“ลาก่อนนะค้า~ คุณลุงช่างตีเหล็กสุดหล่อ”
“ด-เดี๋ยวก่...”
“Perfect Fade”
“Force Teleportion”
“Delete : EdwardBlacksmith”
ในเสี้ยวเวลาก่อนที่มิคาเอลจะออกคำสั่งลบฟรานทิ้งก็ได้มีเสียงเสียงประหลาดดังกึกก้องเข้ามาในหัวของเขา และสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้นั้นก็คือภาพผู้หญิงผมสีดำยาวสลวยใส่แว่นทำท่าทางกอดอกพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนในขณะที่เธอยืนจ้องมองไปยังฟรานที่ค่อยๆล้มลงกับพื้นและสติของเขาก็ค่อยๆดับวูบไป
อากาศที่สดใสไร้ซึ่งเมฆหมอกและแดดอ่อนๆยามเช้าพร้อมกับเสียงนกหลากหลายสายพันธุ์ต่างร้องเรียกหากันดังระงมรอบๆนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ที่มีผลอันสุกงอมส่งกลิ่นหอมหวานชวนลิ้มลองไปทั่วบริเวณและเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ที่ไร้ซึ่งพิษภัยใดๆกับมนุษย์กำลังจ้องมองชายวัยกลางคนผมทรงหัวหนามสีน้ำตาลเข้มที่นอนสลบไสลอยู่บนพื้นหญ้าอันเขียวขจี
“อ่า..”
เสียงที่แหบพร่าเนื่องจากการขาดน้ำเป็ระยะเวลานานของชายหนุ่มดังออกมาจากลำคอเล็กน้อยก่อนที่เขาจะค่อยๆลุกขึ้นด้วยความมึนงงและหันไปมองทิวทัศน์รอบๆตัวเขาที่เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน
“เห๋~นี่มันกลางป่านี้นา!”
“เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ยก่อนหน้านี้ยังอยู่ในเมืองอยู่เลย”
“อ่า...ถ้าจำไม่ผิดเราถูกยัยเด็กบ้านั้นใช้คำสั่งลบอะไรสักอย่างนี่นา”
“แล้วที่เรายังไม่หายไปแสดงว่าตัวละครเราไม่ได้เป็ตัวละคร NPC แต่แค่ระบบมันเกิดปัญหาแล้วแสดงผลโชว์ผิดๆแบบนั้นสินะ”
“ว่าแต่...เสียงผู้หญิงที่ดังแว่วว่า PerfectFade กับ Force Teleportionก่อนที่จะย้ายมาที่นี่หมายถึงอะไรกันแน่”
“แล้วผู้หญิงผมดำนั้นคือใครกัน?”
ฟรานได้แต่คิดวนไปวนมาอยู่ในหัวเนื่องจากเกิดความสับสนเป็อย่างมากก่อนที่ฟรานจะรีบสลัดความคิดทั้งหลายทิ้งและหันหลังไปมองเสียงชายหนุ่มที่ะโเรียกเขาอย่างเป็ห่วง
“เฮ้ คุณเป็อะไรไหม ทำไมถึงมานอนอยู่ตรงนี้?”
เสียงเด็กหนุ่มชาวเอลฟ์ผมรองทรงสไตล์วัยรุ่นสีน้ำตาลเข้มได้ะโถามเขาอย่างเป็ห่วงฟรานได้แต่ทำหน้างุนงงเพราะเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมตนเองถึงมาปรากฎตัวอยู่ที่แห่งนี้ก่อนที่ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มจะพูดอะไรต่อฟรานก็ชิงโกหกไปก่อนเพราะเกิดกลัวว่าชายหนุ่มคนนี้จะไปแจ้งทีมงานและเกิดเหตุการณ์เหมือนที่ตนเจอมา
“พอดีผมมาเก็บประสบการณ์เพื่อเพิ่มระดับแถวนี้ แต่เกิดหลงทางขึ้นมาก็เลยนอนพักเพื่อลดค่าความเหนื่อยล้าสักหน่อยนะครับ”
ชายหนุ่มผมรองทรงได้ยิ้มให้ฟรานก่อนจะแนะนำตัวเองอย่างเป็มิตร
“อ่อ ผมก็นึกว่าคุณโดนมอนส์เตอร์โจมตีซะอีก ฮะๆ”
“ผมชื่อลูคัสนะครับ ว่าจะมาเก็บประสบการณ์เพื่อเพิ่มระดับแถวนี้เหมือนกัน”
“ยินดีที่รู้จักครับคุณลูคัสผมฟรานซิส แต่จะเรียกฟรานเฉยๆก็ได้ครับ”
ลูคัสยิ้มตอบรับก่อนจะชวนคุยอย่างเป็กันเอง
“ว่าแต่คุณฟรานแต่งโมเดลตัวละครได้เหมือนช่างตีเหล็กของเกมจังเลยนะครับ”
“คงสร้างมาไว้ขำๆละสิ”
ฟรานได้ยินดังนั้นจึงได้แต่ยิ้มและหัวเราะแห้งๆก่อนจะเออออกับลูคัสไปเพราะไม่อยากให้ลูคัสทราบความจริงถึงข้อผิดพลาดของระบบเนื่องจากกลัวจะเจอทีมงานคนนั้นมาสั่งลบและเกิดเื่ประหลาดๆกับฟรานอีก”
“ใช่ครับ ผมว่ามันคงดูตลกดีเลยทำแบบนี้”
“ว่าแต่คุณฟรานกำลังหลงทางใช่มั้ยครับพอดีเลยผมมีคัมภีร์กลับเมืองเกิดคุณจะเอาไปใช้ก็ได้นะ”
ฟรานได้ยินดังนั้นจึงแสดงสีหน้าดีใจก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าหากตนกลับเมืองแรกเกิดก็ไปเจอยัยเด็กนั่นน่ะสิจึงได้โกหกต่อไปเรื่อยๆ
“ไม่เป็ไรครับ ผมว่าจะเก็บประสบการณ์แถวนี้ต่อพอดี”
“โอ้พอดีเลยงั้นเรามาปาร์ตี้กันมั้ยครับคุณฟราน”
“ก็ดีเหมือนกันครับ”
ฟรานรีบตอบตกลงเพราะตนเองยังไม่เคยต่อสู้กับมอนส์เตอร์จึงกลัวว่าหากเจอมอนส์เตอร์เข้าตนเองอาจจะตายได้และเนื่องจากตัวละครของฟรานนั้นเกิดปัญหาจนไม่สามารถล็อคเอ้าท์ออกจากเกมนี้ได้ จึงทำให้ฟรานคิดมากไปอีกว่าถ้าหากตายในเกมจะเกิดใหม่และค้างอยู่ในระบบตลอดไปหรือเปล่า? หรือจะออกจากเกมในทันทีโดยอัตโนมัติ?
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆเสียงนกร้องที่ดูสับสนวุ่นวายก็ได้ค่อยๆหายไปเหลือทิ้งไว้แต่เพียงความเงียบสงบอันน่าขนลุกเหล่าต้นไม้และพุ่มหญ้าก็มีมากขึ้นจนจากป่าโปร่งค่อยๆกลายเป็ป่าทึบรกชันที่ดูเป็ที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์ร้าย
“คุณฟรานเล่นอาชีพอะไรหรอครับ”
ลูคัสเอ่ยถามฟรานเพื่อทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบนี้และเพื่อผูกสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทางของตน
“อ่านั้นสินะครับผมยังไม่ทราบเลยตอนเล่นมาก็เล่นมั่วๆเปลี่ยนอาชีพมั่วๆแหละ”
ฟรานได้แต่พูดกลบเกลื่อนเพราะตนเองไม่ค่อยอยากจะบอกข้อมูลส่วนตัวให้คนแปลกหน้าทราบเท่าไหร่นัก
“อ๊ะ งั้นคุณฟรานลองตรวจสอบดูสิครับใช้คำสั่งตรวจสอบเป็ใช่ไหม?”
ยิ่งฟรานพูดปิดบังเท่าไหร่นั้นยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของลูคัสเพิ่มมากขึ้นและด้วยการที่เขาเป็คนขวานผ่าซากจึงได้เผลอพูดออกมาตรงๆทำเอาฟรานชะงักไปชั่วครู่และต้องจำใจใช้คำสั่งตรวจสอบโดยหวังว่าการทำเช่นนี้จะดับกระหายความอยากรู้อยากเห็นของลูคัสลงไปแม้จะเล็กน้อยก็ดี
“แชร์ข้อมูลอาชีพ”
พลันสิ้นเสียงออกคำสั่งของฟรานก็ได้มีเสียงหญิงสาวดังกึกก้องในหัวของฟรานและลูคัส
[ อาชีพ Blacksmith ]
[ ทักษะที่ท่านได้เรียนรู้แล้ว ]
[ Repair ]
[ Weapon Research ]
[ Armor Research ]
[ Craft Weapon ]
[ Craft Armor ]
[ Item Identify ]
[ Upgrade ]
[ ระดับเผ่า 1 ]
[ ทักษะประจำเผ่า ]
[ Learning ]
สิ้นเสียงบรรยายจากระบบลูคัสได้แต่ยิ้มแห้งๆและคิดว่าฟรานคงเป็พวกจูนิเบียวสินะเพราะั้แ่ลูคัสเล่นเกมมาน้อยคนนักที่จะสร้างตัวละครตามคาแรคเตอร์ที่ตนเองชอบแบบตรงไปตรงมาและไม่สนว่าจะสามารถเก็บประสบการณ์เพื่อเพิ่มระดับได้หรือไม่ขอเพียงแค่ทักษะหรือโมเดลคล้ายกับคาแรคเตอร์เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
“คุณฟรานคงชอบ Blacksmith มากเลยสินะครับ”
“ไม่มีทักษะโจมตีเลยมีแต่ทักษะสร้างไอเทมประหนึ่งเป็ NPC Blacksmith เคลื่อนที่เลยเชียว”
ลูคัสได้พูดแซวฟรานพร้อมกับกระเซ้าเย้าแหย่เป็การใหญ่ทำเอาฟรานหน้าแดงและเขินอายขึ้นมาทันที
“ปะ-เปล่านะครับ ผมไม่ได้อินกับตัวละครขนาดนั้น”
“แหมๆ ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับคุณฟราน”
เมื่อลูคัสเห็นฟรานเริ่มหน้าแดงจัดและอับอายพอดูแล้วเขาจึงเปลี่ยนเื่คุยก่อนที่ ฟรานจะโกรธขึ้นมาจริงๆ
“เอาน่าๆส่วนใหญ่เขาก็สร้างตัวละครตามที่ตนเองชอบแบบนี้แหละครับคุณฟราน”
“ไม่ต้องคิดมากนะ”
“แล้วคุณลูคัสเล่นอาชีพอะไรหรอครับแต่งชุดคลุมแบบนี้นักเวทย์ใช่มั้ย?”
“ช่ายแล้ว~”
“แต่จริงๆผมไม่ได้อยากเล่นนักเวทย์นักหรอกแต่ยัยพี่สาวบ๊องดันมาแกล้งผมนะสิ”
ฮ่าๆ ฟรานได้หัวเราะขึ้นมาและพลางนึกถึงตนเองในวัยเด็กที่โดนเพื่อนสนิทแกล้งอยู่เป็ประจำทำเอาตอนรู้จักกันแรกๆฟรานไม่ชอบขี้หน้าเพื่อนคนนี้เอาซะเลยจนมารู้ที่หลังว่าเขาแกล้งเพราะอยากเข้าหาฟรานนี่เองและเมื่อฟรานพยายามคิดถึงใบหน้าและชื่อของเพื่อนสนิทคนนั้น ปรากฏว่าฟรานกลับจำไม่ได้เลยแม้แต่เื่ที่ควรจะจำได้อย่างเขาเป็ผู้ชายหรือผู้หญิงกันนะ?
“อ๊ะ คุณฟราน นั้นมันก็อบลินนี่นา”
“ผมจะร่ายเวทย์โจมตีสนับสนุนเองคุณฟรานช่วยเข้าไปล่อมันให้หน่อยนะครับ”
เสียงของลูคัสดังขึ้นทำเอาฟรานต้องเลิกคิดถึงเื่ในอดีตและกลับมาให้ความสำคัญกับสถานการณ์ปัจจุบันตรงหน้า
“ถ้าอย่างนั้นเตรียมตัวนะครับคุณลูคัสผมจะเข้าไปแล้วนะ”
เมื่อจบประโยคฟรานจึงพุ่งเข้าใส่ก็อบลินทันทีพร้อมกับเอาค้อนเหล็กขนาดเล็กที่เตรียมไว้หวดฟาดไปยังก็อบลินตรงหน้าทำเอาก็อบลินใเป็อย่างมากและะโหลบไปด้านหลังในทันที ก่อนที่มันจะหยิบธนูของตนขึ้นมาเล็งและยิงไปยังฟรานอย่างไม่ลังเลทันใดนั้นเองก่อนที่ลูกธนูของก็อบลินจะพุ่งเข้ามาโดนยังฟราน ก็ได้มีลูกไฟโผล่ขึ้นมาตรงหน้าลูคัสที่กำลังบริกรรมคาถาอยู่และลูกไฟนั้นได้พุ่งเข้าใส่ลูกธนูดอกนั้นพร้อมทั้งเผามันจนไหม้เป็จุล
“ขอบคุณมากครับคุณลูคัส ผมเกือบไปแล้วสิ”
ฟรานพูดอย่างโล่งอกเพราะหากไม่ได้ลูคัสช่วยไว้ฟรานอาจได้รับาเ็จากลูกธนูอาบยาพิษของก็อบลินก็ได้หลังฟรานพูดจบฟรานได้เอาค้อนขนาดเล็กที่ตนถืออยู่ฟาดลงไปกลางหลังของก็อบลินทำเอามันะเืไปทั้งร่างกายก่อนที่จะล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง
“Lightning Bolt”
เมื่อลูคัสเห็นโอกาสจึงรีบบริกรรมคาถาสายฟ้าก่อให้เกิดหมู่เมฆดำครึ้มขนาดเล็กเหนือหัวของก็อบลินนั้นและได้เกิดประกายสายฟ้าผ่าฟาดลงมาที่ก็อบลินอย่างรุนแรงจนร่างกายของก็อบลินกลายเป็ผุยผงและค่อยๆจากหายไปเหลือทิ้งไว้แต่เพียงเสบียงอาหารในกระเป๋าของมัน
[ ท่านได้รับไอเทมขนมปังของก้อบลิน ]
[ ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ]
[ Level Up! ]
[ ระดับของท่านถูกเลื่อนเป็ 6 ]
[ ท่านสามารถพัฒนาศักยภาพของท่านได้ 5 แต้ม ]
[ ท่านสามารถเรียนรู้ทักษะ 1 ใน 2ทักษะดังต่อไปนี้ ]
[ Hammer Fall ]
[ Dash ]
เมื่อได้ยินเสียงจากระบบฟรานก็เกิดความสงสัยว่าทำไมเสียงมันช่างคล้ายกับเสียงหญิงสาวปริศนาที่เขาได้ยินก่อนหมดสติลงกันนะแต่เขาก็คิดว่าตนเองอาจจะจำสับสนไปเองจึงได้สลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกก่อนจะเลือกพัฒนาศักยภาพตามที่ระบบกำหนด
“ขอเลือก พละกำลัง 2 ความว่องไว 1 ความแม่นยำ 1และพลังชีวิต 1”
“และในส่วนทักษะขอเลือกทักษะ HammerFall”
เมื่อฟรานประกาศเจตจำนงค์ออกไประบบอัตโนมัติจึงทำงานตอบสนองกับคำสั่งของเขาและทำให้เขารู้สึกได้ว่าตนเองแข็งแรงและมีพละกำลังมากขึ้นอีกทั้งสายตาของเขาก็เฉียบคมขึ้นมาระดับหนึ่งจนเผลออดคิดไม่ได้ว่านี่มันช่างสมจริงเกินไปหรือเปล่า? เรายังอยู่ในเกมจริงๆใช่มั้ยเนี่ย?
“คุณฟราน อาวุธของคุณชำรุดอยู่หรือเปล่าครับ”
“พอดีผมเห็นว่าตรงด้ามจับมันเหมือนจะโยกๆหน่อยน่ะ”
“อ่าวผมก็เพิ่งสังเกตเหมือนกันสงสัยมันคงหักตอนฟาดก็อบลินแน่เลย”
ฟรานหันไปมองอาวุธในมือของตนมันคือค้อนเหล็กขนาดเล็กที่ถูกใช้งานมาอย่างโชกโชนแต่บัดนี้ด้ามของมันโยกเยกไปมาราวกับพร้อมจะหลุดออกมาได้ตลอดเวลาและเมื่อฟรานเห็นดังนั้นเขาจึงหยิบกาวและอุปกรณ์ช่างในกระเป๋าที่เอวออกมาและทำการซ่อมแซมด้ามเหล็กนั้นอย่างคล่องแคล้วประหนึ่งได้ทำเป็ประจำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว
“อ่าวเฮ้ย ทำไมเราถึงซ่อมมันได้ละเนี่ย เราก็ไม่ได้รู้เื่งานช่างสักหน่อย”
ฟานอุทานเบาๆอย่างประหลาดใจในขณะที่มือของฟรานกำลังถือค้อนเหล็กขนาดเล็กที่ถูกซ่อมแซมจนกลับมาสมบูรณ์ดังเดิม
“แหม ทักษะคุณฟรานนี่ช่างมีประโยชน์จังเลยเนอะ”
“ถ้าเป็ผมก็คงต้องกลับเมืองไปให้ NPC ซ่อมสถานเดียวเลย”
ลูคัสกล่าวถึงทักษะ Repairของฟรานอย่างใสซื่อทำเอาฟรานได้แต่ทำหน้ายิ้มเจื่อนๆ เนื่องจากว่าลักษณะคำพูดของลูคัสนั้นหากคนฟังคิดในแง่ร้ายก็จะฟังเป็เหมือนลูคัสกำลังแขวะฟรานว่าไม่มีทักษะโจมตีเลยมีแต่ทักษะที่ไร้ประโยชน์ซึ่งสามารถให้ NPC ทำแทนก็ยังได้แต่เนื่องจากลูคัสไม่ได้มีเจตนาร้ายเพียงแค่เป็คนพูดแบบขวานผ่าซากไม่ถนอมน้ำใจเพียงเท่านั้นฟรานจึงไม่ได้เก็บเอาคำพูดของลูคัสไปคิด
“ว่าแต่คุณฟรานวางแผนจะเก็บประสบการณ์ที่นี่ถึงระดับเท่าไหร่หรือครับ”
“ก็คงเรื่อยๆน่ะครับ แล้วคุณลูคัสล่ะ”
“อืม…ก็คงอีกสักระยะหนึ่ง...ประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงละมั้ง”
เนื่องจากฟรานนั้นไม่สามารถเปิดเมนูส่วนตัวของผู้เล่นได้ดังนั้นเวลาในโลกภายนอกนั้นจึงเป็เื่ที่เขาไม่อาจรับรู้ได้เลย เขาจึงได้แต่พยักหน้าเออออไปกับลูคัสและไม่รู้ว่าตอนนี้ในโลกจริงนั้นผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้วหลังจากที่เขาได้เข้าสู่เกม
“ผมรู้สึกหิวขึ้นมาแล้วแหละครับคุณลูคัส”
“เราหาที่นั่งพักแล้วกินอาหารที่ได้จากก็อบลินกันดีกว่า”
ฟรานเอามือลูบท้องของตนเองในขณะที่พูดพร้อมกับยิ้มให้ลูคัสไปพร้อมๆกันในขณะที่ลูคัสได้ทำสีหน้าประหลาดใจกับคำพูดของฟราน
“หิว?”
“คุณฟรานนี่อินกับเกมจังเลยนะครับ มีหิวด้วย ฮ่าๆ”
ฟรานได้แต่ทำหน้างุนงงกับคำพูดของลูคัสก่อนที่จะเอะใจขึ้นมาว่า หรือเกมนี้มันไม่มีระบบความหิว ความเหนื่อยกันนะ? แล้วทำไมเราถึงรู้สึกหิวกับเหนื่อยขึ้นมาละ?และเมื่อฟรานได้คิดวนไปวนมาจนได้คำตอบทำเอาสีหน้าของเขาซีดเผือดพร้อมกับมีเหงื่อแตกพลั่กตามลำตัว
“ฮะ-เฮ้ย! ระ-หรือว่า…”
“เราจะเข้ามาในเกมจริงๆ?”
ฟรานได้พึมพำอยู่ในลำคออย่างเงียบๆด้วยความหวาดกลัวมือไม้ของฟรานเริ่มสั่นระริก เหงื่อของเขาเริ่มแตกพลั่กความสิ้นหวังเริ่มครอบงำสติสัมปชัญญะของเขา และถ้าหากเขาได้เข้ามาในเกมจริงๆนั้นก็อาจหมายความว่าการได้รับาเ็สาหัสหรือได้รับพิษในเกมนั้นจะทำให้ชีวิตจริงของเขาอาจจบลงไปด้วยหรือถ้าไม่ตายก็อาจจะพิการ ตาบอด หรือเป็อัมพาตขึ้นมาจริงๆจากสถานะผิดปกติในเกมเพราะขนาดระบบความเหนื่อยล้าในเกมที่มีไว้เพื่อให้ผู้เล่นหยุดพักไม่ให้เล่นเกมติดต่อกันจนเป็เวลานานเกินไปเพียงเท่านั้นยังส่งผลทำให้ฟรานเหนื่อยอย่างมากประหนึ่งได้วิ่งออกกำลังกายมาหลายชั่วโมงและต้องนั่งพักหรือนอนพักเท่านั้นจึงจะหายเหนื่อยเหมือนในชีวิตจริง
“เป็อะไรไปครับคุณฟราน?”
“ป-เปล่าครับแค่ตื่นเต้นนิดหน่อยกับทักษะใหม่น่ะ”
“อ่าว งั้นหรอครับตอนผมได้รับทักษะใหม่ๆก็เป็งี้แหละ”
ฟรานโกหกลูคัสและแสร้งทำเป็ยิ้มทั้งที่ในใจตนเองหวาดกลัวและสับสนเป็อย่างมาก
“ว่าแต่คุณฟรานเป็คนที่ไหนครับเนี่ย”
“รัฐเอนเทียเขต 7 น่ะครับ”
“โหบังเอิญจังเลยนะครับผมก็เกิดที่รัฐเอนเทียเขต 7 เหมือนกัน”
ลูคัสยิ้มอย่างร่าเริงพร้อมกับถามฟรานต่อ
“เอ๊ะ หรือว่าคุณฟรานชื่อ ฟรานซิส เดอ ลูน่ารึเปล่าครับ?”
“เพราะเขต 7 เป็เขตที่เล็กมากๆผมว่าคงมีคนชื่อฟรานอยู่แค่ไม่กี่คนหรอก”
“อ่าว คุณลูคัสรู้จักผมด้วยหรือครับ?”
“เฮ้ย! ฟรานจริงๆด้วย”
“เป็ไงบ้างไม่ได้เจอกันมาั้แ่เรียนจบมัธยมเลย”
ฟรานได้แต่ทำหน้างุนงงและสงสัยเป็อย่างยิ่งว่าทำไมลูคัสถึงได้รู้จักตนทั้งๆที่ตนไม่เคยเห็นหรือสนิทกับลูคัสมาก่อน
“ผมว่าคุณคงจำคนผิดหรือเปล่าครับคุณลูคัส”
“ผมไม่รู้จักคุณเลยนะ”
“เรา ลูคัส คาร์เตอร์ ไง”
“เพื่อนแกสมัยมัธยม จำไม่ได้รึไง”
“………”
ฟรานได้แต่เงียบและทำสีหน้างุนงงพร้อมทั้งพยายามเค้นความทรงจำของตนที่เกี่ยวข้องกับชายที่ชื่อลูคัสคาร์เตอร์ แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก ฟรานจำได้แต่เพียงชื่อของเอมม่าคาร์เตอร์เท่านั้นที่มีนามสกุลเดียวกับชายที่อ้างว่ารู้จักตน
“คุณเกี่ยวข้องยังไงกับคุณเอมม่า คาร์เตอร์หรอครับคุณลูคัส?”
“จำไม่ได้จริงๆหรอฟราน สมัยก่อนเราสนิทกันมากเลยนะ”
“ส่วนเอมม่าก็พี่สาวเราไง”
ลูคัสเริ่มทำน้ำเสียงจริงจังและสีหน้าที่ขึงขังขึ้นแววตาของลูคัสนั้นเริ่มเศร้าสร้อย เนื่องจากว่าลูคัสต้องย้ายไปเรียนที่ต่างรัฐจึงไม่อาจไปหาเพื่อนคนนี้ได้และเขาได้พยายามโทรติดต่อก็แล้ว อีเมลหาก็แล้วฟรานก็ไม่แม้แต่จะตอบกลับหรือรับสายเลยลูคัสได้เพียงแต่ฟังข่าวคราวของฟรานผ่านเอมม่าพี่สาวของตนที่แวะไปทานกาแฟที่ร้านที่ฟรานทำงานอยู่เป็ประจำเพียงเท่านั้น
“ผมจำไม่ได้จริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณลูคัส”
“อืม เราเข้าใจดีละนายคงไม่อยากรู้จักกับเราอีกสินะฟราน”
“โอเค ได้ ั้แ่นี้เราจะไม่กวนไม่ยุ่งเกี่ยวกับนายอีกต่อไปก็ได้”
“หยิ่งมากนักก็อยู่ไปคนเดียวเลยฟราน”
“ใช้งาน Recall Scroll”
จากแววตาและสีหน้าที่เศร้าสร้อยของลูคัสพลันเปลี่ยนไปเป็อารมณ์ที่โกรธจัดเนื่องจากตนคิดได้ว่าฟรานอาจพยายามหลบหน้าตนเพราะไม่อยากรู้จักตนก็ได้เมื่อคิดได้เช่นนั้นลูคัสจึงได้แต่ตัดพ้อให้ฟรานฟังด้วยความโมโหแล้วก็พลันใช้คำสั่งจากไอเทมเคลื่อนย้ายระยะใกล้เพื่อเคลื่อนย้ายตนเองกลับเข้าเมืองหลวงและเขาคงไม่คิดจะติดต่อกับฟรานอีกแน่
“อะไรของเขากันนะ”
ฟรานได้แต่ประหลาดใจกับท่าทีของลูคัสที่เมื่อสักครูยังพูดดีๆกับเขาอยู่แต่ก็พลันเปลี่ยนมาโกรธเขาเพียงแค่เขาไม่รู้จักตนและจู่ๆก็มีความคิดผุดขึ้นมาในหัวฟรานว่าถ้าหากตนหลุดเข้ามาในเกมจริงๆถ้าอย่างนั้นถ้าคำสั่งลบตัวละครของเด็กสาวที่อ้างตัวว่าเป็ทีมงานได้ผลกับเขาเขาจะหายไปอย่างนั้นหรอ? แล้วการหายไปคือเขาจะตายสินะ?แล้วลูคัสที่จู่ๆก็โกรธเขาและใช้งานไอเทมเคลื่อนย้ายไป เขาจะเอาเื่ที่เจอกันไปแจ้งเด็กสาวคนนั้นไหมนะ?ความคิดของฟรานหลั่งไหลเข้ามาเป็อย่างมากและเขาก็เริ่มกลัวชายแปลกหน้าที่ชื่อลูคัสว่าอาจจะไปแจ้งทีมงานให้มาลบเขาจริงๆก็เป็ได้ฟรานจึงรีบเดินหนีออกจากบริเวณนี้ และมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ต่อไปโดยเร็วเพื่อหวังว่าเมื่อลูคัสกลับมาพร้อมกับเด็กสาวผู้อ้างว่าเป็ทีมงานจะหาตนไม่เจอ