เอี้ยเสวียนที่ยืนอยู่ห่างออกไปรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากจอมปีศาจตนนั้นพลังที่เขารู้สึกได้นั้นเหนือกว่าสิ่งที่เขาเคยเจอมาทั้งชีวิตมันไม่ใช่เพียงแค่พลังในการต่อสู้ แต่เป็นพลังแห่งความชั่วร้ายล้วนๆที่จะทำลายทุกสิ่งที่สัมผัสได้
"อะไรจะตายยากตายเย็นขนาดนี้?จะตายแล้วยังเรียกปีศาจออกมาใช้งานอีก ข้าละนับถือเจ้าจริงๆหลิงซู่"เอี้ยเสวียนบ่นเบาๆ พลางจับอาวุธที่เหลืออยู่ให้แน่นแม้จะรู้ว่าโอกาสในการต่อสู้กับปีศาจระดับนี้เป็นไปได้ยาก แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้
จอมปีศาจเฉิ่นหวังเหวินหันมามองเอี้ยเสวียนด้วยดวงตาสีดำสนิทปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมเบิกออกเป็นรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัว
"เจ้ามีกลิ่นอายที่คุ้นเคยกลิ่นอายที่ข้ารังเกียจ?" เสียงของจอมปีศาจดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง"ข้าจะให้เจ้าตายอย่างทรมานที่สุดเป็นคนแรก!"
ดวงตาคู่ใหญ่ของจอมปีศาจเฉิ่นหวังเหวินส่องแสงสีแดงเข้มขึ้นปากเบิกออกเผยให้เห็นเขี้ยวที่แหลมคมราวกับดาบและมีพลังงานสีแดงเริ่มรวมตัวกันที่ปลายเขี้ยว
เอี้ยเสวียนรู้ว่าการต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้งเขารวบรวมพลังกายและพลังใจที่เหลืออยู่เพื่อเตรียมรับการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในตอนนี้การต่อสู้ที่จะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของเมืองเติ่งเซิ่งและผู้คนนับแสนชีวิต
เสียงคำรามของจอมปีศาจเฉิ่นหวังเหวินดังก้องสะท้านไปทั่วเมืองเติ่งเซิ่งราวกับฟ้าผ่าที่ไม่มีวันจบสิ้นแรงสั่นสะเทือนจากเสียงนั้นทำให้กระจกหน้าต่างแตกร้าวเป็นเสี่ยง ๆหลังคาบ้านเรือนสั่นไหวอย่างน่าหวาดกลัว เด็กเล็กหลายคนเป็นลมด้วยความตกใจคนแก่หลายคนล้มลงด้วยโรคหัวใจ สัตว์เลี้ยงต่างวิ่งหนีไปซ่อนตัวใต้ดินไม่มีใครในเมืองเติ่งเซิ่งที่ไม่รู้สึกถึงพลังแห่งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เอี้ยเสวียนยืนอยู่ที่ขอบหลุมลึกใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยคราบเลือดและบาดแผลดวงตาใต้หน้ากากยังคงลุกโชนด้วยแสงแห่งความหวังแม้จะรู้ว่าศัตรูเบื้องหน้าคือจอมปีศาจที่ไม่เคยมีใครในยุคนี้ได้เห็นกับตาแต่เขาก็ยังไม่ยอมถอย
เสียงหัวเราะของเฉิ่นหวังเหวินดังสะท้อนออกมาจากร่างยักษ์ที่สูงเท่าตึกสามชั้นผิวหนังสีแดงฉานราวกับเพลิงโลกันตร์ ปีกค้างคาวขนาดมหึมากางออกบดบังท้องฟ้าดวงตาสีดำสนิทไร้แววเหมือนหลุมดำที่กลืนกินแสงสว่างทั้งหมดเขี้ยวแหลมคมยื่นออกมาจากปากที่บิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มอำมหิตทุกครั้งที่มันขยับกรงเล็บ เล็บแต่ละเล็บยาวเท่าคนหนึ่งคนแวววาวด้วยแสงสีแดงเข้มและมีเลือดหยดลงมาไม่หยุด
"มนุษย์น้อย...เจ้ากล้าท้าทายข้าในร่างนี้หรือ?" เสียงของเฉิ่นหวังเหวินดังก้องราวกับเสียงฟ้าร้อง"ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าความสิ้นหวังคืออะไร!"
เอี้ยเสวียนสูดลมหายใจลึก แม้หัวใจจะเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวแต่เขายังคงยืนหยัด "ข้ากลัวเจ้าก็จริง...แต่ข้าไม่เคยคิดจะยอมแพ้!"
เจ้าเมืองหลิวและผู้อาวุโสเมิ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เอี้ยเสวียนใบหน้าทั้งสองเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่ก็ยังพยายามควบคุมสติเจ้าเมืองหลิวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "นี่มัน...ข้าฝันไปใช่มั้ยมีปีศาจจริงๆ หรือ?"
ผู้อาวุโสเมิ่งพยายามยิ้มกลบเกลื่อนความกลัว "ท่านไม่ได้ฝันไปแต่ข้าอยากให้ท่านกำลังฝันอยู่จริงๆ! ข้าเคยเห็นปีศาจในตำรามามาก แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้...หรือมีไอสังหารรุนแรงขนาดนี้มาก่อนขนาดนี้"
เอี้ยเสวียนหัวเราะเบา ๆ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง"ถ้าเรารอดไปได้ ข้าจะเขียนตำราใหม่ให้เอง...ชื่อว่า 'ปีศาจในชีวิตจริง'"
เสียงของเอี้ยเสวียนทำให้บรรยากาศตึงเครียดคลายลงไปเล็กน้อยทุกคนที่ได้ยินต่างรู้สึกถึงความหวังเล็ก ๆ ที่ยังคงเหลืออยู่
“เปิดค่ายกล” เอี้ยเสวียนกล่าวเสียงเรียบ ในขณะที่เจ้าเมืองหลิวและผู้อาวุโสเมิ่งรวมถึงบรรดาประมุขของห้าตระกูลใหญ่ที่ต่างประจำในจุดที่เป็นตาค่ายกลต่างส่งพลังเข้าไปในค่ายกลนี่คือค่ายกล“เจ็ดดาวพิฆาต” ค่ายกลที่ใช้พลังของคนเจ็ดคนมาเสริมให้เกิดการโจมตีที่เทียบเท่ากับพลังของผู้ฝึกปราณขั้นเทวะในตำนาน
เส้นแสงสีทองพวยพุ่งจากพื้นดินขึ้นสู่ฟ้ารูปดาวทั้งเจ็ดลอยหมุนวนกลางอากาศก่อนจะเปลี่ยนเป็นเส้นพลังสานกันเป็นใยพลังอันแน่นหนาล้อมจอมปีศาจไว้ราวกับใยแมงมุมของเทพ
เฉิ่นหวังเหวินหรี่ตาสีหน้าผิดจากความเหยียดหยามกลายเป็นความระแวดระวัง "โอ? ยังพอมีแรงที่จะต่อสู้ดีมากๆข้าไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมาเสียนานถ้าพวกเจ้าตายเร็วไปข้าก็คงหมดสนุก"มันยิ้มเยาะ แต่ยังไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยประมาท
“สนุก?ใครเขาจะไปเล่นด้วยตัวขนาดนี้นี่มันผู้ใหญ่รังแกเด็กชัดๆ”จ้าวเมืองหลิวบ่นในใจ
เอี้ยเสวียนสบตากับทุกคน เขาตะโกนเสียงก้อง "ทุกท่าน! ประจำตำแหน่งต้ากว่าง, เทียนกวน, เทียนจี่, เทียนควน, หยี่เหิง, ไข่วิน, เหย่าเกิงเมื่อพร้อมแล้วให้เชื่อมต่อเข้ากับยันต์ที่กำหนดไว้แล้วปล่อยพลังออกมา! เราจะให้เจ้าปีศาจนี่ออกนอกค่ายกลไม่ได้!"
เฉิ่นหวังเหวินแผ่ปีกออก พุ่งใส่ค่ายกลพลังมืดของมันซัดกระแทกแนวป้องกัน ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนคล้ายกับโลกจะถล่มเส้นพลังสั่นไหว แต่ยังไม่ขาด
"แค่หมัดเดียว... ข้าเพิ่งอุ่นเครื่อง!"มันคำราม
เจ้าเมืองหลิวหน้าเสีย "ถ้าขนาดนี้ยังแค่อุ่นเครื่อง เอาจริงคงถล่มเขตเมืองแน่...!"
เอี้ยเสวียนก้าวไปข้างหน้า ชูมือขวาออกมา เปรี๊ยะ!ปลายนิ้วของเขาระเบิดเป็นแสงขาวพลัน ก่อนที่ยันต์นับสิบจะลอยออกมาหมุนรอบตัวเขาเหมือนฝูงผึ้งทอง
"ค่ายกลเจ็ดดาวพิฆาต! ตำแหน่งต้ากว่างขยับไปที่ไช่วิน!"
“ตำแหน่ง หยี่เหิง ไปที่ เหยาเกิง”
“เทียนกวน, เทียนจี่, เทียนควน สลับเป็น ไตรลักษณ์”
“เจ็ดดาวพิฆาต!ทำลาย”
เอี้ยเสวียนชี้นิ้วไปที่ตำแหน่งดวงดาวแต่ละแห่งที่อยู่บนฟ้าก่อนที่บรรดาผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ประจำตำแหน่งไม่ต้องเคลื่อนไหวใดๆคอยส่งพลังสนับสนุนเท่านั้น
“บึ้ม!เกิดสายฟ้าสีทองจำนวนเจ็ดสายพุ่งเข้าใส่ร่งใหญ่มหึมาของจอมปีศาจทำให้มันคำรามอย่างไม่พอใจ
"มนุษย์! เจ้าคิดว่าสายฟ้าแค่นี้จะทำอะไรได้หรือ?แค่แก้คันให้ข้ายังไม่ได้เลย?”เฉิ่นหวังเหวินคำรามสนั่น
เอี้ยเสวียนยิ้ม "ถ้าแค่นั้นยังไม่พอ? งั้นเอาไปเพิ่มแล้วกัน”
“เจ็ดดาวเคลื่อนที่ อสนีพิฆาต”
“เจ็ดดาวสังหาร มหาอสนีสังหาร”
เอี้ยเสวียนขยับค่ายกลแล้วส่งพลังทำลายออกมาอย่างไม่หยุดยั้งด้วยเอี้ยเสวียนรู้ดีว่าบรรดาประมุขทั้งห้าตระกูลเจ้าเมืองหลิวและผู้อาวุโสเมิ่งอาจจะไม่สามารถทนได้นานเนื่องจากค่ายกลเจ็ดดาวพิฆาตกินพลังของพวกเขาไปมหาศาล
หลังเสียงของสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างไม่หยุดสงบลงพลังของค่ายกลเจ็ดดาวลดลงมหาศาล เนื่องจากบรรดาผู้อยู่ในค่ายกลใช้พลังภายในร่างกายเพื่อขับเคลื่อนต่ายกลออกไปจนทุกคนแทบจะหมดแรง
หลังจากแสงสว่างจ้าจากบรรดาสายฟ้าสีทองหายไป ร่างของจอมปีศาจเฉิ่นหวังเหวินปรากฏออกมาในขณะนี้ร่างกายขนาดมหึมาของมันปรากฎร่องรอยของบาดแผลที่เกิดจากการระเบิดของสายฟ้าจำนวนมากกลิ่นอายพลังปีศาจลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่มันยังไม่ตาย
“พวกมดปลวกอย่างเจ้าบังอาจทำร้ายข้าขนาดนี้ตายซะเถอะ!” มันคำรามพร้อมส่งเสียงออกมาด้วยความเคียดแค้นแต่ยังไม่ทันได้ขยับไปใหน ก็มีเงาฝ่ามือขนาดใหญ่ลดต่ำลงมาจากฟากฟ้าพร้อมพลังทำลายที่ไม่สิ้นสุด “เฮ้ย ข้ายังพูดไม่จบเลยมายังไงอีกนี่”มันร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง
พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น " หนึ่งดัชนีทลายขุนเขา,สองดัชนีแยกวารี ,สามดัชนีปั่นเมฆา, สี่ดัชนีสะท้านฟ้า และ ห้าดัชนีผสานโลกา
“ฝ่ามือเทวราช!"
เสียงคำรามดังก้องพลังที่ระเบิดออกจากฝ่ามือเหมือนหัตถ์ของเทพเจ้ากระแทกร่างของเฉิ่นหวังเหวินจนจมลงไปในพื้นธรณี
หลังจากนั้นความเงียบสงบก็ปกคลุมบริเวณที่เกิดการต่อสู้ก่อนที่ประมุขตระกูลจ้าวจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่หมดพลัง “มันตายแล้วใช่มั้ย”
ประมุขตระกูลเหลียงที่นั่งหมดแรงกล่าวว่า” ขอให้มันตายแล้วเถอะ?ข้าไม่มีพลังเหลือแล้ว”
ก่อนที่พื้นดินจะสั่นไหวร่างมหึมาของจอมปีศาจกำลังขยับอย่างช้าๆตอนนี้ร่างกายของมันดเต็มไปด้วยรอยทำลายล้างปีกขนาดใหญ่ด้านหลังมันหักเขาทั้งคู่หักออกมาไอปีศาจที่รั่วไหลออกจากร่างกายเห็นเป็นเส้นสายสีแดงลอยออกมาจากร่างของมันอย่างเห็นได้ชัด
“มันยังไม่ตาย! ตายยากตายเย็นอะไรขนาดนี้?คนอื่นโดนขนาดนี้กลับไปเกิดใหม่ร้อยกว่ารอบแล้วมั้ง”เจ้าเมืองหลิวพูดขึ้นมาอย่างหมดหวัง
จอมปีศาจเฉิ่นหวังเหวินเงยหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ออกมาก่อนที่จะขยับร่างกายที่บาดเจ็บค่อยๆเข้ามาใกล้ผู้อาวุโสเมิ่งที่นอนสลบอยู่เนื่องจากพลังในร่างกายที่ถูกใช้ออกไปจนหมด
มันค่อยๆยกมือขึ้นพร้อมทั้งเล็บที่ยาวเหยียดที่ดูเหมือนเข็มขนาดยักษ์ค่อยๆจิ้มลงไปที่ร่างของผู้อาวุโสเมิ่งก่อนที่เล็บนั้นจะทะลวงไปที่ร่างก็ปรากฎเงาสีดำพุ่งเข้ามาพร้อมกับผลักร่างของผู้อาวุโสเมิ่งให้หลบพ้นไปได้อย่างหวุดหวิดเป็นเอี้ยเสวียนที่ใช้ท่าเท้าจตุลักษณ์ด้วยพลังเฮือกสุดท้ายออกมา
“เจ้าต้องตาย!เจ้ามดปลวกตัวน้อยหลังจากฆ่าเจ้าแล้วข้าจะละเลงเลือดเมืองนี้ทั้งหมดให้พวกชาวเมืองเป็นเครื่องสังเวย”เฉิ่นหวังเหวิน คำรามเสียงต่ำก่อนที่จะเอื้อมมืออกมาจับเอี้ยเสวียนขึ้นมาตรงหน้า
“คุณชายเอี้ย!”เสียงจากบรรดาเจ้าเมืองดังขึ้นเมื่อเห็นเอี้ยเสวียนถูกปีศาจจับขึ้นไปบนฟ้า
“มีอะไรจะพูดก่อนที่ข้าจะดูดวิญญาณของเจ้ามาเป็นบรรณาการชิ้นแรกในการปรากฏตัวของข้ามั้ย?”
“มี!ปากของเจ้าเหม็นมาก” เอี้ยเสวียนกล่าวออกมาด้วยเสียงอันอ่อนล้าก่อนที่จะยกมือขวาขึ้นมาทำมุทราแล้วชี้ไปที่หน้าผากตัวเองบริเวณหว่างคิ้วด้านหน้าก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า “เจ้าว่าเจ้ารังเกียจกลิ่นอายที่คุ้นเคยจากตัวข้าอย่างนั้นข้าว่าน่าจะเชิญพวกนั้นมาหาเจ้านะ”
กล่าวจบเอี้ยเสวียนก็นำนิ้วชี้และนิ้วกลางแตะไปที่หน้าผากทันใดนั้นเอง นัยน์ตาข้างขวาก็ปรากฏเครื่องหมายไท่จี๋(สัญลักษณ์รูปลูกอ็อดสีขาวดำ) ส่วนนัยน์ตาข้างซ้ายก็ปรากฏสัญลักษณ์ รูปธรรมจักรทันที่สัญลักษณ์ทั้งสอง ปรากฎขึ้นมันก็หมุนเร็วขึ้นด้านหลังของเอี้ยเสวียนก็ปรากฏเงาร่างสองร่างขึ้นมาร่างหนึ่งมีลักษณะคล้ายสิงโตมีเขา 2 ข้างและมีเคราเหมือนแพะ “ไป๋เจ๋อ”อีกร่างมีลักษณะร่างคล้ายมังกรยาวเหยียด เขามังกรคู่ยาวทอดยาวไปด้านหลังและดวงตาสองข้างที่ส่องประกายเจิดจ้า ข้างหนึ่งเป็นสีทองราวกับดวงอาทิตย์อีกข้างหนึ่งสีเงินราวกับดวงจันทร์ “จูหลง”
ทันทีที่ เงาร่างแปลงของสัตว์เทพทั้งสองปรากฏออกมาก็ทำให้เกิดแรงกดดันมหาศาลต่อจอมปีศาจ เฉิ่นหวังเหวินมันมองไปที่เงาร่างมหึมาด้านหลังของเอี้ยเสวียนด้วยความหวาดกลัวก่อนที่จะได้ยินเสียงคำรามสนั่นพร้อมทั้ง เสียงที่ดังเหมือนออกมาจากสรวงสวรรค์
“บังอาจนัก ปีศาจตนใด?ที่กล้าออกมาจากขุมนรกมาอาละวาดในโลกมนุษย์จงกลับไปยังที่เจ้าสมควรอยู่”
ทันใดนั้นบนพื้นดินปรากฏรอยแยกออกมาตรงที่จอมปีศาจยืนอยู่ก่อนที่จะปรากฏแรงดึงดูดมหาศาลที่ออกมาจากใต้ดินแรงดึงดูดนั้นค่อยๆทำให้ร่างขนาดมหึมาของจอมปีศาจค่อยๆสลายไปจนหมด
เฉิ่นหวังเหวินคำราม ดิ้นพล่าน แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการสูญสลายของร่างกายได้
"ไม่! ข้าไม่ยอม!ข้าจะกลับมาอีก!"
เสียงของเฉิ่นหวังเหวินค่อย ๆเลือนหายไปพร้อมกับร่างกายของมันที่แตกสลายกลายเป็นละอองสีดำละอองเหล่านั้นถูกดูดกลับเข้าไปในหลุมลึกกลางเมือง ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ในขณะเดียวกัน ร่างของ จูหลงและไป๋เจ๋อ ก็ค่อยๆหายไป
เมื่อปีศาจหายไป ความเงียบงันก็เข้ามาแทนที่เสียงร้องไห้และเสียงตะโกนของผู้คนเริ่มดังขึ้นอีกครั้งทหารและมือปราบต่างรีบเข้าไปช่วยเหลือผู้คนที่บาดเจ็บและติดอยู่ในซากปรักหักพัง
เอี้ยเสวียนทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจแรง เหงื่อและเลือดไหลอาบใบหน้า ร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือดนอนหมดแรงอยู่ที่พื้นเข้าไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขยับนิ้วด้วยซ้ำ
เจ้าเมืองหลิวเดินเข้ามาหาเอี้ยเสวียน ยื่นมือมาช่วยพยุง"เจ้าทำได้ดีมาก...เจ้าช่วยเมืองนี้ไว้"
ผู้อาวุโสเมิ่งยิ้มบาง ๆ"ข้าไม่คิดว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นอีกครั้ง...แต่เจ้าทำให้มันเป็นจริง"
เอี้ยเสวียนหัวเราะเบา ๆ"ข้ายังไม่ตาย...แปลว่าข้ายังต้องเขียนตำรา 'ปีศาจในชีวิตจริง' ต่อสินะ"
ทุกคนที่ได้ยินต่างหัวเราะออกมา แม้จะเหนื่อยล้าและบาดเจ็บแต่ความหวังได้กลับคืนสู่เมืองเติ่งเซิ่งอีกครั้ง
เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องลงมาบนเมืองเติ่งเซิ่งเมฆสีแดงเลือดที่เคยปกคลุมท้องฟ้าก็จางหายไปเหลือเพียงท้องฟ้าสีฟ้าใสและแสงแดดอ่อน ๆ ที่อบอุ่น
เอี้ยเสวียนยืนอยู่บนซากปรักหักพังมองดูผู้คนที่รอดชีวิตกำลังช่วยกันฟื้นฟูเมืองดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น
"ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่ยอมแพ้...ปีศาจใดก็ไม่อาจทำลายเราได้"
เสียงของเขาดังก้องในใจของทุกคน เมืองเติ่งเซิ่งอาจจะบาดเจ็บแต่หัวใจของผู้คนยังคงเข้มแข็ง