บทที่ 1 ลืมตามาก็ซวยแล้ว
ความเย็นรัดรอบลำคอแน่นราวกับมีบ่วงที่มองไม่เห็นฝังเข้าไปใต้ิั
ก่อนเปลือกตาจะเปิด แม่มณีได้กลิ่นเหม็นโชยขึ้นจมูก ตามด้วยกลิ่นชวนคลื่นไส้ซึ่งค้างอยู่บนโคนลิ้น
ทุกครั้งที่พยายามกลืน ความเจ็บแปลบตรงลูกกระเดือกจะแล่นขึ้นไปถึงใต้คาง
พร้อมรสเืสดที่ซึมออกมาจากแผลด้านในปาก
แผ่นหลังของเธอแนบอยู่กับพื้นซีเมนต์เย็นจัด เสื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ชื้นจนติดผิว ข้างหูมีหยดน้ำตกจากชายคาเป็จังหวะ ดัง
ติ๊ง..
ติ๊ง..
บางหยดกระเด็นถูกแก้ม บางหยดไหลลงไปตามร่องปูนซึ่งเต็มไปด้วยเศษดินหินสีดำ
นิ้วมือเย็นเฉียบห้านิ้วกดอยู่บนลำคอ
แม่มณีขมวดคิ้วมุ่น ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอกระพริบตาช้าๆ มอง ภาพตรงหน้า
“..........”
หน้าบวมซีด ของสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าจะใช่คน กำลังอยู่ห่างจากปลายจมูกเธอไม่ถึงคืบ ลำคอของมันบิดพับไปทางขวาจนใบหูเกือบแตะหัวไหล่
ิัใต้คางปริออกเป็เส้นสีดำมีรอยเืเป็ทาง ปากฉีกยาวเลยมุมแก้ม ริมฝีปากเปียกมันเยิ้ม มีเศษเนื้อสีแดงคล้ำติดอยู่ระหว่างซี่ฟัน
ดวงตาของมันทั้งสองข้างไร้ลูกตาดำ เหลือเพียงสีขาวขุ่นซึ่งสะท้อนใบหน้าของหญิงสาวแปลกตาที่นอนอยู่ใต้ร่างมัน
‘ไม่ใช่กู?’
ปลายจมูกของมันเกือบชนเธอ จนได้กลิ่นเหม็นจากในปากที่แรงเสียจนเืคาวในปากเธอดูสะอาดขึ้นมาทันที
แม่มณีกะพริบตาอีกหนึ่งครั้ง
'หน้าตา ไอ้ตัวนี้เหี้ยกว่าที่กูเคยเจออีก'
บริเวณมุมขวาของสายตา พลันมีแสงสีน้ำเงินสว่างวาบขึ้นมา กรอบโปร่งใสลอยซ้อนอยู่เหนือกำแพงอิฐชื้น ๆ ตัวเลขสีขาวตรงกลางกำลังกะพริบ
เวลาคงเหลือในดันเจี้ยน: 00:01:00
อะไรบางอย่างเลื่อนผ่านใต้กรอบนั้นอย่างรวดเร็ว
ตอนแรกแม่มณีนึกว่าเป็ตัวหนังสือบนผนัง แต่ข้อความกลับไหลซ้อนกันเป็ทางยาว
จนอ่านไม่ทัน
ขณะที่บางข้อความถูกส่งซ้ำจนค้างอยู่ตรงหน้า
“.........”
(คนดูข้างสนาม) : ผลักเพื่อนไปให้ผีแล้วตัวเองรอด ยังมีหน้าฟื้นอีกเหรอ
(ไข่เน่าพร้อมส่ง) : กัดคอมันเลย กูจะส่งไข่เน่าให้สิบฟอง
แม่มณีกวาดตามองตัวอักษรเ่าั้เพียงครู่เดียว ก่อนสายตาจะกลับมาหยุดอยู่ ปากฉีก ๆ ตรงหน้า
เธอไม่รู้ว่าคนพวกนั้นกำลังพูดกับใคร และยิ่งไม่รู้ว่าทำไมตนถึงมองเห็นตัวหนังสือลอยอยู่กลางอากาศ
ทว่าคำพูดเ่าั้ไม่มีข้อไหนสำคัญกว่านิ้วของผีที่กำลังจมลึกลงบนลำคอ
คนที่เจอผีคร่อมอกแล้วยังเสียเวลาถามว่าอยู่ที่ไหน สมควรถูกมันแทะหัวั้แ่ยังหาคำตอบไม่ได้
เพราะฉะนั้นต้องกลับมาสนใจไอ้ตัวตรงหน้าก่อน
แม่มณีลองขยับนิ้วก้อยข้างขวา ปลายนิ้วกระตุกเพียงเล็กน้อย ข้อต่อแข็งจนคล้ายร่างนี้ถูกทิ้งแช่เย็นมานานหลายชั่วโมง
แขนทั้งสองหนักอึ้ง หน้าอกไม่ยอมขยับตามความ้า
ลมหายใจซึ่งพยายามสูดเข้าไปติดอยู่บนคอใต้ฝ่ามือของผี
กลายเป็เพียงลมสั้น ๆ ที่ลอดผ่านจมูก
‘ชิบ...ร่างนี้ไม่ใช่ของกู แถมยังพึ่งตาย’
ข้อสรุปผุดขึ้นหลังจากเธอลองฟังชีพจรตัวเอง และพบว่าจังหวะตรงข้อมือเบาจนนับแทบไม่ได้ ทั่วแขนขามีอาการชาแบบเดียวกับศพที่ิญญาเพิ่งถูกยัดกลับเข้าไป
ปลายนิ้วก้อยของเธอจึงลองกดลงกับพื้นซีเมนต์อีกครั้ง
คราวนี้เล็บสามารถครูดผ่านคราบดินไปได้ครึ่งข้อนิ้ว
ผีตรงหน้ากระตุกศีรษะ
ดวงตาขาวซีดกลอกมองตามการเคลื่อนไหวนั้น ก่อนลูกตาทั้งสองจะหมุนกลับมาจ้องใบหน้าเธออีกครั้ง
มุมปากซึ่งฉีกถึงแก้มค่อย ๆ ยกขึ้น เศษเนื้อระหว่างฟันหลุดลงมาตกบนกระดูกไหปลาร้า
แหมะ
“.........”
แม่มณีเหลือบมองของชิ้นนั้น แล้วขยับสายตากลับขึ้นไปช้า ๆ
“กินมูมมามฉิบหาย” ลมจากลำคอของเธอออกมาเป็ถ้อยคำแหบพร่า ฟังแทบไม่เป็ภาษา ทว่ารอยยิ้มบนหน้าผีกลับหยุดค้าง
ตัวเลขสีน้ำเงินที่มุมหางตาเริ่มเปลี่ยนไป
เวลาคงเหลือในดันเจี้ยน: 00:00:37
ในจังหวะเดียวกัน ความปวดก็แล่นเข้ากลางศีรษะจนภาพตรงหน้ากระตุกวูบ
มือของผู้หญิงคนหนึ่งโผล่ขึ้นมาท่ามกลางแสงไฟสั่นไหว นิ้วเรียวเปื้อนเืจับมือของร่างนี้ไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นพร่าเลือน เหลือเพียงดวงตาเบิกกว้างกับริมฝีปากที่กำลังะโ
“เสิ่นโม่จิ่น หลบ!”
แสงสีดำพุ่งผ่านข้างแก้ม กรงเล็บยาวผิดรูปตวัดออกมาจากมุมซึ่งไม่มีใครมองเห็น
เือุ่นจัดกระเซ็นถูกใบหน้า กลิ่นคาวพุ่งเข้าจมูกพร้อมแรงกระชากตรงข้อมือ
...จากนั้นภาพทั้งหมดก็หายไป
แม่มณีสูดลมหายใจเข้าลึก ปิดตาด้วยความปวดหัว แต่เศษความกลัวซึ่งติดมากับภาพนั้นกลับบีบซ้ำจากข้างใน หน้าอกของร่างนี้เกร็งแข็ง
หัวใจที่เพิ่งเริ่มเต้นสะดุดไปหนึ่งจังหวะ ปลายนิ้วซึ่งกำลังพยายามขยับพลันงอเข้าหาฝ่ามือ
'บ้าชิบ...ความกลัวของร่างนี้' เธอจำแนกมันออกจากความรู้สึกของตัวเองได้ทันที เพราะแม่มณีไม่เคยกลัวผี
ความระวังกับความหวาดกลัวจนร่างกายไม่เชื่อฟังเป็คนละแบบกัน
เ้าของร่างนี้คงถูกมันบีบคออยู่นานพอให้ความทรงจำฝังลึกลงในเส้นประสาท
แต่..ยังไม่ทันที่แม่มณีจะจับต้นชนปลายทั้งหมดได้
ผีเบื้องหน้าก็อ้าปากกว้างกว่าเดิม
ขากรรไกรล่างของมันเคลื่อนลง ทำให้ผิวข้างแก้มมันฉีกจนเห็นเหงือกสีดำ ลิ้นสีม่วงยาวคืบคลานออกมา ปลายลิ้นแบนชื้นลากผ่านคางของหญิงสาว ก่อนเลื่อนขึ้นหาแผลช้ำรอบคอ ที่มือของมันยังคงบีบค้างไว้อยู่
ความเย็นซึมผ่านผิวจนขนบริเวณต้นแขน แม่มณีลุกชัน
ข้อความบนหน้าจอสีฟ้าไหลเร็วยิ่งขึ้น
(คนกินแตงอยู่หลังบ้าน) : มาแล้ว ๆ มันจะกัดแล้ว
(ิญญาริมทาง_317ปี) : เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ร่างนี้หยุดหายใจไปแล้วไม่ใช่หรือ?
(นักศึกษานอนไม่พอ) : กูก็เห็น ระบบขึ้นสัญญาณชีพเป็ศูนย์ไปแล้ว
(ไข่เน่าพร้อมส่ง) : บั๊กเหี้ยอะไร ผีบีบคอจนตายแล้วฟื้นต่อหน้าคนดูเนี่ยนะ
สายตาแม่มณีสะดุดอยู่ตรงคำว่า “ตายแล้วฟื้น” เพียงครู่เดียว
เธอไม่รู้จักคนส่งข้อความ แต่ไอ้ผีตรงหน้ากลับชัดเจนพอให้เธอต้องจัดการมันก่อน
ส่วนเื่อื่นค่อยไปไล่ถามทีหลัง หากเธอยังมีคอเหลือไว้เปล่งเสียง
ข้อมือขวาขยับได้แล้ว แม้จะยกขึ้นยังไม่พ้นพื้นก็ตาม
แม่มณีลองงอนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางตามลำดับ
ร่างนี้ไม่มีสิ่งของติดตัวที่เธอจะคว้ามาใช้ได้ เธอจึงเหลือเพียงปากกับลมหายใจ
'ก็ยังดี'
ผีเหมือนรับรู้ได้ว่าคนใต้ร่างกำลังคิดตอบโต้
นิ้วของมันเกร็งเข้าหากันแน่นขึ้น เล็บดำกดลงบนรอยช้ำเดิมจนผิวบริเวณนั้นยุบตามแรง
‘เชี้ย..’
แม่มณีได้ยินเสียงกระดูกอ่อนตรงลำคอส่งเสียงเบา ๆ ลมหายใจสุดท้ายถูกบีบออกจากปอดพร้อมรสเืที่เอ่อขึ้นเต็มปาก
ตัวเลขตรงมุมสายตาลดลงอีกครั้ง
เวลาคงเหลือในดันเจี้ยน: 00:00:11
ภาพแตก ๆ ะเิเข้ามาในหัวระลอกที่สอง
ผู้หญิงคนเดิมล้มอยู่ใต้แสงไฟ แผ่นหลังของเธอกระแทกพื้น มือยื่นมาทางนี้
ขณะที่เงาดำสองเงาเคลื่อนไหวสลับกันอยู่คนละด้าน
ร่างนี้หันกลับไปหาเธอ
เสียงกรีดร้องดังขึ้น และ มือของร่างนี้กำลังผลักออกไป
แม่มณีเห็นเพียงฝ่ามือซึ่งแตะถูกหัวไหล่ผู้หญิงคนนั้น แต่ก่อนจะรู้ว่าแรงผลักส่งอีกฝ่ายไปทางใด
กรงเล็บสีดำก็พุ่งผ่านแสงไฟ เืหยดหนึ่งกระเด็นเข้าตา ภาพทุกอย่างจึงกลายเป็สีแดงแล้วขาดหายอีกครั้ง
ความปวดบีบขมับทั้งสองข้าง จนดวงตาแม่มณีพร่ามัวอีกครั้ง
“อะไรกัน..ว่ะ” ความปวดถาโถมเข้ามา แต่เธอ จำต้องฝืนมองหาเงาซ้อนของผี
พยายามจับจังหวะ ที่มันยืดคอเข้ามาใกล้มากขึ้น
ริมฝีปากของมันเปิดกว้างออกขึ้นเรื่อยๆ และโน้มเข้ามาใกล้ จนพอจะครอบั้แ่ปลายคางถึงลูกกระเดือก ลิ้นยาวๆ ของมันยื่นออกมา
“เชี่ยเอ๊ย…” แม่มณีเบือนหน้าหลบลิ้นเย็นซึ่งตวัดผ่านแก้ม ก่อนพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบจัด
“เหม็นชิบหาย แปรงฟันบ้างนะมึง”
ผีชะงักไปครึ่งจังหวะ คล้ายมันไม่คาดว่าคนซึ่งถูกบีบจนหมดลมหายใจจะฟื้นขึ้นมาด่า
แม่มณีใช้่ที่นิ้วตรงคอชะงักออกเล็กน้อย สูดอากาศเข้าปอด
สิ่งตรงหน้าไม่ใช่ภาพหลอนแน่แล้ว
รอยเย็นบนผิวกับกลิ่นเน่าซึ่งติดอยู่ในจมูกยืนยันชัดพอ
ส่วนมันเป็ผีประเภทใด ตายมานานกี่ปี หรือมีเงื่อนไขฆ่าคนอย่างไร ล้วนไม่มีเวลาพอให้ตรวจสอบ
ตอนนี้เธอต้องทำให้มันปล่อยมือ
แค่ปล่อยก่อนก็พอ เธอยังไม่มีแรงฆ่ามัน
ขณะสายตาสบเข้ากับดวงตาขาวขุ่นตรงหน้า ริมฝีปากของแม่มณีก็ขยับช้า ๆ
“เวส…” คำแรกหลุดออกมาพร้อมลมหายใจซึ่งแทบไม่เหลือ
ผีชะงักทันทีเมื่อได้ยินคำแรก นิ้วชี้ของมันกระตุกออกจากรอยช้ำ แต่กรงเล็บยังยึดคอเอาไว้ ปากที่ฉีกกว้างหุบลงครึ่งหนึ่ง ดวงตามีแววสั่นไหว
(นักศึกษานอนไม่พอ) : เห้ย...ตาฝาดไปป่าวว่ะ ผีแม่งหยุด
แม่มณีไม่เสียสายตาไปอ่านข้อความ แม้แสงสีน้ำเงินจะสะท้อนวูบวาบอยู่ข้างแก้มของผีก็ตาม
“สะ…” เสียงแหบเอ่ยขึ้นเป็คำที่สอง
ปลายผมสีดำซึ่งแผ่อยู่บนพื้นขยับทั้งที่ตรอกแคบแห่งนี้ไม่มีลม เส้นผมบางส่วนลอยพ้นคราบน้ำบนพื้น
ก่อนประกายแสงสีทองจะไหลผ่านตรงปลายทีละเส้น ราวกับมีคนลากด้ายทองออกมาจากความมืด
แม่มณีมองเห็นแสงนั้นจากหางตา แต่เธอไม่ได้คิดอะไรมากเพราะต้องตั้งสมาธิกับสิ่งตรงหน้า
นิ้วขวาซึ่งขยับได้แล้วจึงค่อย ๆ พลิกฝ่ามือแนบพื้น
“พุ…” สิ้นคำ เงาใต้แผ่นหลังของเธอไหววูบ
มันไม่ได้เปลี่ยนตามแสง้า หากกลับแผ่ออกจากลำตัวเป็ของเหลวสีดำข้น ไหลไปตามรอยแตกของพื้นซีเมนต์
ผ่านเศษอิฐและคราบเืโดยไม่เปื้อนสิ่งใด รูปร่างของเงาแตกแขนงคล้ายนิ้วมือหลายสิบคู่ เลื้อยตรงไปหาแขนของผีซึ่งกดอยู่บนลำคอ
หลอดไฟยาวเหนือทางเดินกะพริบขึ้นอีกหลายครั้ง
ทันใดนั้น แสงขาวซีดดับพรึบั้แ่หลอดแรก ไล่ต่อกันจนเหลือเพียงแสงประกายทองบาง ๆ ตรงปลายผมของหญิงสาว
เสียงหยดน้ำซึ่งเคยตกจากชายคาขาดหายไปทันใด แม้แต่เสียงกรีดร้องจากปลายตรอกก็ถูกกดต่ำลงเรื่อย ๆ
จนเหลือเพียงลมหายใจครืดคราดในคอผีตรงหน้า
อากาศรอบตัวนิ่งลงกะทันหัน
ฝุ่นปูนบนกำแพงร่วงกราว กระป๋องเหล็กซึ่งนอนตะแคงอยู่ห่างออกไปสั่นกระทบพื้น ก่อนถูกแรงที่มองไม่เห็นกดจนตัวกระป๋องบุบยุบ
แกร็ก..
ผีตรงหน้าเบิกตากว้างกว่าเดิม
เส้นเืดำใต้ผิวหน้าโป่งขึ้น นิ้วทั้งห้าที่คอแม่มณีคลายออกพร้อมกัน
แต่มันยังถอยไม่ได้ เพราะเงาดำจากพื้นพันรอบข้อมือและเลื้อยขึ้นไปตามข้อศอกของมันเสียแล้ว
หลังจากมันปล่อยคอเธอ แม่มณีสูดลมหายใจเข้าลึกเป็ครั้งแรก ความเจ็บตรงลูกกระเดือกแล่นขึ้นถึงกราม กลิ่นคาวเืตีขึ้นมาตามลมหายใจ
จนแม่มณีได้แต่กลืนมันกลับลงไป จิกนิ้วกับพื้นเพื่อพยุงสติที่กำลังไหลวูบ แล้วกล่าวคำสุดท้ายชัดกว่าสามคำก่อนหน้า
“สะ…”
ร่างของผีถูกกระชากลอยขึ้นจากอกหญิงสาวอย่างแรง
มันค้างอยู่กลางอากาศ ห่างจากพื้นเพียงหนึ่งคืบ แขนขายาวผิดสัดส่วนสั่นกระตุก ข้อเท้าบิดกลับด้านเตะสะเปะสะปะโดยไม่อาจแตะสิ่งใด
เล็บดำซึ่งเพิ่งกดคอเธอหดกลับเข้าไปใต้เนื้อทีละข้อ
แม่มณีไม่ได้ลุกพรวด เธอยังลุกไม่ไหว จึงเพียงพลิกตัวตะแคง ใช้ข้อศอกยันพื้น แล้วลากลมหายใจผ่านลำคอช้ำ ๆ
ผีมองตามการเคลื่อนไหว แววตาหวาดหวั่น
ครั้งนี้สิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาขาวของมันไม่ใช่หญิงสาวซึ่งกำลังจะตาย แต่เป็เงาดำขนาดใหญ่ที่กางออกด้านหลังร่างเล็ก
เงานั้นสูงใหญ่จนศีรษะพ้นชายคา รูปร่างเลือนรางไม่แน่นอน บางขณะคล้ายหญิงผมยาว บางคราวกลับมีเขาโค้งคู่หนึ่งโผล่ขึ้นเหนือศีรษะ
ปลายผมสีทองปลิวแตะผ่านข้อมือแม่มณี
เงาดำนั่นรัดแขนผีแน่นขึ้นทันที
มันอ้าปากร้อง แต่สิ่งที่หลุดออกมามีเพียงเสียงลมแห้ง ๆ จากหลอดคอที่บิดพับ หัวของมันกระตุกกลับไปอีกด้านจนได้ยินเสียงกระดูกดังกร๊อบ
ดวงตาขาวกลอกหนีจากแม่มณีเป็ครั้งแรก
หน้าจอสีฟ้าเต็มไปด้วยตัวอักษร
(นักศึกษานอนไม่พอ) : ใครเห็นเหมือนกูบ้าง ผีมันถอย?
(สายลุยอันดับ E) : มันไม่ได้ถอย มันเหมือนโดนอะไรจับอยู่
(อวี้ถงต้องรอด) : เป็ไปไม่ได้ เสิ่นโม่จิ่นยังไร้แรงค์แท้ ๆ
(ไข่เน่าพร้อมส่ง) : ระบบสตรีมเสียหรือเปล่า ทำไมกูมองเงาสีดำนั่นเคลื่อนไหว
แม่มณีเหลือบเห็นข้อความบรรทัดสุดท้ายเพียงหางตา ก่อนใช้นิ้วแตะรอยบุ๋มบนลำคอของตัวเอง
ข้างซ้ายมีรอยเล็บสี่แนว ข้างขวามีรอยนิ้วโป้งกดลึก ผิวบวมร้อนทั้งที่ปลายนิ้วยังเย็นจัด หากช้ากว่านี้อีกไม่กี่อึดใจ
คอเธอคงหักไปแล้ว
แม่มณีเงยหน้ามองตัวต้นเหตุ สีหน้าเธอไม่ได้เปลี่ยนไปจากตอนลืมตา มีเพียงดวงตาเฉี่ยวคมคู่นั้นที่สะท้อนประกายสีทองชัดขึ้นทุกครั้งเมื่อกะพริบตา
“เมื่อกี้มึงจะกัดคอกู?”
ผีสั่นแรงขึ้น
เงาที่รัดแขนมันคลายออก ทำให้ร่างซีดขาวตกกระแทกพื้น เข่าทั้งสองพับไปคนละทาง
แต่แทนที่มันจะคลานกลับเข้าหาเหยื่อตามสัญชาตญาณ มันกลับใช้ข้อศอกลากตัวถอยหลัง เล็บจิกพื้นจนแตก ก่อนร่างทั้งร่างจะกระแทกกำแพงอิฐด้านหลัง
มันถอยไม่ได้อีกแล้ว
แม่มณีดันตัวขึ้นนั่งช้าๆ ผมดำเลื่อนลงมาปรกใบหน้า เธอขมวดคิ้วปัดออกอย่างรำคาญ
การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยนั่น กลับทำให้ผีหดคอซึ่งบิดอยู่แล้ว กลับบิดลงไปอีก
“กูถาม” ดวงตาประกายทอง จ้องมันนิ่ง
ทำให้ริมฝีปากฉีกของมันสั่นยิ่งกว่าเดิม เนื้อดำตรงมุมปากกระตุกตามถ้อยคำที่พยายามเค้นออกมา
“เ้า…” เสียงของมันเสียดผ่านลำคอราวกับลวดครูดอยู่ในท่อเหล็ก
“เ้า…ไม่ใช่เ้าของร่าง…”
ปลายนิ้วของแม่มณีหยุดอยู่ตรงเส้นผมข้างแก้ม เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น ก่อนเธอจะลดมือลงวางบนเข่าเหมือนเดิม
ประโยคนั้นตอบคำถามหลายอย่างในคราวเดียว
ร่างซึ่งยังไม่เชื่อฟัง ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอ และหน้าจอสีฟ้าที่มีคำด่าจากคนแปลกหน้าซึ่งเรียกชื่อผู้หญิงอีกคนซ้ำไปมา
‘เสิ่นโม่จิ่น’
เ้าของร่างนี้อาจตายไปแล้ว และเธอกำลังอยู่ในร่างของคนตายคนนั้น
'ฉิบหาย..แล้วสิกู' แม่มณีกดปลายลิ้นเข้ากับแผลในปาก ความเจ็บทำให้หัวซึ่งกำลังมึนกลับมาชัดขึ้น
เธอยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองด้วยซ้ำ แต่ก่อนจะพูด ตัวเลขสีน้ำเงินตรงมุมสายตาก็เปลี่ยนเป็ศูนย์
เวลาคงเหลือในดันเจี้ยน: 00:00:00
เวลาหมดลง
ดันเจี้ยนสิ้นสุด
กำลังส่งผู้รอดชีวิตกลับสู่โลกจริง
ตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายสว่างขึ้นพร้อมแรงสั่นะเืใต้พื้น
“.........”
รอยแตกบนซีเมนต์เรืองแสงสีน้ำเงินขึ้น
ตรอกแคบทั้งสายสั่นไหวเหมือนถูกใครยกขึ้นแล้วเขย่าไปมา กำแพงอิฐเริ่มร้าวจาก้า เศษปูนที่หลุดออกมาไม่ได้ตกถึงพื้น แต่แตกกลายเป็จุดแสงเล็ก ๆ ลอยย้อนขึ้นไปในอากาศ
ผีหันมองรอบตัวอย่างลนลาน เงาดำที่พันแขนของมันละลายกลับลงใต้เท้าแม่มณี
ขณะที่ประกายทองตรงปลายผมค่อย ๆ จางลง หลอดไฟเหนือศีรษะแตกละเอียดโดยไม่มีเศษแก้วหล่นลงมา ความมืดเหนือทางเดินถูกแสงสีน้ำเงินกัดกินเป็ช่องกว้างขึ้นทุกขณะ
คอมเมนต์สตรีมถล่มลงมาจนบดบังใบหน้าผีไปครึ่งหนึ่ง
(คนดูข้างสนาม) : เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ใครอธิบายที
(นักศึกษานอนไม่พอ) : ผีบีบคอมันอยู่ดี ๆ แล้วเสือกกลัวมันเนี่ยนะ
(สายลุยอันดับ E) : ไม่ใช่กลัวธรรมดา มันไม่กล้าแตะเสิ่นโม่จิ่นเลย
(อวี้ถงต้องรอด) : ต้องเป็ไอเทมของอวี้ถงแน่ มันขโมยของอวี้ถงไปหรือเปล่า
(ผู้ใช้ยันต์มือใหม่) : ไม่มีไอเทมถูกใช้ ถ้ามีระบบต้องแจ้งสิ
แม่มณีอ่านถึงตรงนั้น กรอบข้อความทั้งแถบก็แตกร้าวเหมือนแผ่นกระจก ร่างกายของเธอเริ่มโปร่งแสงจากปลายนิ้ว แต่รอยบีบที่คอยังคงเต้นตุบ ๆ ตามชีพจรที่กลับมาแรงขึ้นทุกที
เธอกำมือขวาไว้เพื่อทดสอบกำลัง อย่างน้อยนิ้วทั้งห้าก็ยังพอเชื่อฟังแล้ว แม้แขนจะยังสั่นจากผลของการตายก็ตาม
ผีซึ่งนั่งติดกำแพงกลับพุ่งเข้ามาในตอนนั้น
แม่มณีขยับปากเตรียมท่องคาถาอีกครั้ง
แต่กรงเล็บของมันไม่ได้กางออก ร่างซีดขาวฝืนคลานผ่านพื้นที่กำลังสลาย
ท่าทางของมันที่พุ่งมาไม่เหมือนกำลังจะฆ่า
ริมฝีปากดำสั่นถี่
ดวงตาขาวขุ่นมองข้ามไหล่แม่มณีไปยังอะไรบางอย่างซึ่งอยู่ด้านหลัง เธอไม่ได้หันตาม เพราะแสงสีน้ำเงินกลืนพื้นไปถึงเอวแล้ว
ผีตะกุยเล็บลงกับซีเมนต์ เศษเล็บดำหลุดกระเด็น มันลากตัวเข้ามาได้อีกคืบ ก่อนะโผ่านลำคอบิดพับด้วยถ้อยคำขาดวิ่น
“อย่าให้พวกมันรู้ว่าเ้า...”
แสงสีน้ำเงินะเิขึ้นระหว่างทั้งคู่ ภาพทุกอย่างถูกตัดขาดในทันที