แสงแดดยามเช้าส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านตกกระทบลงบนเปลือกตาของนัทที่ปิดสนิท นัทในร่างของฝ้าย ขยับตัวยุกยิกด้วยความเคยชิน มือเรียวบางพยายามปัดป่ายไปด้านข้างหวังจะหาการััจากไออุ่นจากหญิงสาวที่ก่อนหน้านี้เขาได้นอนกอดในทุกวัน ทว่าสิ่งที่ปลายนิ้วของเขาัักลับมีแต่เพียงความเย็นชืดของอากาศที่ว่างเปล่า
นัทในร่างหญิงสาว สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นใ หัวใจของเขากลับมาเต้นระรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เขาคิดว่าเื่ที่เกิดเมื่อวานมันเป็แค่ความฝัน แต่เมื่อเขาก้มลงมองไปที่ร่างกายอันแสนบอบบางของเขาก็ทำให้เขากลับสู่โลกความจริง และภาพเหตุการณ์เมื่อคืนในอดีตก็ไหลย้อนกลับมาเป็ฉากๆ ราวกับกำลังเกิดขึ้นอยู่ ทั้งััอันจาบจ้วงจาก "ร่างกายเดิมของตัวเอง" ที่ถูกิญญาแม่มดเข้าสิง ทั้งความรู้สึกวูบวาบที่ชวนคลื่นไส้ และตอนที่เขาเกือบจะพ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณของร่างกายหญิงสาว
เขากอดตัวเองไว้แน่น ร่างสั่นเทาด้วยความขยะแขยงที่ฝังลึกและเริ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสลัดภาพหลอนเ่าั้ทิ้ง ก่อนจะพยุงร่างกายอันบอบบางลุกขึ้นจากเตียง ความรู้สึก "เบา" และ "เล็กลง" จนผิดหูผิดตายังคงเป็สิ่งที่เขาปรับตัวไม่ได้เสียที
ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินบนพื้นห้องที่คุ้นเคย กลับให้ความรู้สึกแปลกแยกอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเขากลายเป็ิญญาเร่ร่อนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในตุ๊กตาที่มีชีวิต และตุ๊กตาตัวนี้... ก็คือผู้หญิงที่เขารักที่สุดนั่นเอง
นัทในร่างหญิงสาว เดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นกระเบื้องนั้นแ่เบากว่าที่เคยเป็จนเขาเองยังรู้สึกแปลกใจ เขาเอื้อมมือไปเปิดไฟ แสงนีออนสว่างวาบสะท้อนภาพ "ผู้หญิง" คนหนึ่งในกระจกเงา นัทชะงักไปครู่ใหญ่ นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้จ้องมองร่างนี้อย่างจริงจังโดยไม่มีความกดดันจากแม่มดเข้ามาบดบังจนเกินไป
นัทค่อยๆ นำมือเรียวเล็ก ลูบไล้ไปตามลำคอ เขาััถึงผิวที่ช่างละเอียดลออและนุ่มนวลราวกับกลีบดอกไม้ ซึ่งต่างจากผิวกร้านแดดของร่างเดิมเขาอย่างสิ้นเชิง นัทลองขยับนิ้วสางเส้นผมยาวสลวยที่ยุ่งเหยิงจากการนอน กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูที่เขาเคยชอบดมจากผมของแฟนสาว บัดนี้มันกลับอบอวลอยู่รอบกายของเขาเอง
"นี่คือร่างกายของฝ้าย... ทั้งหมดนี่คือร่างกายของเธอ" นัทพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่คุ้นหู
เขาตัดสินใจปลดเปลื้องอาภรณ์ออกเพื่อชำระล้างร่างกาย สายน้ำอุ่นจากฝักบัวไหลผ่านสัดส่วนโค้งเว้าที่เขาเคยหลงใหลในฐานะแฟนหนุ่ม นัทลองใช้ปลายนิ้วััหน้าอกที่อวบอิ่มและส่วนเว้าของเอวที่คอดกิ่วด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิง ในฐานะผู้ชาย เขารู้สึกถึงความงามที่น่าทะนุถนอมจนอยากปกป้อง ทว่าในฐานะิญญาที่สวมทับร่างนี้อยู่ ััต่างๆ เหล่านี้กลับน่าหลงใหล และให้ความรู้สึกดีและชวนเครมเคลิ้มทุกครั้งที่ได้รับการััในจุดต่างๆ
ความรู้สึกรุ่มร้อนจางๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของร่างกายที่เขาไม่คุ้นเคย นัทรีบหลับตาลงพยายามเรียกสติกลับมา เขาเกลียดตัวเองที่เผลอไผลไปกับรสััของร่างนี้ ทั้งที่รู้ดีว่าเขากำลัง "ขโมย" พื้นที่ส่วนตัวที่สุดของคนรักมาโดยไม่เต็มใจ
นัทนึกย้อนไปถึงวันที่เขาเคยเป็คนประคองร่างนี้ไว้ในอ้อมกอด เคยใช้ฝ่ามือหนาของตัวเองลูบไล้ร่างกายนี้เพื่อปลอบประโลมเธอในยามเหนื่อยล้า ความทรงจำเ่าั้ทำให้เขารู้สึกสุขปนเศร้าอย่างบอกไม่ถูก มันเป็ความสุขที่แสนพิลึกพิลั่นที่ได้ััตัวตนของคนที่เขารักที่สุดจาก "ข้างใน" แต่ในขณะเดียวกัน มันก็กรีดแทงใจที่เขาไม่สามารถเป็ "นัท" คนเดิมที่คอยปกป้องดูแลเธอได้อีกต่อไป
ความอ่อนไหวเริ่มแทรกซึมเข้ามาในใจโดยไม่รู้ตัว น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินปนไปกับหยาดน้ำจากฝักบัว นัทในร่างหญิงสาวเริ่มตระหนักว่าเขาไม่ใช่เพียงแค่สวมทับร่างของเธออยู่ แต่มันเหมือนเขากำลังได้เรียนรู้ถึงความเปราะบางที่ฝ้ายซ่อนไว้ผ่านััของร่างกายนี้
นัทรีบจัดการอาบน้ำให้เสร็จเพื่อสลัดความฟุ้งซ่าน เขาเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูพันกายเพียงผืนเดียว และเอื้อมมือไปเปิดตู้เสื้อผ้า เขากวาดสายตามองชุดทำงานของฝ้ายที่แขวนเรียงรายอยู่ และตัดสินใจเลือกหยิบชุดเดรสสีฟ้าอ่อนที่ฝ้ายมักจะใส่ไปร้านกาแฟเป็ประจำออกมา
วันนี้เขาต้องเข้มแข็ง และต้องออกไปทำหน้าที่ในฐานะ "เ้าของร้านกาแฟสาวผู้ร่าเริง" ให้แเีที่สุด เพื่อไม่ให้ใครสงสัย แม้ว่าในใจจะยังเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ยากจะประสานก็ตาม
นัทในร่างของฝ้าย เดินมาหยุดกึกอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่เต็มไปด้วยตลับพลาสติก ขวดแก้ว และพู่กันรูปร่างแปลกตามากมาย เขาถอนหายใจพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุนวม ความรู้สึกลนลานเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาไม่เคยคิดที่จะก้าวเข้ามาลึกซึ้งขนาดนี้มาก่อน
นัทพยายามทดทวนความจำจากที่เคยเห็นฝ้ายแต่งหน้า และเริ่มใช้มืออันบอบบางหยิบฟองน้ำขึ้นมาปาดครีมรองพื้นเสียหนาเตอะ แล้วโบกลงไปบนแก้มเนียนละเอียดตามสัญชาตญาณแบบผู้ชายที่คิดว่า 'ยิ่งเยอะยิ่งดี' นัทลงมือตบมันลงไปแรงๆ จนเกิดเสียงดัง แปะ แปะ สะท้อนก้องไปทั่วห้อง ตามด้วยการหยิบดินสอเขียนคิ้วขึ้นมากำไว้แน่นเหมือนกำลังถือดินสอเขียนหนังสือ
ชายหนุ่มในร่างสตรี จดจ้องกระจกด้วยสายตามุ่งมั่นแบบเดียวกับที่เขาใช้เวลาจะเขียนหนังสือ ก่อนจะจดป้ายดินสอเขียนคิ้วแล้วลากเส้นสีเข้มหนาปึกข้ามหัวคิ้วไปจนเกือบถึงขมับ
"ทำไมรู้สึกดูหน้าตาแปลกๆ หรือว่าเราคิดไปเอง แบบนี้คงใช้ได้แล้วล่ะ... มั้ง" เขาพึมพำกับเงาในกระจกที่ตอนนี้ดูเหมือน 'งิ้วหลงโรง' มากกว่าจะเป็หญิงสาวแสนสวย
"พี่นัท! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ทำอะไรกับหน้าฝ้ายน่ะ!" เสียงของกิ๊ฟดังขึ้นจากด้านหลัง ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟ เร่งฝีเท้าเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เธอรีบคว้าเอาดินสอเขียนคิ้วออกไปจากมือนัททันที
"นั่นมันคิ้วคนนะคะ ไม่ใช่สะพานข้ามแม่น้ำ ดูสิ แป้งก็หนาจนดูผิวแตกเป็เสี่ยงๆ แล้ว"
นัทเกาหัวตัวเองแก้เก้อด้วยความประหม่า "ก็พี่เห็นฝ้ายแต่งแบบนี้ แถมทำแป๊บเดียวเสร็จ ก็นึกว่ามันแค่ทาๆ แบบนี้ไปให้ทั่วก็พอ..."
ฝ้ายถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสำลีชุบคลีนซิ่งมาเช็ดคราบความพยายามอันล้มเหลวของนัทออกอย่างเบามือ เธอขยับเข้ามาใกล้จนนัทได้กลิ่นกายจางๆ จากร่างของกิ๊ฟ แม้มันจะเป็กลิ่นที่เขาไม่คุ้นเคย แต่วิธีการขยับข้อมือและสายตาที่จดจ้องเขาอย่างตั้งใจนั้นคือฝ้ายไม่ผิดแน่ เธอเริ่มลงรองพื้นให้เขาใหม่ด้วยััที่แ่เบาราวกับขนนก ค่อยๆ เกลี่ยไปตามผิวบนใบหน้าอย่างทะนุถนอม พร้อมกับลงเครื่องสำอางอื่นด้วยความคุ้นเคย
"เมื่อคืน..." ฝ้ายเริ่มเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาของเธอที่สะท้อนผ่านกระจกดูหม่นแสงลง
"ยัยแม่มดนั่น... เขาทำอะไรพี่นัทต่อหรือเปล่า ฝ้ายเป็ห่วงพี่จนนอนไม่หลับเลยนะคะ"
นัทมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นผ่านเงาสะท้อน เขาพยายามยืดหลังตรงและทำหน้าขรึมแบบลูกผู้ชายเพื่อปกป้องความรู้สึกของแฟนสาว
"ไม่มีอะไรหรอกฝ้าย พี่เอาอยู่ สบายมาก มันก็แค่ขู่ไปงั้นแหละ พี่เป็ผู้ชายนะ ถึงจะอยู่ในร่างนี้แต่ยัยแม่มดนั่นทำอะไรพี่ไม่ได้ง่ายๆ หรอก ฝ้ายไม่ต้องกังวลไป"
นัทตั้งใจจะพ่นประโยคเท่ๆ ต่อเพื่อเรียกความมั่นใจคืนมา ทว่าทันใดนั้นเอง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกลับพลุ่งพล่านขึ้นมาจากกลางอก มันเป็ความตื้นตันที่จุกแน่นจนลำคอแห้งผาก เพียงแค่เห็นสายตาที่ห่วงใยและััปลายนิ้วที่แตะลงบนแก้มอย่างแ่เบา จิติญญาของผู้ชายแกร่ง กลับพังทลายลงอย่างไม่เป็ท่า
หยาดน้ำใสๆ เริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้าตาอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจของเขาอ่อนไหวจนเปราะบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย นัทพยายามกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่น้ำตา แต่ยิ่งเห็นฝ้ายส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ น้ำตาก็ยิ่งไหลพรากออกมาเป็ทางอย่างห้ามไม่ได้
"เฮ้ย... พี่ไม่ได้ร้องนะฝ้าย ร่างกายนี่มันเป็อะไรไม่รู้ จู่ๆ มันก็... ฮึก..." นัทพยายามกลั้นสะอื้นแต่มันกลับกลายเป็เสียงคร่ำครวญที่ฟังดูเปราะบางจนเขานึกอาย
"พี่นัทใจเย็นๆ นะคะ มันคือฮอร์โมนของร่างกายฝ้ายเอง" ฝ้ายวางมือลงบนบ่าของเขา ลูบเบาๆ อย่างปลอบประโลม
"ร่างกายผู้หญิงมันอ่อนไหวต่ออารมณ์มากกว่าที่พี่นัทคิด ยิ่งเจอเื่เครียดเมื่อคืน พอมาเจอความอ่อนโยนเข้าหน่อยมันก็เลยะเิออกมาแบบนี้ พี่นัทไม่ได้อ่อนแออะไรหรอกค่ะ"
นัทรีบคว้าทิชชูมาซับหัวตา
"โธ่เอ๊ย... ไม่ชินเลยแฮะ ร่างกายนี้น่าหงุดหงิดชะมัด" เขาพยายามบ่นแก้เขิน แต่ใจลึกๆ กลับรู้สึกอบอุ่นที่ได้รับความเข้าใจ และได้ปลดปล่อยความอัดอั้นออกไปบ้าง
"เลิกดราม่ากันได้หรือยัง?"
เสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งดังขึ้นที่ประตูห้องนอน ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวและรีบผละออกจากกันทันที แม่มดในร่างของนัท ยืนพิงกรอบประตูอยู่ ร่างกายที่เคยเป็ความภาคภูมิใจของนัทบัดนี้กลับแผ่รังสีกดดันออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นเยียบขึ้นมาทันตา ดวงตาของ 'นัทตัวปลอม' กวาดมองร่างของฝ้ายที่น้ำตายังนองหน้าด้วยสายตาดูแคลน
"มัวแต่สำออยร้องไห้อยู่ได้" แม่มดในร่างนัทเอ่ยพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู
"เรามีร้านกาแฟที่ต้องไปดูแลไม่ใช่เหรอ อย่าเสียเวลาซึ้งกันอยู่เลย"
นัทรีบสูดน้ำมูกแล้วดึงสติกลับมา เขาแสร้งทำเป็หยิบตลับแป้งขึ้นมาถือไว้เพื่อบังอาการสั่น
"ก็... ก็กำลังจะเสร็จแล้วนี่ไง พอดีฝ้ายเขากำลังช่วยดูความเรียบร้อยให้เฉยๆ แป๊บเดียว เดี๋ยวออกไป"
แม่มดไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่แค่นยิ้มที่มุมปาก ยิ้มที่ดูเ้าเล่ห์และเหยียดหยามแบบที่นัทไม่มีวันใช้กับคนรักแน่ๆ ก่อนจะหันหลังเดินนำออกไป ทิ้งให้ความอึดอัดหนักอึ้งเข้าครอบคลุมห้องนอนอีกครั้ง นัทมองตามแผ่นหลังของร่างเก่าตัวเองไปด้วยความแค้นเคือง แต่ก็ต้องจำยอมลุกขึ้นยืน เตรียมตัวก้าวออกไปเผชิญหน้าเพื่อรับการทดสอบจากแม่มดและโลกภายนอกในฐานะ 'ฝ้าย' เป็วันแรก โดยมีฝ้ายตัวจริงในร่างกิ๊ฟเดินเคียงข้างด้วยความเป็ห่วงไม่ห่างกาย
(จบบทที่ 8)