ดอกเหมยสีชาด

    สังหารนางเสีย

            ปัง!

            เสียงพังประตูดังขึ้นยังไม่ทันที่ใครจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นปลายดาบก็เสียบทะลุหัวใจของรองแม่ทัพเซี่ยอย่างแม่นยำ

            ฉึก!

            หลินเฟยหลันต้องปิดปากเอาไว้นางเบี่ยงตัวหลบเมื่อร่างใหญ่นั่นล้มทับลงมา

            เจ้าของดาบมองร่างของรองแม่ทัพแตกแถวด้วยแววตาที่เย็นเยียบพร้อมทั้งถีบออกไปให้พ้นทาง

            แต่เมื่อเลื่อนสายตาไปที่ร่างบางที่กำลังสั่นเทาเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าแดงช้ำ แววตาของแม่ทัพว่านยิ่งเต็มไปด้วยโทสะคิดอยากจะสับรองแม่ทัพเซี่ยให้เป็นหมื่นชิ้น

            ชายหนุ่มใช้มืออีกข้างรั้งร่างที่สั่นเอาไว้ในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกที่หวงแหน

            “ไม่ต้องกลัวข้าอยู่นี่แล้ว”

            หลินเฟยหลันไม่ได้ผลักไสแต่กลับยินยอมอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างว่าง่ายพร้อมกับเสียงสั่นสะอื้น

            อีกแล้ว...ไม่ว่าจะไปที่ใดมักจะมีเหตุการณ์เช่นนี้อยู่เสมอ

            ทั้งที่ตอนมีชีวิตรอดกลับมาจากเทือกเขาซงซานนางก็บอกกับตัวเองว่าจะใช้ชีวิตอย่างระวัง แต่เพราะนางถือดีและคิดน้อยเกินไปไม่คิดถึงภัยรอบตัวลืมเรื่องเลวร้ายที่กระท่อมร้างที่เกือบถูกเสิ่นเหวินเจียห่มเหงเพราะทะนงตนว่าเก่งกาจ จึงต้องมาพบเจอกับความเลวร้ายของใจคนในครั้งนี้

            ร่างที่สั่นเทาด้วยความหวาดผวาทำให้แม่ทัพหนุ่มรู้สึกปวดที่ใจยิ่งนักเป็นเขาที่ประมาทเอง ไม่คิดว่าจะมีทหารนอกรีตที่กล้าทำการอุกอาจเช่นนี้ ในขณะที่เขายังเป็นแม่ทัพอยู่ที่นี่

             

            ในยามบ่ายวันต่อมาที่ลานหน้ากระโจมพักของค่ายทหารในเมืองคับคั่งไปด้วยฝูงชน ผู้คนตระกูลเซี่ยนำขุนนางทหารบางส่วน พร้อมกับชาวบ้านยืนเรียงรายด้วยสีหน้าที่แดงก่ำด้วยโทสะ

            เสียงชายชราจากตระกูลเซี่ยตะโกนขึ้น“แม่ทัพว่านมีคนเห็นท่านสังหารรองแม่ทัพเซี่ย ไม่ควรออกมาให้คำตอบแก่พวกเราชาวเมืองเป่ยซางหน่อยรึ”

            “ใช่!” พร้อมกับเสียงสนับสนุนดังขึ้น

            คุณหนูเซี่ยตะโกนเสริมขึ้น“ใช่...ท่านอาของข้าออกศึกจนได้ชัยมาหลายครั้งกลับถูกสตรีแพศยาล่อลวงจนตายอย่างอนาถ ตาไม่อาจหลับแต่แม่ทัพว่านกลับยังปกป้องหญิงชั่วร้ายเอาไว้เช่นนี้ พวกเราไม่ยินยอม”

            “ต้องคืนความชอบธรรมแก่ตระกูลเซี่ยของเรา”

            “ขอความเป็นธรรมแก่รองแม่ทัพเซี่ย”

            “แม่ทัพว่าน สังหารหญิงชั่วนั่นเสีย”

            “นางเป็นสายลับต่างแคว้นส่งนางออกมา แล้วฆ่านางซะ”

            “ใช่แล้ว ฆ่านางแล้วแขวนคอประจานที่หน้าเมือง”

            กลางคืนพวกเขาล้วนปิดประตูจวนอย่างแน่นหนาจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะชาวบ้านที่เป็นตัวต้นเหตุการณ์ปล้นล้วนถูกคนของทั้งสองจวนสังหารเรียบ

            พวกเขารู้ข่าวในตอนเช้าว่ามีโจรปล้นจวนเจ้าเมือง และจวนเซี่ย ส่วนรองแม่ทัพเซี่ยก็ตายอย่างปริศนา

            แต่พวกเขาก็ล้วนเชื่อที่เจ้าเมืองและจวนเซี่ยบอกว่าสตรีของแม่ทัพว่านเป็นสายลับของแคว้นเว่ย ซึ่งเป็นนางที่หลอกล่อรองแม่ทัพเซี่ยทำให้ต้องสังเวยชีวิตไปเช่นนั้น

            และคนที่ปลิดชีพรองแม่ทัพเซี่ยก็คือ แม่ทัพว่าน

            เสียงตะโกนที่จากฝูงชนยังคงดังก้องอยู่หน้าจวน

            ในที่สุด ร่างสูงในเกราะนักรบก้าวออกมาอย่างอ้อยอิ่งหลังจากที่ปล่อยให้ผู้คนเหล่านี้ตะโกนจนคอแทบจะแหบแห้งนานนับชั่วยาม

            เมื่อเห็นแววตาเย็นเฉียบของแม่ทัพว่านกวาดมองมาพวกเขาจึงได้เงียบลง

            เขาเอ่ยขึ้นช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการถากถาง“เอะอะโวยวายเสียงดังเช่นนี้ ยามข้าศึกบุกมาเหตุใดคนตระกูลเซี่ยจึงได้ปิดจวนเงียบกันเล่า”

            รองแม่ทัพเซี่ยอ้างว่าถูกพิษหมื่นสุริยันขออยู่ปกป้องประตูเมือง จึงมิได้มีส่วนในการออกไปกับทัพในครั้งนี้

            จึงทำให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น

            ใบหน้าผู้เฒ่าเซี่ยเขียวคล้ำเมื่อถูกแทงใจดำ“เจ้า!”

            จากนั้นก็มีคนเสริมขึ้น“แม่ทัพว่าน ถึงอย่างไรรองแม่ทัพเซี่ยก็เป็นสายเลือดของแม่ทัพเซี่ย ผู้มีคุณูปการเสียสละเพื่อชายแดนเหนือ คุณงามความดีก็มีไม่น้อยการตายของรองแม่ทัพเซี่ยเกี่ยวพันกับท่านและสตรีผู้นั้นท่านควรมีคำอธิบายให้พวกเรา มิใช่หรือ”

            คุณหนูเซี่ยก้าวออกมาข้างหน้าพลางชี้ปลายนิ้วเรียวไปที่แม่ทัพหนุ่ม “เรื่องนี้ตระกูลเซี่ยไม่ยินยอมท่านมีเพียงทางเลือกเดียว คือคืนความยุติธรรมแก่ตระกูลเซี่ยและสังหารสายลับนางนั้นเสีย”

            “แม่ทัพว่านวันนี้หากท่านไม่มอบความยุติธรรมแก่รองแม่ทัพเซี่ยที่ตาย ตระกูลเซี่ยเราจะไม่ถอย”

            “คืนความยุติธรรม”

            “สังหารนางเสีย!”

            เหล่าทหารตระกูลเซี่ยพยักหน้าและตะโกนสมทบเสียงโห่ร้องดังก้องไปทั่ว

            ผู้คนโดยรอบหันไปซุบซิบกันบ้างมองสีหน้าแม่ทัพว่าน บ้างมองท่าทีที่แข็งกร้าวของตระกูลเซี่ย

            ริมฝีปากหนาของแม่ทัพหนุ่มกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียด“ดี...วันนี้พวกเจ้าอยากได้คำตอบ ข้าก็จะให้...รองแม่ทัพฮ่าว บอกพวกเขาหน่อย”

            “เมื่อคืนนี้มีโจรบุกปล้นเสบียงของจวนเจ้าเมืองและจวนเซี่ย รองแม่ทัพเซี่ยนำทหารปราบโจรแต่เขาถูกโจรสังหารในโรงเตี๊ยม ท่านแม่ทัพว่านนำกำลังมาช่วยเอาไว้ทุกคนต่างเห็นเป็นตาเดียวกันไฉนคนจวนเซี่ยจึงมาร้องป่าวว่าเป็นท่านแม่ทัพว่านที่สังหารรองแม่ทัพเซี่ยเสียล่ะ”

            คำอธิบายของรองแม่ทัพฮ่าวทำให้ชาวบ้านต่างพากันเงียบ

            ฮ่าวอวิ๋นเหอเป็นรองแม่ทัพที่อยู่ในชายแดนเหนือมานาน พื้นเพเป็นคนท้องถิ่นเป็นคนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่ก็สามารถลู่เอนตามลมได้เสมอ

            แม้ว่าจะไม่มีแม่ทัพเซี่ยแล้ว เขาก็ยังคงเป็นรองแม่ทัพที่ทุกคนยำเกรงอยู่ไม่น้อย

            ดังนั้นหลายคนจึงเชื่อถือในคำพูดของเขา

            แต่ผู้อาวุโสในตระกูลเซี่ยก็ตะโกนขึ้น“ไม่จริง เป็นสตรีผู้นั้นที่หลอกหล่อหลานชายข้า ให้ไปติดกับแล้วสังหารเขา”

            ไหน ๆหลานชายก็ได้ตายไปแล้ว ก็ต้องใช้การตายของเขาให้เกิดประโยชน์กับพวกตนมากที่สุด

            “เช่นนั้นเรื่องเป็นอย่างไรรึ...พวกท่านจะบอกว่ารองแม่ทัพเซี่ยโง่เขลาถึงกับหลงกลสตรีผู้หนึ่งเชียวรึนางมีความสามารถถึงเพียงนั้นเชียว เขาเป็นถึงรองแม่ทัพเชียวนะ นายท่านเซี่ยว่าอย่างไร หืม...” น้ำเสียงเนิบและเรียบ แต่เต็มไปด้วยการประชดของแม่ทัพว่านทำให้คนจวนเซี่ยเริ่มพูดไม่ออก

            ชาวเมืองก็เริ่มคล้อยตามที่แม่ทัพว่านกล่าว

            สตรีผู้นั้นจะมีความสามารถถึงเพียงนั้นเชียว

            นั่นรองแม่ทัพเชียวนะ

            ในเมื่อไม่อาจเล่นงานแม่ทัพว่านได้คนจวนเซี่ยจึงสะบัดตัวกลับกระโจมพักของตน

            จวนถูกเผาจนวอดทั้งหลังพวกเขาจึงต้องมาพำนักที่กระโจมในส่วนของผู้อพยพ

            รวมทั้งคนจวนเจ้าเมืองด้วย

    คล้ายกับเรื่องดอกเหมยสีชาด ที่คุณอ่าน