พรรณธรแผดเสียงดังลั่นมือเล็กกำหมัดไว้แน่น ใบหน้านวลแต้มสีแดงระเรื่อ ดวงตาวาวจ้ามองคมน์อย่าง้าบอกให้รู้ว่าเธอกำลังระงับโทสะเพราะกลัวจะอาละวาดก่อนที่จะได้พูดคุยเื่สำคัญ
ถ้าไม่ใช่เพราะตฤณแนะนำให้มาคุยเพื่อตกลงกันก่อนขอให้ชายหนุ่มยกเลิกการแต่งงานในครั้งนี้ละก็เธอไม่มาหาอีตาคมน์มีดคมหอกคมดาบนี่ให้มันเสียศักดิ์ศรีหรอก
ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ซื่อบื้อจนอยากจะยันด้วยบาทาให้สักทีสองที เอาให้ปากแตก กินน้ำพริกไม่ได้ไปสักสามวันก็รู้อยู่ เธอไม่รัก ไม่อยากแต่งงานด้วย แต่ยังเสือกรับปากคุณย่าไป
แม้ตอนแรกจะแอบคิดว่าชายหนุ่มอาจเป็เก้งกวางแต่พอได้มาเห็นแบบนี้แล้วก็เลิกคิดถึงเื่นั้นไปได้เลยเพราะอีกตาคมน์มีดนี่เป็ชายทั้งแท่งแน่ๆดูจากสายตาที่มองมาอย่างกับจะกลืนกินเธอไว้ในอกนั่นแหละ
“ไอ้คุณพี่คมน์...พูดให้มันดีๆนะ ถ้ายังไม่อยากถูกต้นหลิวโกรธและเกลียดมากไปกว่านี้” พรรณธรแหวเสียงดัง เมื่อถูกคมน์ก่อกวนจนโทสะที่พยายามระงับไว้พุ่งขึ้นเหมือนปรอทที่ได้รับความร้อน
“หือ...เรียกทำไมเสียงดังนักละต้นหลิวจ๋าพี่ไม่ได้อยู่ไกลนะ แล้วหูก็ไม่ได้หนวกสักหน่อย” คมน์ตอบกลับอย่างเล่นลิ้น
คิ้วหนาเป็ปื้นเลิกขึ้นสูงในดวงตามีคำถาม ใบหน้าคมแย้มยิ้มพรายแต้มไปทั่วใบหน้า ถึงแม้จะนั่งอยู่ไกลๆแต่ไอโกรธจากร่างน้อยกลับแผ่มาถึง
ตอนแรกพรรณธรอาจไม่ชอบที่จะต้องแต่งงานกับเขาแต่อยู่กันไปความรู้สึกที่มีอาจจะเปลี่ยนแปลงกันได้ แต่เขาคงจะต้องพยายามหนักมาเพราะดูท่าหญิงสาวจะดื้อรั้นไม่ใช่น้อย
“หยุดพูดแบบนั้นนะไอ้พี่คมน์บ้า!” หญิงสาวยกมือขึ้นชี้หน้าชายหนุ่ม ดวงตาวาวจ้า
“ห้ามทำหน้ายิ้มๆแบบนั้นด้วย” หญิงสาวยังคงหาเื่ เพราะเริ่มจะระงับโทสะเอาไว้ไม่อยู่แล้ว
“อ้าว...”คมน์ยังคงทำหน้ายิ้มระรื่น ดวงตาพราวระยับยามกับท่าทางเหมือนเด็กๆ ของพรรณธร
อืม...ชายหนุ่มลูบไล้ปลายคางตอนนี้เขาอายุสามสิบปี ห่างจากพรรณธรหกปี ขณะที่หญิงสาวอายุยี่สิบสี่ถึงจะเป็ผู้ใหญ่ แต่ยังมีนิสัยแบบเด็กๆ อยู่
“ถ้าไม่ให้พี่ยิ้มแล้วจะให้ทำหน้าบึ้งใส่เหรอ เดี๋ยวต้นหลิวก็ว่าพี่หน้าตาไม่รับแขกอีกนะสิ”
“ต้นหลิวก็ไม่ได้อยากมาเป็แขกบ้านพี่คมน์หรอกนะถ้าไม่ใช่เพราะอยากมาคุยเื่แต่งงานบ้าบอคอแตกนั่นคิดหรือว่าต้นหลิวจะเดินทางข้ามจังหวัดมานะ” หญิงสาวพยายามระงับโทสะด้วยการสูดลมหายใจเข้าและออกแรงๆถ้าของขึ้นตลอดเวลาที่ถูกยั่วให้โกรธ วันนี้ทั้งวันคงจะไม่ได้คุยให้รู้เื่หรอกเพราะมัวแต่ทะเลาะกันจนจะฆ่ากันตายไปข้างหนึ่ง
“อ้าว...งั้นพี่ก็คิดผิดนะสิคิดว่าต้นหลิวคิดถึง เลยแวะมาเยี่ยมเยียนตามประสาคนสนิทและคุ้นเคยกันและกำลังจะกลายเป็...”
“กรี๊ด! หยุดเลยนะไอ้พี่คมน์บ้า หยุดพูดเื่บ้านั่นเสียที ต้นหลิวไม่อยากฟัง” พรรณธรยกมือปิดหูโทสะพุ่งขึ้นราวกับปรอทแตกจนลืมคิดหน้าคิดหลัง เธอคว้านิตยสารเล่มใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะเขวี้ยงใส่คมน์ทันควัน
คมน์ส่ายศีรษะอย่างระอิดระอาใจในดวงตาคมมีประกายไฟผุดขึ้นมาชั่วแวบหนึ่งก่อนจะจากหายไปดูเหมือนว่าเวลาที่ผ่านพ้นไปจะดึงเอาความน่ารักออกไปจากเด็กหญิงตัวน้อยเสียหมดถ้าจะให้พรรณธรกลับกลายมาเป็น้องสาวที่น่ารักคนเดิมคงต้องใช้เวลา แต่ก็เอาเถอะ เพื่อผู้มีพระคุณเขาจะต้องทำให้ได้!
รอยยิ้มตรงมุมปากคมน์“ถ้าไม่ให้คิดแบบนั้น แล้วจะให้พี่คิดยังไงละ ในเมื่อร้อยวันพันปี พี่ไม่เคยเห็นเราแวะมาเยี่ยมพี่และครอบครัวเลยนี่น่า”ชายหนุ่มกระเซ้าเหย้าแหย่พรรณธร ยิ่งห้ามก็เหมือยุให้เขาอยากที่จะแกล้งมากขึ้น
ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ไปหยิบหนังสือที่ถูกเขวี้ยงออกมาแต่ไม่ถึงตัวเขากลับไปวางไว้ที่เดินก่อนเดินไปหยิบน้ำจากตู้เย็นใบเล็กซึ่งวางแอบไว้เป็สัดส่วน เพราะแม่ห่วงเวลาที่เขาทำงานดึกแล้วจะหิวเลยแบ่งมุมหนึ่งของห้องทำงานให้เป็ห้องครัว เพื่อที่เขาจะได้หาอะไรรองท้องยามหิว
“ไอ้คุณพี่คมน์บ้าอย่ามาหาเื่กันนะ พี่ก็รูดีแก่ใจแล้วไม่ใช่หรือไง ต้นหลิวมาถึงที่นี่ด้วยเื่อะไรยังจะมาพูดเล่นลิ้นให้โกรธอีก”
คุยกับคมน์เหมือนมีใครเอาไฟมาลนก้นร้อนจนกายสั่นเทิ้มได้ตลอดเวลา ใบหน้านวลแดงระเรื่อจรดลำคอ
“ทานน้ำเย็นๆระงับความโกรธก่อนดีไหมต้นหลิว” ชายหนุ่มยื่นน้ำเย็นส่งให้ แต่กลับถูกพรรณธรปัดออกไปจนน้ำกระฉอกรดข้อมือคนส่ง
คมน์ถอนหายใจดังๆพลางวางแก้วน้ำลง ขณะมองพรรณธรอย่างอิดหนาระอาใจ ที่ทำให้คนถูกมองเกรี้ยวกราด
“พี่ไม่ได้ไปนั่งอยู่กลางใจต้นหลิวนี่น่าถึงจะได้ล่วงรู้ว่าต้นหลิวคิดอะไร แต่ก็ไม่แน่นะ ถ้าเราแต่งงานกันความคิดที่มีอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ จริงไหม”
ชายหนุ่มแกล้งถามเพราะอยากเห็นใบหน้านวลกลายเป็สีแดงระเรื่อ อีกทั้งดวงตากลมโตที่แวววาวเหมือนกับดวงตาเสือ
อยากรู้นัก...ยามตกในเวลาแห่งรักดวงตาคู่นี้จะน่ามองแค่ไหน แต่คมน์แอบถอนใจเฮือกโต พร้อมกับต่อว่าตัวเองที่คิดเลยเถิดไปไกลทั้งที่ตอนนี้ยังต้องรบราเื่งานแต่งงานกันอยู่เลย
“ไอ้คุณพี่คมน์ไอ้คนเฮงซวย หยุดพูดเื่ไร้สาระได้แล้วนะ ต้นหลิวไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะหาเื่หรือมาต่อล้อต่อเถียงเป็เด็กๆ แบบนี้ ต้นหลิวแค่มาบอกให้พี่ไปบอกกับคุณย่า ให้ยกเลิกงานแต่งงานบ้าๆนั่น เข้าใจไหม” พรรณธรกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟันยาวจนหายใจแทบจะไม่ทัน
“ต้นหลิวเป็หลานคุณย่าแต่พี่ไม่ใช่ หลานพูดน่าจะมีภาษีมากกว่าคนนอก”
“ถ้าพูดได้แล้วคุณย่ารับฟังต้นหลิวก็ไม่ถ่อสังขารมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก” พรรณธรพูด พร้อมสะบัดค้อนส่งให้ชายหนุ่มขวับๆ
เพราะทนเห็นหน้าซึ่งมีแต่รอยยิ้มระรื่นของคมน์ไม่ได้หญิงสาวจึงเดินไปหยุดที่กระจกแก้ว มองออกไปนอกอาคารใหญ่พระอาทิตย์ร้อนแรงสาดแสงส่องกระทบกับพื้นน้ำสีเขียวเข้มจนเกิดเป็สายรุ้งหลากสีถ้ามาโดยไม่มีเื่เธอคงจะชื่นชอบบรรยากาศสบายๆร่วมถึงลงไปเล่นน้ำให้ชุ่มฉ่ำใจแล้ว
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกสะกดกลั้นความน้อยใจและขุ่นเคืองที่พลุ่งพล่านขึ้นมา
ทำไมย่าถึงต้องบังคับให้เธอแต่งงานกับคมน์ด้วยก็รู้หรอกนะว่าท่านเป็ห่วง อยากได้คนดีๆ ที่จะรักและดูแลเธอไปตลอดชีวิตแต่ตฤณเองก็เป็คนดีและรักเธอมากเช่นกัน ทำไมย่าถึงไม่มองบ้างเลย
หญิงสาวหันไปมองคนที่ยืนกอดอกมองเธอเช่นกันพร้อมถามอีกครั้งด้วยความหวังว่าจะได้ยินข่าวดีให้คุ้มค่ากับการเดินทางข้ามจังหวัดมา
“ตกลงว่าไงพี่คมน์จะยอมทำตามคำขอของต้นหลิวหรือเปล่า”
“ขอโทษด้วยนะต้นหลิวพี่รับปากคุณย่าไปแล้ว จะคืนคำไม่ได้ เดี๋ยวท่านจะหาว่าพี่เป็คนสับปลับพูดไม่เป็คำพูด” คมน์ปฏิเสธเสียงนุ่ม เขาเดินไปนั่งบนโซฟา เอนหลังอิงกับความนุ่มของตัวเบาะขาแข็งแกร่งยกขึ้นไขว้ สองมือยกขึ้นกอดอก พลางมองร่างบอบบางด้วยความรู้สึกอยากปกป้องและคุ้มครองท้ายสุดคือได้ทั้งร่างกายและจิตใจ
พรรณธรขัดอกขัดใจกับคำตอบที่ได้ยินเป็อย่างยิ่งเธอขบเม้มริมฝีปากจนแบนราบ ก่อนสมองที่ตันจะมีแสงสว่างส่องเข้ามา แม้จะเพียงแค่แวบเดียวแต่มันก็ทำให้หญิงสาวถึงกับตาวาว หญิงสาวเดินเหมือนกับคนหมดแรงไปนั่งใกล้ๆ คมน์
“พี่คมน์จ๋าต้นหลิวขอร้องนะคะ พี่คมน์บอกให้คุณย่ายกเลิกงานแต่งงานนะคะ”
เธอขอร้องเสียงแหบพร่าและสั่นเครือน้ำตาก็ไหลอาบแก้ม กายอรชรสะอื้อจนตัวคลอน แต่ต้องรีบซ่อนรอยยิ้มที่มีด้วยการก้มหน้าลงมองพื้นห้อง
ตอนเป็เด็กเวลาที่เธอ้าให้เด็กชายคมน์ทำอะไรให้ ถ้าพูดเสียงแข็ง เด็กชายก็จะเมินหน้าหนีแต่ถ้าเอื้อนเอ่ยวาจาอ่อนหวานและนุ่มนวล เด็กชายคมน์จะรีบทำให้ทันทีครั้งนี้ก็เช่นกัน ชายหนุ่มจะต้องพ่ายแพ้จริตมารยาที่เธอแสดงออกไป
“ต้นหลิวไม่ได้อยากจะขัดคำขอของคุณย่านะคะแต่ต้นหลิวมีแฟนแล้ว เรารักกันมาก พี่คมน์จะพรากคนสองคนที่รักกันได้ลงคอเชียวหรือคะ”
หญิงสาวยกมือขึ้นกราบไปบนอกกว้างที่เมื่อัักับกายแกร่งก็เหมือนกับมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งไปตามกระแสเื พรรณธรถึงกับใเธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้แม้กระทั่งกับคนรักอย่างตฤณ มันเหมือนกับถูกไฟฟ้าซ็อตไปชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเป็ปกติหญิงสาวได้แต่สลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป รีบอ้อนวอนขอให้คมน์ยกเลิกความคิดเื่แต่งงานกับเธอเสียที
“นะคะพี่คมน์ขาต้นหลิวขอร้อง”
คมน์ถึงกับเจ็บแปลบในอกเมื่อได้ยินพรรณธรบอกว่ารักผู้ชายคนอื่นจนอยากที่จะโทรไปขอยกคำสัญญาที่ได้ให้กับคุณย่ากลมพรรณไปเสียเดี๋ยวนี้เลย แต่เมื่อนึกไปว่า...ความรักที่มีแต่การหลอกลวงจะทำให้คนที่เขารักต้องเ็ปพบเจอแต่ความทุกข์เขารู้ว่าจะปล่อยให้เกิดไม่ได้
คมน์รีบถอยหนีเพราะยังไม่อยากใกล้ชิดหญิงที่ทำให้หวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเร็วจนเหมือนกับจะทะลุออกมาจากอกชายหนุ่มได้แต่ต่อว่าตัวเองอยู่ในใจ ใช่ว่าจะไม่เคยพบเจอผู้หญิงหน้าตาน่ารักและสวยงามแต่ไม่เคยมีใครปลุกเพลิงปรารถนาดังเช่นที่พรรณธรกำลังทำอยู่นี่เลยสักคน
พรรณธรช้อนหน้าขึ้นดวงตากลมโตร้อนผ่าว ขณะปล่อยน้ำตาไหลไปเรื่อยๆ “ต้นหลิวขอร้อง พี่คมน์โทรบอกคุณย่านะคะขอยกเลิกงานแต่งงานในครั้งนี้ แล้วพี่คมน์้าอะไร ต้นหลิวจะหามาให้ทุกอย่าง” หญิงสาวจับแขนใหญ่เขย่าเบาๆ
เขาอยากทำตามคำขอร้องของพรรณธรอยู่หรอกนะแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะบุญคุณที่ย่ากมลพรรณมอบให้เขาและครอบครัวมันค้ำคออยู่ชายหนุ่มได้แต่แอบถอนหายใจแรงๆ
“พี่ขอโทษนะต้นหลิวแต่พี่ทำตามคำขอของเราไม่ได้จริงๆ ”
“ฮือๆพี่คมน์ใจร้าย ต้นหลิวจะไปฟ้องคุณลุงกับคุณป้าให้ทำโทษพี่คมน์” หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าแต่กลับแอบมองชายหนุ่มผ่านช่องนิ้วมือ ริมฝีปากอวบอิ่มขบเม้มเข้าหากันอย่างโมโหเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่คิดจะสนใจน้ำตาของเธอเลยสักนิด เธอเลยเปลี่ยนเป็ระดมหมัดทุบไปบนลำตัวกว้างแรงๆ
“โอ๊ย!! พี่เจ็บนะต้นหลิว” ชายหนุ่มจับมือเล็กไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว
“แต่ยังไม่เท่าต้นหลิวหรอกฮือๆ พี่คมใจร้าย ไม่รักต้นหลิวแล้วใช่ไหม ถึงได้ทำร้ายกันแบบนี้”พรรณธรแหวใส่และพยายามดึงมือออกมาจากการจับกุม เพราะไม่อยากใกล้ชิดคนที่ทำให้หัวใจสั่นไหวราวกับเจอคลื่นพายุ
“ปล่อยต้นหลิวนะพี่คมน์ปล่อย!!”
“ถ้าพี่ปล่อยต้นหลิวสัญญาได้ไหมละว่าจะไม่ทำร้ายพี่อีก” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเข้ม เมื่อได้ใกล้ชิดกับคนที่มีใจให้ความหวั่นไหวก็เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน แก้มใสแต้มสีเืฝาดทำให้เขาอยากัักลิ่นริมฝีปากอิ่มเต็มสีชมพูระเรื่อที่ขบเม้มอยู่ทำให้อยากจะลิ้มลองรส
“ไม่สัญญา…ไม่สัญญาอะไรทั้งนั้น ต้นหลิวอยู่เฉยๆแต่พี่คมน์กลับร่วมมือกับคุณย่ามาทำร้ายจิตใจนะถ้าพี่คมน์ไม่ยอมรับปากว่าจะยกเลิกงานแต่งงานในครั้งนี้ ต้นหลิวจะหนีไปให้ไกลๆ ”
เธอพูดแบบไม่คิดด้วยเพลิงโทสะพาไป ที่ตอนนี้ได้แต่เสียใจและเริ่มจะขลาดกลัวกับสายตาคมดุของคมน์ที่มองมา
“ปะ...เปล่านะคะพี่คมน์ต้นหลิวไม่ได้หมายความตามที่พูด”หญิงสาวรีบตอบปฏิเสธเสียงอ่อยและหาทางทำให้ชายหนุ่มเชื่อ เพราะกลัวชายหนุ่มจะนำเื่ไปฟ้องคุณย่าแล้วเมื่อนั้น...เธอจะต้องถูกคุมจนไม่เป็อิสระแน่ จะทำอะไรสักอย่างก็ต้องคอยระมัดระวังอยู่ร่ำไป
“ถึงจะไม่ชอบใจยังไงแต่ต้นหลิวก็ไม่คิดทำให้คุณย่าต้องอับอายและเสื่อมเสียทั้งเกียรติยศและศักดิ์ศรีหรอกคะพี่คมน์เชื่อต้นหลิวนะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกเสียงสั่นด้วยความกลัว
คมน์ไม่ได้ฟังสิ่งที่พรรณธรพูดออกมาเลยสักนิดในสมองเขาตอนนี้มีแต่ภาพ...กลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อขยับไปมา ที่เขาอยากรู้ว่า...หวานแค่ไหน
เมื่อหัวใจเรียกร้องและเขาก็ระงับเอาไว้ไม่ไหวคมน์สอดมือเข้าที่เอวเล็ก ดึงร่างบางเข้ามาใกล้อย่างไม่ทันจะรู้ตัว
“อุ้ย!! พี่คมน์ปล่อยต้นหลิวนะ” แม้มือจะถูกมัดอยู่ แต่ก็ยังใช้การได้ดี พรรณธรรีบยันฝ่ามือไปบนแผงอกกว้างปลายนิ้วเกี่ยวเข้ากับกระดุมเสื้อเชิ้ตจนได้ัักับแผงอกล่ำสันเต็มไปด้วยกล้ามเป็มัดๆยิ่งทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรง ใบหน้านวลร้อนผ่าวจนเธอคิดว่ามันคงแดงอย่างกับผลตำลึงเบือนหน้าหนีสายตาคมวามวาวเพราะความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในหัวใจอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“ถ้าพี่ไม่ปล่อยละ”คมน์ถามเสียงเบา นุ่มทุ้มและหวานหู เขาดึงร่างอรชรเข้าหาจนกายบอบบางแทบจะนั่งบนตักกว้างพลางจับรั้งปลายคางมนให้ใบหน้าผุดผาดหันมา
เขามองลึกไปในดวงตากลมโตวามวาวเหมือนดวงตากวางน้อยราวกับจะสะกดจิตเธอนิ้วยาวลากไล้ไปบนใบหน้าขาวนวล พวงแก้มสีชมพูระเรื่อนุ่มนิ่มเหมือนกับผิวก้นเด็กก่อนจะมาหยุดตรงริมฝีปากอวบอิ่ม
“ต้นหลิวน่ารักมากเลยรู้ไหมอย่าโกรธนะถ้าพี่อดใจไม่ไหว” ชายหนุ่มพูดเสียงนุ่ม โน้มใบหน้าลงไปอย่างเชื่องช้าจนได้ัักับเรียวปากนุ่ม
“อืม...ต้นหลิว”
ชายหนุ่มร้องครางในลำคอเมื่อกดน้ำหนักลงไปบนเรียวปากนุ่มแล้วพรรณธรไม่ตอบสนองแต่ก็ไม่ขัดขืนมือใหญ่ขยับเคลื่อนไปกดตรึงท้ายทอยพร้อมเพิ่มน้ำหนักจุมพิตหนักหน่วงปลายลิ้นสากระคายลากไล้ไปตามเรียวปากนุ่มและค่อยเปิดแย้มเรียวปากบางอย่างช้าๆ
“อือ...ไม่นะ”พรรณธรร้องห้ามแต่ก็เสียงเบาเกินกว่าคมน์จะได้ยิน ััที่เขามอบให้ก็ทำให้เธอตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กอบกำเสื้อตัวใหญ่ พลางจิกปลายเท้าลงบนพรมนุ่ม
ตอนแรกเธอยื่นลิ้นออกมาเพื่อดุนดันสิ่งแปลกปลอมออกไปแต่กลับได้ัักับความหวานฉ่ำนุ่มทำให้เธอสนองตอบไปอย่างไม่ประสา
ลำตัวกลมกลึงเอนไปข้างหน้าอย่างช้าๆมือเล็กค่อยขยับเคลื่อนไปตามอกกว้าง ก่อนจะโอบรอบลำคอแกร่ง สอดนิ้วพัวพันกับเส้นผมหนานุ่ม
“ต้นหลิว”เธอตอบสนองเสียจนกายเขาร้อนผ่าว บดเบียดจุมพิตลงไปบนเรียวปากนุ่มอย่างหนักหน่างเร่าร้อนแม้เสื้อที่หญิงสาวใส่จะกระชับรูปร่างเพื่อให้เหมาะสมสำหรับเดินทางแต่ก็ยังมีช่องว่างให้เขาสอดมือไปัักับผิวกายเนียนนุ่ม
มือเขาเคลื่อนไปจนได้พบกับทรวงอกกลมกลึงที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจคมน์รีบทรวงอกอิ่มและนุ่มหยุ่นที่ถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะอย่างรวดเร็ว
“ไม่นะ...พี่คมน์!” เธอควรห้ามเขาแต่เสียงที่ดังกลับแหบพร่าเหมือนจะกระตุ้นให้คมน์ัักายมากยิ่งขึ้น
จมูกโด่งเป็สันแนบบนพวงแก้มนุ่มหอมพลางกวาดตามองกายอรชร ริมฝีปากหนาขบเม้มปลายติ่งหูพร้อมส่งเรียวลิ้นหยอกกระเซ้าช่องหูนุ่มในขณะที่มือก็ดึงเอาเสื้อตัวเล็กออกจากกายบางโดยความร่วมมือของพรรณธร
ใบหน้าคมซบซุกซอกคอระหงก่อนเคลื่อนไปจนถึงปทุมถันอวบอิ่มซึ่งไหวกระเพื่อมตามแรงหายใจ คมน์ถึงกับกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอลมหายใจสะดุดเมื่อได้ยลกับความสวยงามราวกับประติมากรรมชั้นเลิศที่์ประทานให้กับพรรณธร
แม้จะอยู่ในกรวยสีหวานสวยแต่ก็บางเบาจนปิดบังความสวยงามของบัวตูมเต่งตึงไม่ได้
ทรวงอกขาวนวลผ่องตั้งเด่นเป็ตระห่านปลายยอดถันสีชมพูเข้าดุนดันเนื้อผ้าลูกไม้สีฟ้าอ่อน ชวนให้จินตนาการยามลิ้มลอง
คมน์จับเอวคอดกิ่วดันให้ร่างเล็กบางนั่งบนโซฟาในขณะที่เขาเคลื่อนร่างลงมาคุกเข่าแทรกระหว่างสองขาเรียว ก่อนที่ฝ่ามือจะเคลื่อนไปด้านหลังปลดปล่อยสองทรวงสล้างให้เป็อิสระ
“สะ...สวย...สวยมากเลยต้นหลิว...”ชายหนุ่มเอ่ยพูดเหมือนกับละเมอ ขณะช้อนทรวงอกสล้างขึ้นปลายนิ้วหยอกล้อกับผิวเนียนนุ่มขึ้นไปเรื่อยจนได้ัักับปลายยอดทรวงสีชมพูเข้ม
พรรณธรสะดุ้งเฮือกขบเม้มริมฝีปากสะกดกลั้นเสียงที่ดังอยู่ในลำคอ ลมหายใจหอบพร่านิ้วที่ยังหยอกล้อพัวพันกับเส้นผมหนานุ่มจิกลงไปบนลำคอแกร่ง พลางจิกนิ้วเท้าลงไปบนพรมหนานุ่มในท้องน้อยปั่นป่วนเพราะลูกไฟที่วิ่งวนไหลพล่านไปตามกระแสเื
“เอ่อ...พี่คมน์”เธอไม่ได้มานี่เพื่อให้เขารังแก แต่...พรรณธรกลับมองเฉย เธอไม่เข้าใจเหมือนกัน กับตฤณเคยขอจูบบ้างเธอยังให้แค่หอมแก้ม แต่กับคมน์ เธอกลับยินยอมโดยไม่ขัดขืน และยังจะเรียกร้องให้เขาเร่งรีบมอบอะไรบางอย่างให้เสียด้วย
คมน์เงยหน้ามองพรรณธรในดวงตากลมโตเป็ประกายหวานและซุกซ่อนความสงสัย หวั่นไหวและประหลาดใจเอาไว้ไม่มิด
“ขอพี่ชิมผลไม้ของต้นหลิวหน่อยนะคนดี”คมน์ขอเสียงหวานนุ่มแต่หนักแน่น ปลายนิ้วยาวไล้วนรอบๆ ป้านบัว ก่อนจะโน้มใบหน้าคมไปจนริมฝีปากอุ่นแนบปลายยอดทรวงสีชมพูเข้มทั้งที่ยังมองพรรณธร
“พะ...พี่คมน์!” พรรณธรเรียกเสียงเบากายบอบบางแอ่นโค้งจนปทุมถันข้างที่ถูกดูดกลืนจมหายไปในอุ้งปากหนานิ้วเรียวจิกทึ้งเส้นผมหนานุ่ม เธอตัวปล่อยใจไปกับไฟร้อนผ่าวที่สร้างความปั่นป่วนและสยิวซ่านที่ลามเลียจากกึ่งกลางเรือนกายแผ่ซ่านไปทั่วทั้งกายา
“ครับต้นหลิว”แม้จะยาก แต่เขารู้ว่าควรหยุด หากตอนนี้...
เขาหยอกเย้าทับทิมผลหวานนุ่มเรียวลิ้นสากระคายตวัดไล้รอบป้านบัวรัวเร็วสลับเชื่องช้า ขณะปล่อยให้อีกข้างตกอยู่ในอุ้งมือใหญ่ที่เฝ้าฟอนเฟ้นจากเนินทรวงไปจนถึงปลายยอดสีเข้มหดเกร็ง
คมน์หลงใหลอยู่ในความหอมหวานจนเกือบจะลืมตัว ปล่อยให้ความปรารถนาเป็ฝ่ายชนะ แต่สุดท้ายแม้จะต้องปวดร้าวเขาก็ต้องระงับความ้าเอาไว้ เพราะมันยังไม่ถึงเวลาของเขา
ชายหนุ่มเคลื่อนจุมพิตกลับไปซุกไซ้ซอกคอระหงพลางควานหาบราสีหวานมาสวมใส่ให้โดยพรรณธรแทบจะไม่รู้ตัว เขาจูบปากอิ่มกดคลึงซอกซอนปลายลิ้นสากระคายไปในโพรงปากนุ่มหวาน ก่อนจะขยับกายออกห่าง พลางหยิบเสื้อตัวเล็กส่งคืนให้ผู้เป็เ้าของ
“บ้าที่สุด!”
พรรณธรรับเสื้อมาใส่มือไม้สั่นเพราะอายเธอก้มลงมองพื้นห้อง ดวงตาร้อนผ่าวฉ่ำชื้นไปด้วยหยดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มอย่างรวดเร็วขบฟันลงบนกลีบปากด้วยละอายใจที่อยู่ดีไม่ว่าดีก็ดิ้นรนมาให้เขาเห็นเป็ของเล่นคมน์คงจะดูถูกเหยียดหยามเธอเป็แน่แท้ มาอ้อนวอนขอร้องแกมบังคับให้เขายกเลิกงานแต่งงานแต่พอเข้าใกล้กัน กลับเป็เหมือนน้ำมันใกล้ไฟจนเผลอปล่อยตัวปล่อยไปกับความ้าที่ร้อนเร่าอย่างไม่อาย
คมน์อัดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรงก่อนจะผ่อนออกทางปาก ภาพของพรรณธรยังติดตา ทำให้ใจกระเจิดกระเจิง แม้จะดีขึ้นบ้างแต่ยังอยากกระโจนเข้าไปตรึงกายอรชรพลางแผดเผาสองร่างด้วยเพลิงพิศวาสมิอาจลืม
ชายหนุ่มหันหน้าไปมองพรรณธรช้าๆหญิงสาวสวมเสื้อเรียบร้อยแล้ว พยายามไม่มองเขาและมีเสียงสะอื้นหลุดออกมาเป็ระยะ
คมน์เดินเข้าไปใกล้เขาคุกเข่า พลางมองแน่งน้อยอรชรอย่างสงสาร เชื่ออย่างไม่ต้องบอกเลยว่า ตฤณยังไม่เคยแตะต้องพรรณธรเพราะไม่เช่นนั้นหญิงสาวคงจะไม่มีอาการตื่นตระหนกและค่อนไปทางหวาดกลัวเช่นนี้
เขายิ้มพลางเชยคางมนพร้อมกดซับน้ำตาบนใบหน้านุ่มอย่างอ่อนโยนก่อนจะกอดรั้งร่างบอบบางเข้ามาแนบอก
อยากจะพูดปลอบประโลมให้เธอคลายความทุกข์ใจแต่ก็รู้ดีว่าถ้าขืนพูดไปในตอนนี้ พรรณธรย่อมที่จะแปลเปลี่ยนความหมายผิดไปอาจทำให้เกิดการรบรากันทั้งปากและร่างกาย ที่คนพ่ายแพ้ก็คือหญิงสาว เขาจึงทำเพียงลูบแผ่นหลังบอบบางก่อนที่จะลุกขึ้นยืน พร้อมจับแขนหญิงสาวให้เดินตามไป
“ปล่อยต้นหลิวนะพี่คมน์”พรรณธรพูดเสียงเบา อับอายจนไม่กล้าจะสู้หน้าชายหนุ่มแม้อ้อมแขนที่ได้ซบจะอบอุ่นและปลอดภัย แต่เธอก็ไม่คิดจะพาตัวเองเข้าไปซุก ด้วยรู้สึกผิดที่ปล่อยให้ความปรารถนาอยู่เหนือความถูกต้องและรู้สึกผิดต่อตฤณเป็อย่างมาก
พรรณธรพยายามจิกทึ้งดึงมือใหญ่ออกจากแขนแต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มไม่ยินยอมและยังจะสอดแขนเข้าระหว่างเอวเล็กคอด ดึงเข้าหาตัวพร้อมกับพาเดินไปอย่างช้าๆ
“พี่คมน์จะพาต้นหลิวไปไหน”หญิงสาวถามด้วยความหวั่นใจ
“อยู่เฉยๆนะต้นหลิว พี่ยังไม่อยากทำอะไรให้เราต้องเสียใจกันมากไปกว่านี้” ชายหนุ่มขู่ตอนแรกก็คิดว่าระงับความ้าไว้ได้แล้วเชียวแต่พอได้เข้าใกล้เนื้อนิ่มอีกทั้งกลิ่นกายสาวที่หอมจรุงใจ ทำให้ไฟพิศวาสเริ่มไหลไปตามกระแสเือีกครั้งปลายนิ้วตวัดไล้แผ่นหลังบางอย่างลืมตัว พลางกดจมูกโด่งบนพวงแก้มนุ่มหอม
“พี่คมน์ก็ปล่อยต้นหลิวสิ”หญิงสาวพยายามดึงความโกรธให้ขึ้นมาอยู่เหนือความหวั่นไหว แต่ทำได้ยากยิ่งนัก เธอจิกปลายเล็บคมลงบนแขนแกร่งและลากแรงๆจนชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยร่างแน่งน้อย มีแต่จะดึงรั้งให้สองร่างแนบชิดยิ่งกว่าเดิม
“ถ้าพี่ปล่อยต้นหลิวสัญญาไหมละว่าจะเดินตามไปดีๆ ” คมน์ถาม เพราะกลัวตัวเองจะทานทนไม่ไหว กระชากหญิงสาวกลับเข้าไปในห้องและทำให้ห้องทำงานกลายเป็รังรัก
“ค่ะ”พรรณธรรับปากทันทีโดยไม่ต้องคิด เพราะ้าหลุดพ้นจากอ้อมแขนแข็งแกร่งที่ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็จังหวะที่แม้จะรู้สึกแปลกๆ เมื่อคมน์ทำตามคำพูด
“ไหนว่าจะไม่หนีแล้วนี่จะไปไหน” คมน์ถาม พร้อมยื่นมือไปจับแขนเล็กเรียวกระตุกเบาให้ร่างเล็กก้าวมายืนเคียงข้างอีกครั้งสองหนุ่มสาวเดินออกไปจากโรงแรมโดยมีสายตาหลายคู่มองมาพร้อมกับชื่นชมหนุ่มหุ่นดี อกผายใหญ่ผึ่งกับสาวน้อยร่างสมส่วน
“ไม่ได้หนีแต่ออกมาเดินไกลๆ คนหน้าไม่อายเท่านั้นแหละ” หญิงสาวตวาดเสียงเบาหวิว ขณะเดินเคียงข้างคมน์อย่างสุขใจ