บทที่4 ข่าวใหญ่ตำหนักลี่ิ
สายลมยามนี้เย็นสบายหากแต่ใครบางคนกลับร้อนรุ่มดั่งเพลิงสุมตำหนักลี่ิแทบะเิเป็เสี่ยงด้วยเสียงโอดครวญของนางกำนัลสองคนที่ถูกโบยด้วยเรียวมือของซูหลู
"เร็วโบยมันให้เเรงกว่านี้"ิกุ้ยเฟยตรัสพลางยกถ้วยชามาจิบอย่างสาแก่ใจ
"กุ้ยเฟยเพคะหม่อมฉันกลัวเเล้วเพคะ...หม่อมฉันไม่กล้าทำเช่นนี้อีกแล้ว"เสียงอ่อนระโหยของนางกำนัลคนหนึ่งเอ่ยขณะถูกโบยจนนางแสบหลังไปหมด
สิ้นถ้อยคำของนางกำนัลผู้นั้นิกุ้ยเฟยพลันวางถ้วยชาลงเเล้วขว้างทิ้งอย่างโกรธาพลางลุกพรวดแล้วสาวพระบาทเข้าใกล้นางกำนัลคนหนึ่ง
ภาพที่ทอดเนตรนั้นเป็ภาพที่สาแก่ใจิอิ๋งยิ่งนักสตรีสูงศักดิ์ลอบมองชุดของนางกำนัลที่กล้าต่อหัตถ์นางอย่างไม่เกรงกลัวด้วยถือตัวว่าตนเองเป็ลูกขุนนางมาก่อนถึงจะเป็ลูกขุนนาง เเต่อย่างไรนางก็เป็แค่นางกำนัลกล้าดีอย่างไรถึงมาต่อรองกับกุ้ยเฟยอย่างนาง
สภาพนางกำนัลในตอนนี้ ผมเผ้ายุ่งเหยิงคิ้วข้างหนึ่งเเตกมีเือาบไหลเปรอะทั่วหน้า ตามเนื้อตัวมัวด้วยคราบฝุ่นบนท้องถนนในตำหนักลี่ินางพยายามผงกหัวขึ้นมาแล้วร้องขอความเห็นใจอย่างน่าสมเพช
ิกุ้ยเฟยแค่นยิ้มท่ามกลางนางกำนัลนับสิบที่รายล้อมมองด้วยความหวาดหวั่นว่าลู่ผิงจะยังมีชีวิตรอดหรือไม่ หากไม่ถูกโบยตาย ตำหนักมู่อวี้ต้องร้อนเป็ไฟทีเดียว
กุ้ยเฟยสาวพระบาทเข้าประชิดตัวพลางให้ลี่กงกงดึงศีรษะนางเข้ามาใกล้ด้วยการใช้เล็บจิกไปทีเรือนผมของนางนางกำนัลผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาพลางหวีดร้องสุดเสียง
"คราวนี้เ้าจักขอโทษข้าได้หรือยังลู่ผิง" สุรเสียงเข้มตวาดกร้าวเเล้วเเผดเสียงกังวาน
"หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเพคะ"ลู่ผิงยังคงยืนกราน หนักแน่น หากแต่ลมหายใจของนางเเผ่วเต็มทีเห็นทีคราวนี้คงได้ไปเจอล่ออ๋องเสีย
เเล้วกระมัง
"บังอาจนักนางตัวดี" ิอิ๋งตรัสกร้าวกว่าเดิม มิหลงเหลือภาพมายาที่เสเเสร้งเป็กุ้ยเฟยจิตใจเมตตาต่อนางกำนัลอีกต่อไป
"หยุดการกระทำเ้าเดี๋ยวนี้...ิกุ้ยเฟย"สุรเสียงเข้มแต่ราบเรียบตรัสออกมาจากเรียวโอษฐ์ของจักรพรรดิที่บัดนี้เคลื่อนเกี้ยวมาประทับพร้อมกันกับหวงโฮ่วไป่หลาน
สิ้นถ้อยดำรัสอย่างโกรธาของฝ่าาิกุ้ยเฟยจึงลดหัตถ์ลงเเล้วทรุดตัวถวายพระพรฝ่าาพร้อมกันสนมทั้งหมดที่เสด็จมาอย่างรีบร้อน
"ถวายพระพรเพคะฝ่าา" ิกุ้ยเฟยตรัสด้วยเสียงสั่นเทาสีพระพักตร์ซีดลงอย่างเห็นได้ชัดจนหลางเต๋อเฟย และ หลี่เสียนเฟยยกเรียวโอษฐ์ขึ้นอย่างสาแก่ใจ
ิกุ้ยเฟยปรายพระเนตรไปที่มู่ซู่เฟยที่ตีสีพระพักตร์บึ้งตึงและกำหัตถ์เเน่นด้วยเห็นว่าคนของนางกำลังเ็ป
"เ้าจักทำอะไริกุ้ยเฟย"ไป่หลานฮองเฮาตรัสด้วยสีพระพักตร์ตึงเเม้พระนางจะไม่ใช่คนโปรดเเต่ก็มีหน้าที่ในการปกครองวังหลังทั้งหมด
"ฝ่าาเพคะนางตัวดี นี่กำลังจะทำร้ายหม่อมฉัน"ิอิ๋งตรัสพลางเเสร้งร้องไห้กระซิกท่ามกลางความรวดร้าวของไป่หลานฮองเฮา
สีพระพักตร์บึ้งตึงผ่อนคลายลงยามเมื่อิกุ้ยเฟยเอื้อมหัตถ์มากอบกุมหัตถ์ของพระองค์ทว่าการณ์นี้เห็นทีคงจะปล่อยให้นางทำตามอำเภอใจไม่ได้เสียเเล้ว
"บังอาจเ้าทำผิดยังมีหน้าเรียกคนของตำหนักมู่เช่นนี้อีกรึ ลดขั้นิกุ้ยเฟยให้เป็เฟยเดี๋ยวนี้" สุรเสียงโกรธาทำให้ิกุ้ยเฟยผงะไม่น้อยิอิ๋งผละออกจากฝ่าาพลางละล่ำละลักแล้วสะอื้นเฮือกใหญ่
เเต่ไหนเเต่ไรฝ่าาเคยโปรดิอิ๋งมาก จนถึงขนาดมีราชโองการเเต่งตั้งเป็กุ้ยเฟยเหตุไฉนฝ่าาถึงกล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าธารกำนัลได้คงจะเป็เพราะตำหนักมู่เป็เเน่เเท้ ไป่ฮองเฮาดำริเงียบๆในพระทัย
"เ้าคิดเห็นเช่นไรฮองเฮา"สุรเสียงอ่อนลงยามเมื่อทอดเนตรเห็นเเววเนตรคู่ละมุนมีรอยหมองเศร้านางคงคิดว่านี่อาจเป็การปกป้องคนของฉุยเฟยก็เป็ได้
"หม่อมฉันเห็นควรด้วยเพคะ"ไป่อองเฮาตรัสอย่างหนักแนนทว่าพระขนงกลับเรียวมุ่นเข้าหากันอย่างไม่อยากเชื่อพระเนตรเเละพระกรรณขององค์เอง
"เช่นนั้นลดขั้นิกุ้ยเฟยเป็เจาอี๋ ลูเสียนเ้าคงใมากสินะ...ถึงตัวสั่นขนาดนี้...ไปกันเถอะหวงโฮ่วของข้า"ท้ายประโยคหันมาตรัสอย่าง
"เพคะ"ไป่ฮองเฮาตรัสพลางเอื้อมหัตถ์ไปจับกุมเเละเสด็จขึ้นเกี้ยวไปพร้อมกัน
"ยกเกี้ยว"เสียงยกเกี้ยวดังขึ้นพร้อมกับเกี้ยวที่หันหน้าไปสู่ตำหนักฟางหรง บางทีนี่อาจเป็เพียงเกมกระดานหมากของฝ่าาอีกเกมก็เป็ได้ไป่ฮองเฮาดำริเงียบในพระทัย
+++