี้เสมือนเป็นเด็กน้อยที่กำลังเห่อของใหม่ มีใครบ้างที่จะไม่สนใจกับเทคโนโลยีระดับสูงสุดอย่างประตูมิติวาปละ มันคือวิทยากรของการเดินทางที่รวดเร็วที่สุดในจักรวาล เพียงแค่เครื่องทำงานและตั้งพิกัดเป้าหมาย พวกเขาก็จะสามารถไปที่ไหนก็ได้ในจักรวาลเลยด้วยซ้ำ
ระหว่างนั่นชายวัยกลางคนได้แต่ถอนหายใจออกมาจากนั่นก็ได้พูดแทรกขึ้น
"มันยังไม่สมบูรณ์นะสิบอส อันที่จริงเรียกว่ากำลังจะพังตังหาก ถึงภายนอกจะไม่มีอะไรเสียหายแต่ถ้าเปิดเครื่องใช้งานแล้ว ก็ทำได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ฟงอวี่กับพักพวกได้ไปพบเจอมันในซากอารยธรรมที่อยู่ภายใต้ผืนทะเลทรายนั่น พวกเราจึงลอบขนกลับมากันอย่างเงียบๆ ในตอนแรกพวกผมก็ดีใจเมื่อรู้ว่าองค์กรของพวกเราจะสามารถไปยังสถานที่อื่นๆได้อย่างอิสระ แต่เมื่อรับรู้ได้ถึงระบบของมันแล้ว ทุกสิ่งก็ยิ่งแย่ลงไปในทันที"
ไอรอนไม่ได้อยากจะดับความหวังของบอสตนเอง แต่มันคือเรื่องจริงที่เขาจะต้องบอกออกไป ประตูมิติวาปนี้มีความเสียหายอย่างหนัก ถ้าฝืนเปิดประตูมิติวาปครั้งที่สอง เครื่องก็คงจะระเบิดออกอย่างแน่นอนและเมื่อถึงตอนนั่นการเดินทางก็จะยิ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้าวาปอย่างใหญ่หลวง
"งั้นเหรอ? ใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวสินะ ก็เท่ากับว่าสามารถเดินทางได้เพียงแค่คนเดียว"
ชายหนุ่มถึงกับส่ายหัวออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั่น ฝ่ามือลูบไล้ไปยังเครื่องสีขาวที่อยู่เบื้องหน้าพร้อมกับดวงตาที่แสดงความเสียดายอยู่ไม่น้อย เครื่องวาปมิติเลยนะ ถ้าซื้อจากระบบก็มีราคาถึง500,000แต้มตัวร้าย มันมากพอที่จะทำให้เขาต้องใช้เวลาเก็บภารกิจอีกนาน
"เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆ คิดว่าองค์กรสเปคเตอร์ของเราจะมีประตูมิติวาปเป็นของตนเองแล้วซะอีก!!"
ไครเซอร์พูดจบก็นั่งลงอย่างหมดแรงราวกับว่าสูญเสียบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไป ในใจเริ่มครุ่นคิดขึ้นอย่างหนัก เทคโนโลยีทุกชนิดใช่ว่าจะไม่มีอายุการใช้งานของมัน ประตูมิติวาปก็เช่นเดียวกัน ยิ่งใช้การทำงานของมันมากเท่าไหร่ ระบบภายในที่ลึกลับซับซ้อนก็ยิ่งเสียหายมากเท่านั้น มันคือสิ่งสมดุลที่คงอยู่ไว้ซึ่งความเท่าเทียมกัน เทคโนโลยีทุกชนิดจะมีข้อเสียอยู่อย่างใหญ่หลวง ไม่เว้นแม้แต่ต่างหูของดวงดาวเทพสงคราม ยิ่งมีพลังมากและใช้งานมันมากเท่าไหร่ความเสียหายก็จะยิ่งย้อนคืนกลับมามากเท่านั้น
"หือ? เดียวก่อน!! เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ ซากอารยธรรมใต้ผืนทะเลทรายหรอ"
อีกด้านนึงณที่อาณาเขตของสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลก เสียงสัญญานเตือนได้ดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ในตอนนี้บนท้องฟ้าที่สูงขึ้นไปกำลังเกิดห้วงอากาศที่มันกำลังบิดเบี้ยว ประตูมิติวาปขนาดยักษ์ได้ก่อตัวเป็นวังวนของพลังพร้อมกับมีบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนย้ายออกมา ยานรบสีเงินขนาดหลายร้อยเมตรได้ปรากฏออกมาจากประตูมิติวาป ความยาวของยานทัดเทียมได้กับตึกที่ตั้งสูงตระหง่าน ลักษณะของมันเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ทั่วทั่งยานติดตั้งอาวุธที่ล้ำสมัยไว้รอบด้าน ที่สะดุดตาเลยก็คือบริเวณข้างลำยานมีสัญลักษณ์ของรูปหัวพยัคฆ์สีทองประดับเอาไว้อยู่
เพียงแค่มันปรากฏตัวก็ทำให้ทุกสิ่งเริ่มสั่นไหว เสียงยานรบขนาดใหญ่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทุกหนแห่ง
"มาแล้ว หน่วยไล่ล่าของสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาหลัก พวกเขาใช้การวาปของยานรบมาเลยละ"
"พระเจ้า!! นี่คือยานรบอวกาศชั้นจักรพรรดิที่มีนามว่าอาคันซอหรอเนี่ย น่าเกรงขามจริงๆ เกิดมาข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นการวาปเช่นนี้เป็นครั้งแรก..!!
ทันใดนั้นทุกคนก็รีบวิ่งออกมากันอย่างร้อนรน พวกเขาสวมชุดคลุมและแต่งตัวกันอย่างเต็มยศ แต่ละคนยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อรอคอยการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ เจ้าหน้าที่ระดับต่ำนับไม่ถ้วนแหงนหน้าขึ้นมองด้วยหัวใจที่สั่นระรัว ยานรบสีเงินนี้คือพาหนะการเดินทางของหน่วยไล่ล่าที่ได้ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะเดินทางมาทั้งยานรบเช่นนี้
"มาเร็วจริงๆ เจ้าพวกเด็กบ้าทั้งสามเสร็จจากภารกิจก่อนหน้านี้แล้วเรอะ"
เวลาเดียวกันผู้นำสมาพันธ์ดวงดาวสาขาโลกอย่างโทมัสหรือบุคคลระดับสูงก็ได้ก้าวเดินออกมาจากอาคารหลัก ทั้งหมดยืนมองไปยังยานรบที่กำลังจอดอยู่นิ่งๆบนฟากฟ้า โทมัสสีหน้าเฉยชาเมื่อจ้องมองไปยังยานรบนั่น ยานรบชั้นจักรพรรดิถือเป็นยานรบชั้นนำในจักรวาลที่ผู้มีอิทธิพลในจักรวาลนั้นใช้กัน มันถูกติดตั้งไว้ด้วยปืนใหญ่พลาสม่า ปืนใหญ่แกมม่าอนุภาคแรงสูงหรือที่เรียกกันว่าปืนคลื่นพลังแม่เหล็กนั่นเอง นี่ยังไม่รวมถึงสุดยอดAIอัจฉริยะที่ถูกสร้างมาโดยเฉพาะเพื่อควบคุมการทำงานของยานรบอีก
ครืนนนนนนน!
ทันใดนั่นประตูด้านหลังของยานรบก็ถูกเปิดออกพร้อมกับมีร่างเงาสามร่างที่ได้กระโดดลงมาจากความสูงหลายร้อยเมตร ต่อให้จะเป็นนักสู้แห่งดวงดาวระดับสูง ถ้าตกลงมาจากที่สูงก็เจ็บอยู่ไม่น้อยเลยนะ การเคลื่อนไหวของพวกเขาได้สร้างความตกใจให้กับเจ้าหน้าที่มากมายนับไม่ถ้วน ทว่าวินาทีก่อนที่พวกเขาจะลงมาถึงพื้นนั่น แต่ละคนก็หยุดนิ่งอยู่บนห้วงอากาศพร้อมกับก้าวเดินเหยียบย่ำลงมาอย่างกับเป็นขั้นบันได
"นะ..นั่นมันอะไร ทำไมพวกเขาถึงเดินบนอากาศได้เหมือนกับเดินอยู่บนผืนดินละ"
หลายคนเมื่อเห็นมันก็ได้แต่อุทานขึ้นอย่างตื่นตระหนัก ดวงตาเบิกกว้างกลมโตอย่างตกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น โดนปกติแล้วสิ่งมีชีวิตอย่างเช่นมนุษย์นั่นไม่สามารถบินบนฟ้าได้ ต่อให้จะเป็นนักสู้แห่งดวงดาวระดับสูงก็ไม่มีข้อยกเว้น แต่ก็บางคนที่เข้าใจพร้อมกับพูดมันออกมา
"พวกแกไม่เห็นบริเวณฝ่าเท้าของทั้งสามคนหรอ มันมีละอองแสงของสสารแห่งจักรวาลที่กระจายออกมาอยู่นิดๆ ชื่อของมันคือแอร์ไดร์เวอร์ อุปกรณ์ที่สามารถช่วยให้บินอยู่บนท้องฟ้าได้ระยะนึง สามารถเร่งความเร็วในอากาศได้เหมือนกับนกเหยี่ยว นี่คือเทคโนโลยีของดวงดาวชั้นนำในจักรวาลที่สมาพันธ์แห่งดวงดาวได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา"
คนที่มีความรู้ก็ได้อธิบายถึงสิ่งต่างๆให้กับเจ้าหน้าที่ระดับต่ำได้รับฟัง มีไม่บ่อยครั้งที่พวกเขาจะได้เห็นเทคโนโลยีที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์เช่นนี้ การเดินทางบนอากาศได้ด้วยตัวคนเดียวนั่น มันคือความฝันของทุกคนเลยก็ว่าได้
"ที่แห่งนี้ยังเจี๊ยวจ๊าวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ท่านผู้บัญชาการสูงสุดสาขาโลก"
...
ถ้าไครเซอร์เจอกับเจ้าพวกนี้ละก็ ตายหยังเขียด 55+