ดวงอาทิตย์พาดผ่านขอบฟ้าสาดแสงสีเหลืองทองอร่ามทาบทอไปทั่วท้องนภาส่องรัศมีเรืองรองอันอบอุ่นแห่งอรุณเบิกฟ้าของเช้าวันใหม่ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บให้บรรเทาลง เบื้องล่างพลันสว่างไสวเผยให้เห็นทุกสรรพสิ่งรอบด้านพื้นดินที่ถูก
ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนเปล่งประกายระยิบระยับ แลดูสะอาดบริสุทธิ์ไร้สิ่งมัวหมองราวกับแดน์
ท่ามกลางสภาพอากาศอันเลวร้าย ต้นสนสูงยังยืนหยัดต่อสู้ได้อย่างกล้าหาญทนทานคงความเขียวชอุ่มไม่เหี่ยวเฉา จัดเป็หนึ่งในสามสหายแห่งเหมันต์ และด้วยความที่เป็ต้นไม้ที่มีอายุยืนยาวจึงถูกยกให้เป็สัญลักษณ์ของความมีอายุยืน
หิมะยังคงปลิวว่อนในอากาศ ก่อเกิดเป็ทัศนียภาพอันงดงามดั่งภาพวาดดึงดูดให้นักท่องยุทธภพที่ผ่านทางมาหยุดมองด้วยความชื่นชม หากแต่มิใช่กับราษฎรเขตชายแดนที่เพียรสวดมนต์ภาวนาขอให้ภัยหนาวที่คร่าชีวิตผู้คนให้ตายอย่างโหดร้ายนี้ผ่านพ้นไปเสียที
ภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาตินั้นยากที่จะหลีกเลี่ยงในแต่ละปีพวกเขาที่อยู่ในแถบชายแดนต้องทนหนาวตายไปไม่รู้จักเท่าไรโดยไม่มีผู้ใดเหลียวแลหรือเห็นใจ ต่อให้ตีกลองร้องทุกข์ ขอความช่วยหลือไปยังนายอำเภอก็ยังไม่อาจแก้ไขอะไรให้ดีขึ้นได้
เสียงจากชาวบ้านตัวเล็กๆ อย่างพวกเขาย่อมไร้ความหมายถึงตายไปก็ไม่ทำให้ใคระเื และเพราะอย่างนั้นถึงถูกทิ้งไว้ให้ตายอยู่ตรงนี้
ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยในราชสำนักก็ยังมีขุนนางฉ้อฉลรอคอยตักตวงผลประโยชน์เข้าสู่มือตน ขุนนางกังฉินมีใจโลภมากแอบโกงกินเงินภาษีของราษฎรผู้ตกทุกข์ได้ยากทั้งแอบขึ้นค่าที่นา เรียกเก็บค่าคุ้มครองเฉกเช่นอันธพาล
พวกขุนนางใจทรามไม่สนใจความทุกข์เข็ญของชาวบ้าน นั่งเสพสุขอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่นอย่างไร้จิตสำนึกต่อหน้ารับฟังแข็งขัน ลับหลังเพิกเฉยปล่อยผ่าน นานวันเข้าพวกเขาจึงไร้จิตศรัทธาหันหน้าเข้าหาวัดอ้อนวอนร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ผ่านพ้น่เวลาอันยากลำบากนี้ไป
ขุนนางโฉดชั่วพวกนั้น สักวันจะต้องได้รับผลกรรมจากการกระทำชั่วร้ายของตนแน่พวกเขาเชื่อว่าวันนั้นต้องมาถึงในอีกไม่ช้านี้...
อาณาจักรที่ตั้งของสามแคว้นอยู่เชื่อมติดกันแถบชายแดนซือเสียนฝั่งตะวันออกติดกับเขตชายแดนฝั่งตะวันตกของแคว้นจิ่นหยางาแย่งชิงดินแดนมีมานาน นับั้แ่เมื่อหลายร้อยปีก่อนบรรพบุรุษของทั้งสามแคว้นรบราฆ่าฟันกันเพื่อให้ได้แผ่นดินกว้างใหญ่ผืนนี้ เดิมทีทั้งสามแคว้นยังรวมตัวกันเป็ปึกแผ่นสมัครสมาน รักใคร่ปรองดองกันเหนียวแน่น ปราศจากการแก่งแย่ง่ชิงดินแดนกัน และยังมีผู้ปกครองแคว้นเพียงหนึ่งเดียว
ต่อมาจิตใจคนยากเกินหยั่งถึงเมื่อถูกความโลภเข้าครอบงำมีหรือจะสนใจความเป็อยู่ของราษฎร าครั้งใหญ่ปะทุขึ้นจากที่เล็กๆ ก็กลายเป็ใหญ่โตจนลุกลามไปทุกหย่อมหญ้า เดือดร้อนชาวประชาในราชอาณาจักร‘แคว้นต้าสือ’ ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ให้ต้องดับดิ้นสิ้นใจอย่างไร้ทางสู้ตกเป็เหยื่อของการรบราฆ่าฟันแย่งชิงอำนาจผู้นำก่อฏทั้งสามฝ่ายต่างตักตวงผลประโยชน์ใส่ตัวไม่สนใจผู้ใด
ในปีนั้นแผ่นดินต้าสือที่ยิ่งใหญ่ถูกแบ่งแยกเป็สามส่วนการเข่นฆ่าการนองเืก่อให้เกิดความสูญเสียมากมายนับไม่ถ้วนเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดทุกพื้นที่ทุกเขตแดนต่างระส่ำระส่ายหนีตายกันจ้าละหวั่นไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญทุกสรรพสิ่งให้มอดไหม้เป็จุณในชั่วพริบตา
ศพแล้วศพเล่านอนตายเกลื่อนกลาด ลูกเล็กเด็กแดง คนแก่คนชราต่างพากันหลบหนีไฟาไม่พ้นล้วนต้องสังเวยชีวิตให้อย่างน่าสงสาร บ้างแขนขาดขาขาด ศีรษะตกกระเด็นบนพื้น ผู้คนส่วนใหญ่ที่ตายไปเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
แผ่นดินผืนฟ้าอาบย้อมด้วยโลหิตแม่น้ำลำธารทุกสายกลายเป็สีแดงฉานน่าสะพรึงเป็ลางบอกเหตุให้รู้ถึงภัยร้ายที่กำลังมาเยือน ความโเี้อำมหิตในาครั้งนี้ประจักษ์ให้เห็นถึงนิสัยใจคอเหี้ยมเกรียมดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่หิวกระหายในชัยชนะรักชอบการเข่นฆ่า ไม่ยอมละเว้นชีวิตผู้ใด ปราศจากความเมตตาปรานีของผู้นำทั้งสามแคว้นในกาลก่อน...
ตายแล้วก็ตายไปส่วนคนที่หนีรอดกลับนึกเสียใจว่าเหตุใดจึงไม่ตายไปเสียตอนนั้นจะได้ไม่ต้องถูกจับเป็เชลยศึกในาอย่างไร้ค่า ถูกมองเป็เพียงสัตว์ตัวเล็กๆจะเอาไว้ดูเล่นหรือทำลายทิ้งก็หาได้มีผู้ใดสนใจไม่
บ้างตกเป็ทาสใช้แรงงานจนถึงตาย บ้างเป็หญิงสาวหน้าตาดีถูกจับให้เป็นางบำเรอปรนเปรอความใคร่ให้พวกป่าเถื่อนไร้ศีลธรรม
นับจากนั้นมาชีวิตของเชลยพวกนั้นก็พบกับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็หลายคนทนรับการทารุณนั้นไม่ไหวจึงลงมือปลิดชีพตนเพื่อหนีจากชะตากรรมอันแสนโหดร้ายนั้น
กระทั่งผู้นำก่อฏทั้งสามฝ่ายยึดครองดินแดนได้สำเร็จภายหลังจึงสถาปนาแต่งตั้งตนเองขึ้นเป็ผู้ปกครองทั้งสามแคว้นแบ่งแยกดินแดนขีดเส้นกั้นบนแผนที่ชัดเจน ระบุเขตปกครองของตัวเองอย่างเท่าเทียมกันพร้อมกันนั้นยังร่างสัญญามอบคำสัจสาบานให้แก่กันว่าภายในระยะเวลาห้าร้อยปีต่อจากนี้ห้ามแคว้นใดคิดก่อาขึ้นก่อนเป็อันขาด มิเช่นนั้นจะถูกอีกสองแคว้นลงทัณฑ์ด้วยบทลงโทษที่ระบุไว้ในสัญญา
ผ่านไปกว่าหกร้อยปีสัญญาฉบับนี้ก็ไร้ผล การเคลื่อนไหวแบบลับๆของทั้งสามแคว้นจึงเริ่มปรากฏให้เห็นบ้างแล้วตอนนี้อย่างเช่นเหตุการณ์ยกทัพบุกมาโจมตีชายแดนแคว้นซือเสียนของกองทัพแคว้นจิ่นหยางที่หวังยึดชิงเอาดินแดนส่วนนี้ไป
แต่ละแคว้นมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน แคว้นจิ่นหยางอุดมด้วยหินแร่หายากทองคำ ไข่มุกล้ำค่า และทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลที่ฝังอยู่ใต้ดินยึดเขตปกครองตนเองได้ทางทิศตะวันออกสุด ปกครองโดย ‘ฮ่องเต้จินสยง’
แคว้นหลวนซานดินแดนเหนือสุดได้แหล่งสมุนไพรล้ำค่าหายากที่ต่อให้มีเงินมากมายแค่ไหนก็หาซื้อไม่ได้ มีทั้งที่ใช้รักษาโรคและมีพิษร้ายแรงมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดตกอยู่ในกำมือพวกเขา ปกครองตนเองโดย ‘ฮ่องเต้ไฉเสวียน’
สุดท้าย...แคว้นซือเสียน อยู่ทิศตะวันตกสุดแม้ทุกปีที่ฤดูเหมันต์มาเยือนจะหนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจแต่ตลอดทั้งสี่ฤดูกาลพวกเขาไม่ต้องกังวลเื่เสบียงอาหารพืชสวนไร่นาล้วนอุดมสมบูรณ์ ให้ผลผลิตดีเป็จำนวนมากตลอดทั้งปี ปกครองตนเองโดย ‘ฮ่องเต้โฮว่จ้าน’
ขณะที่พวกเขาผู้ปกครองทั้งสามแคว้นกำลังดีใจกับชัยชนะที่ได้มาไหนเลยจะรู้ว่า่เวลานั้นผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างพากันสาปแช่งน้ำตานองหน้าแทบไหลเป็สายเืความสงบสุขถูกคุกคามอย่างร้ายกาจ ชีวิตนับหมื่นนับพันต้องถูกสังเวยในไฟาที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้นพวกเขาทำผิดอะไรกัน เหตุใดจึงต้องมาตายอย่างน่าอนาถเช่นนี้ด้วย!
พวกคนตระกูลใหญ่โชคดีที่อยู่รอดปลอดภัยไม่ต้องกังวลใจหากแต่ต้องยอมส่งบุตรสาวรูปโฉมงดงามเข้าถวายตัวเป็สนมนางในเข้าสู่วังหลังเพื่อรวบรวมฐานอำนาจสร้างบารมีแด่ผู้ครองแคว้นส่วนบุตรชายเข้ารับราชการเป็ขุนนางเคียงข้างนายเหนือหัวเป็ทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์จำต้องถวายชีวิต ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม
ห้าร้อยปีผ่านไปบ้านเมืองอยู่อย่างสงบสันติทั้งสามแคว้นไม่ก่อความวุ่นวายสร้างไฟาขึ้นทำร้ายราษฎรอีกทว่าเมื่อไม่นานมานี้ตามเขตชายแดนกลับมีการเคลื่อนไหวเงียบๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีไฟาก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วยังไม่ทันได้ตั้งตัวเตรียมใจก็ถูกฆ่าตายไปเสียแล้ว
ไม่ว่าแคว้นใดจะเป็ผู้ก่อาขึ้นก่อนก็ไม่สำคัญอีกต่อไป ยามนี้เปลวไฟได้ลุกลามใหญ่โตเกินกว่าจะหยุดยั้งยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองเริ่มหมดไปทั้งสามแคว้นกำลังเดินเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง!
โชคดีที่แคว้นซือเสียนมี ‘เ้าแห่งา’ คุ้มครองอยู่ ไม่ว่าจะผ่านสักกี่ศึกออกรบสักกี่คราพวกเขามิต้องหวั่นใจสามารถกินอิ่มนอนหลับ เฝ้ารอข่าวดีของ
แม่ทัพใหญ่กุมชัยชนะกลับมา รอคอยให้กองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นกรีธาทัพกลับสู่เมืองหลวง