หลายวันต่อมา ณ ลานโล่งหน้าศาลเ้าร้าง เจยจื่อหลงและวีอันอันกำลังนั่งขัดสมาธิ หลับตา ฝึกฝนการโคจรลมปราณตามที่ท่านผู้เฒ่าซานได้สอนสั่งไว้เมื่อวันก่อน มันเป็กระบวนการที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้สมาธิสูงส่งในการนำทางพลังงาน 'ชี่' อันน้อยนิดให้ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณหลักภายในร่างกาย
เจยจื่อหลงสามารถนำพาไออุ่นจากตันเถียนให้เคลื่อนไปตามเส้นลมปราณได้อย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง เขารู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอย่างสงบ เพิ่มพูนความแข็งแกร่งภายในทีละน้อย ส่วนวีอันอันนั้นยังคงประสบปัญหาในการควบคุม พลังชี่ของนางเหมือนม้าพยศที่พร้อมจะดีดดิ้นออกนอกเส้นทางตลอดเวลา นางต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการประคองมันให้ไหลเวียนไปอย่างกระท่อนกระแท่น
ขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่กับการฝึกฝน เสียงโหวกเหวกโวยวายและเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังแว่วมาจากทิศทางที่ไม่ไกลนัก เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเ็ป ความหวาดกลัว และความสิ้นหวัง มันกระชากสมาธิของเด็กทั้งสองให้หลุดออกจากภวังค์ทันที
"เสียงอะไรน่ะ?" วีอันอันลืมตาขวับ หันไปมองทางต้นเสียง
เจยจื่อหลงขมวดคิ้ว เงามืดในแววตาปรากฏขึ้น "เหมือนเสียง... การต่อสู้" เขานึกถึงกลุ่มโจรป่าที่เคยเจอในวันแรก "หรือการสังหาร..."
ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะตัดสินใจอย่างรวดเร็ว พวกเขารีบเคลื่อนตัวออกจากศาลเ้า มุ่งหน้าไปยังต้นเสียงอย่างระมัดระวังที่สุด เคลื่อนที่จากพุ่มไม้หนึ่งไปยังอีกพุ่มไม้หนึ่ง ใช้ต้นไม้ใหญ่เป็ที่กำบัง ยิ่งเข้าใกล้ เสียงกรีดร้องและเสียงหัวเราะอย่างโเี้ก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้น กลิ่นคาวเืเริ่มลอยมาปะทะจมูก
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงชายป่าที่สามารถมองเห็นเส้นทางดินซึ่งทอดไปยังซากหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลนัก ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เืในกายของเด็กทั้งสองเย็นเฉียบ
กลุ่มโจรป่าติดอาวุธครบมือ กำลังไล่ล่าสังหารกลุ่มชาวบ้านที่ดูเหมือนจะอพยพหนีอะไรบางอย่างมา ชาวบ้านเ่าั้มีทั้งคนชรา สตรี และเด็กเล็ก พวกเขาไม่มีอาวุธ ไม่มีทางสู้ ได้แต่ร่ำไห้วิ่งหนีอย่างน่าเวทนา แต่ก็ไม่อาจหนีพ้นคมดาบและหอกของเหล่าโจรใจทมิฬได้
ภาพชายชราถูกฟันล้มลงกลางทาง... ภาพสตรีถูกฉุดกระชากลากถู... ภาพเด็กร้องไห้จ้าหาบิดามารดา ก่อนที่เสียงจะเงียบหายไปพร้อมกับร่างที่แน่นิ่ง... ทุกฉาก ทุกการกระทำอันโหดร้าย ป่าเถื่อน ไร้ซึ่งมนุษยธรรม เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของเจยจื่อหลงและวีอันอัน
พวกเขามาช้าเกินไป... ช้าเกินกว่าจะช่วยอะไรได้
ความรู้สึกชาวาบแล่นไปทั่วร่าง แทนที่ด้วยความสยดสยอง พลันแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิตนี้ แม้แต่ตอนที่ถูกลงทัณฑ์จาก์หรือนรกก็ไม่เคยรู้สึกเดือดดาลเท่านี้ ภาพความโหดร้าย ความอยุติธรรม ความเสื่อมทรามของโลกใบนี้ที่เคยรับรู้ มันไม่ได้เป็เพียงคำพูดหรือความคิดอีกต่อไป แต่มันคือความจริงอันแสนเ็ปที่เกิดขึ้นตรงหน้า!
"ไม่นะ..." วีอันอันพึมพำ น้ำตาไหลอาบแก้มที่เปื้อนดิน ร่างเล็กๆ สั่นเทิ้มด้วยความโกรธจนควบคุมไม่อยู่ กำปั้นน้อยๆ ทุบลงบนพื้นดินอย่างแรง "พวกมัน... ไอ้พวกเดรัจฉาน!"
ดวงตาของเจยจื่อหลงแดงก่ำ ไอเทพสังหารอันเย็นเยียบที่เคยถูกผนึกไว้ลึกสุดใจ บัดนี้ราวกับจะทะลักออกมา เขากัดฟันแน่นจนกรามสั่นระริก ความสงบนิ่งที่พยายามรักษาไว้แตกสลายไม่มีชิ้นดี
เหล่าโจรป่าหลังจากสังหารชาวบ้านจนหมดสิ้น ก็เริ่มลงมือปล้นสะดมซากศพและสัมภาระเล็กๆ น้อยๆ ที่ชาวบ้านพอจะมีติดตัวมา พวกมันหัวเราะร่า พูดจาหยาบคาย ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไปเป็เพียงเื่สนุกสนาน
ภาพนั้น... คือฟางเส้นสุดท้าย!
"อ๊ากกกกกกก!" วีอันอันกรีดร้องออกมาสุดเสียง ความโศกเศร้าแปรเปลี่ยนเป็ความบ้าคลั่ง นางทะยานร่างเล็กๆ ออกจากที่ซ่อนราวกับลูกธนู พุ่งเข้าใส่กลุ่มโจรโดยไม่คิดชีวิต!
"อันอัน! เดี๋ยว!" เจยจื่อหลงร้องตาม แต่ก็สายไปเสียแล้ว เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพุ่งตามไปติดๆ เพื่อปกป้องนาง และเพื่อปลดปล่อยความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอก!
เหล่าโจรป่าที่กำลังสาละวนกับการเก็บข้าวของ หันมาเห็นเด็กน้อยสองคนวิ่งเข้าใส่ด้วยท่าทางเอาเื่ก็พากันหัวเราะเยาะ "ฮ่าๆๆ ดูสิ มีลูกแมวหลงมาด้วยว่ะ!" "อยากตายนักรึไง เ้าหนู!"
แต่เสียงหัวเราะของพวกมันก็ต้องชะงักงัน เมื่อวีอันอันที่วิ่งนำมา ใช้พลังลมที่นางพอจะควบคุมได้ (แต่ตอนนี้ขับเคลื่อนด้วยความโกรธแค้น) ซัดเข้าใส่โจรที่อยู่ใกล้ที่สุด!
ฟุ่บ!
แม้จะเป็เพียงลมกระโชก แต่ด้วยระยะประชิดและพลังที่แฝงด้วยไอสังหารจางๆ ก็ทำให้โจรคนนั้นเซถลาไปสองสามก้าวอย่างคาดไม่ถึง!
"หนอย! กล้าทำร้ายข้ารึ!" โจรคนนั้นเงื้อดาบจะฟัน
แต่เจยจื่อหลงก็มาถึงพอดี เขาใช้พลังธาตุดินทำให้พื้นดินใต้เท้าโจรคนนั้นยุบลงเล็กน้อย! โจรเสียหลัก ล้มหน้าคะมำลงไป!
"เฮ้ย!" พวกโจรที่เหลือเริ่มเห็นความไม่ชอบมาพากล เด็กสองคนนี้มีวิชาประหลาด!
การต่อสู้อันแสนชุลมุนจึงบังเกิดขึ้น เด็กน้อยสองคน สู้กับโจรป่าร่างกำยำเกือบสิบคน มันคือการต่อสู้ที่บ้าบิ่นและสิ้นหวัง แต่แรงขับจากความโกรธแค้นทำให้พวกเขากล้าหาญเกินตัว
วีอันอันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วปานภูตพราย (สัญชาตญาณมารทำงานเต็มที่) นางใช้พลังลมพัดฝุ่นดินเข้าตาโจร ใช้เถาวัลย์พันขาให้สะดุด ใช้พลังชี่ที่ยังควบคุมไม่ได้เสริมกำลังในการชกต่อย (ซึ่งแทบไม่ระคายผิวโจรนัก แต่ก็น่ารำคาญ) นางสู้เหมือนสัตว์ป่าที่าเ็ กัดฟัน กรีดร้อง และโจมตีอย่างไม่คิดชีวิต
เจยจื่อหลงสุขุมกว่า เขาพยายามใช้พลังธาตุอย่างมีเป้าหมาย ใช้ธาตุดินสร้างเนินเล็กๆ ให้โจรสะดุด ใช้ธาตุน้ำทำให้พื้นลื่น ใช้ธาตุลมผลักดันอาวุธให้เฉียดเป้า หรือเบี่ยงเบนความสนใจ เขาคอยป้องกันวีอันอัน และหาจังหวะโจมตีจุดอ่อน แต่ด้วยพลังอันน้อยนิด การโจมตีส่วนใหญ่จึงทำได้แค่ก่อกวน
แน่นอนว่าพวกเขาไม่อาจสู้โจรที่ช่ำชองกว่าได้ เจยจื่อหลงโดนคมดาบเฉี่ยวที่แขนจนเืซิบ วีอันอันโดนถีบกระเด็นกลิ้งไปหลายตลบ แต่พวกเขาก็ลุกขึ้นสู้ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ความดื้อรั้นและพลังประหลาดของเด็กทั้งสองเริ่มทำให้พวกโจรป่ารู้สึกหวั่นเกรง
"ไอ้เด็กเปรตนี่มันอะไรวะเนี่ย?!" "จัดการมันเร็วเข้า! ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่นาน!"
แต่ก่อนที่พวกโจรจะทันได้รุมสกรัมเด็กทั้งสองอย่างจริงจัง หัวหน้าโจรซึ่งดูจะมีสติที่สุดก็ตวาดขึ้น "พอแล้ว! ได้ของแล้วก็รีบไป! อย่าเสียเวลากับเด็กบ้านี่!" พวกมันลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าได้ของที่้าแล้ว และเด็กสองคนนี้ก็สู้ยิบตาจนน่ารำคาญ จึงตัดสินใจล่าถอยไป ทิ้งท้ายด้วยคำขู่ "ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้หนู!"
เมื่อร่างของโจรป่าลับหายไป ความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวก็กลับเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของเด็กน้อยทั้งสอง ท่ามกลางซากศพของชาวบ้านที่นอนเกลื่อนกลาด
เจยจื่อหลงทรุดลงนั่ง พยายามกดปากแผลที่แขน วีอันอันคลานเข้ามาหา เนื้อตัวมอมแมม มีรอยฟกช้ำหลายแห่ง ทั้งสองมองไปรอบๆ ภาพความตายและความโหดร้ายยังคงติดตา กลิ่นคาวเืคละคลุ้งจนแทบอาเจียน
ความโกรธแค้นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็ความเย็นเยียบในหัวใจ ความรู้สึกผิดที่ช่วยใครไม่ได้ ความสลดใจต่อชะตากรรมของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ และความเกลียดชังต่อความชั่วร้ายที่กัดกินโลกใบนี้ มันกัดกร่อนจิตใจของพวกเขาอย่างรุนแรง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเห็นความเลวร้าย แต่นี่เป็ครั้งแรกที่มันเกิดขึ้นตรงหน้า และพวกเขาก็อ่อนแอเกินกว่าจะหยุดยั้งมันได้
ความเงียบเข้าครอบงำอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่วีอันอันจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยกลมโตบัดนี้แข็งกร้าวและลุกโชนด้วยไฟแค้นอันเย็นเยือก น้ำตาที่เคยไหลเหือดแห้งไปแล้ว เหลือเพียงปณิธานอันแรงกล้า นางมองขึ้นไปยังท้องฟ้าสีหม่น แล้วเปล่งเสียงประกาศก้อง กังวานไปทั่วป่า ราวกับจะให้ฟ้าดินเป็พยาน:
"ข้าขอสาบาน! ณ ที่นี้! วีอันอันผู้นี้ จะไล่ล่าสังหารคนชั่วช้าสารเลวให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินนี้! จะไม่ให้พวกมันมีที่ยืน! จะไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ต้องมาร้องไห้เช่นนี้อีก! ข้าจะสร้างโลกที่ความชั่วร้ายไม่อาจงอกเงยขึ้นมาได้!!!"
เสียงเล็กๆ นั้นเต็มไปด้วยพลังอำนาจและความมุ่งมั่นอันน่าสะพรึงกลัว
เจยจื่อหลงลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินมาหยุดข้างๆ วีอันอัน แผลที่แขนยังคงเ็ป แต่เทียบไม่ได้กับความเ็ปในใจ เขามองไปยังซากศพเบื้องหน้า แล้วหันไปสบตาวีอันอัน แววตาของเขาสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวอันเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งพันปี
"เราจะยึดครองโลกนี้... อันอัน" เขากล่าวเสียงเรียบ แต่หนักแน่นทุกถ้อยคำ "...และสร้างมันขึ้นมาใหม่ ด้วยมือของเรา"