ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 158 การต่อสู้นองเลือดเพื่อหลบหนี

      “ฟิ่วๆ!”

          โอวหยังส่วงเองก็ปล่อยพลังเต็มที่พลังปราณพรั่งพรูออกมาทั่วร่าง คมกระบี่แหลมเฉียบบางและคมกริบน่าสยดสยองส่องประกายพุ่งไปดั่งฟ้าแลบบริเวณที่คมกระบี่พุ่งผ่านมีอักษรยันต์พลุ่งพล่านออกมากรีดแทงชั้นบรรยากาศทิ้งร่องรอยพลังกระบี่ไว้ในอากาศ ชายชุดดำจำนวนไม่น้อยที่ถูกโจมตีโดยที่สกัดป้องกันการโจมตีไม่ไหวในเวลาไม่นานชายชุดดำหลายคนก็ถูกกระบี่ของโอวหยังส่วงปลิดชีวิต

          “ฟึบๆ!”

          ชายชุดดำคนหนึ่งถือโอกาสช่วงชุลมุนพุ่งเข้าหาไต้ซิงอวี่ตั้งใจจะยื่นมือออกไปคว้าตัวของไต้ซิงอวี่ไว้พลังปราณสีดำของชายคนนั้นพรั่งพรูออกมา ทำให้บริเวณรอบๆ เกิดคลื่นลม

      “จิ๊บๆ!”

          ไต้ซิงอวี่ตื่นเต้นตกใจกลัวจนตัวแข็งไม่ขยับเขยื้อนนกน้อยสีมรกตในมือร้องขึ้นมา

      “ฉึบ!”

          พลังลำแสงจากกระบี่แต่ละเส้นพุ่งออกมาหลายเส้นเมื่อพลังลำแสงจากกระบี่ตัดผ่าน ทำให้แขนของชายชุดดำคนนั้นที่กำลังยื่นออกไปหาไต้ซิงอวี่ถูกตัดขาด

      “ปึง!”

          ในเวลาอันสั้น พลังฝ่ามืออันเรียวยาวบางๆของสาวน้อยปะทะหน้าอกของชายชุดดำคนนั้นอย่างแรง อัดชายคนนั้นที่กำลังร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดถูกซัดกระเด็นลอยไปไกล

      “ซิงอวี่ระวังด้วย” โอวหยังส่วงปรากฏกายต่อหน้าไต้ซิงอวี่ ด้านหน้าของพวกนางมีศิษย์ของสำนักมืดมิดเรียงหน้ากระดานล้อมโจมตี

      “ปึงๆ ๆ!”

          ร่างของตู้เซ่าฝู่กระโจนเข้าใส่ศิษย์ของสำนักมืดมิดหลายคนนั้นที่พุ่งเข้าไปล้อมพวกนางและปล่อยหมัดใส่อย่างแรงจนตายคาที่เป็นการโจมตีที่ดุดันร้ายกาจน่าหวาดผวาดั่งอสูรร้ายสุดท้ายร่างของเขาก็ไปปรากฏอยู่ด้านหน้าโอวหยังส่วง กล่าวว่า “เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

          “ข้าไม่เป็นไร”

          โอวหยังส่วงแหงนหน้าขึ้นเบาๆ ดวงตาสองข้างของนางมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ในใจแอบรู้สึกตะลึงเล็กน้อย วันนี้นางได้เห็นอีกด้านหนึ่งของชายหนุ่มคนนี้พลังที่ดุดันร้ายกาจเผด็จการเสมือนอสูรร้ายสีหน้าของนางมองดูอย่างประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปเห็นด้านหลังของตู้เซ่าฝู่ก็ตกใจรีบร้องเตือน “ระวัง……”

          “ปึง!”

          โอวหยังส่วงยังพูดไม่ทันจบ ตู้เซ่าฝู่รับรู้ได้ถึงสิ่งที่จะเข้ามานานแล้วชายหนุ่มชุดดำที่ลอบโจมตีด้านหลังถูกอัดจนกระเด็นลอยไปไกล

      “ชายหนุ่มกับหญิงสาวสองคนนี้แข็งแกร่งมากรุมพวกเขา ยอดฝีมือของสำนักรวมตัวไปข้างหน้าเตรียมรุมโจมตี”

          ศิษย์สำนักมืดมิดสิบกว่าคนภายในเวลาอันสั้น นอกจากหัวหน้ากลุ่มที่มาที่กำลังถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนโจมตีที่เหลือที่แข็งแกร่งพอจะต่อกรได้บ้างเหลือเพียงแค่ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์สองคน

      “ออกแรงเต็มที่ต้องรีบหลบไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด”

          ตู้เซ่าฝู่บอกโอวหยังส่วงเมื่อพูดจบร่างก็กระโจนเข้าหาผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์คนหนึ่ง

      “ซู่ๆ!”

          โอวหยังส่วงเองก็กระโจนออกมาพร้อมกันติดๆ พร้อมกับเหวี่ยงกระบี่ในมือปล่อยพลังลำแสงออกมาจากคมกระบี่ล้ำค่าในมือของนาง

      “รั้งพวกเขายื้อเวลาไว้อีกไม่นานยอดฝีมือจากสำนักจะตามมาทันแล้ว!”

          ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์สองคนแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนกังวลใจชายคนหนึ่งตะโกนบอกอีกคน และทั้งสองก็มองหน้ากระโจนออกไปพร้อมกัน

          การต่อสู้อันน่าตื่นเต้นเร้าใจเริ่มต้นอีกครั้งการต่อสู้ระหว่างอสูรพยัคฆ์และยอดฝีมือที่ลอยกลางอากาศยิ่งร้อนแรงตื่นเต้นมากกว่า

      “ซู่!”

          ขณะที่ตู้เซ่าฝู่กระโจนใส่ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์ชายวัยกลางคนคนนั้นก็ปล่อยพลังดัชนีออกมา พลังดัชนีนี้แหลมคมดั่งหอกเรียวยาวมันพุ่งทะยานผ่านอากาศ เล็งตรงไปที่หว่างคิ้วของตู้เซ่าฝู่

      ตู้เซ่าฝู่สีหน้าขรึมขึ้นเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์เขาไม่กล้าที่จะประมาท รีบถอยหนีอย่างรวดเร็วพลังดัชนีพุ่งเฉียดหน้าและกระแทกโดนใบหูข้างๆพลังนี้ทำให้ใบหน้าแสบแปล๊บไปทั้งหน้า

      “เจ้าหนู เจ้ายังอ่อนมากนะ!”

          ชายวัยกลางคนคนนั้นดีใจที่เห็นตู้เซ่าฝู่ร้อนใจรีบถอยหนีร่างของเขาพุ่งเข้าใส่ตู้เซ่าฝู่โดยไม่ลังเล รวบรวมพลังฝ่ามือ จากนั้นก็ซัดพลังใส่หน้าอกของตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าเขาคิดว่าระยะห่างที่ใกล้ขนาดนี้ เจ้าหนูคนนั้นคงหนีไม่ได้

      ทว่าชายวัยกลางคนคิดไม่ถึงว่า ตู้เซ่าฝู่จะไม่ได้คิดหนีเลยเขาปล่อยให้อีกฝ่ายปล่อยพลังฝ่ามือใส่หน้าอกมาตรงๆ

      “ปึง!”

          เมื่อพูดจบ ชายวัยกลางคนชุดดำก็รู้สึกราวกับว่าฝ่ามือของเขากำลังกระแทกกับศิลาที่แข็งทนทานดังภูผาความแข็งแรงสะท้อนการโจมตีกลับมาทำให้เขาปวดไปทั้งมือ

      “หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”

          ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ตู้เซ่าฝู่ปล่อยพลังหมัดคลื่นซัดสะท้านออกไปพลังหมัดพุ่งฉิวออกตรงๆ ราวกับดาบหัวแหลมพุ่งใส่ คลื่นพลังระเบิดออกทันใดขณะนั้นที่พลังใกล้บริเวณหน้าอกของชายชุดดำ มันก็ทำลายรัศมีปราณป้องกันทะลุไปได้คลื่นพลังถั่งโถมออกมาซัดใส่ไม่ยั้ง

      “ตึงๆ!”

          ร่างของชายชุดดำถูกซัดกระเด็นไปไกลพลังป้องกันของเขาไม่อาจต้านท้านได้เลยแม้แต่น้อย มาถึงตอนนี้เขาเพิ่งตระหนักได้ถึงพลังป้องกันอันน่าหวาดกลัวของเด็กหนุ่มคนนี้ซึ่งไม่สะทกสะท้านต่อพลังฝ่ายมือของเขาเลย เขากระอักโลหิตสำลักเลือดออกมาร่างปลิวลอยดิ่งไปชนหินที่อยู่ไกลออกไปสิบกว่าเมตร

      ที่จริงตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ประมาทเลินเล่อต่อการโจมตีของผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์คนนั้นตู้เซ่าฝู่เพียงแต่อยากรีบสู้ให้จบให้ไวที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ดังนั้นจึงใช้วิธีที่ทำให้ศัตรูพ่ายแพ้ให้เร็วที่สุด

      หากยืดเยื้อต่อไปเรื่อยๆ คนของสำนักมืดมิดที่อยู่ใกล้ๆจะตามมาทันได้ ผลลัพธ์ที่ตามมาน่าจะแย่กว่าเดิม

      “ปึง!”

          หลังจากที่ร่างของชายวัยกลางคนชุดดำล้มกระแทกหินจนแตกละเอียดเขาก็พ่นโลหิตและมีเลือดไหลนองจำนวนมาก ทว่าก็ยังไม่สิ้นลมหายใจเพราะเขาเองก็เป็นถึงผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์ขณะนี้เขาจ้องมองตู้เซ่าฝู่ด้วยสายตาหวาดกลัวและตะลึงมากที่สุด

      “เป็นไปได้อย่างไร ขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานทำไมจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”

          ชายวัยกลางคนชุดดำมองด้วยแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อเห็นได้ชัดว่าระดับขั้นฌานของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้สูงไปกว่าเขาเลยทว่าพลังกายในการป้องกันและโจมตีรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวได้ถึงเพียงนี้เป็นสิ่งที่เกินกว่าการคาดเดาของเขาโดยสิ้นเชิง

      ตู้เซ่าฝู่กระโดดพุ่งเข้าหาชายวัยกลางคนชุดดำอีกครั้งเมื่อสักครู่ที่ทนรับการโจมตีของหมัดไป แม้จะไม่ได้เป็นอะไรทว่าก็ไม่ได้รับได้อย่างสบายๆ พลังฝ่ามือผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์รุนแรงมากพอที่จะทำให้เขาเจ็บปวดบริเวณที่ถูกกระแทกและเลือดลมตีจนจุก

      “ตุบๆ ๆ!”

          ชายวัยกลางคนชุดดำเห็นตู้เซ่าฝู่กระโดดพุ่งเข้ามาหาเขารีบตั้งท่าร่ายพลังฝ่ามือ ทำการเปิดใช้ชีพจรลมปราณ มีอักษรยันต์พลุ่งพล่านออกมาก่อตัวเป็นวิญญาณติดชีพจรเกิดร่างเงาของอสูรประหลาดที่รูปร่างคล้ายหมาป่ามันแผดเสียงคำรามท่าทางเหมือนอสูรที่มีชีวิต และกระโจนใส่ตู้เซ่าฝู่ในทันทีอย่างไม่รอช้า

      เมื่อเห็นอีกฝ่ายกระตุ้นวิญญาณติดชีพจรใช้พลังเต็มที่แล้วตู้เซ่าฝู่ก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดมากขึ้น เขาตั้งท่าร่ายพลังฝ่ามือแสงรัศมีสีทองแผ่กระจายออกมา ผิวกายมีอักขระยันต์เปล่งแสง ทันใดนั้นเองเขาก็กางแขนออกพร้อมกับกระพือแขนซัดพลังใส่ร่างเงาของอสูรรูปร่างคล้ายหมาป่าตัวนั้นไปอย่างจังบริเวณรอบฝ่ามือเกิดอักษรยันต์สีทองไหลว่อนออกมาจำนวนมากจนซ้อนกันเป็นชั้นๆปรากฏออกเป็นลักษณะคล้ายปีกยักษ์ของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทอง

      “ปีกทะยานสนั่นเวหา!”

          บริเวณที่ท่อนแขนของตู้เซ่าฝู่พุ่งผ่าน มีอักษรยันต์บางๆพุ่งออกมา พลังฝ่ามือพุ่งไปลักษณะราวกับมีวงรัศมีสีทองถูกแหวกเป็นหลุมโค้งเจาะเข้าไปเรื่อยๆลมปราณอันน่าหวาดผวาแผ่ซ่านออกมา ชั้นบรรยากาศสั่นไหว จากนั้นฝ่ามือก็ต่อยอัดร่างเงาของอสูรที่รูปร่างเหมือนหมาป่าไปอย่างแรง

      “ปึง!”

      เมื่อพลังท่อนแขนเสมือนพลังปีกของอสูรพัดใส่ร่างเงาของอสูรที่รูปร่างเหมือนหมาป่าราวกับว่ามันสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันน่ากลัวและสยดสยองที่สุดที่ซ่อนอยู่จึงแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาจากนั้นก็มีเสียงกระแทกและร่างเงาของอสูรที่รูปร่างเหมือนหมาป่าก็ถูกตู้เซ่าฝู่ซัดกระเด็นไปไกล

      “ตู้ม!”

          ชายวัยกลางคนชุดดำพ่นโลหิตออกมาปริมาณมากถลึงตาด้วยความตกใจ เขากระตุ้นชีพจรลมปราณรวบรวมวิญญาณติดชีพจรคิดไม่ถึงว่าจะถูกโจมตีมาเช่นนี้พลังอันน่าสะพรึงกลัวของอีกฝ่ายโหดร้ายดั่งราชาอสูร วิญญาณติดชีพจรถูกกำราบได้อย่างราบคาบ

      “โครม!”

          เกิดเสียงระเบิดจากการพุ่งชนผ่านอากาศก้องขึ้นมาต่อเนื่องชั้นบรรยากาศสั่นไหว อักษรยันต์แสงสีทองจ้าแสบตา ชายวัยกลางคนชุดดำตะลึงจนหน้านิ่งรูม่านตาขยาย นัยน์ตาสะท้อนภาพกำปั้นที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆสุดท้ายพลังหมัดนี้ก็กระแทกใส่ศีรษะของเขาจนหมดสติไปในทันที

      “ปึง!”

          ชายวัยกลางคนชุดดำถูกตู้เซ่าฝู่ต่อยอัดจนศีรษะยุบตายคาที่ไม่น่าจะมีชีวิตรอดต่อได้

      “กรรซ์!”

          เสียงคำรามของอสูรน่ากลัวดังขึ้นมา โอวหยังส่วงเก็บกระบี่ล้ำค่าไปกวาดฝ่ามือร่ายพลังกระตุ้นชีพจรลมปราณ อักษรยันต์ไหลว่อนออกมาจำนวนมากก่อตัวเกิดเป็นวิญญาณติดชีพจรอสูรเสือดาวสองหัวที่อานุภาพร้ายกาจน่ากลัว

      “อสูรเสือดาวสองเศียรสีชาด”

          ตู้เซ่าฝู่มองไปด้วยความตะลึง วิญญาณติดชีพจรของโอวหยังส่วงคืออสูรเสือดาวสองเศียรสีชาดที่ยากจะพบเจอ

      อสูรชนิดนี้เป็นอสูรที่แข็งแกร่งร้ายกาจที่สุดตัวหนึ่งแข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน ทว่าหากเปรียบกับอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่ย้อนสายตระกูลไม่รู้ว่าใครจะน่ากลัวกว่าใคร

      “มอ!”

          ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์ที่กำลังต่อสู้กับโอวหยังส่วงอย่างดุเดือดเองก็กระตุ้นวิญญาณติดชีพจรออกมาเป็นอสูรโคร่างกำยำแข็งแกร่ง มันแหงนหน้าคำรามลากเสียงยาว ทันใดนั้นก็กระโจนเข้าหาโอวหยังส่วงอย่างไม่รอช้า

      “ตึงโครม!”

      วิญญาณติดชีพจรของทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดมีอักษรยันต์พรั่งพรูออกมาจำนวนมาก หลังจากปะทะกันสักพัก เห็นได้ชัดว่าวิญญาณติดชีพจรอสูรเสือดาวสองเศียรสีชาดของโอวหยังส่วงเหนือชั้นกว่าปากของสองเศียรอสูรเสืออ้าออกมามีคลื่นลำแสงพุ่งออกไปโจมตีร่างของอสูรโคถึกทำให้ร่างเงาแตกสลายอักษรยันต์ถูกทำลายไปไม่น้อย

      “ปึง!”

      ต่อมาในเวลาติดๆ ร่างของโอวหยังส่วงพุ่งกระโจนเข้าไปอีกครั้งมือเรียวบางของนางขยับ พลังฝ่ามือซัดไปใส่เป้าหมายด้านหน้า

      ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นแววตาจ้องมองไปด้วยจิตอาฆาต เขารีบส่งพลังฝ่ามือเข้าไปตั้งรับการโจมตีอย่างรวดเร็ว

      “ปึง!”

          พลังงานปะทะกันจนเสียงดังทุ้มราวกับระเบิด เห็นได้ชัดว่าโอวหยังส่วงมีพลังเหนือกว่าทว่าร่างของนางกลับกระเด็นถอยหลัง แต่ในขณะนี้เองโอวหยังส่วงก็ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย

      “ซู่!”

      ขณะที่ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์กำลังตะลึงสงสัยกับภาพที่เห็นก็มีเงากระบี่อันแหลมคมเล่มหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยอักษรยันต์ประกายแสงพุ่งเข้าไปเสียบที่ท้องน้อยของเขาพลังกระบี่อันร้ายกาจเฉียบคมนี้บดขยี้เขาทั้งเป็น

      “ซูมๆ ๆ!”

          หลังจากที่ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์คนนั้นถูกโอวหยังส่วงปลิดลมหายใจวิญญาณติดชีพจรอสูรโคถึกก็สลายกลายเป็นอักษรยันต์และดับสูญหายไป

      “โฮก!”

          อสูรพยัคฆ์คำรามก้องฟ้าดั่งสายฟ้าผ่าผู้เฒ่าหัวหน้าที่เหาะเหินอยู่กลางอากาศเองก็กระตุ้น วิญญาณติดชีพจรเกิดเป็นร่างเงาของอสูรอินทรีเพียงแต่วิญญาณติดชีพจรเพิ่งจะถูกรวบรวมออกมาได้ก็ถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกระพือปีกสร้างพลังซัดใส่และตะปบกรงเล็บใส่ร่างของมันอย่างแรงจนแตกสลาย

      “ปึง!”

          ร่างของเขาถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตะปบใส่ปัดสู่พื้นดินร่างของเขาพุ่งดิ่งกระแทกกิ่งด้านของต้นไม้สูงหักเป็นท่อนๆจำนวนมากสุดท้ายก็กระแทกใส่พื้น

      “ไปตายเสียเถิด!”

          ในที่สุดตู้เซ่าฝู่ก็ได้โอกาสพุ่งกระโจนเข้าหาร่างร่างนั้น

      “โครม!”

          เมื่อผู้เฒ่าหัวหน้าพุ่งดิ่งใส่พื้นเขาก็ปล่อยหมัดใส่โครมโดยมีพลังปราณแสงสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้มไว้คลื่นพลังอันดุดันเผด็จการโถมกระหน่ำออกมา พลังอาฆาตแผ่ออกมาพลังหมัดนี้ซัดใส่ศีรษะของผู้เฒ่าหัวหน้าจนกะโหลกศีรษะยุบลง

          “เสียวหู่พาพวกเราหนีไปเร็ว เร็วเข้า!”

          ตู้เซ่าฝู่เก็บถุงหยินหยางของผู้เฒ่าหัวหน้าคนนั้นมาใส่ไว้ในเสื้อทางอกจากนั้นก็ให้อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนรีบลงมารับ ทั้งสามกระโดดขึ้นหลังของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจากนั้นก็บินขึ้นไปเหนือป่า ในขณะนี้ตู้เซ่าฝู่จำเป็นต้องใช้ความเร็วของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนในการหนีออกจากพื้นที่นี้

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน