"อาเบล ยินดีต้อนรับ สู่สถานที่ตายของแก"
ฮาเรนกล่าวต้อนรับอาเบลอย่างกับเจ้าบ้านที่ดี แต่ติดตรงที่ประโยคสุดท้ายของมันที่แฝงไปด้วยเจตนาฆ่าอันแสนชั่วร้าย แทบอยากจะกัดกระชากอาเบลเป็นชิ้นๆให้ตายซะตรงนั้นเลยแต่มันก็กดความแค้นนั้นเอาไว้ได้โดยที่ยังไม่ทำอะไร เพื่อให้ลูกของมันแก้แค้นก่อน
"แกเป็นคนแรกเลยที่ทำให้ แก๊งสิงโตคลั่งเสียหายขนาดนี้ในยุคของฉัน แต่ก็มาได้เท่านี้แหละ เวลาที่เหลือของแกก็ต้องไปอยู่ในใต้ท้องทะเลลึกเป็นอาหารปลาไปซะเถอะ"
ฮาเรนเริ่มพล่ามอยู่ฝ่ายเดียวโดยที่อาเบลและคนอื่นๆได้แต่ยืนฟัง
"อ้อ แล้วก็ ก่อนจะตาย ฉันอยากจะให้แกมาเป็นสักขีพยานในการเป็นชายเต็มตัวของอีริคสันด้ว....."
ฮาเรนพูดใกล้จะจบ ก็ถูกขัดขวางโดยเสียงอู้อี้ของหญิงสาวที่นอนดิ้นรนอยู่ไปมา พยายามหาทางดิ้นให้หลุดออกจากเชือกแต่ดิ้นยังไงก็ไม่หลุด
"อื้อ อื้อ อี้ไอ้"
ซากุระดีใจมากเมื่อเห็นว่าใครมาช่วยเหลือเธอ แต่ก็พลันคิดขึ้นมาได้ว่ามันยากเกินไปที่จะช่วยเหลือเธอ เธอกลัวว่าอาเบลจะเป็นอันตรายจึงพยายามตะโกนออกมาให้อาเบลหนีไปแต่คำพูดก็ฟังไม่รู้เรื่องเพราะผ้าปิดปาก เธอดิ้นรนจนผ้าที่ปิดปากอยู่หลุดออก
"หนีไปค่ะ รุ่นพี่ ที่นี่มันอันตรายมากเกินไป"
"กึกกก"
ฮาเรนรู้สึกโกรธมากที่หญิงสาวคนนี้พูดแทรกขึ้นมาขัดการพูดของเขา แต่ฮาเรนก็ปล่อยผ่านไป ยังไม่ระบายอารมณ์ออกมาเพราะตอนนี้เขาคือผู้ชนะที่แท้จริงแล้ว เขาจึงปล่อยผ่านไปยอมให้หญิงสาวพูดต่อไปอีกนิด
"มีแค่นี้ใช่ไหม"
"อะไรนะ เมื่อกี้พูดอะไรของแก"
"ผมถามว่า แค่นี้ใช่ไหม"
"ฮึ ฮึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ฮาเรนหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ไม่แค่นี้สิ ในเมื่อแกต้องการพบเจอความตายโดยเร็วฉันก็จะตอบสนองให้ก็แล้วกัน ก่อนตายก็จงนั่งดูหญิงสาวของตัวเองถูกรุมข่มขืนโดยชายมากกว่า10คนจนตายก่อนละกัน แต่ก่อนจะถึงมือของพวกมัน ต้องให้ลูกฉันเล่นจนพอก่อนละกัน นักฆ่าพิษ จัดการได้เลย"
"ครับ"
ชายนักฆ่าพิษ ตอบรับคำพูดของฮาเรนก่อนจะเดินออกมาจากมุมมืดที่อยู่ด้านล่าง เขาเดินมาพร้อมคุณชาย ที่ตอนนี้เปลือยเปล่าล่อนจ้อน โชว์ไอจ้อนตั้งโด่ด้วยความแข็งแกร่ง ร่างกายของอีริคสันที่บวมเบ่งเหมือนเป็นสัตว์ร้ายที่ต้องการเข้าไปผสมพันธุ์ มันพยายามมองหาตัวเมียที่ต้องการจะผสมพันธุ์ด้วย กวาดสายตาไปมาก่อนจะหยุดอยู่ที่ตรงกลางห้อง
"ติ๊ด"
ชายนักฆ่าพิษกดเครื่องมือชนิดหนึ่งที่เกี่ยวกับการฉีดยา เขาติดเครื่องตัวนี้ไว้ที่ข้อมือของซากุระ เมื่อเขากดปุ่มมันลง เครื่องตัวนี้ก็ได้รับสัญญาณก่อนจะทำงานโดยการฉีดสารพิษเข้าไปในเลือดของเธอ ในปริมาณที่ตั้งไว้ ปริมาณมันมากกว่าของอิริกสันซะอีก
"ไม่ดีแล้ว เริ่มตอนนี้เลย"
อาเบลตะโกนเสียงดัง เขาไม่คิดเลยว่าพวกมันจะมียาพิษด้วย จึงชะล่าใจ ในตอนแรก ที่เขายอมเดินเข้ามาตรงๆไม่หลบซ่อนคอยหาโอกาศช่วยเหลือเพราะเขาต้องการที่จะเข้าใกล้ตัวฮาเรนให้มากที่สุด ก่อนจะใช้ความเร็วสูงสุดเคลื่อนตัวไปจับฮาเรนมาไว้เป็นตัวประกัน เพื่อหาทางเอาซากุระออกจากโกดังให้เร็วที่สุด แต่คงไม่เป็นไปตามแผนต่อไปแล้ว เขาจึงใช้อีกแผนนั่นก็คือให้ชาล็อตช่วยเหลือโดยการดับไฟเพื่อปิดการมองเห็นของพวกมัน
"อึก ร้อนจังเลย อ่า ต้องการฉันต้องการ ร่างกายจะไหม้แล้ว"
ซากุระเธอได้รับสารพิษก็เริ่มแสดงอาการออกมา อาเบลเห็นว่าไม่ควรรอเวลาแล้วเขาส่งสัญญาณให้ชาล็อตเริ่มแผนการโดยทันที
"ได้เลย ฉันจะพยายามช่วยให้ถึงที่สุดแล้วกัน ฝากด้วยนะ หนุ่มน้อยมัธยมปลาย"
ชาล็อตที่ตอนนี้ยึดหอควบคุมระบบโกดังไว้เรียบร้อยแล้วเธอกดปิดระบบไฟทั้งหมดในโกดังเพื่อปิดการมองเห็นของทุกคน
"เกิดอะไรขึ้น ใครปิดไฟ เปิดสิว่ะ"
โกงดังมืดมิดเลยทันที แทบจะไม่มีใครมองเห็นได้ ถึงจะมีความมืดก็ไม่สามารถทำอะไรให้กับฮาเรนและพวกยอดฝีมือตกใจได้ แต่ไม่ใช่กับพวกสมาชิกแก๊งคนอื่นๆ ความโกลาหลวุ่นวายเริ่มเกิดขึ้นเรื่อยๆ เกิดการตะโกนโวกเวกโวยวายไปมา ด้วยความกลัวของแต่ละคนมันเริ่มชุลมุน พากันตามหาแสงสว่าง
"ไฟ ใครมีไฟเปิดสิ"
"อ้ากกกกกก"
อาเบลก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาพุ่งเข้าใส่ซากุระเป็นอย่างแรก และเมื่อเจอชายคนหนึ่งที่มองอะไรไม่เห็นพยายามเดินเกาะกลุ่มกับพวกๆ แต่ก็พลัดหลงมาขวางทางวิ่งของอาเบลจนได้ อาเบลพุ่งมาด้วยความรวดเร็ว แม้จะไม่มีอาวุธแต่เขาใช้แค่มือหรือหมัดก็สามารถฆ่าคนตายได้ อาเบลเล็งชกเข้าไปที่คอตรงกระเดือกของชายคนนั้นอย่างรุนแรง หมัดของเขาหนักมากพุ่งกระแทกจนร่างกายของชายคนนั้นปลิวไปชนแนบชิดติดกำแพงและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา การโจมตีจุดอ่อนจุดเดียวเป็นทักษะที่อาเบลพยายามใช้ออกมาเพื่อฝึกฝนให้เฉียบคม เป็นปกติของนักฆ่าอยู่แล้วที่ต้องเก็บงานให้เร็วที่สุด ไม่งั้นอาจจะเป็นข้อผิดพลาดนำไปสู่การเสียชีวิตขึ้นได้
"เกิดอะไรขึ้น!!!"
"เฮ้ย!!! เป็นอะไรไป"
ชายนักเลงเริ่มตะโกนถาม เมื่อสิ้นสุดเสียงตะโกนก็เริ่มมีเสียงที่ร้องโอดโอยก่อนจะถูกฆ่าตายไปในเวลาเดียวกัน
"ระวังตัวให้ดี มันลอบฆ่าในความมืดได้ดี"
ชายนักฆ่าที่ยืนอยู่ข้างฮาเรนคอยคุ้มกันอยู่ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียงดังลั่นเพื่อให้ทุกคนได้ยินกันอย่างทั่วถึง ตัวเขาเองก็สามารถมองเห็นในความมืดได้ เขาเพ่งเล็งมองการกระทำของอาเบลที่ เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วและยังแม่นยำ ขยับตัวไม่ชนสิ่งกีดขวางเลยแม้แต่น้อยเหมือนเขามองความมืดด้วยตาเห็น
"อ้ากกกกกกก"
คนที่สามก็ร้องเสียงดังลั่นเมื่อเขาถูกอาเบลชกเข้าที่หน้าอก ก่อนจะสิ้นใจตายไป
"สนุกใหญ่เลยนะ"
ชายนักฆ่าผู้ใช้พิษพุ่งเข้ามาประชิดตัวกับอาเบล การต่อสู้ของสองนักฆ่าจึงเริ่มขึ้น
"ฟับ"
มีดสั้นอาวุธประจำตัวของชายนักฆ่าใช้พิษ ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน เขาใช้มันฟันใส่แขนข้างขวาของอาเบลที่ละออกจากการชกชายคนเมื่อสักครู่นี้
"หืม"
อาเบลดึงแขนกลับมาเข้าหาตัวเพื่อหลบการโจมตีของชายนักฆ่าใช้พิษ เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเกี่ยวกับมีดเล่มนั้นเอามากๆ จึงพยายามหลบไม่ให้โดนฟันให้เร็วที่สุด
"โห้ หลบการโจมตีทีเผลอของฉันได้ด้วย ไม่เลวนี่"
ชายนักฆ่าใช้พิษไม่ปล่อยให้อาเบลได้หยุดพัก เขาพุ่งใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แทงมีดสั้นที่แผ่กลิ่นอายแห่งความตายที่น่าสะอิดสะเอียนเข้าที่สีข้างของอาเบล
"ปัก"
อาเบลใช้แขนจับข้อมือไม่ให้ชายนักฆ่าใช้พิษแทงเข้ามาได้ เขารู้สึกอันตรายมากเกี่ยวกับมีดเล่มนี้ เพียงแค่พบเจอก็หนาวเย็นไปทั่วทั้งตัว แค่ถึงยังไงออร่าแห่งความตายก็ไม่อาจทำอะไรอาเบลได้
"แย่แน่แบบนี้"
เพราะอาเบลไม่มีอาวุธ เขาพยายามใช้ทั้งทักษะหมัดของตัวเองชกออกไปเพื่อบีบให้ชายนักฆ่าใช้พิษถอยหลังออก แต่อาเบลก็ต้องระวังมีดของมันด้วย ขืนโดนมันเฉือนแม้แต่นิดเดียวก็เป็นอันตรายได้
"มีดนั่น มันอะไรกัน"
"สำหรับคนตายไม่จำเป็นต้องรู้หรอก"
ชายนักฆ่าใช้พิษรู้ว่าเขาสามารถกดดันอาเบลได้ดี จึงพุ่งเข้าใส่กดดันเพื่อรอจังหวะให้อาเบลพลาดท่า เขาจึงต้องใช้ความอดทนเท่านั้น
"พลัว พลัว"
อาเบลพยายามชกทักษะของเขาใส่ใบหน้าของชายนักฆ่าในตอนที่เขาแทงมีดเข้ามาใส่ตรงท้องของอาเบล การต่อสู้นี้ถ้าดูภายนอกก็อาจจะรู้สึกว่าสูสีแต่จริงๆกลับไม่ใช่เลย เป็นอาเบลที่กำลังโดนมีดสั้นกดดันขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเขาไม่สามารถหาวิธีการป้องกันมีดสั้นได้เขาจะต้องถูกไล่ต้อนจนต้องถอยหนี
(จะทำยังไงดี อาวุธอยู่ไหน)
ในขณะที่รับมืออาเบลก็กวาดสายตาไปทั่วเพื่อหาอาวุธ แต่พวกระดับสูงเหมือนจะรับรู้มันพยายาม ถอยร่นมารวมกลุ่มกัน สถานการณ์ในตอนนี้ของอาเบลแย่สุดๆ เขาถูกต้อนมาตรงจุดที่รถจอดอยู่เหมือนเดิม
"ฮ่า ฮ่า ไม่เห็นจะเก่งเหมือนที่ท่านผู้นำบอกเลย"
ยิ่งไล่ต้อนอาเบลได้ ชายนักฆ่าก็ยิ่งได้ใจมากยิ่งขึ้น มันยกยิ้มเย้ยหยันแสดงการดูถูกอาเบลที่มีดีแต่หลบ
"ความตายกำลังคืบคานเข้ามาแล้วนะ"
ชายนักฆ่าใช้พิษโจมตีด้วยความเร็ว มันกวัดแกร่งใส่ทุกจุดของอาเบล แต่ไม่ว่ามันจะโจมตียังไงก็ไม่อาจเฉือดเฉือนเนื้อของอาเบลได้ มันเริ่มหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น เริ่มโจมตีด้วยความเร็วสูงสุดโดยไม่พักหายใจเลย
"ฟับ ฟับ ฟับ ฟับ"
"หวิด หวิด หวิด หวืด หวืด หวืด"
อาเบลเบี่ยงตัวหลบบ้าง ชกทักษะหมัดกระแทกเข้าที่ข้อมือของชายนักฆ่าที่ใช้พิษเพื่อสวนการโจมตีกลับบ้าง เขาใช้ทุกอย่างต้านทานการโจมตีโดยไม่ให้มีดเล่มนั้นแทงเข้าเนื้อของเขาได้ เขาค่อยๆร่นถอยหลังไปเรื่อยๆ
"นายเริ่มทำให้ฉันหงุดหงิดแบบสุดๆแล้วนะ หลบอยู่นั่นแหละ โดดไปมาเป็นลิงไปได้"
ชายนักฆ่าหัวร้อนไม่พัก เขาเริ่มหาทางใช้พิษซึ่งเป็นทักษะการต่อสู้พิเศษของเขาแล้วเพื่อฆ่าอาเบลให้จบๆไป
"ตาย"
ผงพิษลักษณะพิเศษถูกนำขึ้นมาไว้ในมือในตอนที่เขาถูกอาเบลโจมตีสวนกลับมา มันมีลักษณะเป็นก้อนกลมสีแดงฉานดูอันตรายแบบสุดๆ ชายนักฆ่าผู้ใช้พิษเลิกการละเล่นแบบเด็กๆ แล้วได้เวลาที่เขาจะต้องฆ่าอาเบลให้ตายๆไปซะที เขาปามันไปด้านหลังตรงจุดที่อาเบลอยู่
"ตู้ม"
ไอพิษระเบิดออกมาเป็นควันกระจายเป็นวงกว้างดักทางถอยหลังของอาเบลทำให้เขาไม่อาจถอยหลังได้อีก จนต้องเผชิญหน้าต่อสู้จริงๆจังๆ
"ตายยยยย"
เมื่อได้โอกาส ชายนักฆ่าใช้พิษไม่ปล่อยเอาไว้แน่ มันถือมีดควงอย่างชำนาญพุ่งเข้าใส่ด้วยความสะใจที่กำลังจะได้ฆ่าอาเบลสักที
"ฟิ้วว ฟิ้วว ฟิ้วว"
ลูกธนูสามลูกถูกยิงมาจากด้านขวามือของชายนักฆ่าผู้ใช้พิษ มันพุ่งมาด้วยความเงียบเชียบ ความเร็วและความแม่นยำของเธอมันมากกว่าตอนที่เจอกับอาเบลซะอีก ไหนจะจิตสังหารที่กลบเกลื่อนได้ดีมิดชิดแทบจะไม่จับสัมผัสไม่ได้