“ หนูไม่ได้กลัวนะค่ะ”
ความถือดีมีอยู่ในตัวหญิงสาวมากพอที่จะทำให้เธอตอบออกไปอย่างนั้น ผู้ใหญ่สองคนลอบสบตากันเมื่อมองเห็นลู่ทางที่จะเกลี้ยกล่อม
คุณมณฑาลุกขึ้นมาจับแขนบุตรสาว
“งั้นลูกก็ต้องไปอยู่บ้านกับคุณป้าสิจ๊ะ ไปประกาศให้ผู้หญิงพวกนั้นได้รู้ว่าหนูเป็ใคร”
ชุติมนเม้นปากอย่างตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนบอกออกมา
“ ก็ได้คะ แต่หนูจะไปก็ต่อเมื่อคุณปภาวินเป็คนมารับเท่านั้นนะค่ะ”
“ โธ่ลูก ทำไมต้องยุ่งยากขนาดนั้น นี่คุณป้าท่านก็อุตส่าห์มารับด้วยตัวเองแล้ว”
“หนูต้องกราบขอโทษด้วยคะที่ทำให้ต้องลำบาก แต่ถ้าหนูจะเข้าไปอยู่ที่นั้น คุณปภาวินก็ต้องมารับหนูด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นเขาจะพูดทีหลังได้ว่าหนูก็ตามเขามาง่ายๆไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆเหมือนกัน”
“ จ๊ะๆ หนูมน แล้วป้าจะให้ตาน้องมารับ เตรียมตัวไว้นะลูก”
คุณผานิตรีบรับปากทันที ทำอย่างไรก็ได้ขอให้หญิงสาวยอมไปอยู่ด้วยในฐานะลูกสะใภ้ก็พอ....
***************
“ อ้าว คุณแม่ทำไมยังไม่นอนละครับ สุขภาพไม่ค่อยดี ไม่ควรจะนอนดึกนะครับ”
ปภาวินกล่าวกับผู้เป็มารดาเมื่อเห็นท่านยังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นตอนที่เขาพึ่งกลับจากงานเลี้ยงสังสรรค์ในเวลาใกล้เที่ยงคืน
“ สนใจทำไมล่ะ จะเป็จะตายยังไงก็เื่ของแม่”
ว่าแล้วผินหน้าไปทางอื่น
ชายหนุ่มเข้าไปนั่งใกล้ๆ แล้วสอดสองแขนกอดร่างอวบท้วมไว้แน่นอย่างประจบเอาใจ
“พูดอะไรอย่างนั้นละฮะ ไม่สนใจคุณแม่แล้วจะให้ผมไปสนใจใครที่ไหน”
“ หมั่นไส้นัก นี่ขนาดสนใจนะ ยังไม่เคยมีเวลาให้แม่และไม่เคยรับรู้ว่าทุกวันนี้แม่จะรู้สึกอย่างไร”
“ ผมขอโทษครับคุณแม่ แล้วผมจะรีบเคลียงานเพื่อพาคุณแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัดนะครับ คุณแม่อยากไปที่ไหนดี”
“เื่นั้นเอาไว้ก่อนเถอะ แม่อยากรู้ว่าน้องจะจัดการอย่างไรกับการที่แม่นางเอกละครเขามาพักอยู่บ้านเราแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยอย่างนี้”
ชายหนุ่มปล่อยมือจากการโอบเอวมารดา แล้วเอนตัวพิงพนักโซฟา สีหน้าขรึมลงไปอย่างเห็นได้ชัด
“แมรี่นะหรือครับ ช่างเขาเถอะครับ เราเองก็ไม่ถึงกับเดือดร้อนอะไร”
คุณผานิตหันมาจ้องหน้าบุตรชาย
“ทำไมจะไม่เดือดร้อนละลูก นักข่าวเขียนข่าวซุบซิบนินทาอยู่ทุกวัน แม่เกรงใจครอบครัวหนูมนเขา แล้วลูกจะไม่นึกถึงจิตใจของหนูมนบ้างเลยหรือ”
ชายหนุ่มหลุบขนตาดกหนาลงบังประกายตาบางอย่างจากสายตาคาดคั้นของผู้เป็มารดา อยากบอกออกไปนัก ว่าถึงเขาจะนึกถึงจิตใจของเ้าหล่อนแต่ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร ในเมื่อเ้าหล่อนไม่เคยนึกถึงจิตใจของเขาเลย...
แต่สิ่งที่ชายหนุ่มทำก็คือนั่งเงียบ ซึ่งพาให้ผู้เป็มารดาขุ่นเคืองใจยิ่งนัก
“ แม่อยากให้ลูกไปรับหนูมนมาอยู่กับเรา”
“ คุณแม่ครับ...”
ชายหนุ่มทอดเสียงอ่อน อย่างอยากจะปฏิเสธ
คุณผานิตรีบหันหลังให้พร้อมยื่นคำขาด
“ ไม่รู้หละ ถ้าลูกไม่ไปรับหนูมนมาอยู่กับเราภายในสามวันนี้ แม่ก็จะไม่อยู่กับลูกอีกต่อไป แม่จะหนีออกจากบ้านไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด”
“ โธ่ คุณแม่ครับ...”
ชายหนุ่มอยากจะวิงวอน
แต่ผู้เป็มารดาไม่ฟังเสียงรีบลุกเดินหนีไปทันที ทิ้งให้ผู้เป็บุตรชายได้แต่ทอดถอนใจ...
***************