เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 139 เปิดประตูผี

    เทียนพอรู้ว่านางกังสตาลวาตี กลายเป็นปีศาจต้นไม้ไปแล้ว จึงรีบออกไปหาต้นไม้ใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองทันที  เทียนลอยตัวขึ้นไปบนฟ้า ใช้เนตรสวรรค์มองสำรวจไปรอบๆ ในที่สุดก็พบต้นไทรโบราณอายุกว่าพันปี อยู่ในสวนสาธาณะประจำเมือง  มีชาวบ้านมาจุดธูปบูชาต้นไทรต้นนี้มาหลายชั่วอายุคน  เทียนมาถึงก็

    ก็รู้สึกถึงไอวิญญาณที่เข้มข้นที่อยู่ในต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ เทียนรู้สึกว่ามันมีไอวิญญาณชั่วร้ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เทียนเขียนยันต์กักขังปีศาจ ครอบคลุมไปทั่วท้องฟ้า ป้องกันเอาไว้ก่อน ในทันใดนั้น เทียนก็เห็นกลุ่มปราบปีศาจของเจ้าหญิงเมธาวดี

    มากันเต็มไปหมด พอมาถึงแต่ละคนก็ระดมยิงหน้าไม้ ธนูเวทย์ ปืนน้ำมนต์ ยันต์ปราบปีศาจ เข้าใส่ต้นไทรปีศาจต้นนี้ ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อาวุธทุกชนิดถูกแสงจากต้นไม้ที่ปล่อยออกมาทำลายไปจนหมด ทันใดนั้น ต้นไทรปีศาจ ก็ปรากฏร่างหญิงสาวสวยงามแต่งกายคล้ายนางอัปสรสวรรค์ ปรากฏตัวออกมา

    “ พระเจ้าเธียรวรมัน ในที่สุดพระองค์ก็กลับมา หม่อมฉันรักและเทิดทูนพระองค์ยอมแม้กระทั่งยอมทรยศต่อนางพญาฟูนัน หวังเพียงแค่ต้องการให้พระองค์ทรงเมตตาหม่อมฉันแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่สุดท้ายความซื่อสัตย์ภักดีของหม่อมฉันก็ถูกพระองค์ตอบแทนด้วยการแล่เนื้อหม่อมฉันออกเป็นชิ้น ๆ ทั้งเป็น แล้วสับจนละเอียด แล้วนำไปทำเป็นปุ๋ยให้ตนไม้ทั่วเมือง หม่อมฉันอยากรู้นัก หม่อมฉันทำผิดอะไรต่อพระองค์” มีเสียงสะอื้นของนางอัปสรสวรรค์ผู้นี้ ฟังแล้วช่างน่าเวทนายิ่งนัก

    “ เรื่องชาติก่อน ชายคนนั้นไม่ใช่ตัวข้า แต่ว่าเจ้ากำเนิดใหม่ในวันนี้กลับเข่นฆ่ามนุษย์ผู้บริสุทธิ์ไปหลายคน ข้าคงต้องทำลายวิญญาณเจ้า เพื่อไม่ให้ก่อกรรมทำเข็ญต่อคนอื่นอีกต่อไป” เทียนไม่รับรู้เรื่องราวของอดีตชาติ

    “ นึกไม่ถึงพระเจ้าเธียรวรมันผู้เข้มแข็ง องอาจกล้าหาญ จะปฏิเสธความรับผิดชอบง่าย ๆ เช่นนี้ หรือว่าจะหลงเสน่ห์ ของนางทาสอัปสรเมธาวดีคนนี้ จนลืมคำสัญญาของท่านที่ให้ไว้กับหม่อมฉันไปแล้ว”

    “ ข้าน่ะหรือ สัญญาไว้กับเจ้า”  เทียนสงสัย

    “ พระองค์ให้สัญญาว่าจะแต่งตั้งหม่อมฉันเป็นมเหสีรอง นี่พระองค์ทรงลืมคำมั่นแล้วหรือ”  นางอัปสรกังสตาลวาตี เอ่ยออกมา พร้อมกับคราบน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้มที่สวยงามไร้ที่ติ

    “ ข้าบอกแล้วชาติก่อนนั้นไม่ใช่ข้า”

    “ ฮึ่ม ในเมื่อพระองค์ตระบัตสัตย์ ก็อย่าหาว่าหม่อมฉันโหดร้าย หม่อมฉันจะขอสาปให้แผ่นดินแห่งนี้จมพระแม่ธรณีไปอีกครั้ง”  นางอัปสรกังสตาลวาตี เริ่มร่ายมนตร์ออกมาเป็นภาษาขอมโบราณ ท้องฟ้า เริ่มมึดครึ้ม ฟ้าร้องคำราม กลุ่มของเจ้าหญิงเมธาวดี ยิงอาวุธทุกอย่างที่มีไปอีกรอบ  แต่ไม่สามารถเข้าไปใกล้ต้นไทรปีศาจได้เลย เทียนยกมือขวาขึ้นปล่อยฝ่ามือยูไลปราบมารออกไป  โครม ! รัศมีพลังป้องกันของต้นไทรปีศาจก็ถูกทำลายไปสิ้น

    อาวุธของ กลุ่มของเจ้าหญิงเมธาวดีต่างเข้าไปที่ต้นไทรปีศาจ จนต้นไม้ปีศาจเริ่มโกรธ นางกังสตาลวาตี ไม่สามารถร่างเวทย์คำสาปได้ ร่างกลับไปรวมกับต้นไทรปีศาจ  กิ่งไม้ใหญ่เริ่มพุ่งใส่ผู้คนทั้งหลายที่ล้อมเอาไว้  เทียนพุ่งตัวตวัดกระบี่สวรรค์ปราบมาร จนกิ่งไม้หดตัวกลับไป แล้วต้นไทรเริ่มปล่อยพลังแสงเข้าใส่เทียนต่อ

    แต่ว่าเทียนปล่อยกระบี่สวนไป กระบี่สวรรค์ปราบมารพุ่งผ่านแสงเข้าไปปักกลางต้นไปไทรปีศาจ

    ถูกวิญญาณของนางกังสตาลวาตี จนทำให้นางส่งเสียงกรีดร้องไปทั่ว อย่างน่าสงสาร นางปีศาจรวบรวมพลังทั้งหมดแล้วระเบิดต้นไทรยักษ์ทิ้ง  ตูม ! ต้นไทรยักษระเบิดแตกกระจายเหลือแต่ตอ เศษต้นไม้ปลิวว่อนไปทั่วสวนสาธรณะ ส่วนร่างวิญญาณของนางกังสตาลวาตี ล่องลอยไปทั่ว เอ่ยเสียงออกมาทั่วทุกทิศทุกทาง

    “ ในเมื่อพระองค์ไร้เมตตา ก็อย่าหาว่าหม่อมฉันไร้ไมตรี หม่อมฉันจะทำลายประตูผี ปล่อยให้มันออกมาเข่นฆ่ามนุษย์ที่โหดร้ายกับข้าให้หมดไปจากแผ่นดินนี้”

    จากนั้นวิญญาณที่ของนางกังสตาลวาตี ที่ถูกสับและไปเป็นปุ๋ยทั่วเมืองก็ค่อยๆ เคลื่อยไหวมารวมตัวกัน ที่ตอต้นไทร แล้วก็เกิดระเบิดขึ้นอีกครั้ง ตูม !  คราวนี้วิญญาณของนางกังสตาลวาตีก็ค่อย ๆ สลายหายไปตลอดกาล   มีเสียงลอยเข้ามาตามกระแสลม คล้ายเสียงกระซิบข้างหูเทียนว่า

    “ หากเกิดชาติหน้าขอให้หม่อมฉันได้มีโอกาสได้รักพระองค์อีกครั้ง แม้ว่าชาติที่ผ่านมา พระองค์จะไม่เคยรักหม่อมฉันเลยก็ตาม....”

    เทียนส่ายหน้าถอนใจ ไม่คิดว่านางกังสตาลวาตี จะรักมั่นต่อพระเจ้าเธียรวมันเช่นนี้

    ส่วนตอไม้ไทรที่ระเบิดออกมาเป็นผุยผง ก็เกิดแสงส่องขึ้นมาจากใต้ดิน มีวิญญาณจากโลกวิญญาณ ผุดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก นับร้อย นับพัน กลุ่มของเจ้าหญิงเมธาวดี เริ่มหันหลังชนกัน เหล่าภูตวิญญาณ ร้ายไหลออกมาจากประตูผี มากมาย

    แต่ว่าไม่มีภูตวิญญาณตนใดสามารถออกไปจากนอกสวนสาธารณะนี้ไปได้ เพราะว่าเทียนได้วางวงแหวนเวทย์กักขังปีศาจเอาไว้แล้ว และอีกทั้งเทียนยังใส่พลังแห่งพุทธะเอาไว้ในค่ายกลปล่อยออกมาทุกระยะ ทำให้ภูตวิญญาณทุกตนที่ออกมาจากประตูผี ล้วนถูกเผาไหม้สลายหายไปในทันที

    เทียนมายืนอยู่หน้าประตูผี แล้วร่ายเวทย์ปิดผนึกประตูผีป้องกันเอาไว้ตลอดกาล

    แสงที่ส่องมาจากใต้ดินก็ดับลง เจ้าหญิงเมธาวีกับกลุ่มเพื่อน ต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเห็นภาพที่เทียนปราบปีศาจนางกังสตาลวาตี แล้วจัดการกับเหล่าวิญญาณร้ายที่โผล่ออกมาจากโลกวิญญาณ แล้วปิดผนึกลงด้วยตัวของเทียนแต่เพียงผู้เดียว พวกเขาคิดว่า เรื่องแบบนี้พูดออกไป ใครเล่าจะเชื่อ

    “ จบเสียที” เทียนเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ แล้วก็จากไปท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ยังไม่หายตะลึง เทียนมาปิดผนึกไอวิญญาณที่โรงพยาบาลคิงส์ตัน เพื่อป้องกันไม่ให้ไอวิญญาณเหล่านี้ไปปลุก หรือคืนชีพวิญญาณอื่น ๆได้ อีกต่อไป

    ที่มุมสูงของหอคอยประจำเมือง นางพญาฟูนัน กับเวลัน ยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสนใจ

    “ นึกไม่ถึงเสด็จพี่ จะเก่งกล้าสามารถเช่นนี้ ดูจากพลังที่เสด็จพี่ปล่อยออกมาต้องไม่ต่ำกว่าขั้นเซียนแน่ๆ เลย ฮึ ข้าไม่ปล่อยให้ท่านหลุดมือข้าไปได้หรอก...”

    เทียนกลับไปบ้านพัก อย่างเหนื่อยใจ ไม่คิดว่าเรื่องราวชาติก่อน จะทำให้นางกังสตาลวาตี ถูกทำร้ายแสนสาหัสเช่นนี้ โดยเฉพาะ พระเจ้าเธียรวรมัน ทำไม่ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ แต่ก็น่าแปลกใจทำไมนางกังสตาลวาตี ที่ถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม ยังคงมีความรักมั่นต่อ พระเจ้าเธียรวรมันไม่เสื่อมคลาย เทียนปล่อยวางทุกอย่าง แล้วกลับเข้าไปในเจดีย์ เข้าไปหา ไท่ซี ด้วยความคิดถึง แล้วก็พาไท่ซีเข้าไปหาเจ้าหญิงน้อยเซรีน เพื่อจะได้เป็นเพื่อนเล่นกันในอนาคต

    พอเทียนเข้าไปถึง  เจ้าหญิงน้อยเซรีน ก็ชูแขนสองแขน หาเทียนทันที

    “ ปะป๋า ปะป๋า”  เทียนต้องเข้าไปอุ้มมาไว้แนบอกทันที

    “ ท่านพ่อ คนนี้ใคร”

    “ น้องสาวเจ้า เซรีน ต่อไปต้องดูแลน้องอย่าให้ใครมารังแกน้องนะ” เทียนอุ้มเซรีนไว้แขนซ้าย อุ้มไท่ซีด้วยแขนขวา  ไท่ซีใช้มือน้อยๆ จับแก้มเซรีนดูบ้าง  เซรีนจับนิ้วไท่ซีเอามาดูดทันที ไท่ซีหัวเราะออกมา เทียนปล่อยให้ทั้งสองเล่นกันไปสักพักก็พาไท่ซีออกมา เพราะเซรีนเล่นจนง่วงนอนแล้ว  เทียนนำนมญี่ปุ่นมาให้ เจ้าหญิงเซรีนดื่ม เป็นทางเลือกนอกจากนมผึ้ง โดยฝากไว้กับ ซอนย่าพี่เลี้ยง ไท่ซียืนมองเซรีน ไม่อยากกลับ 

    “ ไปกันเถอะ ไว้น้องตื่นแล้วพรุ่งนี้ เจ้าค่อยมาใหม่”

    เทียนออกไปก็ได้สร้างประตูปิดเปิดสำหรับ ไท่ซี เวลาอยากมาเล่นกับเซรีนเมื่อไรก็ได้ แต่ต้องเรียนวิชากับ ท่านปู่หลี่ให้เสร็จก่อน

    รุ่งขึ้น เทียนได้ยินเสียงแม่เจนเรียกแต่เช้า

    “ ลูกแม่ มีผู้หญิงมาหาลูกน่ะ เธอบอกว่าเป็นเพื่อนลูก มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”

    “ เธอบอกไหม ว่าชื่ออะไร”  เทียนกำลังนอนอยู่ ยังไม่อยากลุกเท่าไร

    “ เธอบอกว่า ชื่ออารยา”    เทียนลุกขึ้นนั่งทันที ไม่คิดว่านางพญาฟูนัน จะมาหาเขาถึงบ้านเลย เทียนรีบเดินออกไป แล้วจูงมือ อารยา เข้ามาคุยในห้องเป็นการส่วนตัวทันที

    “ คุณหาผมเจอได้ยังไง”

    “ เสด็จพี่ เรื่องแบบนี้หม่อมฉันเพียงแค่กดมือถือ ก็รู้ เสด็จพี่ชื่อดังจะตายไป”

    “ เอาล่ะ ผมรู้ว่าคุณยังติดอยู่กับเรื่องอดีตชาติ แต่ควรรู้ไว้ ผมไม่ใช่คนในชาติก่อน

    แต่คุณไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในโลกใหม่นี้ให้คุณเอง”

    เทียนนำการ์ดเงินสดใบละ 5 ล้านมา 6 ใบ แล้วยื่นให้อารยา

    “ ขอบพระทัยเสด็จพี่ หม่อมฉันจะได้ไม่ต้องนำเพชรพลอย มาขายประทังชีวิตอีก”

    “ ไม่เป็นไร ผมรู้ว่าเมื่อชาติก่อน ชีวิตคุณคงสุขสบาย มีคนคอยรับใช้ล้อมหน้าล้อมหลังมากมาย โลกใหม่แห่งนี้ ทำเช่นนั้นคงไม่ได้ เพราะไม่มีทาสให้ซื้อขายกันแล้ว” 

    “ เสด็จพี่ นี่ใจดีกว่าชาติก่อนมากเลยนะ” นางพญาฟูนันเข้ามานั่งใกล้ชิดเทียนมากขึ้น

    “ เวลาเจอคนภายนอกอย่าใช้คำโบราณแบบนี้ ผู้คนเขาจะสงสัย ผมไม่อยากตอบคำถามพวกเขา”

    “ เพคะ ”

    “ ไม่มีอะไรก็กลับไปเถอะ ผมต้องไปมหาลัย เพื่อเรียนหนังสือ”

    “ อย่างเสด็จพี่ต้องเรียนด้วยหรือเพคะ”

    “ ต้องเรียนซิ ไม่เรียนแล้วจะรู้วิชาได้อย่างไร โลกสมัยนี้เปลี่ยนไปมากมาย ว่าแต่คุณ ฟื้นคืนชีพมาแบบนี้ต่อไปคิดจะทำอะไร ผมบอกไว้ก่อน ห้ามทำร้ายคนบริสุทธิ์โลกนี้มีกฏหมาย ใครทำผิดต้องถูกลงโทษ ผมไม่อยากลงโทษคุณ เหมือนกับ แม่นางกังสตาลวาตี”  เทียนเอ่ยเตือน นางพญาฟูนัน

    “ ฮึ ใครจะไปสนใจเรื่องทำร้ายคนกัน สู้เอาเวลาไป ช็อปปิ้งของสวย ๆ งาม ดีกว่า

    ส่วนเรื่องจะทำอะไร หม่อมฉันคิดไว้แล้ว แล้วค่อยเจอกันใหม่นะ พระสวามี”

    นางพญาฟูนันพูดจบก็จุ๊บ ปากเทียน แล้วเดินออกไป เทียนได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจยาว ๆ

    ณ บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งห่างจากโรงพยาบาลไม่ไกลนัก ในบ้านมีครอบครัวเล็กๆ

    อยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก  แม่กำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัว ปล่อยให้พ่อกับลูกสาววัย 8 เดือนอยู่ด้วยกัน 

    “ พ่อจ๋า พ่อจ๋า นม นม”  เด็กน้อยยื่นมือสองมือหาพ่อตัวเองเพื่อขอนมดื่ม

    ส่วนพ่อก็ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ทันใดนั้นมีเงาดำพุ่งเข้ามาในร่างของผู้เป็นพ่อ แววตาและรอยยิ้มก็เริ่มเปลี่ยน ผู้เป็นพ่อเดินไปในห้องน้ำ แล้วหยิบขวดน้ำยาล้างห้องน้ำออกมา ลูกสาวดีใจที่เห็นพ่อเดินกลับมาถือขวดสีขาวมา ก็รีบคลานเข้าไปหาพ่อทันที

    “ พ่อจ๋า พ๋อจ๋า”

    ผู้เป็นพ่ออุ้มเด็กน้อยขึ้นมา แล้วนำน้ำยาล้างห้องน้ำส่งให้ลูกสาวดูดเข้าปากไป

    เด็กน้อยกลืนน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไปอึกแรก ก็สำลักออกมา พ่อก็บีบน้ำยาเข้าคอไปอีก เด็กน้อยดิ้นรน ส่งเสียงร้องจ้าออกมา ด้วยความเจ็บปวด แม่ได้ยินก็รีบออกมาดู เห็นสภาพพ่อนำขวดน้ำยาล้างห้องน้ำ ให้ลูกกินก็สติแตก ร้องกรี๊ดลั่น วิ่งเข้าไปหาลูกสาวทันที

    “ ลูกแม่  นี่แกบ้าไปแล้วหรือ ทำอะไรอย่างนี้กับลูกเนี่ย”    เงาสีดำออกจากร่างของผู้เป็นพ่อ ทำให้พ่อรู้สึกตัว เป็นสภาพมือตัวเองจับขวดน้ำยาล้างห้องน้ำ ยัดปากลูกน้อย ก็ส่งเสียงร้องลั่นดัวยความตกใจ

    “ ลูกพ่อ...”

    กลางดึกคืนนั้น มือถือของเทียนส่งเสียงดังขึ้น เทียนรับสายทันที

    “ อาเทียน ช่วยมาโรงพยาบาลด่วน มีเด็กน้อยวัยแปดเดือน กินน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไป อาการหนักมาก อาช่วยไม่ได้แล้ว” อาหมอหลี่หลิง เอ่ยด้วยความกังวล

    เทียนมาถึงเห็น ผู้หญิงทุบตีชายคนหนึ่งอยู่ เทียนเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เห็นอาหลี่หลิง กำลังตรวจหัวใจเด็กน้อยที่กำลังเต้นอย่างอ่อนแรง พอเห็นเทียนมาถึงก็ดีใจ

    “ เร็วอาเทียนมาดูก่อนเร็ว” 

    เทียนจับชีพจร แล้วดูใบหน้า และริมฝีปากที่เป็นแผล คล้ายถูกน้ำยาล้างห้องน้ำกัดเป็นรอยแผลแดง เต็มปากไปหมด เทียนใช้สายตามองไปในลำคอ ดูคล้ายถูกไฟไหม้ จนตีบลง ไม่สามารถกลืนยาอะไรลงไปได้ง่ายๆ

    “ คนเจ็บถูกส่งมา โดยที่ครอบครัวพยายามใช้นิ้วล้วงคอให้เด็กอาเจียนออกมา น้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นลักษณะเป็นกรด จึงย้อนออกมาทำลายหลอดอาหาร ลำคอ และปาก ทำให้เด็กมีอาการหนักขึ้น เวลานี้ อาให้ ยาที่ทำให้สารพิษเพิ่อให้จับตัวกัน เพื่อไม่ให้มันดูดซึมเข้ากระแสเลือด แต่ว่า อวัยวะภายในเด็กน้อยบอบบางมากเหลือเกิน พิษเริ่มซึมเข้ากระแสเลือด อากลัวว่า เด็กน้อยจะทนบาดเจ็บทรมานไม่ไหวแล้ว”

    “ ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะรักษาเอง” เทียนพูดจบก็เปิดหน้าอกเด็กน้อยออก แล้วฝ่ามือ ประทับเข้าที่บริเวณหน้าอก แล้ว ดึงเอาพิษที่ออกมา มีควันสีดำค่อยซึมขึ้นมาจากผิวหนังขึ้นมา เทียนสะบัดมือควันสีดำหายไป จากนั้น เทียนก็ปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์รักษา กระเพาะอาหาร ลำไส้ ลำคอ ช่องปาก จนบาดแผลฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ เทียนจับชีพจรดูอีกครั้ง พบว่าอัตราหัวใจกลับมาเป็นปกติแล้ว เด็กน้อยยังหลับตา เริ่มส่งเสียงออกมาเบาๆ

    “ พ่อจ๋า พ่อจ๋า”

    อาหมอหลี่หลิง ยิ้มอย่างดีใจที่เห็นเด็กเริ่มรู้สึกตัวกลับมาเป็นปกติแล้ว 

    “ เรียกพ่อ กับ แม่คนเด็กเข้ามาได้แล้วครับ” เทียนหันไปบอกกับพยาบาลที่ยังยืนมองตาค้าง พอเทียนย้ำอีกครั้งจึงรีบไปตามพ่อแม่ ของเด็กเข้ามา

    พอทั้งสามคนเข้ามาก็กอดกันร้องไห้ไม่หยุด เทียนออกมายืนฟังที่อาหลี่หลิงเล่าให้ฟังว่า พ่อเป็นคนหยิบน้ำยาล้างห้องน้ำให้ลูกกิน เทียนฟังรายละเอียดจบก็สงสัยทันที มองไปรอบ ๆ เห็นเด็กน้อยแต่งกายคล้ายกุมารทอง ยืนเท้าเอวมองมาอย่างไม่พอใจ  เทียนเดินออกไปหาทันที...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน