หลังจากสัมผัสได้ถึงแววตาของจักรพรรดิเทพสวรรค์ ตัวของเย่หยุนซีนั้นก็รีบบินไปอยู่ข้างๆกู่หลินเฉินผู้เป็นบิดาในทันที
"ตาแก่ ท่านปลดผนึกพลังวิญญาณให้ข้าสิ ข้าจะได้สู้อย่างเต็มที่เพื่อเอาชัยชนะมาให้พวกท่าน"
"หึ! คิดว่าข้าโง่นักหรือไงกัน" กู่หลินเฉินเมื่อได้สดับฟังข้อเสนอก็เผยรอยยิ้มแล้วกล่าวออกมา สำหรับรุ่นเยาว์เผ่าเทพที่อายุไม่เกิน 300 ปี ต่อให้ไม่ปลดผนึกพลังวิญญาณ มันก็ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดสำหรับเย่หยุนซี เรื่องนี้เขามั่นใจ
"เหอะๆไม่ได้ผลงั้นหรือเนี้ย" ผู้เป็นบุตรชายเผยสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาอย่างทันควัน
ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น! ทางด้านจักรพรรดิเทพสวรรค์ก็ได้ตบปากรับคำเรื่องการประลองที่จักรพรรดิเทพปีศาจเป็นคนเสนอมา
"แล้วตัวแทนการประลองของเจ้าล่ะ?" จักรพรรดิเทพปีศาจ กู่ห่าวซวน ไม่รอช้าเอ่ยปากถามไถ่ในทันที
จักรพรรดิเทพสวรรค์ เหว่ยเทียนจุน เองก็ไม่รอรี หันหน้าไปมองที่บุรุษหนุ่มหน้าตาดีผู้หนึ่ง จากนั้นเอ่ยปากเรียกขาน "เหว่ยฉิน การประลองนี้มอบให้เจ้าก็แล้วกัน"
"รับทราบแล้วขอรับ ข้าจะไม่ทำให้เสด็จปู่ต้องผิดหวัง" ชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นหรือก็คือ องค์ชายเหว่ยฉิน รีบพุ่งทะยานออกมาอยู่เบื้องหน้ากองทัพใหญ่ ภายในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเพราะจะได้สร้างผลงานให้ผู้เป็นปู่ได้ประจักษ์แก่สายตา
"เห้อๆ ระดับเซียนเบิกนภา" ว่าแล้ว! เย่หยุนซีก็ใช้ทักษะท่าร่างย้ำรัตติกาลไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายในทันที ก่อนที่ทั้งสองจะแผ่ไอพลังมืดและพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาเพื่อหยั่งเชิงซึ่งกันและกัน
"หือ! มีระดับเพียงแค่เซียนดินขั้นต้นเองงั้นหรือ?" องค์ชายเหว่ยฉินเมื่อรู้ถึงความจริงข้อนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทั้งขบขันทั้งประหลาดใจ
ช่องว่างระหว่างเซียนดินกับเซียนเบิกนภามันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยก็ว่าได้ นี่จักรพรรดิเทพปีศาจคิดจะดูถูกเผ่าเทพแห่งสวรรค์แห่งชีวิตหรืออย่างไร เพราะเหตุใดถึงส่งเชื้อพระวงศ์ที่อ่อนแอปานนี้ออกมาเพื่อประลองกับเขา
"เฮ้้ๆ! นี่เจ้าคงไม่ได้ดูถูกข้าอยู่หรอกนะ" เย่หยุนซียังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเบื่อหน่าย
"หึ! ดูถูกแล้วอย่างไร? เจ้าหนู ข้าจะให้โอกาสเจ้ายอมแพ้แต่โดยดี" ผู้เป็นองค์ชายของเผ่าเทพสวรรค์แห่งชีวิตแสดงท่าทีสูงส่ง หยิ่งทะนง และตบท้ายด้วยความมีเมตตา
"ฮ่าๆๆ ยอมแพ้งั้นหรือ อย่างเจ้าน่ะ รับกระบวนท่าเดียวของข้ายังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ" ผู้เป็นองค์ชายน้อยของราชวงศ์เทพปีศาจแห่งความตายหัวเราะกล่าวอย่างบ้าคลั่ง
ซึ่งคำพูดประโยคนี้ของเขานั้น มันก็ได้สร้างความเดือดดาลให้กับเหล่าทหารเผ่าเทพเป็นอย่างมาก แม้แต่องค์จักรพรรดิเทพสวรรค์ก็ยังรู้สึกว่า ปีศาจน้อยตนนี้ฝีปากกล้าจนเกินไป
"ในเมื่อเจ้าอยากพ่ายแพ้นัก ข้าก็จะสนองให้!!" หลังจากได้ยินคำกล่าวของอีกฝ่าย องค์ชายเหว่ยฉินก็เริ่มทำการกระตุ้นพลังสายเลือดของตนเองโดยไม่คิดชักช้า
ในเวลาต่อมา บริเวณแผ่นหลังของเขาก็ปรากฏปีกเทพสีขาวสว่างไสว ทั่วทั้งเรือนกายแผ่ไอพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างมหาศาล ภายในมือทั้งสองข้างปรากฏกระบี่คู่ระดับเซียน เล่มหนึ่งสลักลายมังกร เล่มหนึ่งสลักลายหงสา
"โอ่ว เจ้าเองก็เป็นผู้ใช้กระบี่สินะ ได้! ถ้างั้นข้าจะใช้กระบี่สู้กับเจ้า" เย่หยุนซียิ้มกล่าว จากนั้นเรียกลูกบาศก์สมปรารถนาออกมาแล้วแปลงมันเป็นกระบี่
องค์ชายเหว่ยฉินเมื่อภาพนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เนื่องจากเย่หยุนซีมักจะทำท่าทีไม่ยีหระ ไม่ทุกข์ร้อน ราวกับกำลังจะบ่งบอกว่า 'เจ้าไม่ได้อยู่ในสายตาข้า' อะไรประมาณนั้น
"ข้าให้เวลาเจ้าปลดปล่อยพลังสายเลือด!" เขากัดฟันเอ่ยปากกล่าว
"อ่อ นั่นไม่จำเป็น ข้าจะใช้เพียง 1 กระบี่เท่านั้น" เย่หยุนซียังคงยืนยันคำพูดเก่า ไม่คิดเปลี่ยนใจ
"ได้! ย่อมได้!! ถ้างั้นเจ้าก็พ่ายแพ้ไปพร้อมกับความหยิ่งผยองนั้นเสียเถอะ!!" องค์ชายเหว่ยฉินคำรามเสียงดังลั่น ตรงบริเวณพื้นที่ว่างด้านหลังจู่ๆก็ปรากฏร่างเทพธิดา 1 องค์ซึ่งกำลังชูกระบี่ขึ้นฟ้า
'ทักษะกระบี่เทวา กระบวนท่าแรก ผ่าบรรพต!' พูดจบ! ร่างเทพธิดาก็ฟาดฟันกระบี่ตรงลงมาที่องค์ชายน้อยแห่งเผ่าปีศาจด้วยความเร็วที่เซียนดินทั่วไปมิอาจหลบหนีจากมันได้
'หนึ่งกระบี่สะบั้นดารา' เย่หยุนซีตัดสินใจวาดกระบี่ไปเบื้องหน้า คลื่นกระบี่เสี้ยวจันทราทมิฬขนาดยักษ์พุ่งเข้าหักล้างการโจมตีของอีกฝ่าย แถมยังทะยานไปหาองค์ชายเหว่ยฉินด้วยความเร็วที่มากกว่า กระบี่ผ่าบรรพต ถึงหลายสิบเท่า
"อึก! หลบไม่ทันแล้ว!!" องค์ชายแห่งเผ่าเทพรีบเร่งใช้พลังศักดิ์สิทธิ์กางม่านพลังหลายสิบขั้น แต่ทว่ามันก็ไร้ประโยชน์เมื่อเผชิญหน้ากับคลื่นกระบี่จันทราทมิฬอันคมกริบที่กรีดผ่าได้แม้กระทั่งช่องว่างมิติและดวงดารา
"ฉับๆๆๆ"
"หยุดมือ!!" เมื่อเห็นว่าหลานชายของตนต้านทานการโจมตีไม่ไหวแล้ว จักรพรรดิเทพสวรรค์จึงเข้าไปขวางหน้าและทำการหักล้างการโจมตีอันรุนแรงสายนั้น
"ข้าชนะ!!" เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มเบิกบาน ก่อนจะบินกลับไปอยู่ข้างๆผู้เป็นปู่ของตนเองโดยไม่คิดรอช้า ท่ามกลางสายตาสั่นสะท้านของเหล่าทหารเทพทั้งกองทัพ
'องค์ชายของพวกเราไม่สามารถรับ 1 กระบวนท่าของมันได้จริงๆงั้นรึ' คำพูดก่อนการประลองของเย่หยุนซี เริ่มตามหลอกหลอนและวนเวียนอยู่ในใจ