ปริศนาตื่นมากลางป่า

    ตอนที่ 4 โดดเดี่ยวเงียบเหงา

                    ผมใช้เวลาเดินกลับจากการสำรวจมาพักใหญ่  ตอนนี้มีลมพัดแรงและท้องฟ้าเริ่มค่อยๆทยอยเทสายฝนลงมาอย่างต่อเนื่อง  ยอมรับเลยตอนนี้ผมค่อนข้างกลัว  

                            ผมแทบจะเดินสลับวิ่งเพื่อที่จะรีบกลับไปยังบ้านไม้หลังนั้นให้ได้เร็วที่สุด  ซึ่งผมเองก็จำไม่ได้เลยว่าต้องเดินอีกไกลแค่ไหน  รู้แค่ว่าตอนนี้ต้องเดินตามลำธารสายนี้กลับไปเรื่อยๆ

                    ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำฝนก็สาดลงอย่างหนัก  หนักถึงขั้นที่ว่าผมแทบจะลืมตามองเส้นทางข้างหน้าได้เพียงเล็กน้อย  สักพักก็มีฟ้าร้องดังลั่นเหนือหัวของผม  ผมรีบโยนมีดในมือออกไปโดยสัญชาตญาณเพราะกลัวฟ้าจะผ่าลงมาที่ผม

                    เส้นทางที่ผมเดินก็ไม่ได้ดีนัก  ผมเดินลุยน้ำบ้างบนฝั่งบ้างสลับกันไปอย่างเร่งรีบ  เสียงดังโป่งปังจากในป่าหรือเสียงดังจากกิ่งไม้หักเป็๞ระยะๆทำให้ผมนั้นกลัวสุดขีด  ยิ่งประกอบกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นแทบตลอดเวลานั่นก็ทำให้ผมขาสั่นจนบางครั้งก็แทบจะเดินสี่ขาเลยทีเดียว

                    ผมตามลำธารมาเรื่อยๆจนกระทั่งซ้ายมือของผมนั้นเป็๲พื้นที่โล่ง  ผมนั้นดีใจมากๆเพราะรู้แล้วว่าผมนั้นเดินทางกลับมาถึงแล้ว  รีบสับขาอย่างเร่งรีบมุ่งไปยังบ้านไม้ที่พอเห็นเลื่อนลางเพราะถูกสายฝนบดบังจนแทบจะมิด

                    ผมบิดลูกบิดประตูที่ไม่ได้ล็อกก่อนจะรีบเข้าไปภายในบ้าน  ทันทีที่ประตูปิดลงเสียงทุกอย่างก็เบาลงมาได้บ้าง  นั้นทำให้ผมรู้สึกโล่งใจมากๆที่กลับมายังบ้านไม้หลังนี้ได้

                    ผมถอดรองเท้าและวางกระเป๋าเป้ลงตรงประตูก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ  ผมรีบอาบน้ำและเช็ดตัวก่อนจะเดินไปเก็บข้าวของที่เปียกฝนตรงประตู

                    มาถึงตอนนี้ผมก็พึงจะเริ่มกังวลของที่อยู่ภายในกระเป๋า  แต่เมื่อผมไปเปิดกระเป๋าดูก็พบว่านี่น่าจะเป็๞กระเป๋ากันน้ำ  เพราะของด้านในมีน้ำเข้าบ้างเล็กน้อยแต่โดยรวมถือว่าไม่มีอะไรเสียหาย

                     ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรอุ่นใจเท่ากับการมุดตัวเองเข้าไปในผ้าห่มอุ่นๆ  ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไม่มีที่ไหนสบายใจเท่ากับการอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว  เพราะการออกไปข้างนั้นแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมาเลย

                    ผมตื่นขึ้นมาก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู  ตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้ว  สาเหตุที่ผมตื่นสายวันนี้นั้นผมรู้ตัวดีว่าเกิดอะไรขึ้น

                    ร่างกายที่ร้อนดังไฟเผานั้นทำให้ที่นอนของผมนั้นชุมไปด้วยเหงื่อ  มันแย่มากๆกับสถานณการณ์ตอนนี้  การที่ผมต้องอยู่คนเดียว  ยาก็ไม่มี  ถ้าอยากจะหายจากอาการไข้ก็มีทางเดียวคือปล่อยให้หายเองตามธรรมชาติ  และผมก็หวังให้มันเป็๲อย่างนั้นจริงๆ  เพราะถ้าเกิดเป็๲โรคอะไรขึ้นมาเวลานี้ผมก็มั่นใจเลยว่าไม่มีทางรอดแน่ๆ

                    ผมพยายามลากสังขารของตัวเองขึ้นมาจากเตียงก่อนจะมุ่งตรงไปยังกล่องปฐมพยาบาล  ถึงแม้ก่อนหน้านี้ผมจะสำรวจแล้ว  แต่ผมก็ยังอยากยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่ได้พลาดอะไรไป

                    แต่แล้วก็เป็๲อย่างที่ผมคิด  กล่องปฐมพยาบาลนั้นไม่มียาลดไข้หรือพาราอะไรทั้งนั้น  มีแต่พวกแอลกอฮอล์ ผ้าพันแผล  กรรไกรที่ใช้รักษา๤า๪แ๶๣อะไรพวกนี้

                    อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ได้ยาทาแก้ปวดกล้ามเนื้อมา  เพราะเมื่อวานอยู่ๆก็ใช้แรงเยอะไปหน่อยทำให้เช้าวันนี้รู้สึกว่ากล้ามเนื้อตึงและปวดมากเลยทีเดียว

                    ตอนนี้ผมก็ขอกินอะไรง่ายๆอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหมูสับ  ถ้าผมออกไปจากที่นี่ได้ผมคงจะเบื่อรสนี้ไปอีกนาน  เพราะมันก็มีอยู่แค่รสเดียวทั้งสองกล่องใหญ่

                    ระหว่างที่ผมกินบะหมี่  ผมก็ได้ร้องไห้สะอื้นออกมาจนน้ำตามันไหลเข้าถ้วยบะหมี่  เสียงฝนตกพรำๆที่อยู่ข้างนอกตลอดเวลานั้นทำให้ผมรู้สึกเศร้า  เงียบเหงาและอ้างว้างมากๆ  ยิ่งตอนนี้ผมไม่สบายอีกก็ยิ่งทำให้จิตใจของผมอ่อนแอจนถึงที่สุด

                    ผมร้องไห้แต่ก็พยายามกินบะหมี่อยู่อย่างนั้น  เวลานี้ตัวผมเองก็เข้าใจดีว่าผมต้องพยายามรักษาตัวเองให้หายดี  และมีชีวิตอยู่ต่อไปจนกว่าความช่วยเหลือหรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะพาผมออกไปจากที่นี่

                    เพียงวินาทีเดียวที่ผมคิดถึงแม่ผมก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าอาย  นานมากแล้วที่ผมไม่เคยนึกถึงแม่ขนาดนี้มาก่อน  ตอนนี้แม่แกก็อายุมากแล้วและแม่แกก็อยู่บ้านกับป้าสองคนเพราะพ่อผมเสียไปนานแล้ว  ไม่รู้ตอนนี้แกจะคิดถึงผมบ้างไหม  ปกติผมจะโทรหาแกเดือนละครั้งสองครั้ง  นี่แค่อาทิตย์เดียวแกคงไม่รู้ว่าผมนั้นหายตัวไป

                    ผมร้องไห้อย่างนั้นอยู่นานจนเริ่มรู้สึกดีขึ้น  ผมล้างเก็บถ้วยช้อนก่อนจะเดินกลับไปพักผ่อนในห้องนอน  วันนี้ผมตกพรำๆทั้งวันไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง  นั้นเองก็ทำให้ผมรู้สึกเหงาจับใจจริงๆ

                    สามสี่วันต่อมาผมอาการดีขึ้นประกอบกับฝนหยุดตกแล้วหลังจากตกติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่องหลายวัน

                    ผมอยู่ที่นี่นานขนาดนี้จนมั่นใจแล้วว่าคงไม่มีใครจะกลับมาบ้านไม้หลังนี้อีกแล้ว  ตอนนี้จิตใจผมเริ่มดีขึ้นมาบ้างจึงได้ริเริ่มวางแผนการใช้ชีวิตต่อจากนี้อีกครั้ง

                    ก่อนอื่นเลยผมไม่สามารถออกสำรวจได้ในหน้าฝนนี้แน่ๆ  ส่วนเ๹ื่๪๫เสบียงอาหารคาดว่าคงอยู่ได้ไม่เกินสองเดือนหากผมยังกินปริมาณแบบนี้ไปเรื่อยๆ  ก็ยังดีที่เ๹ื่๪๫น้ำไม่ใช่ปัญหาเพราะผมสามารถเปิดจากก๊อกน้ำได้เลย  คาดว่าน้ำก็น่าจะมาจากลำธารที่อยู่ใกล้ๆ

                    ผมคิดอยู่ในหัวสักพักหนึ่งก็พอมีไอเดียดีๆที่อยากจะลงมือทำดูสักหน่อย  และสิ่งนั้นก็คือการจับปลา  แต่รอบนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

                    ผมจำได้ว่าตรงลำธารมีจุดหนึ่งที่มีน้ำไหลเป็๞สองสายโดยมีหินและกองดินเป็๞ตัวแบ่งแยก  อีกสายหนึ่งที่อยู่ชิดฝั่งจะมีน้ำไหลผ่านไม่มาก  แต่ก็มีบ้างที่ผมเห็นปลาใช้เส้นทางนี้  หากว่าผมขยายมันออกสักหน่อย  จากนั้นก็ปิดตรงปลายน้ำที่มันจะกลับมาเชื่อมกันอีกครั้งได้  ปลาก็จะถูกขังไว้ตรงนั้น  และจากนั้นผมก็ปิดทางเข้าออกทั้งสองทาง  ท้ายที่สุดก็น่าจะวิดปลาไปที่ฝั่งได้ไม่ยากเย็นนัก

                    ผมเริ่มลงมือทำในสิ่งที่ผมคิด  ผมใช้มือขุดขยายร่องน้ำก่อนจะทำอย่างอื่นตามที่วางแผนเอาไว้  

                    เส้นทางพิเศษที่ผมสร้างขึ้นมานี้มีความยาวประมาณสี่ห้าเมตรได้  ซึ่งผมคาดหวังไว้ว่าจะมีปลาสักตัวสองตัวผ่านเข้ามาในเส้นทางนี้

                    ผมนั่งเฝ้าไม่ถึงห้านาทีก็มีปลาหลายตัวแวกว่ายเข้าไปในเส้นทางนั้น  เมื่อผมคิดว่ามันน่าจะเพียงพอแล้วก็รีบเดินเอาหินก้อนใหญ่ไปปิดทางเข้าไว้  ก่อนจะตามไปด้วยดินด้วยทรายแถวนั้นปิดช่องโหว่ที่เหลืออีกที

                    ผมพยายามใช้ถ้วยในบ้านวิดปลาขึ้นบก  ใช้เวลาสักหน่อยแต่ว่ามันก็ได้ผล

                    หวังว่าหากผมกินปลาแบบนี้สลับกับปลากระป๋องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็น่าจะพอยึดเวลาผมออกไปให้อยู่รอดได้นานมากขึ้น

                    ยังไงเสีย๰่๭๫นี้ผมรู้สึกโดดเดี่ยวและเงียบเหงาเอามากๆ  ผมเริ่มร้องเพลงที่พอจะร้องหรือจำได้เพื่อเยี่ยวยาจิตใจของผมให้มีกำลังใจขึ้นมาบ้าง

                    จะอย่างไรก็ดีทุกๆวันของผมมันก็น่าเบื่อเอามากๆ  ไม่มีเป้าหมายอะไรให้ทำ  จะให้ออกเดินสำรวจก็ยังคงไปได้ไม่ไกลมาก  ยิ่งผมที่ไม่คุ้นชินกับเ๹ื่๪๫เดินป่าอีก  นั้นก็ทำให้ผมไม่กล้าเดินสุ่มสี่สุ่มห้าสำรวจป่า