ฮูหยินใหญ่วัย 4 หนาว

    ตอนที่34 ผู้ใดกันที่เป็นตัวก่อเรื่องน่ะ....เจ้า??? หรือว่าเจ้า....????!!

         พวกท่านพ่อ ท่านลุงที่กำลังโดนหมายหัวกันอยู่ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวเลยว่าพวกท่านกำลังถึงคราวเคราะห์จริงๆ ถ้าหากว่าท่านย่าซุน ท่านยายหม่าพบเจอรอยผื่นแดงบนตัวของหลานสาวยวี่ยวี่น้อย และพี่สาวเจินจูเข้า

         ยิ่งรอยแดงมากเท่าไหร่ก็เจอศึกหนักมากเท่านั้นสำหรับพวกท่านลุง และท่านพ่อ …!!!!!

         ณ บ้านตระกูลซุน

         ท่านย่าซุน และท่านยายหม่า ที่พากันเดินมาที่ห้องนอนของหลานสาว ก็กำลังเห็นว่าท่านแม่ และท่านป้าสะใภ้ซุน กำลังจะถอดเสื้อผ้าสองสาวน้อยเพื่อเช็ดตัวกันพอดีเลย พวกท่านเลยย้ำในสิ่งที่พวกท่านต้องการทันทีเลย

         “พวกเจ้าเช็ดตัวหลานสาวของแม่ ดูให้ดีด้วยนะว่ามีรอยแดงตามตัวอีกหรือไม่นะ”ท่านยายหม่า

         “อีกแล้วเหรอเจ้าคะ…????”ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ซุน 

         ท่านทั้งสองคนพากันหันมาพูดอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยที่ว่าท่านย่าซุน และท่านยายหม่า ยังไม่ได้พูดถึงรายละเอียดอะไรมากไปกว่านี้ แต่ว่าพวกท่านทั้งสองคนเองกลับรู้เลยว่าเพราะอะไรกัน….!!!!

         “พี่สาวลู่ซือ พี่สาวลู่เสียน เล่าให้อาฟังหน่อยสิ”ท่านแม่ 

         “เจ้าค่ะ…”พี่สาวสองลู่

         “ในตอนแรกท่านลุงอิ๋นอิ๋น อุ้มฮูหยินใหญ่ กับน้องสาวเจินจูในท่าแบบนี้เจ้าค่ะ ขึ้นพาดบ่าทั้งสองแบนี้”พี่สาวลู่ซือ

         “แล้วเดินไปเพียงครู่เดียว ท่านลุงใหญ่ซุนก็คว้าฮูหยินใหญ่มาแบบนี้เจ้าค่ะ ตรงช่วงนี้และตรงนี้เจ้าค่ะ”พี่สาวลู่เสียน

         “และท่านลุงหม่าก็มาอีกด้าน และคว้าน้องสาวเจินจูช่วงนี้ และตรงนี้เจ้าค่ะ”พี่สาวลู่ซือ

         เมื่อได้ยินคำอธิบายจากสองพี่น้องแล้ว ท่านแม่ กับท่านป้าสะใภ้ซุนเลยดูจุดที่ท่านลุงซุน และท่านลุงหม่า คว้าแม่นางน้อยซุนทั้งสองกันอย่างทันทีเลย และก็เป็นรอยแดงจริงๆเสียด้วย แต่ว่าแดงไม่ชัดเจนสักเท่าไหร่ก็ขึ้นสีแดงอยู่ดี

         “เป็นรอยแดงอีกแล้วเจ้าค่ะท่านแม่…!!!”ท่านแม่ 

         “เจินจูก็มีเช่นกันเจ้าค่ะท่านแม่…!!!”ท่านป้าสะใภ้ซุน

         “ฮึ่มมมมม……..”ท่านย่าซุน และท่านยายหม่า ที่ยืนรออยู่หน้าประตูห้อง เพราะพวกท่านเข้าไปไม่ได้เพราะห้องนอนของหลานสาวทั้งสองคนไม่ได้กว้างใหญ่มากนัก เพียงแค่เด็ก 4 คน และผู้ใหญ่สองคนในตอนนี้ก็แน่นเอี๊ยดกันแล้ว!!!!

         “ข้าก็ว่าแล้วเชียวจะต้องขึ้นรอยแดงอย่างแน่นอน เพราะตอนที่จะคว้าแย่งอุ้มหลานสาวกันเนี่ยน่าจะต้องลงน้ำหนักมือกันอย่างแน่นอนล่ะนะ!!!”ท่านย่าซุน

         “ถ้าคืนนี้จัดการเจ้าพวกนั้นไม่ได้ รอถึงวันพรุ่งนี้ก่อนเถอะคอยดู๊…คอยดูข้านะ…!!!!”ท่านยายหม่า

         “ใช่ๆ….”ย่าซุน 

         ท่านย่าซุน และท่านยายหม่าพูดจบก็เดินจากไปด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวทันทีเลย ตอนนี้บอกได้เลยว่าไม่ว่าจะบุรุษตระกูลใดคนใดเดินเข้ามาภายในบริเวณพื้นที่บ้านตระกูลซุนให้เหล่าบรรดาฮูหยินได้เห็นแล้วล่ะก็ ถือว่าดวงซวยอย่างแน่นอนเลยทีเดียว…!!!!

         “เป็นอย่างไรบ้างเล่า???”ท่านย่าไป่

         “อย่างที่คิดไว้เลยมีรอยแดงที่แขนน่ะทั้งสองคนเลย”ท่านยายหม่า

         “ฮึ๋ยยย…….”ท่านย่าไป่

         พวกท่านพากันบ่นยาวยืดเลยทีนี้เมื่อได้รวมกลุ่มกันครบพร้อมหน้าพร้อมตากัน และท่านแม่ กับท่านป้าสะใภ้ซุนก็เดินมาสมทบหลังจากจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แม่นางน้อยทั้งสองคนเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว

         “เดี๋ยวรอดูวันพรุ่งนี้ด้วยละกันค่ะแม่ ว่าจะเป็นรอยช้ำด้วยหรือเปล่า ถ้าเป็นคงจะหนักมือกันแน่นอนเลยเจ้าค่ะ!!”ท่านแม่ ที่เดินตามมารวมกลุ่มได้สักพักหนึ่งแล้ว

         “ถ้าตามเนื้อตามตัวแม่นางน้อยของข้าเป็นรอยช้ำจริงๆแล้วล่ะก็ เจ้าพวกนั่นโดนหนักแน่นอนล่ะ ฮึ่มมม….!!”ท่านย่าซุน

         (“ฮัดดด……ฮัดดเช้ย……ฮัดเช้ยยยยย……!!!”พวกท่านลุง ท่านพ่อ 

         “ข้าว่าเสร็จด้านนี้เรียบร้อยแล้วรีบกลับเข้าบ้านนอนกันดีกว่านะ ข้ากับพวกเจ้าพากันจามหลายหนแล้วเนี่ย”ท่านลุงหม่า

         “ใช่ๆ….”ท่านลุงซุน

         ยังไม่รู้ตัวกันว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกท่านกัน ทั้งๆที่น่าจะมีลางสังหรณ์กันบ้างแล้วนะ!!!!)

         พวกบุรุษทั้งหลายเมื่อจัดการเรื่องพวกเด็กๆขี่รถม้าเล่นรอบๆกันครบเรียบร้อยกันแล้ว บางส่วนก็พากันกลับหมู่บ้านเลี่ยงฮวง หมู่บ้านเลี่ยงรุ่ยกันเลย พร้อมกับรถม้าของหมู่บ้านทั้งสองเลี่ยงฯด้วย ตอนนี้ก็เหลือเพียงรถม้าที่เป็นของหมู่บ้านเลี่ยงหลินทั้งสองคัน ที่กลุ่มบุรุษช่วยกันสร้างคอกม้าและที่เก็บรถเกวียนเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย 

         ทางด้านท่านปู่ซุน ท่านตาหม่า ท่านปู่ไป่ หัวหน้าหมู่บ้านหรือผู้นำหมู่บ้านที่เป็นใหญ่ที่สุดของหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามก็กำลังพูดคุยวางแผนงานต่อไปทันทีเลยเช่นกัน เพราะตอนนี้มีเงินอยู่ในมือหมู่บ้านละพันกว่าตำลึงทองเกือบๆสองพันตำลึงทองเข้าไปแล้ว

         “รอบนี้ถือว่าเจ้าซุนจินเถียวทำได้ดีเลยนะ ที่ตัดสินใจหาซื้อรถม้ามาใช้งานหมู่บ้านละ 2 คันเลย”ท่านปู่ไป่ เอ่ยปากชมอย่างจริงใจไม่ได้แกล้งพูดกระทบท่านปู่ซุนเลย

         “อือ…..ข้าเองก็คิดเหมือนกับเจ้าเลยเจ้าเฒ่าไป่ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีเยี่ยม ไม่ต้องรอกลับมาถามข้ากับพวกเจ้าให้เสียเวลาไปเปล่าๆ”ท่านตาหม่า

         “ตอนนี้ก็ถือว่าข้ากับพวกเจ้าหายใจหายใจได้โล่งไปบ้างล่ะนะ จากที่มีเงินเก็บกองกลางเพียงไม่กี่สิบตำลึงเงินเฮ้อออ…แต่ดูตอนนี้สิเกือบสองพันตำลึงทองเข้าไปแล้ว..!!! มันเหลือเชื่อมากจริงๆ”ท่านปู่ซุน

         “ใช่ๆ….” “หงึก….หงึก….”

         “ในตอนนี้ถ้ามีเหตุการณ์ใดๆที่ไม่คาดคิดดึกๆดื่นๆยามใดก็แล้วแต่ ก็ไม่ต้องวิตกกังวลให้กันมากนักในเมื่อมีรถม้าใช้กันแล้วด้วยนี่ก็โล่งไปเยอะเลยทีเดียว ถือว่าเจ้าลูกชายมันคิดไม่ต่างจากข้าจริงๆ อย่างๆน้อยๆก็มีรถม้าสำรองเอาไว้ใช้ยามเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน”ท่านปู่ซุน

          “จริง..!!! พรุ่งนี้ก็ค่อยๆหากลุ่มจัดสอนให้บรรดาพวกผู้หญิง และฮูหยิน หัดบังคับรถม้ากัน”ท่านตาหม่า

         “แล้วจะจัดการแบ่งเงินตำลึงให้กับสมาชิกในหมู่บ้านเท่าไหร่กันดีเล่า…????”ท่านปู่ไป่

         “ข้าคิดว่าน่าจะให้ตระกูลละ 50 ตำลึงเงินน่ะ”ท่านปู่ซุน 

         “อือ…….50 ตำลึงเงินงั้นรึ???? ไม่มากจนเกินไปและไม่น้อยเกินไป”ท่านปู่ไป่

         “เจ้าเฒ่าหม่า เจ้าว่าอย่างไรเล่า???”ท่านปู่ซุน

         “ส่วนข้าอย่างไรก็ได้ เพราะข้าเองไม่ได้เก่งในเรื่องนี้เหมือนพวกเจ้า”ท่านตาหม่า

         “ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้เลย แบ่งให้ตระกูลละ 50 ตำลึงเงิน พวกเขาจะได้มีเงินตำลึงเก็บไว้เป็นส่วนตัว กับเอาไว้ใช้สอยกัน”ท่านปู่ไป่

         “อือ……” “หงึก….หงึก……..”ท่านปู่ซุน ท่านตาหม่า

         ตระกูลซุนด้านการค้า กับตระกูลไป่นักวิชาการ ที่กำลังออกความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการกระจายเงินตำลึง 

         เมื่อจัดการพูดคุยปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว พวกท่านก็พากันกลับไปนอนพักผ่อนกัน คืนนี้แต่ละคนในหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง ก็พากันนอนเลยเวลากันหมดเลย

    ณ เช้าวันใหม่ 

         เป็นเช้าที่ดูสดชื่น และคึกคักกันอีกวันหนึ่งจริงๆ แต่ละคนที่ตื่นขึ้นมาดูเหมือนมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม โดยเฉพาะพวกเด็กๆเช้านี้เมื่อตื่นขึ้นมากันแล้ว จัดการธุระส่วนตัวและช่วยงานบ้าน งานสาวนงานไร่ที่เป็นหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมายกันทำในแต่ละวันแล้ว ก็จะพากันไปวนเวียนอยู่ที่คอกม้าของหมู่บ้านกัน เป็นแบบนี้ทั้งสามหมู่บ้านเลี่ยงฯกันเลย

         เพราะตอนนี้ม้าคือสิ่งใหม่ที่เข้ามาในหมู่บ้าน และพวกเด็กๆดูจะชื่นชอบกันมากมายเลยทีเดียว

         “วันนี้ให้เจ้าพวกลูกชายจัดคนนำไข่ปลาไปขายเรียบร้อยกันหรือยังเล่า???”ท่านปู่ซุน

         “คงจะเรียบร้อยแล้วล่ะ เห็นเตรียมตัวกันแล้วนี่”ท่านปู่ไป่

         “เออจริงด้วยสิ เมื่อคืนนี้ข้าว่าฮูหยินของข้าดูแปลกๆอย่างไรก็ไม่รู้นะ???”ท่านตาหม่า

         “โอ้….ข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่านางแปลกๆไปนะแต่ไม่รู้ว่าแปลกเพราะเหตุใดกัน???”ท่านปู่ไป่

         “ไอ้หยา…!!!! ไม่นะ”ท่านปู่ซุน

         “อย่าบอกนะว่าฮูหยินของเจ้าก็เช่นกัน..???!!”ท่านตาหม่า ท่านปู่ไป่

         “ก็ใช่นะสิ…!!!”ท่านปู่ซุน

         “แบบนี้ไม่ดีแน่ๆ ไม่ดีเลยนะ!!!”ท่านตาหม่า

         “ท่านพ่อขอรับ พวกข้าเตรียมตัวกันพร้อมแล้วขอรับ เหลือแค่รอคัดเลือกคนใหม่ๆเข้าเมืองไปด้วยกันเท่านั้นขอรับ”ท่านลุงซุน

         “พวกเจ้ามากันครบก็ดีแล้ว”ท่านปู่ซุน

         “เอ๋….????”ท่านลุง ท่านพ่อ ท่านอา

         “เมื่อวานนี้มีผู้ใดไปก่อเรื่องอะไรกันไว้หรือไม่กันฮะ…????”่ท่านตาหม่า

         “ใช่ มีผู้ใดทำเรื่องอะไรกันไว้หรือเปล่า เจ้า..??? หรือว่าเจ้ากัน…หรือว่าเป็นเจ้าใช่ไหม???”ท่านปู่ซุน

         “ห๊าาาาาา….????”ท่านลุงซุน ท่านลุงหม่า ท่านพ่อ ท่านอาไป่ทั้งสอง ต่างพากันงุนงงจริงๆ ที่จู่ๆก็โดนพวกท่านพ่อถามอะไรแบบนี้ขึ้นมาน่ะ

         “พวกข้าเปล่าทำอะไรเลยนะขอรับท่านพ่อ….!!!!”ท่านลุงซุน ท่านลุงหม่า ท่านพ่อ ท่านอาไป่ทั้งสอง

         พวกลูกชายต่างรีบพากันพูดปฎิเสธแบบพร้อมเพรียงอย่างกับนัดกันเลยทีเดียวก็ว่าได้ 

         “แน่ใจนะว่าไม่ได้ไปก่อเรื่องอะไรกันไว้น่ะ…???”ท่านปู่ไป่

         “เอ่อออออออ………”ท่านลุงซุน ท่านลุงหม่า ท่านพ่อ ท่านอาไป่ทั้งสอง 

         พวกท่านเองก็ตอบแบบไม่เต็มปากเช่นเดียวกัน พากันมองหน้ากันไปมาอย่างอยากจะถามกันเองว่าให้พวกเจ้าคนหนึ่งคนใดไปทำเรื่องอะไรไว้แล้วไม่รู้ตัวเองกันบ้างหรือไม่กัน???? อะไรประมาณนี้เลย

         “นั่นอย่างไรเล่า….ข้าว่าแล้วเชียวเจ้าพวกซื่อบื้อพวกนี้น่ะมันจะต้องก่อเรื่องอะไรไว้อย่างแน่นอนเลย ไม่อย่างนั้นคงจะตอบอย่างชัดเจนกันแล้ว…ฮึ่มม…..”ท่านตาหม่า

          “พวกข้าเปล่าขอรับ…..!!!!”ท่านลุงซุน ท่านลุงหม่า ท่านพ่อ ท่านอาไป่ทั้งสอง

          “จริงๆนะขอรับ…..!!!”ท่านลุงซุน ท่านลุงหม่า ท่านพ่อ ท่านอาไป่ทั้งสอง

         ท่านตาหม่า ท่านปู่ซุน ท่านปู่ไป่ หรี่ตามองอย่างจับผิดกันเลยทีเดียว เล่นเอาบรรดาพวกลูกชายทั้งหลายพากันขนลุกซู่กันเลยทีเดียว

         ทางด้านบรรดาฮูหยินทั้งหลายพอเช้ามาอย่างแรกเลยพวกท่านก็ต้องพากันตระเตรียมอาหารเช้าให้ทุกๆคนในตระกูลกินกัน และแน่นอนว่าไม่ลืมที่จะต้องไปดูตามเนื้อตามตัวแม่นางน้อยซุนทั้งสองด้วย

         “โส่วจั๋วเจ้าได้เข้าไปดูลูกสาวของเจ้าทั้งสองคนหรือยัง???”ท่านป้าสะใภ้หม่า

         “ยังเจ้าค่ะ ว่าจะไปดูหลังจากเสร็จตรงนี้เรียบร้อยแล้วน่ะเจ้าค่ะพี่สะใภ้”ท่านแม่

          “งั้นไปเถอะปล่อยไว้เดี่ยวที่เหลือพวกข้าจัดการให้เองนะ”ท่านป้าสะใภ้หม่า

          “ได้เจ้าค่ะ”ท่านแม่

         ท่านขอตัวไปดูลูกสาวทั้งสองคนก่อนเลย และเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็อดที่จะยิ้ม และส่ายหัวเบาๆไม่ได้ แม่นางน้อยซุนทั้งสองคนนี่ไม่เคยนอนท่าเดิมก่อนนอนได้เลยจริงๆ 

         “จริงๆเลยเจ้าตัวแสบของแม่”ท่านแม่

         เลยต้องพาจัดนอนกันใหม่อีกครั้ง แต่ท่านแม่เองก็รับรู้ว่าถึงแม้ท่านจะให้นอนดีๆแต่อีกไม่กี่เค่อข้างหน้าก็จะพากันนอนดิ้นคนละทิศละทางอีกนั่นแหละ

         และท่านแม่ก็เริ่มสำรวจตามแขน ตามลำตัวของแม่นางน้อยทั้งสองคนทันทีเลย และก็ถือว่าเป็นโชคดีของกลุ่มท่านลุง ท่านพ่อ ท่านอาจริงๆที่ว่าเป็นเพียงรอยแดงๆที่เริ่มจางหายแล้ว ไม่ได้เขียวช้ำ…!!!!

    *****************

         ท่านพ่อ ท่านลุง ท่านอา พวกท่านกำลังจะจัดคนนำไข่ปลาตัวใหญ่ที่จับได้ไปขายในเมืองใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เพราะมันเยอะมากๆเลย และสามารถขายได้ในราคาที่ดีอีกด้วยจึงไม่พลาดที่แบ่งไข่ปลาเหล่านี้ไปขายกัน