พลังหมัดมาพร้อมกับอักษรยันต์พลุ่งพล่านลอยกระจายเต็มอากาศพลังถูกส่งไปปะทะกับพลังกรงเล็บของชายชราผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณเข้าอย่างแรง
“ฟู่……!”
การปะทะกันตรงๆ เช่นนั้นกลับไม่ได้ก่อให้เกิดเสียงดังดั่งฟ้าผ่าอย่างที่ทุกคนคิดทว่าเกิดคลื่นรัศมีพลังอันน่าสยดสยองแผ่กระจายออกจากวง ราวกับเป็นพลังของคลื่นยักษ์ที่สามารถกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้าซัดพุ่งออกโดยรอบ
เมื่อมองไปที่จุดศูนย์กลางของพลังที่ซัดกระจายออกมาเห็นได้ว่าพลังกรงเล็บของชายชราที่มีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณคนนั้นเหนือกว่าทว่าเมื่อพลังนั้นกำลังปะทะกับพลังหมัดของตู้เซ่าฝู่กลับเริ่มแตกร้าวก่อนราวกับว่ามีพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นกรองสกัดไว้
ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ขณะที่คลื่นลมที่เกิดจากพลังซัดกระจายเพิ่งจะดับสูญชายชราขั้นชีพจรประสานวิญญาณถูกแรงดันของพลังซัดจนเซถอยหลังไปสามสี่ก้าว
“ทำไมจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”
สีหน้าแววตาของชายชราคนนั้นตะลึงมากเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์จริงหรือ ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์เหตุใดจึงสามารถรับพลังของเขาที่เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานตรงๆได้ล่ะ นี่มันแข็งแกร่งมากจนแปลกประหลาดน่าสงสัยที่สุด!
“ตึงๆ !”
ร่างของตู้เซ่าฝู่เองก็ถูกแรงซัดจนเซถอยหลังเช่นกันเมื่อเท้าเหยียบกระแทกพื้น ผืนดินก็สั่นไหวและแตกร้าว หลังจากนั้นมุมปากของเขาก็มีรอยเลือดประกายแสงสีทองไหลออกมา
“ขั้นชีพจรประสานวิญญาณแข็งแกร่งมากเกินไปแล้ว!”
ตู้เซ่าฝู่ยกแขนเสื้อสีม่วงของเขามาเช็ดรอยเลือดที่มุมปากสีหน้าเคร่งเครียดและใบหน้าเริ่มซีด
แค่กระบวนท่าเดียวเขาก็ดึงพลังปราณมาใช้เกือบหมดการพุ่งชนของพลังอันรุนแรงใส่ร่างเช่นนั้นทำให้อวัยวะทุกส่วนภายในร่างก็ได้รับการกระแทกและสั่นสะเทือนจนบาดเจ็บ
ตู้เซ่าฝู่รู้ดีว่าหากการฝึกร่างของเขาไม่ได้ถึงขั้นสองขั้นชำระล้างร่างกายเมื่อสักครู่นี้คงไม่สามารถรับพลังมหาศาลที่พุ่งมาได้
“เจ้าหนูคนนี้แข็งแกร่งจริงๆแต่ตอนนี้ก็เตรียมตัวตายได้แล้ว!”
ชายชราผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณดูออกว่าตู้เซ่าฝู่ใช้พลังออกมาจนเกือบหมดแล้วก็แสยะยิ้มออกมา เขาส่งจิตสังหารแผ่ออกมาพร้อมกับพลังลมปราณไหลเวียนกระโจนเข้าไปทางตู้เซ่าฝู่อีกครั้ง
“โฮก!”
ขณะนั้นเอง กลางเวหาทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามอันน่าขวัญผวาของสิงโต เสียงนี้ทำให้ชายชราขั้นชีพจรประสานวิญญาณคนนั้นสะดุ้งหยุดมือไปชั่วขณะ
บนท้องถนนที่ชุ่มด้วยเลือดและอบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันทุกคนแหงนหน้าขึ้นไปมองตามเสียงก็พบว่ามีสิงโตบินได้ร่างยักษ์เหาะเหินอยู่กลางห้วงนภา
สิงโตยักษ์ตัวนั้นมีขนาดกว่ายี่สิบจั้งเป็นอสูรพยัคฆ์ที่มีปีก พลังบนร่างของมันที่แผ่ออกมาก่อให้เกิดพายุหมุนรอบบริเวณรัศมีร่างมันการเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วดั่งฟ้าแลบไม่ปาน กลิ่นอายของพลังดูดุดันและร้ายกาจ!
“อสูรราชาพยัคฆ์กิเลน!”
ตู้เซ่าฝู่แหงนหน้ามอง ใบหน้าซีดเผือดของเขาเริ่มยิ้มออกได้ในทันที
“อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนของบ้านสกุลตู้ของข้ามาแล้ว!”
เมื่อทุกคนแหงนหน้ามองเห็นอสูรพยัคฆ์ที่ร้ายกาจพลังน่าสยดสยองตัวนี้มาขวัญกำลังใจของบ้านสกุลตู้ก็มา บ้านสกุลเยี่ยและบ้านสกุลไป๋เองก็เริ่มฮึกเหิมกันมากขึ้น
“โฮก!”
สิงโตตัวนี้แผดเสียงคำรามสะเทือนฟ้าจากนั้นก็เริ่มกระโจนเข้าหาเป้าหมาย มันกระพือปีกพุ่งเข้าหาชายชราผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานคนนั้นแววตาอันดุร้ายของสิงโตจับจ้องไปที่เขาและเปี่ยมด้วยความอาฆาต
ชายชราคนนั้นหน้าเสียเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใจอสูรพัยคฆ์จึงตรงเข้ามาโจมตีตนราวกับว่ามันแค้นอาฆาตตนมากเสียด้วย
ชายชราคนนั้นเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่ากลัวของอสูรพยัคฆ์ก็เริ่มตื่นตระหนก รีบกระตุ้นชีพจรลมปราณ ทันใดก็มีอักษรยันต์แผ่ออกมาจากร่างพลังปราณมหาศาลพร้อมกับอักษรยันที่พลุ่งพล่านรวมตัวจนเกิดเป็นรางเง่าของอสูรหมาป่าสีดำยืนขนาบอยู่ด้านหลัง
“กรรซ์!”
ร่างเงาอสูรหมาป่าสีดำแผ่กลิ่นอายคาวอันป่าเถื่อนคุกรุ่นไปทั่วจากนั้นก็พุ่งเข้าไปปะทะอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้า
คลื่นพลังอันน่ากลัวทำให้อากาศบริเวณนั้นเกิดแรงสั่นไหวไปทั่วทุกคนที่เห็นและสัมผัสต่างต้องรู้สึกขนพองสยองเกล้ากันแน่ๆ
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอ้าปากกว้างเผยเขี้ยวร้องขู่คำรามราวกับว่ามันไม่เห็นร่างเงาอสูรหมาป่าตัวนั้นอยู่ในสายตามันกระพือปีกทรงตัวและตวัดกรงเล็บสิงโตใส่อสูรหมาป่าตัวนั้นอย่างไม่ปรานี
บนกรงเล็บของสิงโตตัวนี้มีอักษรยันต์ไหลเวียนอยู่รอบเป็นคลื่น พร้อมกับมีประกายแสงสีทองอ่อนๆ
อสูรพยัคฆ์และอสูรหมาป่าตัวนั้นปะทะกันอย่างแรงพลังโจมตีอันน่ากลัวนี้มีคลื่นอักษรยันต์ปรากฏมาพร้อมกันจากนั้นก็เกิดคลื่นลมแรงสาดซัดไปทั่วทำให้สิ่งปลูกสร้างและต้นไม้ใหญ่สั่นไหวและสั่นสะเทือน
“กรรซ์!”
ร่างเงาของอสูรหมาป่าดำคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดจากนั้นมันก็ถูกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนขย้ำและฉีกร่าง จากนั้นก็ซัดจนชายชราขั้นชีพจรประสานวิญญาณกระเด็นลอยไปไกล
“ขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับ!”
ชายชราขั้นชีพจรประสานวิญญาณตกตะลึง อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวนี้มีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณขั้นสัมผัสพลังลี้ลับแข็งแกร่งกว่าเขาที่เป็นขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานเสียอีก พวกกับอสูรที่มีร่างกายที่แข็งแรงกว่าเขาจึงไม่อาจต่อกรได้
“เสียวหู่เจ้าบรรลุอีกขั้นแล้วเหมือนว่าจะดูเปลี่ยนไปนะ”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้ม อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนหายตัวไปหลายวันพอกลับมาก็พบว่าบรรลุขั้นฌานในขั้นย่อยได้แล้ว
ปีกสองข้างและกรงเล็บของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนในตอนนี้มีอักษรยันต์ที่มีประกายแสงสีทองอ่อนๆ ซึ่งเมื่อก่อนมันไม่มี
หลังจากอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนบรรลุขั้นใหม่แล้วมันแข็งแกร่งน่ากลัวกว่าแต่ก่อนเสียอีก
“นึกไม่ถึงว่านอกจากอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ายังมีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่เพิ่งบรรลุขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับอีกทุกคนร่วมมือกันจัดการมัน สิ่งที่ได้จากตัวมันไว้เอาแบ่งกัน”
ชายชราสองคนรีบพุ่งเข้ามาหาชายชราที่ถูกโจมตีเมื่อสักครู่นี้เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานทั้งสองคนซึ่งต่างเป็นเจ้าเมืองจากจังหวัดหลิวอวิ๋น
ชายชราสองคนนี้จ้องมองอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนดวงตาเป็นประกาย รู้สึกโลภอยากได้มาครอง
ชายชราสามคนนี้มองหน้ากัน อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนขั้นชีพจรประสานวิญญาณที่เพิ่งจะบรรลุระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับพวกเขาสามคนร่วมมือกันยังพอมีโอกาสเอาชนะได้อยู่
“เสียวหู่ฆ่าพวกมัน!”
ตู้เซ่าฝู่ที่เห็นคนเมืองสือเฉิงล้มตายบาดเจ็บไปจำนวนมากแววตาจึงเปี่ยมไปด้วยความแค้น จึงตะโกนออกไปอย่างอาฆาต
มีเพียงกำจัดยอดฝีมือระดับแนวหน้าพวกนั้นไปได้ก่อนจึงมีโอกาสรักษาเมืองสือเฉิงไว้ได้
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามขานรับจากนั้นกระโจนเข้าไปหาชายชราขั้นชีพจรประสานวิญญาณทั้งสามคน มันไม่รู้สึกเกรงกลัวชายชราขั้นชีพจรประสานวิญญาณขั้นสร้างรากฐานสามคนที่ร่วมมือกันเลยแม้แต่น้อย
“ซูมๆๆ!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเริ่มกระพือปีกแรงเกิดคลื่นพายุหมุน และขู่คำรามแผ่พลังอำนาจกดดันศัตรูอย่างน่าสะพรึงกลัว!
“ร่วมมือกันโจมตี จัดการอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวนี้”
เมื่อชายชราทั้งสามเห็นอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกระโจนเข้าหาก็ตะโกนส่งสัญญาณโจมตี พลังปราณพุ่งขึ้นมาพร้อมกับอักษรยันต์จำนวนมาก พวกเขารีบกระตุ้นชีพจรลมปราณเรียกวิญญาณติดชีพจรออกมา
“แกว่ก!”
จากนั้นพลังและอักษรยันต์รวบรวมอัดแน่นกลายเป็นร่างเงาของอสูรเกล็ดอำพันทั้งตัวมันมีเกล็ดแข็งสีเหลืองทั้งตัวราวกับว่าเป็นร่างหุ้มชุดเกราะสีสะท้อนจ้ามาก มันร้องแกว่กๆ ดั่งวิหค ทว่าดุดันดั่งฟ้าคำรามเมื่อรวมร่างเรียบร้อยแล้วมันก็กระโจนพุ่งเข้าหาอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน
“โฮก!”
ชายชราอีกคนก็ลงมือพร้อมกันพลังปราณพลุ่งพล่านออกมาคู่กับอักษรยันต์ เขากระตุ้นชีพจรลมปราณพลังปราณอัดแน่นกลายเป็นร่างเงาของอสูรรูปร่างแปลกประหลาด หมาป่าก็ไม่ใช่สุนัขก็ไม่ปาน ทว่าลมปราณที่แผ่ออกมาแข็งแกร่งมาก
“ตึงโครม!”
ทันใดนั้น อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนก็เข้าไปตะลุมบอนกับชายชราผู้มีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณขั้นสร้างรากฐานทั้งสามคนพลังอันดุดันแข็งแกร่งแผ่กระจายโดยรอบเกิดคลื่นพลังและคลื่นลมพุ่งไปมาบดบังทิวทัศน์ทำให้มองภาพเหตุการณ์ไม่ชัด
พลังอันร้ายกาจปะทะกัน ทำให้เกิดคลื่นลมกระทบชั้นบรรยากาศจนบิดเบี้ยว
“ฆ่า!”
“ชำระล้างเมืองสือเฉิงด้วยโลหิต!”
ภายในเมืองสือเฉิงทั้งสองฝ่ายต่อสู้ฆ่าฟันกันอย่างดุเดือด สู้กันอย่างหน้าดำหน้าแดงพร้อมมีเสียงตะโกนขู่และเรียกขวัญกำลังใจอยู่เนืองๆ คนในเมืองสือเฉิงต่อสู้ทุ่มสุดตัวเงาของชาวบ้านจำนวนมากที่ไม่ยอมแพ้กรูกันออกมาขัดขวางทหารจากกองทัพใหญ่จังหวัดหลิวอวิ๋น
“ปึงๆๆ!”
ภายในเมืองสือเฉิงมีเสียงของพลังปะทะกันมีทั้งเสียงอาวุธชนอาวุธ หมัดชนหมัดเห็นแสงสีปราณหลากสีปกคลุมอยู่ทั่วเมืองราวกับดอกไม้ไฟดูน่าตระการตามาก
ทว่าภายในแสงสีที่สวยงามตระการตาเบื้องหลังที่แท้จริงคือการฆ่าล้างอย่างไร้ความปรานี
คนของสุดยอดสามสกุลและชาวเมืองสือเฉิงสุดท้ายแล้วก็ไม่อาจต้านทานกองทัพใหญ่ของจังหวัดหลิวอวิ๋นได้ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภามิอาจเทียบชั้นกับผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวได้สุดท้ายแล้วก็ต้องถูกปลิดชีพอยู่ดี
ถนนหนทางในเมืองขณะนี้สภาพเป็นดั่งสายธารโลหิตแล้ว!
“พี่ชิงฉุนมีวิธีใดพอจะช่วยข้าได้หรือไม่?”
ตู้เซ่าฝู่หยิบเจดีย์เล็กจากเสื้อออกมาถามใบหน้าซีดเผือดของเขามีโลหิตเปราะเปื้อน
เมื่อต้องเห็นคนของบ้านสกุลตู้ต้องมาล้มตายเช่นนี้ด้วยความที่มีสายเลือดเดียวกัน ตู้เซ่าฝู่ยิ่งรู้สึกปวดร้าวกว่าคนนอกคนอื่นๆ
เขาโตมาที่เมืองสือเฉิง เมื่อเห็นเมืองสือเฉิงจมอยู่ในสายธารโลหิตเห็นคนของเมืองสือเฉิงค่อยๆ ล้มตายไปเรื่อยๆมิหนำซ้ำมีหลายคนเป็นคนที่เขามักจะพบเจอในท้องถนนบ่อยๆ จึงทำให้ตู้เซ่าฝู่เจ็บจี๊ดไปถึงกระดองใจเขาอยากกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่านี้ เพื่อจะได้ช่วยปลุกเมืองสือเฉิงออกจากฝันร้ายครั้งนี้
“ข้าเป็นเพียงจิตวิญญาณ และยังอ่อนแอมากจะช่วยเจ้าได้อย่างไร? หากเป็นสมัยก่อน แค่มดปลวกพวกนี้ข้าแค่จามใส่พวกมันก็ตายหมดแล้ว” เสียงของเจินชิงฉุนดังออกมาจากเจดีย์เล็กเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอก เขาก็แอบสังเกตอยู่ในเจดีย์เล็กอยู่
“อย่าพูดถึงอดีตพูดถึงปัจจุบันสิ เจ้ามีวิธีอะไรหรือไม่?” ตู้เซ่าฝู่เร่งเร้ารีบถามทุกวินาทีมีค่ามาก แค่หนึ่งวินาทีก็มีคนของเมืองสือเฉิงล้มตายหลายคน
“ปึง!”
ตู้เจิ้นอู่ที่ถูกผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสมบูรณ์รุมโจมตีถึงสามคนในที่สุดเขาก็ต้านทานไม่ไหว ถูกโจมตีจนกระเด็นถอยหลัง โลหิตไหลออกจากมุมปาก
“ที่จริงก็ไม่มีโอกาสอะไรหรอกแต่ตอนนี้อย่างน้อยเจ้าก็เป็นนักเวทยันต์สามดาวแล้ว ก็พอมีโอกาสบ้างทว่าวิธีนี้ไม่ว่าสำหรับเจ้าหรือกับข้า สุดท้ายจะมีผลเสียที่ตามมา
สภาพร่างกายของเจ้าในตอนนี้ทำไปก็ไม่ได้มีผลกระทบมากแต่หากข้าช่วยเจ้าครั้งหนึ่งเกรงว่าที่พอฟื้นฟูได้บ้างเล็กน้อยจะต้องกลับไปสภาพเดิมเป็นไปได้ว่าอาจทำให้ไม่มีโอกาสฟื้นกลับสภาพเดิมได้อีกเลย” เจินชิงฉุนบอกกับตู้เซ่าฝู่
“ปึงๆ!”
ผ่านไปเพียงแป๊บเดียว ตู้เซ่าฝู่ก็เห็นว่าลุงใหญ่ตู้เจิ้นอู่ถูกคนรุมโจมตีจนกระเด็นโลหิตพุ่งออกทางปาก อยู่ในสถานการณ์อันตรายหน้าสิ่วหน้าขวานมาก
“พี่ชิงฉุนได้โปรดช่วยข้าครั้งนี้เถิด ผ่านจากเรื่องวันนี้ไปแล้วข้าจะพยายามช่วยพี่ฟื้นฟูอย่างสุดความสามารถ จะชดใช้คืนกลับเป็นเท่าตัว”
ตู้เซ่าฝู่รู้สึกกังวลใจ เครียดจนตาแดงก่ำแสดงสีหน้าท่าทางขอร้องอย่างจริงใจมองไปทางเจดีย์เล็ก
“หากไม่รับปากเจ้าคิดว่าเจ้าคงเกลียดข้าไปทั้งชีวิต ช่วยไม่ได้นี่ก็สาบานเป็นพี่น้องกับเจ้าไปแล้วตกหลุมพรางเจ้าเล่ห์ของเจ้าไปแล้ว ต่อไปจำไว้ว่าแสดงท่าทางเคารพข้าที่เป็นพี่ใหญ่หน่อย”
เจินชิงฉุนที่อยู่ด้านในเจดีย์กล่าวว่า“เจ้าปล่อยจิตสบายๆ ข้าจะส่งพลังจิตวิญญาณของข้าเข้าสู่สมองของเจ้ายืมร่างของเจ้าในการลงมือ ข้าไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ไม่รู้ว่าฝีมือจะด้านไปแค่ไหน” ……
“หึๆ ไปตายซะ!”
บุรุษวัยกลางร่างยักษ์ท่าทางพลิ้วไหวที่เป็นหนึ่งในคนที่รุมโจมตีตู้เจิ้นอู่เขาร่ายพลังฝ่ามือ รอบกายมีอักษรยันต์ไหลเวียนจากนั้นพลังปราณของเขาก็กลายเป็นหอกยาว เขาเหวี่ยงมันไปทางตู้เจิ้นอู่
ตู้เจิ้นอู่ถูกรุมโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสแล้วขณะนี้ไร้เรี่ยวแรงและพลังใดๆ ในการตั้งรับ สีหน้าของเขากลายเป็นสิ้นหวัง
“เขาคงไม่ตายแล้วล่ะ!” …………