(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 76 กระตุ้นประสิทธิภาพของร่างกาย

            ภายในห้องแรงโน้มถ่วงซึ่งปิดสนิทดุจกล่องเหล็กอันตัดขาดจากโลกภายนอก


            ร่างของหวงเยี่ยที่ยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดทับสิบเท่าก็เริ่มรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่แทรกซึมลึกลงไปในทุกอณูของตนเอง แรงมหาศาลนั้นไม่ได้เพียงกดทับผิวหนังหรือกล้ามเนื้อภายนอกเท่านั้น ทว่าพวกมันยังแทรกซึมลงสู่เส้นชีพจรโลหิต อวัยวะภายใน และกระดูกทุกชิ้น


            เสมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบอัดทั้งร่างอย่างไม่ปรานี


            หัวใจเต้นช้าลงเล็กน้อย เลือดไหลเวียนอืดอาดราวกับถูกผสมน้ำหนักของโลหะ เส้นเอ็นตึงเครียดจนแทบปริแตก


            ขณะที่กระดูกสันหลังส่งเสียงเหมือนกับกำลังต้านทานแรงที่พยายามบิดงอทั่วทุกอณูของตน ทว่าท่ามกลางความกดดันนั้น มุมปากของหวงเยี่ยกลับแสยะยิ้มขึ้นอย่างยากจะปกปิด


            “นะ.. นี่มันสุดยอดมาก!”


            “ข้ารู้สึกได้เลยว่าร่างกายกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นทีละนิดทีละน้อย!”


            เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง รับสัมผัสการบีบอัดที่แล่นผ่านกล้ามเนื้อและกระดูก


            “อาจจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ถ้าใช้การไหลเวียนของพลังวิญญาณควบคู่ไปด้วย มันจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว!”


            กระแสพลังวิญญาณยังคงโคจรอย่างต่อเนื่อง ไหลแทรกผ่านเส้นสายภายในร่าง เสริมความทนทานให้เนื้อหนังที่กำลังถูกบดขยี้


            ในตอนแรกหวงเยี่ยไม่ได้มั่นใจนัก ว่าสถาบันมังกรพิโรธจะให้ผลลัพธ์ในการฝึกฝนต่อนักล่ามังกรในรูปแบบใด เคยตั้งคำถามในใจว่าห้องแห่งนี้จะต่างอะไรจากการฝึกตามปกติ ทว่าเมื่อได้สัมผัสเข้ากับแรงโน้มถ่วงด้วยตนเอง ความคิดเหล่านั้นก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน


            ในเวลานี้ แววตาของเขาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นและคาดหวังอันแรงกล้า


            โดยไม่ลังเลแม้เพียงน้อย เขาเอ่ยคำสั่งต่อระบบควบคุม


            “เพิ่มเป็น 11 เท่า!”


            สิ้นเสียงของเขา เครื่องกลภายในห้องตอบรับทันที


            แรงโน้มถ่วงที่ถาโถมอยู่แล้วพลันหนักหน่วงขึ้นอีกระดับ ร่างของหวงเยี่ยสั่นสะริกอย่างเห็นได้ชัด


            ลมหายใจติดขัดชั่ววินาที


            แต่ตัวของเขาไม่ได้หยุดลง


            “เพิ่มเป็น 12 เท่า!”


            แรงกดทับยิ่งหนาแน่น พื้นใต้ฝ่าเท้าราวกับดึงเขาให้จมลง


            “13 เท่า!”


            “14 เท่า!”


            “15 เท่า!”


            คำสั่งสุดท้ายดังขึ้นโดยไม่แฝงความลังเล


            ทันใดนั้น ห้องทั้งห้องเหมือนถูกบดอัดด้วยขุนเขาทั้งลูกที่ตกลงมาทับ แรงโน้มถ่วงสิบห้าเท่าทำให้ร่างของหวงเยี่ยหนักอึ้งดุจแบกผาสูงไว้บนบ่า หัวเข่าแทบทรุดลงกับพื้น แผ่นหลังโค้งงอเล็กน้อย


            ใบหน้าและร่างกายเริ่มเปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลรินไม่ขาดสาย ทุกการหายใจกลายเป็นภาระหนักหน่วง


            ภายนอกห้อง เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกันหลายทิศ


            “พระเจ้าช่วย! แรงโน้มถ่วง 15 เท่าเลยเรอะ?!”

            

            “เขาเป็นนักล่ามังกรระดับสองขั้นแรกเริ่มใช่ไหมนะ?!”


            “อะไรกัน ร่างกายที่บอบบางเหมือนผู้หญิงเช่นนั้นทนได้ยังไง มันแทบจะถึงขีดจำกัดของร่างกายแล้วนะนั่น!”


            สายตาหลายคู่เบิกกว้างจนแทบไม่กะพริบ ภาพภายในห้องแสดงให้เห็นชายหนุ่มที่กำลังฝืนต้านแรงมหาศาล


            “ร้ายกาจเกินไป จนถึงป่านนี้แล้วเขาก็ยังฝืนพยายามขยับร่างกาย”


            “สัมผัสได้เลยว่ากระดูกของเขากำลังส่งเสียงขึ้น เหมือนพยายามจะต้านทานแรงกดทับที่รุนแรง!”


            ภายในห้อง หวงเยี่ยกัดฟันแน่น กล้ามเนื้อทั่วร่างสั่นระริก กระดูกแต่ละชิ้นเหมือนกำลังถูกบีบให้แน่นขึ้นอีกชั้น


            เขายกแขนขึ้นช้าๆ แม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องใช้แรงมหาศาล


            “ยังไหวอยู่.. ”


            เสียงพึมพำดังลอดผ่านริมฝีปาก สายตาของหวงเยี่ยยังคงแน่วแน่ แม้ร่างกายจะถูกแรงโน้มถ่วงสิบห้าเท่ากดทับจนแทบขยับไม่ได้


            รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายกำลังถูกบีบเค้นจนถึงขีดจำกัด เส้นชีพจรโลหิตเต้นกระหน่ำ พลังวิญญาณไหลเวียนฝ่าความหนืดของแรงกดทับไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนของร่าง ความเจ็บปวดแล่นผ่านกระดูกและกล้ามเนื้อเหมือนถูกทุบตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า


            ทว่าในความทุกข์ทรมานนั้น ชายหนุ่มกลับสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัว


            ประกายความตื่นเต้นฉายชัดในดวงตา


            “เพิ่มเป็น 20 เท่า!”


            สิ้นคำสั่ง เสียงสัญญาณเตือนสั้นๆดังขึ้นในห้อง ก่อนที่แรงโน้มถ่วงจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างฉับพลันราวกับขุนเขาทั้งสายถล่มลงมาทับ


            “ตูม!”


            ร่างของหวงเยี่ยถูกกดลงกับพื้นทันที หัวเข่าและฝ่ามือกระแทกพื้นโลหะอย่างรุนแรง


            เสียงกระดูกดังกรอบแกรบสะท้อนก้องอยู่ภายในห้องปิดทึบ


            ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ แรงกดทับมหาศาลบีบอัดทุกส่วนของร่างจนกล้ามเนื้อสั่นสะท้าน เส้นเลือดปูดโปนทั่วร่าง ใบหน้าและเสื้อผ้าเปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลรินราวกับสายน้ำ


            ภาพนั้นทำให้เหล่านักเรียนที่ยืนมองอยู่นอกห้องถึงกับตะลึงงัน ก่อนเสียงตะโกนจะดังขึ้นอย่างโกลาหล


            “หยุดนะหวงเยี่ย!”


            “ข้าบอกไปแล้วยังไงละว่าแรงโน้มถ่วงยี่สิบเท่ามันเกินกำลังของนักล่ามังกรระดับสองไปมาก!”


            “ใช่แล้ว! นี่แกจะพยายามฆ่าตัวตายเรอะ?!”

            

            “รีบลดระดับลงเดี๋ยวนี้!”


            หลายคนทุบกระจกนิรภัยโดยสัญชาตญาณ แม้รู้ดีว่ามันไม่มีทางแตก เสียงเตือนดังระงมด้วยความร้อนรนและหวาดหวั่น


            ทว่าภายในห้อง หวงเยี่ยที่ถูกกดแนบกับพื้นกลับแสยะยิ้มที่มุมปาก


            “อะ.. อีกนิดเดียวร่างกายก็จะยกระดับขึ้นแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียแต้มวิญญาณในการพัฒนา!”


            หวงเยี่ยเข้าใจร่างกายของตนเองอย่างลึกซึ้ง


            ทันใดนั้นเหมือนมีบางสิ่งระเบิดขึ้นจากส่วนลึกของร่าง พลังมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วทุกอณู เส้นชีพจรโลหิตที่ถูกกดทับพลันขยายตัว กล้ามเนื้อที่สั่นสะท้านกลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างฉับพลัน กระดูกที่เคยส่งเสียงครืนครางกลับมั่นคงดุจเหล็กกล้า


            ท่ามกลางแรงโน้มถ่วงยี่สิบเท่าที่กดทับอย่างไร้ปรานี


            หวงเยี่ยกัดฟันแน่น ฝ่ามือที่กดพื้นเริ่มออกแรง แขนที่เคยสั่นสะท้านค่อยๆเหยียดตรง หัวเข่ายกขึ้นจากพื้นอย่างช้าๆ


            นักเรียนทุกคนเบิกตากว้าง


            “เขา.. เขากำลังลุกขึ้น!”


            “นี่มันเป็นไปไม่ได้!”


            จนในที่สุด เขาก็ยืนตัวตรงอยู่ภายในแรงโน้มถ่วงยี่สิบเท่าได้อย่างสมบูรณ์ ภาพนั้นทำให้ทั่วทั้งโถงเงียบงันราวกับเวลาหยุดนิ่ง


            จากนั้นเสียงอุทานก็ดังขึ้นพร้อมกัน


            “เขายืนได้จริงๆ!”


            “นักล่ามังกรระดับสองยืนอยู่ในแรงโน้มถ่วงยี่สิบเท่า!”


            “นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!”


            ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด บางคนถึงกับลืมหายใจ บางคนมือสั่นขณะบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกินสามัญสำนึกนี้


            ขณะที่หวงเยี่ยค่อยๆผ่อนลมหายใจ แม้ร่างกายยังคงหนักอึ้ง แต่พละกำลังใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างทำให้สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง


            ในขณะนั้นเอง ข้อมูลสถานะของเขาได้ปรากฏขึ้นในจิตสำนึก


            【ร่างกายระดับสองขั้นกลาง】 – สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 7,500


            【ร่างกายระดับสองขั้นสูง】 – สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 11,000


            ดวงตาของหวงเยี่ยเป็นประกาย เขาหัวเราะออกมาอย่างสะใจ


            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”


            “เกิดขึ้นได้จริงๆด้วย!”


            “การฝืนขีดจำกัดของร่างกายภายใต้สภาวะอันเลวร้าย มันจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งเหนือยิ่งกว่าพลังวิญญาณ!”


            “แล้วข้าก็สามารถยกระดับร่างกายของตนได้จริงๆ!”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน