เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 116 ออกจากดินแดนลับ

         องค์ชายจินหยางเป่า องค์หญิงหกและองค์หญิงเก้ากับกลุ่มนักรบปราณอีกยี่สิบคนรวมตัวกันเดินทางกลับมาที่จัตุรัสทุกคนที่เข้ามาด้วยกันแล้วเหลือรอดจากการโจมตีของโครงกระดูกปีศาจนั้นรวมตัวกันอีกครั้ง


         “พวกท่านพบทางออกหรือไม่”


         “ข้าไม่พบเลยอีกไม่กี่ชั่วยามก็ครบสามสิบวันแล้วจางเฉินเมื่อออกไปแล้วหากเจ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็ติดต่อข้ามาได้เลยครั้งนี้ได้เจ้าช่วยไว้จริงๆ มิเช่นนั้นพวกข้าคงตายไปแล้ว”องค์ชายสิบโค้งคำนับจางเฉินพร้อมกับพูดด้วยความจริงใจ


         “หากข้ามีเรื่องให้ท่านช่วยเหลือข้าจะรีบติดต่อทันที” จางเฉินคำนับตอบ


        องค์หญิงทั้งสองนั้นแอบมองจางเฉินด้วยความสนใจจางเฉินแอบสังเกตเห็นก็เลยมองกลับไปทำให้ทั้งสองสาวหน้าแดงและรีบหลบสายตาทันที


         “เจ้าเสน่แรงนะแม้หน้าตาไม่หล่อสู้ข้าได้แต่สาวๆ ก็แอบชอบเจ้าหลายคน” ต้าไห่สะกิดจางเฉินพร้อมพูดเบาๆ


         “เจ้าอย่าพูดเล่นข้าไม่พร้อมจะคบใครตอนนี้”   


        จางเฉินนั้นนึกถึงถังชิ่วอิงไม่รู้ว่าจะเจออันตรายอะไรอีกบ้างหลังจากแยกทางกันแล้วพอนึกดูอีกทีเขาก็มีชิงเอ๋อ และชิวเอ๋ออีก ที่นัดเจอกันอีกในสามปีผู้หญิงเป็นเรื่องวุ่นวายสำหรับเขามากเพราะเขาทำตัวไม่ค่อยถูกเวลาอยู่ใกล้พวกนางโดยเฉพาะถังชิ่งอิง


         เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อครบกำหนดสามสิบวันก็มีแสงสีขาวประกอบด้วยอักษรรูนมากมายวิ่งผ่านร่างกายทุกคนแล้วก็หายตัวออกจากดินแดนลับ


        “ฮ่าฮ่า ออกมากันแล้ว”


        “เรามาดูกันว่าอัจฉริยะที่รวมตัวกันเข้าร่วมดินแดนลับครั้งนี้อาณาจักรไหนเหลืออยู่เยอะสุด”


       “ไม่เห็นต้องถามต้องเป็นอาณาจักรหลิงวูอยู่แล้ว”


       กลุ่มคนมากมายที่รอการกลับมาของผู้เข้าร่วมดินแดนลับต่างมองหาญาติพี่น้องและสหายของตนเองผู้เข้าร่วมส่วนมากนั้นจากก่อนเข้าดินแดนเป็นระดับหลอมรวมลมปราณต่างก็พัฒนาไปสู่ขั้นนักรบปราณระดับกลางกันเกือบหมดยกเว้นจางเฉินที่ยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักเพื่อเป็นนักรบปราณ


       สำหรับคนอื่นนั้นอาจมองว่าจางเฉินฝึกช้าแต่ที่จริงแล้วจางเฉินนั้นเพิ่งได้ฝึกจริงจังไม่ถึงปี เขาสามารถก้าวหน้าทันทีได้ แต่จะทำให้พื้นฐานไม่มั่นคงขึ้นสู่ระดับสูงไม่ได้ทั้งนี้ยังรวมถึงการฝึกร่างกายและฝึกจิตวิญญาณเทวะอีกซึ่งเกินกว่าคนทั่วไปอย่างมากแล้ว


        “ถังชิ่วอิง”จางเฉินพบถังชิ่วอิงอยู่ไม่ไกลจึงเรียกชื่อนาง


        “จางเฉิน”ถังชิ่วอิงมองมาที่จางเฉิน เมื่อสบตากันแล้วนางก็แอบเขินอายเล็กน้อย


        จางเฉินไม่รู้จะพูดคุยอะไรอีกจึงรวมเดินไปกลุ่มกับสหายส่วนถังชิ่วอิงก็รวมตัวกับคนของอาณาจักรเจี่ยซุนเพื่อกลับอาณาจักรนางแอบมองจางเฉินอยู่ไกลๆ เป็นพักๆ


        ครั้งนี้คนของอาณาจักรหลินวู และอาณาจักรชิงหลงได้รับความเสียหายมากที่สุดคนเหลือรอดนั้นน้อยกว่าอีกสองอาณาจักรอย่างมาก ถ้าจะว่าไปแล้วทั้งสองอาณาจักรที่เจอกับจางเฉินนับได้ว่าโชคร้ายสุดๆทั้งที่สำนักเทพสงครามจางเฉินล่อให้มังกรน้ำฆ่าไปกว่าร้อยคนในน้ำพุเซียนระดับกลางอีกหลายร้อยคน แล้วทั้งสองอาณาจักรก็ต่อสู้กันเองอีกหลังจากนั้นก็เจอจางเฉินที่ภูเขาอีก ทั้งสองอาณาจักรโชคร้ายในครั้งนี้เพราะการเดินทางนั้นตรงกับจางเฉิน


         “มันไม่ควรเป็นเช่นนี้พวกเจ้าไม่พบองค์ชายจ้าวเว่ยเหรอ”


         “องค์ชายถูกปีศาจเข้าสิงแล้วก็หายตัวไปเลยขอรับ”นักรบปราณคนหนึ่งตอบ


         จางเฉินและสหายนั้นไม่ได้สนใจการสนทนาพวกนี้มากนักพวกเขากลับโรงเตี้ยมในเมืองกังซาง เมื่อไปถึงโรงแรมนั้นก็ได้เจอกับบิดาของถังฟู่เฉิงและจางต้าไห่ พร้อมกับราชาปราณอายุห้าสิบหกสิบปีห้าคน


         “ท่านพ่อ”จางต้าไห่และฟู่เฉิงกล่าวพร้อมกัน


        “พวกเจ้าเพิ่งกลับมาไปพักผ่อนก่อนหรือไม่ ข้ามีเรื่องจะพูดคุยด้วย”


         “เราไม่เหนื่อยขอรับ”ต้าไห่ตอบ


        กลุ่มชายชรามองไปที่จางเฉินและต้วนเฉินเหมือนจะบอกว่าพวกเขาเป็นคนนอกเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเขาต้องออกไป จางเฉินและต้วนเฉินจึงกลับไปห้องพักของตนเอง ไม่นานนักทั้งสองคนก็เคาะประตูห้องของจางเฉิน


         “มีอะไรหรือเปล่า”


        “พวกข้าถุกเรียกไปที่ตระกูลหลักเพราะปลุกสายเลือด” ฟู่เฉิงตอบ


         “เหมือนชิงเอ๋อและชิวเอ๋อสินะ” จางเฉินพูดแบบรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย


         “ใช่แล้วศาลบรรบุรุษสั่นสะเทือนเมื่อมีการปลุกสายเลือดแล้วพวกเขาก็ให้นักทำนายดวงดาวหาที่อยู่ของพวกเรา”


        การทำนายดวงดาวนั้นทำได้เพียงครั้งเดียวต่อคนถ้ามีครั้งที่สองจะได้รับบทลงโทษที่รุนแรงมากต่อผู้ทำนาย คนของตระกูลจางจึงไม่สามารถค้นพบจางเฉินได้ แต่สามารถหาจางต้าไห่


         “พวกเจ้าจะไปตอนไหน?”


         “เขาจะอยู่อีกหนึ่งเดือนพวกเขากำลังค้นหาความลับเกี่ยวกับปรากฏการณ์สายฟ้าในอาณาจักรจินฟู”


        “ข้าสงสัยทำไมตั้งแต่ตอนชิวเอ๋อ ชิงเอ๋อ ถึงดูเคร่งเครียดกันมากนัก”ต้วนเฉินคิ้วขมวดด้วยความสงสัยอย่างมาก


        “มันเป็นเรื่องของคำทำนายอีกเช่นกันหลายพันปีแล้วไม่มีระดับจักรพรรดิเกิดขึ้นในทวีปคำทำนายบอกไว้ว่าจะมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ก้าวสู่ระดับจักรพรรดิ์แล้วสงครามกับสัตว์อสูรและเผ่าปีศาจจะเริ่มอีกครั้ง”


         “นั่นไม่ใช่เรื่องดี”ต้วนเฉินพูดเสียงดังด้วยความตกใจ


         “อืมมันเป็นเรื่องคำทำนายคล้ายจะเกี่ยวกับผู้กอบกู้โลกซึ่งขั้นต้นนั้นต้องปลุกสายเลือดก่อนจึงสามารถไปสู่ระดับจักรพรรดิได้”


          ต้วนเฉินหันมามองจางเฉินเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งตระกูลหนิง ตระกูลจาง และตระกูลถังสหายของพวกเขานั้นปลุกสายเลือดเพราะจางเฉิน


          “ข้าคิดว่ามันสำคัญสำหรับพวกเจ้านะพวกเจ้าควรไปที่ตระกูลหลัก มีทรัพยากรมากมาย พวกเจ้าจะฝึกได้เร็วกว่าข้ามากเพราะข้าเป็นรากวิญญาณห้าธาตุ มันขัดแย้งกันเอง การรักษาสมดุลเป็นไปได้ยากต้องค่อยๆพัฒนาการบ่มเพาะ”


         “อีกหนึ่งเดือนพวกเราทำอะไรกันดี จะเลี้ยงส่งพวกเจ้าก็คงจะไม่ไหวอีกตั้งนาน”


         “ก็นั่งคุยกันแล้วก็ไปเที่ยวในป่าแหละ”


          จางเฉินคิ้วขมวด จริงๆเขาก็ต้องออกเดินทางอยู่แล้วเพื่อตามหาวิธีแก้พิษซีเซ่วิญญาณโลกัณฑ์ต่อไป แล้วก็ต้องหาทรัพยากรเพื่อฝึกฝนเพิ่มอีกเท่าทีมีนั้นเพียงพอแค่นักรบปราณ


          “เอาละข้าเองก็ต้องออกเดินทางเช่นกัน งั้นพวกเราสี่คนเหลือแต่ต้วนเฉินเจ้าอยากเดินทางกับข้าหรือไม่”


          “ข้าต้องขอโทษด้วยข้าไม่อาจตามเจ้าไปได้ข้ามีความฝันของข้าเอง ข้าอยากตั้งสำนักแล้วรับเด็กกำพร้าหรือคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนศิลปะการต่อสู้มาฝึกฝน ข้านั้นโชคดีได้พ่อบุญธรรมดูแลแต่คนอื่นๆ นั้นไม่ได้รับโอกาสอย่างข้าที่ข้ามุ้งมั้นอย่างมากเพราะอยากดูแลสหายเด็กกำพร้าทั้งหลายของข้าอาจจะตั้งกลุ่มนักล่าด้วยเพื่อหารายได้”


           “ตั้งสำนัก?”จางเฉินมองต้วนเฉินด้วยความสนใจ ปกติการตั้งสำนักนั้นเจ้าสำนักต้องระดับราชาปราณจึงจะเหมาะสมแต่ด้วยความที่ต้วนเฉินเป็นคนดีมีคุณธรรม และคิดช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งไม่ค่อยได้พบเห็นในโลกนี้ จางเฉินจึงรู้สึกพอใจกับเพื่อนคนนี้มาก


           “เอาละพวกเจ้าอย่าลืมคำสาบานไม่เปิดเผยเรื่องของข้า”จางเฉินมองทั้งสามคนแล้วพูดด้วยเสียงที่เคร่งเครียด


          “แน่นอนโลกนี้นั้นเมื่อสาบานแล้ว มีผลตามกฎของสวรรค์และโลกพวกข้าผิดคำสาบานไม่ได้อยู่แล้ว มิฉะนั้นจะโดนฟ้าลงทันจริงๆเรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”


           “ต้าไห่ ฟูเฉิงต้วนเฉิน ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะมีอนาคตที่ดี”


           ทั้งสี่คนกอดกันกลมถึงแม้จะยังไม่ได้แยกจากกันทันที แต่ทั้งสี่คนก็รู้สึกใจหายมาก


           “ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่เลิกราวันหน้าเราต้องได้เจอกันอีกแน่นอน” จางเฉินพูดอย่างมั่นใจ

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน