ประมาณหนึ่งชั่วโมงถัดมา ในห้องลับที่ค่อนข้างกว้างขวางใต้ลานบ้าน
ถังฮวนนั่งขัดสมาธิอยู่ มี ศิลาไม้สวรรค์ ศิลาฟีนิกซ์ ผลึกมังกร ไขกระดูกฟีนิกซ์ ศิลาเผาสุริยัน หินเหล็กไฟและทองคำอมตะ ถูกวางเรียงกันเป็นแถว หากมีการพบเจอของเหล่านี้อยู่ในเมืองมังกรวสันต์ ทั้งเมืองอาจจะเกิดการแย่งชิงจนนองเลือดอย่างแน่นอน นอกทางออกของห้องลับ ไม่ไกลเท่าใดนักมีมู่เหยียนนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นเงียบๆ นอกห้องลับนี้มีห้องลับอีกห้องหนึ่งที่เชื่อมต่อกัน เฟิงหมิง เสี่ยวเป่าและหนูวิญญาณเจ็ดสีล้วนอยู่ในห้องนั้น มู่เหยียนไม่สนใจการเคลื่อนไหวใด ๆ นอกห้องลับ แต่มุ่งความสนใจไปที่ถังฮวนเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นว่านักหลอมอาวุธสามารถยกระดับได้เช่นเดียวกันกับผู้ฝึกยุทธ จิตใจถังฮวนมีสมาธิมากขึ้น ในขณะที่เขาหยิบๆ วางๆ สิ่งของที่อยู่ตรงหน้าตลอดเวลาเขาคิดดีแล้วว่าครั้งนี้จะหลอมอาวุธชนิดใด มีทักษะการโจมตีที่ทรงพลังเพียงสองอย่างที่เขาฝึกฝนอยู่ในขณะนี้ หนึ่งคือ 'วิชาหอกเพลิงสายรุ้งอัคคีพิสุทธิ์ ' และอีกหนึ่งคือ 'กระบวนท่าดาบเพลิงนภา' แม้ตอนนี้เขาจะมีดาบสายรุ้งอยู่ ในมือ แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันมันจึงไม่เหมาะจะพกไปไหนมาไหน เพราะจะเป็นการเปิดเผยตัวตนได้ง่ายเกินไป ดังนั้นเมื่อเขาออกจากเมืองมังกรวสันต์ ถังฮวนจึงทิ้งดาบสายรุ้งไว้
จากรูปลักษณ์ของตนไม่สำคัญนักหรอกว่าจะหลอมเป็นมีดดาบหรือหอก แต่หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วถังฮวนยังคงเลือกที่จะหลอมหอก ด้วยว่าจากทักษะการต่อสู้ทั้งสอง กระบวนท่าดาบเพลิงนภามีเพียงสี่กระบวนท่าเท่านั้น ที่เหลือยังไม่สมบูรณ์ ในขณะที่วิชาหอกเพลิงสายรุ้งอัคคีพิวุทธิ์นั้นมีความสมบูรณ์แบบแล้ว นอกจากนี้วัสดุที่มีในตอนนี้ยังเหมาะสำหรับการสร้างหอกยาวมากกว่าอีกด้วย หลังจากนั้นไม่นานสิ่งที่เหลืออยู่ข้างๆ ถังฮวนคือกองหินเหล็กไฟ ผลึกมังกรห้าก้อน ไขกระดูกฟีนิกซ์ ศิลาฟีนิกซ์และศิลาไม้สวรรค์สามก้อนสิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่ถังฮวนเลือกไว้
เหตุผลที่เขาเลือก ‘หินเหล็กไฟ’ แทน 'ทองคำอมตะ' นั้นง่ายมาก ด้วยพลังปราณแท้ของเขาแม้ว่าจะใช้พลังทั้งหมดเพื่อเปิดใช้ 'เพลิงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์' ได้ แต่ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะหลอมสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา ตามที่ถังฮวนคาดการณ์ไว้ หลังจากเขาบรรลุสู่การเป็นยอดฝีมือปรมาจารย์ยุทธระดับแปดแล้ว จึงจะสามารถใช้ 'ทองคำอมตะ' ได้ ด้วยเหตุนี้ถังฮวนจึงใช้เพียงหินเหล็กไฟเท่านั้น และอาวุธประเภทนี้ที่หลอมโดยแร่เหล็กจะมีความยืดหยุ่นระดับหนึ่ง มันเป็นอาวุธที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการตีหอก สำหรับส่วนหัวของหอกนั้นตราบใดที่มันมีอุณหภูมิถึง 60% ของอุณหภูมิปกติ มันจะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นของแข็งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ หลังจากวัสดุหลักถูกคัดสรรเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอัญมณีจากธาตุทั้งห้า
ธาตุไม้สามารถจุดไฟได้แต่การรวมกันของอัญมณีทั้งสองนี้จะต้องสมบูรณ์แบบที่สุด อาวุธที่ถังฮวนต้องการสร้างต้องมีคุณสมบัติของไฟ เพื่อที่จะสามารถเพิ่มพลังของไฟแห่งจิตวิญญาณได้ถึงขีดสุด ดังนั้นจึงเลือกใช้อัญมณีธาตุไฟซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ 'ศิลาฟีนิกซ์' เป็นหลัก ด้วยวิธีนี้ประสิทธิภาพของ 'ศิลาไม้สวรรค์' จะต้องไม่มากไปกว่า 'ศิลาฟีนิกซ์' มิฉะนั้นจะทำให้เกิดความสับสนและส่งผลต่อประสิทธิภาพของอาวุธ ทว่าประสิทธิภาพของศิลาไม้สวรรค์เอง ต้องคอยระวังไม่ให้มากหรือน้อยเกินไปเช่นเดียวกัน เปรียบได้กับเปลวไฟที่ลุกไหม้ ทันใดนั้นเราเพิ่มกองฟืนขนาดใหญ่เข้าไปในทันที นอกจากมันจะไม่แข็งแกร่งขึ้นแล้วยังอาจทำให้เปลวไฟดับได้ กลับกันถ้าเพียงเพิ่มกิ่งไม้เล็ก ๆ เข้าไปในกองไฟเราจะไม่สามารถช่วยเพิ่มความแรงของไฟได้ ดังนั้นนี่จึงเป็นการทดสอบการตัดสินที่สำคัญยิ่งของนักหลอมอาวุธ
ถังฮวนเองเคยคิดว่า ศิลาไม้สวรรค์ สองอันเพียงพอที่จะจับคู่กับศิลาฟีนิกซ์หนึ่งอันได้แล้ว แต่หลังจากใช้เวลาตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงพบว่า ศิลาฟีนิกซ์หนึ่งอันต้องใช้ศิลาไม้สวรรค์สามอัน แม้ว่าศิลาฟีนิกซ์จะเป็นอัญมณีระดับกลาง ในขณะที่ศิลาไม้สวรรค์เป็นอัญมณีที่มีระดับสูง แต่ประสิทธิภาพของศิลาฟีนิกซ์นั้นยังมากเกินกว่าที่ศิลาไม้สวรรค์จะเปรียบเทียบได้ “มู่เหยียน เจ้าน่าจะไปดูแลเด็ก ๆ ข้างนอกนะ”ถังฮวนเงยหน้าขึ้นมองมู่เหยียน นับตั้งแต่ถังฮวนสัญญาว่าเมื่อตนยกระดับขึ้นเป็นสู่ยอดฝีมือปรมาจารย์ยุทธระดับแปดได้เมื่อใดจะปล่อยให้นางเป็นอิสระ ความคิดของมู่เหยียนก็เปลี่ยนแปลงไปมาก
ก่อนหน้านั้นมู่เหยียนที่กลายเป็นหุ่นเชิดรู้สึกว่าไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปเพื่อสิ่งใด หากไม่กลัวที่จะถูกทำให้อับอายหลังจากร่างของนางที่ตายลง (ตามคำขู่ของถังฮวน) คาดว่ามู่เหยียนคงฆ่าตัวตายไปนานแล้ว แต่เมื่อรู้ว่ามีโอกาสที่จะได้รับอิสรภาพกลับคืนมา ความคิดอยากจะตายในใจค่อยๆ สลายไปในที่สุด การจะตายนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่พลังชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้รับการฟื้นฟูย่อมไม่ต้องการที่จะฆ่าตัวตายอีก แม้แต่มู่เหยียนเองก็มีความคิดเช่นนี้
หากว่านางยังเป็นมู่เหยียนคนเดิม ที่มีแต่ความถือดีอวดเก่ง ถังฮวนย่อมไม่กล้าจับนางปลอมตัวและพาเข้าไปในศาลาเฉินปิงเพื่อเสี่ยงโชคแน่ ด้วยว่าในสถานที่นั้นหากมู่เหยียนไม่สนใจเรื่องไฟแห่งจิตวิญญาณในจุดตันเถียนของตนเองและเปิดเผยตัวตนของเขาออกมา เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหลบหนีออกไปได้จากสถานที่เหล่านั้น "หึ!"เมื่อได้ยินเช่นนั้นมู่เหยียนไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ส่งเสียงฮึดฮัดไม่พอใจและยอมทำตามนั้น ถังฮวนคลี่ยิ้มแล้วหันหน้ากลับมา ก่อนจะสูดลมหายใจเบา ๆ ครู่ต่อมาถังฮวนสงบใจลงและตั้งสมาธิ ด้วยการเหยียดมือออกไป ชิ้นส่วนของ ‘หินแก้วภูเขาไฟ’ ขนาดใหญ่ได้ถูกฝ่ามือดูดจับไว้ เกือบจะในเวลาเดียวกันภายในจุดตันเถียนของถังฮวน เตาสวรรค์เก้าสุริยันและวงล้อชีพจรวิญญาณทั้งสองระดับ เริ่มโคจรไปจนสุดกำลัง “ฮ่าห์!”ไม่นาน เปลวไฟสีแดงอันสวยงามก็พวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของถังฮวน "ในไม่ช้าหินแก้วภูเขาไฟทั้งชิ้นจะถูกห่อหุ้มไว้อย่างสมบูรณ์”
เมื่อเปิดใช้งานเพลิงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ คลื่นความร้อนเกินจะเปรียบได้ เริ่มกลืนกินบริเวณโดยรอบเต็มที่ ในชั่วพริบตา ห้องลับนี้กลับกลายเป็นเตาเผาที่ร้อนเกินทนทาน ที่ทางออกของห้อง มู่เหยียนเริ่มรู้สึกถึงอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป สีหน้าของนางถึงกับเปลี่ยนไปเล็กน้อย จนถึงตอนนี้นางยังคงหวาดกลัวไฟแห่งจิตวิญญาณที่ถังฮวนเคยทำให้เห็นมาแล้ว ตอนนี้เมื่อเห็นเปลวไฟบนฝ่ามือของถังฮวน นางรู้สึกเหมือนจะปวดที่ไหล่อีกครั้ง ภาพที่น่าสังเวชของหูเซิน เทียนหง หงซิน และหรงฉี ปรากฏขึ้นภายในใจทันที แต่ถึงอย่างนั้น ความกลัวที่สืบเนื่องมามู่เหยียนได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะหลังจากต่อกรกับถังฮวนคราวนั้น นางยังมีชีวิตอยู่และสบายดีจนถึงตอนนี้ นางรู้ดีว่าแม้ว่าถังฮวนจะเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับห้า แต่หลังจากหลอมรวมกับ 'เพลิงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์' ที่เป็นหนึ่งในไฟแห่งจิตวิญญาณทั้งห้าที่ยิ่งใหญ่แล้ว ขณะนี้แม้แต่ผู้ฝึกยุทธระดับหกก็ไม่สามารถต่อกรกับเขาได้ แม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธระดับเจ็ดเอง ยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสังหารเขาได้ในเวลาอันสั้น ด้วยศักยภาพของถังฮวนตอนนี้ ตราบใดที่ไม่ตายก่อนวัยอันควร การกลายเป็นจ้าวปรมาจารย์ยุทธระดับเก้าและมหาปรมาจารย์นักหลอมอาวุธในอนาคต เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน นางได้บอกลาชะตากรรมของตัวเองโดยสิ้นเชิง การเป็นผู้ติดตามของจ้าวปรมาจารย์ยุทธระดับเก้าในอนาคตและมหาปรมาจารย์นักหลอมอาวุธไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอายมากนัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ถังฮวนได้สัญญาว่าจะคืนอิสรภาพให้นาง หลังจากที่ก้าวไปสู่การเป็นปรมาจารย์ยุทธระดับแปดแล้ว
หลังจากใช้เวลานานกว่าสิบวันนางจึงเข้าใจบุคลิกของถังฮวนเป็นอย่างดี อะไรที่ถังฮวนได้พูดไปแล้ว จะไม่กลับคำอย่างเด็ดขาด แน่นอนว่านี่เป็นเพราะหลังจากที่ถังฮวนใช้พลังไฟแห่งจิตวิญญาณเพื่อควบคุมนางแล้ว เขาปฏิบัติต่อนางด้วยการให้เกียรติและไม่เคยคุกคามนางด้วยวิธีการใด ๆ แม้แต่น้อย จิตใจมู่เหยียนวกวน ขณะที่หันหน้าไปยังทางสถานที่ห่างออกไปสิบกว่าเมตร เปลวไฟในฝ่ามือของถังฮวนเปลี่ยนไปแล้ว และกำลังปั่นป่วนราวกับคลื่นสาดซัด นี่คือกระบวนท่าที่ถังฮวนเคยใช้มาก่อนในคราวการแข่งขันนักหลอมอาวุธ
มันคือ 'คลื่นยักษ์ชำระทราย!' นั่นเอง!
-โปรดติดตามบทต่อไป-