"พี่ชาย!! ทำไมพี่ชายถึงทิ้งข้าไว้นานเช่นนี้!?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวขึ้นมาอย่างไม่พอใจขณะมองสวี่หยุนที่กำลังก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเด็กสาว..
"..ข้าจากไปเพียงแค่ 2 เค่อเองนะเสี่ยวโหยว.." สวี่หยุนยิ้มแห้งก่อนจะกล่าวตอบหลินเสี่ยวโหยวออกมา..
"พี่ชาย! พี่ชายกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร!? ข้าเบื่อมากจริงๆนะ!!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นด้วยความไม่พอใจ..
"ขะ..ข้าขอโทษเสี่ยวโหยวจริงๆ.." สวี่หยุนเดินมาอยู่เบื้องหน้าของหลินเสี่ยวโหยวก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบหัวเด็กสาวอย่างนุ่มนวล..หลังจากสวี่หยุนลูบหัวเด็กสาวเพียงแค่สองพริบตาหลินเสี่ยวโหยวก็มีรอยยิ้มขึ้นมาในทันทีก่อนจะหันหน้ามากอดสวี่หยุนอย่างรวดเร็ว..
"พี่ชาย..อุ้มข้าหน่อยได้หรือไม่..? " หลินเสี่ยวโหยวกล่าวขึ้นมาก่อนจะกางแขนออกมาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส..สวี่หยุนเองก็ยิ้มออกมาเช่นกันก่อนจะก้มตัวไปอุ้มหลินเสี่ยวโหยวอย่างนุ่มนวล..
"พี่ชายต้องไม่ลืมสัญญาระหว่างข้ากับพี่ชายด้วย..วันนี้พี่ชายต้องเล่นกับข้าและลี่ผิงทั้งวัน!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาก่อนจะนำศีรษะของตนเองไปคลอเคลียกับอกของสวี่หยุนพร้อมรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู..
"..ตอนแรกข้านึกว่าเสี่ยวโหยวจะโกรธข้าเสียอีก..ที่แท้เสี่ยวโหยวก็ยังมีนิสัยดีอยู่เช่นเคย.." สวี่หยุนกล่าวล้อหลินเสี่ยวโหยวออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง..
"พี่ชาย!! พี่ชายกล่าวเช่นนี้อีกมาอีกแล้ว! งั้นวันนี้ข้าก็จะทำตัวเป็นเด็กนิสัยอย่างที่พี่ชายกล่าวออกมา!" หลินเสี่ยวโหยวบุ้ยปากพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจนักก่อนจะกอดสวี่หยุนแน่น..
"เอาล่ะพวกเราไปกันเถอะพี่ชาย..พี่ชายต้องซื้อขนมให้ข้ากับลี่ผิงเยอะๆเลยเข้าใจหรือไม่!?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยท่าทีเอาแต่ใจเหมือนเด็กนิสัยเสียจริงๆ...
"อืม..แค่นั้นเองหรือ..? ข้าว่าเสี่ยวโหยวไม่เหมาะจะแสดงบทน้องสาวนิสัยเสียเอาซะเลย.." สวี่หยุนกล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาเพราะการแสดงของหลินเสี่ยวโหยวที่ไม่ค่อยเข้ากับตัวเด็กสาวนัก..
"ขะ..ข้าคิดอะไรไม่ออกนี่.." หลินเสี่ยวโหยวหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยเพราะความเขินอายก่อนจะซุกหัวไปที่อกของสวี่หยุนโดยที่ไม่มองหน้าของสวี่หยุนเลยแม้แต่น้อย..สวี่หยุนเห็นท่าทีของหลินเสี่ยวโหยวก็หัวเราะออกมาอีกครั้งก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน..
"ไม่ว่าเสี่ยวโหยวจะมีนิสัยอย่างไรข้าก็ยังเป็นพี่ชายของเสี่ยวโหยวอยู่ดี..เสี่ยวโหยวสามารถขอเรื่องเห็นแก่ตัวทุกอย่างกับพี่ชายคนนี้ได้ทุกเมื่อเลยนะ.." สวี่หยุนยิ้มขึ้นมาอย่างอ่อนโยนก่อนจะกล่าวคำพูดที่สามารถเกี่ยวหัวใจสตรีคนใดที่ได้ฟังออกมาด้วยนํ้าเสียงเลือนรางเล็กน้อยแต่ฟังแล้วกับมีสเน่ห์และน่าดึงดูดเป็นอย่างยิ่ง..
"..อื้ม..พี่ชายกล่าวมาเช่นนี้ช่างไม่ยุติธรรมสำหรับพี่ชายเลยสักนิด..แต่ข้าก็ชื่นชอบพี่ชายที่สุดเลยนะ.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงเบาบางพร้อมกับมีท่าทีเขินอายจากคำพูดของสวี่หยุนก่อนที่เด็กสาวจะกอดสวี่หยุนแน่นในทันที..
"..ข้าก็ชื่นชอบเสี่ยวโหยวเช่นกัน.." สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะออกมาในทันทีเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของเด็กสาว..
"..ข้าว่า..พี่ชายต้องมีความสามารถพิเศษทำให้สตรีคนไหนก็ตามที่อยู่ใกล้พี่ชายชื่นชอบในตัวพี่ชายได้อย่างแน่นอน!" หลินเสี่ยวโหยวนิ่งเงียบอยู่ในอ้อมกอดของสวี่หยุนสักพักก่อนจะสงบจิตใจของตนเองได้และกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส...
"สะ..เสี่ยวโหยวคิดอย่างนั้นหรือ..?" สวี่หยุนคิ้วกระตุกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของหลินเสี่ยวโหยว..เรื่องนี้เขาปฏิเสธหัวชนฝาอย่างแน่นอน..ตอนแรกเขาก็ทำร้ายร่างกายของหวงหลินเฝ่ยจนบาดเจ็บสาหัสต้องนอนเตียงเป็นเดือนกว่าจะหายขาด..ถัดมาสวี่หยุนก็ทำร้ายศิษย์สตรีจากสำนักกระบี่ล่องนภาจนสลบไปหลายคนที่เขตป่าพิศวง..ถัดมาก็นักฆ่าสตรีผู้งดงามที่ถูกหยดนํ้าจากมีดไม้ของสวี่หยุนสะบั้นศีรษะออกไปต่อหน้าต่อตาของเขา...
"หืม? ข้ากล่าวอะไรผิดไปหรือพี่ชาย?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินนํ้าเสียงสั่นเครือของสวี่หยุน..
"อืม..ข้าว่าน่าจะตรงกันข้ามมากกว่า..เอาล่ะเราไปหาน้องลี่ผิงกันเถอะก่อนที่จะเย็นซะก่อน..อ่อแล้วก็ต้องไม่ลืมซื้อขนมให้น้องสาวนิสัยเสียผู้น่ารักน่าเอ็นดูกับน้องลี่ผิงด้วย.." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแห้งก่อนจะเปลี่ยนบทพูดในทันทีเป็นการกล่าวล้อหลินเสี่ยวโหยวออกมาด้วยรอยยิ้มร่าเริง...
"พี่ชาย! พี่ชายต้องไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้วนะ! ไม่งั้นข้าจะโกรธพี่ชายจริงๆด้วย!" หลินเสี่ยวโหยวหน้าแดงขึ้นมาเพราะคำกล่าวของสวี่หยุนก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมกับซุกหัวเข้าไปที่อกของสวี่หยุนและไม่มองหน้าสวี่หยุนอีกครั้ง..
"อืม..ข้าจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว..เราไปกันเถอะ" สวี่หยุนหัวเราะออกมาในทันทีที่เห็นท่าทีเขินอายของเด็กสาวก่อนจะกล่าวขึ้นมาพร้อมกับหยิบเอาศิลามิติออกมาจากผลึกลมปราณธาตุและใช้มันเพื่อเปิดรอยแยกมิติเบื้องหน้าของเขา..
หลังจากกลับมาที่เมืองเซี่ยหลงอีกครั้งสวี่หยุนก็ไล่ซื้อขนมไปเป็นจำนวนมากแถมยังมีมากมายหลายชนิดอีกด้วย..พ่อค้าแม่ค้าราวกับจำเรื่องของสวี่หยุนไม่ได้แล้ว..เมื่อมองเห็นสวี่หยุนกับเสี่ยวโหยวมาซื้อขนมที่ร้านของตนเองก็จะมีรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมาในทันทีก่อนจะแนะนำขนมของตนเองให้สวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวดูด้วยความภาคภูมิใจ..หลังจากแนะนำขนมต่างๆเสร็จพ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นก็จะให้สวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวชิมขนมต่างๆที่ตนเองมีอยู่..ถึงแม้อย่างไรสวี่หยุนก็จะซื้อขนมทุกชนิดอยู่แล้วแต่สวี่หยุนก็จะเลือกซื้อขนมบางชนิดที่หลินเสี่ยวโหยวถูกใจเป็นจำนวนที่มากกว่าขนมชนิดอื่น..
หลังจากนั้นสวี่หยุนกับหลินเสี่ยวโหยวก็เดินทางต่อไปยังสำนักกระบี่ล่องนภา..ตอนนี้ชื่อเสียงของสวี่หยุนโด่งดังมากกว่าเก่าเพราะมีผู้ฝึกตนจำนวนมากต่างก็จดจำได้ว่าถูกสวี่หยุนโจมตีจนสลบในกระบวนท่าเดียว..บางคนเป็นถึงขั้น 6 ของรวบรวมลมปราณแต่ก็ถูกสวี่หยุนสยบในหนึ่งกระบวนท่าเช่นคนอื่นๆ...สวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวไม่ได้สนใจสายตาของศิษย์จากสำนักกระบี่ล่องนภาแม้แต่น้อย..เขายังคงเดินหน้าต่อไปยังที่พักศิษย์สายในของสำนักกระบี่ล่องนภาโดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าไปรบกวนทั้งสองเลยสักนิดเดียว..
"ศิษย์พี่เหวิน..ท่านป้าชูหรง..น้องลี่ผิง ไม่ทราบว่าพวกท่านอยู่บ้านกันหรือไม่!?" สวี่หยุนกล่าวเสียงดังออกมาหลังจากนั้นสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวยืนคอยหน้าประตูที่พักของหวงเหวินเพียงครู่เดียวประตูก็ถูกเปิดออกมาก่อนที่ทั้งคู่จะพบกับหวงลี่ผิงและหลินชูหรง..
"พี่ติง! เสี่ยวโหยว! ข้ารอที่จะเล่นกับทั้งคู่มานานมากแล้วจริงๆ!" หวงลี่ผิงกล่าวขึ้นพร้อมกับกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เล่นกับสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวอีกครั้ง..
"เจ้าหนุ่มน้อย..วันนี้เจ้าก็จะมาให้ข้าสอนทำอาหารอีกแล้วหรือ?" หลินชูหรงกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ดูแล้วเป็นมิตรอย่างยิ่ง..
"ท่านป้าชูหรง..วันนี้ข้าคงไม่ได้ให้ท่านสอนทำอาหารให้ข้า..ข้าได้สัญญากับเสี่ยวโหยวไว้แล้วว่าวันนี้ข้าจะเล่นด้วยกันกับเสี่ยวโหยวและน้องลี่ผิง.." สวี่หยุนมีรอยยิ้มไร้เดียงสาขณะกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงอ่อนนุ่ม..
"จริงหรือ!? จริงหรือ!? เสี่ยวโหยว! เจ้าทำได้ดีมากเลยล่ะ!!" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งก่อนจะเดินไปจับมือของหลินเสี่ยวโหยวที่ลงมาจากอ้อมกอดของสวี่หยุนตั้งแต่มาถึงหน้าบ้านของหวงเหวินแล้ว..
"อื้ม! ข้าต้องพยายามอย่างยิ่งเลยล่ะกว่าจะชวนพี่ชายมาเล่นด้วยกันได้!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวตอบออกมาด้วยความภาคภูมิใจเล็กน้อย..สวี่หยุนได้ยินคำกล่าวของหลินเสี่ยวโหยวก็มีรอยยิ้มแห้งออกมา..ไม่ใช่ว่าสัญญานั่นข้าเป็นคนให้กับเสี่ยวโหยวเองไม่ใช่หรือ?
"ฮุฮุ..น้องหญิงเสี่ยวโหยวค่อนข้างจะชอบเจ้าอย่างยิ่งเลยนะเจ้าหนุ่มน้อย..สตรีที่ได้เป็นภรรยาของเจ้าคงจะโชคดีอย่างมากเป็นแน่..ขนาดข้ายังอิจฉสตรีนางนั้นนิดหน่อยเลย.." หลินชูหรงหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของหลินเสี่ยวโหยวก่อนจะกล่าวล้อสวี่หยุนขึ้นมาพร้อมกับท่าทีราวกับว่าเสียดายที่ตนเองเกิดเร็วเกินไป..
"ทะ..ท่านป้าชูหรง..ท่านไม่ควรกล่าวล้อข้าเช่นนี้..ข้าว่าสามีของท่านต้องเสียใจเป็นแน่ที่ได้ยินคำกล่าวของท่าน.." สวี่หยุนยิ้มแห้งออกมาก่อนจะกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา..
"ฮุฮุ..ไม่ต้องถ่อมตนไปหรอกเจ้าหนุ่มน้อย..บางทีสามีของข้าอาจจะคิดแบบเดียวกับข้าก็ได้หากเขาเป็นสตรีเช่นข้า.." หลินชูหรงยังคงกล่าวล้อสวี่หยุนออกมาอย่างไม่ลดละราวกับว่าการกล่าวล้อสวี่หยุนก็นับว่าเป็นเรื่องสนุกอย่างหนึ่งของนาง..ตั้งแต่สวี่หยุนมาขอร้องให้นางเป็นคนสอนเขาทำอาหารหลายครั้ง..หลินชูหรงก็รู้นิสัยของสวี่หยุนดีเป็นอย่างยิ่ง..นอกจากจะไร้เดียงสาแล้วยังเป็นคนตรงไปตรงมา มีจิตใจดีงามและเข้ากับผู้อื่นได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรี..จะผู้ที่อาวุโสกว่าหรือเยาวว์วัยกว่าสวี่หยุนก็จะปฏิบัตติตนด้วยความนอบน้อมเสมอมา..ถึงแม้สวี่หยุนจะไม่มีพรสวรรค์ในด้านการทำอาหารแต่ความมุ่งมั่นและความมานะอดทนของสวี่หยุนก็ทำให้หลินชูหรงชื่นชมออกมาจากใจจริง..
"..พอพูดขึ้นมาแล้วข้าก็อยากจะรู้ซะแล้วสิ..เจ้าหนุ่มน้อย..เจ้ามีสตรีที่ชมชอบบ้างแล้วหรือยัง..?" หลินชูหรงยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นขณะถามคำถามนี้ออกมา..แม้แต่หลินเสี่ยวโหยวกับหวงลี่ผิงที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานก็ให้ความสนใจกับคำถามนี้ของหลินชูหรงเช่นกัน..
"อืม..ข้ามีสตรีที่ข้าชื่นชอบแล้ว..ถึงแม้จะยังไม่ได้หมั้นหมายกันจริงๆ..แต่ก็คงพอจะเรียกว่าหมั้นได้แล้วล่ะมั้ง.." สวี่หยุนมีสีหน้าอ่อนโยนขึ้นมาทันทีพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างช้าๆด้วยนํ้าเสียงที่นุ่มนวลชวนฟังเป็นอย่างยิ่งราวกับสวี่หยุนกำลังตกอยู่ในภวังค์บางอย่างทันทีที่สวี่หยุนกล่าวถึงสตรีที่ตนเองชมชอบ..แน่นอนว่าสตรีที่สวี่หยุนกล่าวถึงคือลู่เหมยที่ใช้ชีวิตร่วมกับเขาถึง 1 ปีเต็มมาแล้ว...
"โอ้? ดูเหมือนเจ้าจะชอบพอสตรีนางนั้นเป็นอย่างยิ่ง..ไม่ทราบว่าช่วยเล่าถึงสตรีนางนั้นให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่หากเจ้าไม่ว่าอะไร?" หลินชูหรงตื่นตกใจเพราะคำพูดของสวี่หยุนออกมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น..
"..ที่จริงแล้วข้าได้สูญเสียความทรงจำที่เกี่ยวกับตัวเองทั้งหมดเมื่อ 1 ปีก่อน..ข้าตื่นมาที่ที่ข้าไม่รู้จักแม้แต่น้อย..ทั้งโลกนั้นไม่มีใครอยู่เลยนอกจากตัวข้า..แต่โลกนั้นมันไม่ได้ยํ่าแย่แม้แต่น้อย..ข้าได้พบเจอกับสตรีนางหนึ่งทันทีที่ข้าตื่นขึ้นมาจากการสูญเสียความทรงจำ..สตรีนางนั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง..นางมีนิสัยขึ้เล่นนิดหน่อยพร้อมกับมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา..ถึงแม้บางครั้งนางจะร้องไห้เพราะคิดถึงมารดาของนางแต่นางก็ไม่เคยบ่นเกี่ยวกับชีวิตที่มีอยู่หรืออดีตที่เคยพบเจอมาแม้แต่น้อย..นางเป็นคนที่อ่อนโยน นุ่มนวลและรักสัตว์ต่างๆเป็นอย่างยิ่ง..นางชื่นชอบในการวาดภาพต่างๆไม่ว่าจะเป็น ทุ่งหญ้า ลำธาร เนินเขา ต้นไม้ยักษ์..หรือแม้แต่พระจันทร์ส่วนมากมักจะเป็นภาพวาดที่งดงามไร้ที่ติอยู่เสมอมา..ข้าใช้เวลากับนางตลอลหนึ่งปีด้วยชีวิตที่สงบสุขเป็นอย่างยิ่ง..ท่านรู้อะไรหรือไม่? หากไม่มีเหตุผลจำเป็นจริงๆ..บางทีข้าอาจจะเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับนางที่นั่นตลอดไปโดยที่ไม่สนใจในการฝึกตนหรือการออกเดินทางแม้แต่น้อย..." สวี่หยุนมีสีหน้าเลื่อนลอยเหมือนตกอยู่ในภวังค์ทันทีที่เริ่มต้นกล่าวออกมา..สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างช้าๆด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยนราวกับปุยเมฆพร้อมกับใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ดูแล้วก็สามารถบอกได้เลยว่าสวี่หยุนมีความสุขอย่างยิ่งขณะกล่าวออกมา..สวี่หยุนกล่าวขึ้นราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังกล่าวกับหลินชูหรงแต่เป็นการกล่าวกับตัวเขาเอง..
"..เจ้าหนุ่มน้อย..หากข้าเป็นเจ้าข้าก็อาจจะตัดสินใจเช่นเดียวกับเจ้าเช่นกัน.." หลินชูหรงยกมือขึ้นมาลูบหัวสวี่หยุนอย่างนุ่มนวลก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความอบอุ่น..
"พี่ชาย..หากว่าพวกเราพบพี่หญิงคนนั้นท่านต้องแนะนำนางให้ข้ารู้จักด้วยล่ะ!!" หลินชูหรงเดินมาอยู่ข้างๆของสวี่หยุนก่อนจะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส..
"แน่นอน..หากพบเจอกับพี่หญิงคนนั้นข้าจะแนะนำนางให้กับหลินเสี่ยวโหยวเอง.." สวี่หยุนกล่าวตอบหลินเสี่ยวโหยวออกมาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน..หลังจากนั้นหวงลี่ผิงก็พาสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวไปที่ห้องของนางอย่างรวดเร็ว..หลินชูหรงยืนมองทั้งสามด้วยรอยยิ้มขณะที่ทั้งสามคนเดินเข้าไปในห้องของหวงลี่ผิง..
"..เจ้าหนุ่มน้อย..หากสตรีนางนั้นเป็นตามที่เจ้ากล่าวไว้จริงๆ..เจ้าควรจะรักษานางไว้ให้ดี..หากเจ้ามีเรื่องที่จำเป็นต้องเสี่ยงอันตรายข้าก็ขอให้เจ้าคิดถึงสตรีนางนั้นไว้ด้วยว่านางจะรู้สึกอย่างไรหากเจ้าเป็นอะไรไป.." หลินชูหรงกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เบาบางและเลื่อนลอยเป็นอย่างยิ่ง..คำกล่าวของหลินชูหรงไม่ได้กล่าวให้ใครฟังเลยแม้แต่คนเดียวราวกับว่านางแค่ต้องการกล่าวให้ตัวเองได้ยินเพียงคนเดียวเท่านั้น..
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------