โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 126 หน่วยล่าสังหาร

    หลังจากที่พวกกลุ่มคนตายได้จากไปแล้ว เซนเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขารีบนั่งลงขัดสมาธิพร้อมกับดูดซับพลังอันมหาศาลที่ยังคงตกค้างอยู่ภายในร่างกาย

    ไอแซ็คสังเกตพื้นที่โดยรอบที่แทบไม่เหลือซากของอารยธรรมเดิม เนื่องจากผลของการต่อสู้ก่อนที่จะรีบน้ำยารักษามาให้กับมาเอลและคนของตระกูลเฟอร์มิเรี่ยนทั้งสองคน แน่นอนว่าผลของยารักษานั้นไม่ได้แสดงผลที่จะรักษาแผลในทันทีอย่างน้อยมันต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงกว่าจะสามารถรักษาทั้งหมดได้ แต่ถ้าหากมีอาการบาดเจ็บที่สาหัสมันจะต้องใช้เวลาที่ยาวนานกว่านั้น

    มาเอลที่ยังมีสติอยู่ก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นหลังจากกลืนยาลงไป อย่างน้อยอาการเจ็บปวดก็เริ่มหายไปก่อนแผลตามตัวของเขา เขามองมาที่เซนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายราวกับพึ่งเจอกับของหายาก

    “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าจะสามารถทะลวงด่านเทวะได้ในทันที แถมยังใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที”

    มาเอลกล่าวขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมาพร้อมกับความรู้สึกสิ้นหวังอันน้อยนิด ตัวเขานั้นกว่าจะก้าวเข้าสู่ระดับเทวะได้นั้นยังต้องใช้เวลาอยู่หลายปี

    “ก้าวสู่เทวะในไม่กี่นาที?”

    ริวโอและไอแซ็คผู้ที่พึ่งมาถึงและได้ยินสิ่งที่มาเอลกล่าวเขาก็รู้สึกตกใจในทันที พวกเขารีบถามเรื่องราวเกี่ยวกับเซนกับมาเอลในทันที ซึ่งมาเอลนั้นก็ค่อยๆ บอกเล่าเรื่องราวรายละเอียดระหว่างการต่อสู้ให้กับหัวหน้าและรุ่นพี่ในหน่วยของมันได้ฟัง

    “เทวะระดับหนึ่ง กลับสามารถต่อสู้กับเทวะระดับสามได้? ไม่ใช่แค่นั้นยังเอาชนะได้ง่ายๆ อีก”

    ริวโอกล่าวออกมาอย่างตกใจและอดที่จะสงสัยในตัวตนของชายหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้องไม่ได้ ไอแซ็คเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นแม้ว่าสีหน้าจะดูขี้เกียจและเฉยชาตาเขายังลอบใช้สัมผัสวิญญาณอันเฉียบคมนั้นสำรวจร่างกายของเซน และเมื่อพบกับความจริงเขาก็ต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

    “เจ้าพบอะไรงั้นเหรอไอแซ็ค?”

    ริวโอสามารถเห็นสีหน้าและแววตาของไอแซ็คที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันจึงรีบกล่าวถามเขาในทันที ซึ่งไอแซ็คนั้นต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า

    “ร่างกายของเขามัน…มันได้รับบาดเจ็บภายในหนักมากๆ อยู่ในระดับวิกฤตเลย และดูเหมือนว่ามันจะได้รับบาดเจ็บมาเป็นเวลานานและพึ่งจะฟื้นฟู จากการคาดเดาของข้าน่าจะเป็นผลของเม็ดยาครอบจักรวาลนั่น”

    ริวโอได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะเขาเองก็ลอบสำรวจร่างกายของเซนแล้วและพอจะเดาได้

    “มันน่าแปลกจริงๆ ที่เขาสามารถต่อสู้อยู่ได้ด้วยสภาพร่างกายแบบนั้น ต่อให้เป็นข้าแทนข้าคงทนความเจ็บปวดไม่ไหวแน่ๆ”

    ริวโอกล่าวขึ้นพร้อมกับถอนหายใจ

    “แต่หัวหน้า…”

    ไอแซ็คดูเหมือนต้องการจะกล่าวถึงสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นออกมาทำให้ริวโอต้องหยุดและรอฟังเขา

    “ร่างกายที่บาดเจ็บของเขาเป็นผลมาจากพิษ นอกจากนี้พิษนั่น…ระดับของมันสามารถสังหารตัวตนเทวะได้อย่างง่ายดายเพียงแค่สัมผัสมัน ข้าไม่เคยเจอกับพิษที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อน เจ้าหนุ่มนี่เขาไปทำอะไรมากันแน่ ทำไมเขาถึงได้รับพิษร้ายเช่นนี้แถมมันยังกัดกินและสะสมมาเป็นเวลานาน”

    “ข้าเองก็ไม่ได้ถนัดเรื่องพิษเหมือนกับเจ้า แต่ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าบอกจริงแสดงว่าร่างกายของเด็กนั่นมันประหลาดอย่างมาก”

    ริวโอกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ ก่อนที่มาเอลที่นิ่งเงียบอยู่จะกล่าวเสนอบางอย่างขึ้นมากับหัวหน้าของเขา

    “หัวหน้า…เด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ถึงขนาดนี้ ทำไมเราไม่ชวนเขาเข้ามาในหน่วยของเรา ด้วยพลังของเขาข้าคิดว่า…จะทำให้หน่วยของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้นแน่นอน”

    ริวโอเมื่อได้ยินสิ่งที่มาเอลกล่าวเขาก็หยุดชะงักไปในทันที ส่วนไอแซ็คนั้นไม่ได้มีความคิดเห็นอะไรพิเศษเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะการจะรับคนเข้าสู่หน่วยนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหัวหน้าจอมเผด็จการของเขาเพียงผู้เดียว

    และเวลาก็ได้ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง เซนก็ได้ลืมตาขึ้นอย่างน้อยตอนนี้พิษในร่างกายของชายหนุ่มก็ขับออกไปจนแทบหมดสิ้นแล้ว พร้อมกับบาดแผลภายในร่างกายยังเกือบจะหายดีหมดแล้วด้วย เซนรู้สึกเหมือนกับตัวเองได้กลับมามีชีวิตจริงๆ อีกครั้ง ร่างกายของเขาเบาสบายแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเป็นเวลาหลายปี

    “เซนอาการเจ้าเป็นยังไงบ้าง”

    เมื่อเซนลืมตาขึ้นชายหนุ่มก็ได้พบกับมาเอลและคนแปลกหน้าอีกสองคนที่เห็นได้ชัดว่าหนึ่งในนั้นเป็นหัวหน้าของหน่วยล่าสังหารที่มาเอลได้สังกัดอยู่ และยังมีความแข็งแกร่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ ชายหนุ่มได้สังเกตบาดแผลของมาเอลและพบว่าบาดแผลของเขานั้นได้หายเกือบสนิทแล้ว

    “ตอนนี้ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”

    เซนกล่าวตอบพร้อมกับถอนหายใจ ก่อนที่จะสังเกตเห็นว่าริวโอนั้นได้เดินเข้ามาพร้อมกับนั่งยองๆ และจ้องมองมาที่ใบหน้าของเซนอย่างละเอียด ใบหน้าของริวโอนั้นดูตึงเครียดและค่อนข้างหน้ากลัว ทำให้เซนยังต้องแปลกใจ เพราะริวโอนั้นเป็นคนที่หน้าโหดและดูดุร้ายที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมาแล้ว

    ริวโอถอนหายใจพร้อมกับหลับตาลง ทำให้เซนได้กลิ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นของยาสูบจากปากของริวโอ ก่อนที่ริวโอนั้นจะลุกยืนขึ้นพร้อมกับกล่าวคำพูดกับเซน

    “เจ้าเป็นเด็กหนุ่มไม่กี่คนที่ข้ารู้สึกยอมรับ ดวงตาของเจ้ามันเป็นดวงตาของคนที่ผ่านโลกมามากมาย มันไม่ใช่ดวงตาของเด็กหนุ่มธรรมดา…เจ้าสนใจจะเข้าร่วมหน่วยล่าสังหารของพวกเราหรือไม่?”

    “ข้าขอบอกท่านตามตรง ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน่วยล่าสังหารคืออะไร ดังนั้นตอนนี้ข้าจึงไม่มีเหตุผลที่จะเข้าร่วม”

    ริวโอไม่ได้แปลกใจอะไรกับคำกล่าวของเซน เขารู้ดีอยู่แล้วว่าเซนนั้นเป็นคนต่างถิ่นและพึ่งเดินทางมาที่ทวีปฟ้ากระจ่างครั้งแรก

    “หน่วยล่าสังหารของพวกเรา เป็นหน่วยรับจ้างที่ค่อนข้างจะมีอิสระ เราจะรับงานจากผู้จ้างวานรายใหญ่เท่านั้น พวกเราไม่ใช่ทหารประจำการเหมือนกับหน่วยอื่นๆ พวกเรามีอิสระแต่ก็เคลื่อนไหวเฉพาะในยามภัยพิบัติหรือมีภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้…”

    ริวโออธิบายพร้อมกับสังเกตสีหน้าของเซนเป็นพักๆ และพบว่าสีหน้าของเซนเมื่อได้ฟังสิ่งที่เขากล่าวนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว มันราวกับว่าเซนนั้นแสดงออกมาได้เพียงอารมณ์เดียวเท่านั้น

    “เหมือนกับงานครั้งนี้ การเคลื่อนไหวของพวกกลุ่มคนตายถูกตัดสินว่าเป็นภัยคุกคามกับโลกใบนี้อย่างมาก พวกเราจึงได้เคลื่อนไหวภายใต้การจ้างวานของรัฐบาลโลก แม้ว่ารัฐบาลโลกจะเป็นคนก่อตั้งและสนับสนุนหน่วยนี้แต่พวกเขาก็ยังต้องจ้างวานพวกเรา”

    เซนฟังริวโอบอกเล่าและอธิบายจนจบ ไม่เพียงแต่เขาจะรู้เรื่องของหน่วยล่าสังหารเท่านั้นแต่เขายังรู้เรื่องของโครงสร้างการปกครองของทวีปแห่งนี้ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกรวมตัวกันอยู่

    “อิสระในการรับงาน…มันค่อนข้างจะน่าสนใจ เพียงแต่ข้าคิดว่าตัวข้าไม่เหมาะกับหน่วยนี้ เพราะข้ามีศัตรูมากมายที่พวกท่านไม่อาจจะคาดเดาได้”

    ริวโอได้ยินสิ่งที่เซนกล่าวเขาก็ยิ้มออกมาอย่างจริงใจก่อนที่จะกล่าวต่อ

    “สมาชิกในหน่วยของข้า ต่อให้เป็นศัตรูหน้าไหนหากมันกล้าที่จะมายุ่งข้าจะจัดการมันด้วยตัวเอง นอกจากนี้ตัวข้าแม้จะบอกไม่ได้ว่าตัวเองแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่อย่างน้อยในโลกนี้ข้ายังไม่เคยพบกับคนที่ทำให้ข้าพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ได้”

    เซนเมื่อเห็นริวโอกล่าวเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา นานแล้วที่เขาไม่ได้ยิ้มออกมาแม้จะเป็นรอยยิ้มในชั่วพริบตาก็ตามแต่ริวโอก็สังเกตเห็นได้ อย่างไรก็ตามเซนนั้นไม่ได้แสดงรอยยิ้มที่จริงใจอะไรแต่รอยยิ้มของเขามันแฝงไว้ด้วยความดูถูก ศัตรูที่ชายหนุ่มพูดถึงนั้นไม่ได้รวมคนที่อยู่ในโลกนี้ด้วย เขายังกล่าวรวมๆ ถึงตัวตนจากยมโลกที่ไม่รู้จะขึ้นมาตามฆ่าเขาตอนไหน และพอถึงตอนนั้นต่อให้เป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกยังยากที่จะช่วยเหลือเขาได้

    “ทรัพยากรที่ช่วยยกระดับมากมายบนโลกใบนี้จะเป็นหน่วยของเราที่สามารถมีสิทธิ์ได้รับมันก่อน หากเจ้าต้องการจะแข็งแกร่งขึ้นการเข้าร่วมหน่วยของเรานับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว”

    ครั้งนี้เป็นไอแซ็คที่เงียบมาตลอดได้กล่าวขึ้น เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเซนนั้นกระหายในพลังอย่างมาก แม้ว่าเขาจะไม่รู้ด้วยสาเหตุใดแต่เขาเชื่อว่ามันต้องเป็นแบบนั้น

    “ข้าตกลง!”

    เซนตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน