ในค่ำคืนของคืนนั้นเหล่าเด็กผู้หญิงหลับไปด้วยความเพลียจากการเล่นน้ำและร่องเรือมาทั้งวันแต่ต่างกับเหล่าเด็กผู้ชายที่ตอนนี้ทั้งแจ็คและดีนต่างก็รอคอยใจจดใจจ่อที่จะรอดูแสงไฟปริศนาในค่ำคืนอีกครั้ง
“แจ็คนายคิดว่าคืนนี้จะเห็นแสงไฟนั้นอีกไหม”ดีนถามขึ้น
“ฉันก็ไม่รู้เรารอต่ออีกซักพักดีกว่า ถ้ายังไม่มีอะไรมาเราค่อยกลับไปนอน วันนี้ฉันเพลียมากๆเลย” แจ็คพูดพลางเอามือบีบแขนที่ล้าจากการพายเรือ
แล้วทั้งสองคนก็รอจนเวลาล่วงเลยไป กว่าครึ่งชั่วโมงแต่กลับไปไม่มีอะไรทำให้เหล่าเด็กชายตัดสินใจว่าจะกลับไปนอนกันในขณะนั้นเองที่สายตาของแจ็คผ่านไปเห็นแสงไฟที่กำลังลอยมา ทำให้แจ็คหยุดชะงัก
“มีอะไรแจ็ค” ดีนถามขึ้นก่อนมองออกไปนอกหน้าต่างทำให้เห็นแสงไฟที่กำลังลอยอยู่ในทะเลสาบ และนั้นเองทำให้แจ็คและดีนรีบวิ่งลงไปที่ทะเลสาบเพื่อดูแสงนี้ให้ชัดๆอีกครั้งปรากฎว่าเป็เงาของคนที่กำลังพายเรืออยู่โดยมีแสงไฟสีส้มส่องสว่างอยู่ตรงส่วนหัวของเรือ
“นายคิดว่านั้นใช่เจมส์หรือเปล่า”ดีนถาม
“อาจจะเป็ไปได้นะ” แจ็คพูด
“ถ้าเราแอบตามไปเซอร์ไพร์เขานายคิดว่าไง”ดีนเสนอขึ้น
“นั้นเป็ความคิดที่เยี่ยมไปเลย”แจ็คตอบ
“แต่เราไม่มีไฟฉายแม้แต่ตะเกียงเราก็ไม่มี แถมการพายเรือในที่มืดนี่เราไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้างพวกเราพึ่งหัดพายเรือได้แค่วันเดียวเอง” แจ็คพูดต่อ
“นั้นสินะเราคงต้องหัดพายเรือให้เก่งขึ้นกว่านี้แล้ว” ดีนพูด
“แต่ฉันอยากรู้จริงๆนะว่านั้นใช่เจมส์หรือเปล่า” แจ็คถามขึ้นด้วยความสงสัย
“งั้นเอางี้ไหมเราไปที่บ้านเจมส์เพื่อพิสูจน์กันดีกว่า” ดีนเสนอความคิดขึ้นมาอีกครั้ง
“งั้นเราลองไปดูกันเถอะ” แจ็คเห็นด้วยกับความคิดนี้
แล้วทั้งสองคนจึงเดินเรียบริมทะเลสาบไปในความมืด ซึ่งหลังจากเดินมาได้ซักพักดวงจันทร์ก็ค่อยๆโผล่ออกมาจากเมฆที่ปกคลุมท้องฟ้าอยู่เผยให้เห็นดวงจันทร์เต็มดวง ซึ่งมีฉากหลังเป็ท้องฟ้าที่ค่อยๆเปิดออก ทำให้หมู่ดาวเริ่มออกมาประดับบนท้องฟ้าแลเห็นเป็ภาพที่สวยงามอีกทั้งแสงดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้แจ็คและดีนเดินทางได้ง่ายขึ้นเพราะแสงจันทร์ช่วยส่องทางให้จนทั้งสองเดินมาถึงโขดหินที่เจมส์ใช้จอดเรือเป็ประจำ
“นั้นไงฉันบอกแล้วว่าต้องเป็เจมส์แน่ๆ”แจ็คพูดขึ้นหลังจากที่ชะเงอมองลงไปยังโขดหินแต่กลับพบว่าเรือของเจมส์นั้นหายไปแล้ว
“งั้นเราก็คิดถูกว่าคนที่อยู่บนเรือนั้นเป็เจมส์”ดีนพูด
“แต่ทำไมเขาต้องบอกเราว่าเขาไม่ได้ออกไปไหนเมื่อคืนด้วยละ”ดีนพูดต่อ
“ฉันว่าเราไปที่บ้านพักเขาไหม เผื่อจะเจออะไรที่ทำให้รู้ว่าทำไมเขาต้องโกหกเราด้วยว่าเขานอนหลับอยู่ที่บ้านพักนั้นทั้งคืนไหนๆ ก็มาถึงที่นี้แล้ว” แจ็คพูด
“โอเค ไปกันเถอะ” ดีนตอบ แล้วทั้งสองก็เดินไปยังบ้านพักของเจมส์
เมื่อมาถึงบ้านพักของเจมส์ทั้งสอง ก็เดินสำรวจรอบๆ บริเวณบ้านอย่างเงียบๆว่าจะมีใครอยู่หรือป่าว จนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แจ็คและดีนจึงเดินเข้าไปภายในบริเวณบ้านเพื่อสำรวจแต่กลับไม่เจออะไรที่พอจะเป็เบาะแสได้เลยว่าเจมส์ออกไปพายเรือข้างนอกตอนกลางคืนทำไมทั้งสองคนจึงตัดสินใจว่าจะกลับไปยังบ้านพักของของตนเอง
แต่ในวินาทีนั้นที่แจ็คและดีนกำลังจะก้าวเท้ากลับบ้านพักนั้นเอง หูของ
ดีนของได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากในบ้าน ทำให้ดีนรีบสะกิดแจ็คให้หยุดฟังเสียงนั้นก่อนทั้งสองจะเงี่ยหูฟังข้างกำแพงบ้านโทรมๆ หลังนั้น
“ฐาน...เจอ...ให้...ว่า” เสียงดังขึ้นขาดๆ หายๆ แต่นั้นก็ทำให้เด็กชายทั้งสองรู้ว่าเสียงที่ดังออกมาคือเสียงวิทยุของเจมส์นั้นเอง แต่เพราะเสียงมีคลื่นแทรกทำให้ทั้งสองคนฟังไม่ได้ศัพท์และด้วยความกลัวว่าเจมส์จะอยู่ในบ้านทั้งสองคนจึงรีบกลับไปยังบ้านพักของตัวเองโดยไว
“แจ็คฉันคิดว่าเรา้าของใช้เยอะแยะเลยละ”ดีนพูดขึ้นในระหว่างที่กำลังเดินกลับไปยังบ้านพัก
“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันแต่ที่นี้ฉันไม่เห็นว่าจะซื้อของตรงไหนได้เลย” แจ็คพูด
“ฉันค่อยขอให้ลุงพาพวกเราไปซื้อของกันพรุ่งนี้ก็ได้”ดีนตอบ
“แต่คืนนี้ฉันคิดว่าเรากลับไปนอนก่อนดีกว่าตอนนี้ฉันง่วงเต็มที่แล้ว” ดีนพูดต่อ
“ฉันก็ด้วย” แจ็คเองก็ตอบพลางหาวไปด้วยก่อนทั้งสองคนจะรีบก้าวเท้าไปให้ถึงบ้านให้ไวที่สุดและเมื่อกลับถึงห้องทั้งสองคนก็ฟุบหลับไปบนเตียงแทบจะในทันที
ในเช้าวันถัดมาที่โต๊ะอาหารพวกเด็กผู้ชายเล่าเื่ที่ตัวเองเจอและได้ทำไปเมื่อคืนให้พวกเด็กผู้หญิงฟังตอนกินข้าวอยู่
“ทำไมนายไม่ปลุกฉันไปด้วยละ”อลิซพูดขึ้นมา
“ตอนนั้นฉันรีบอยู่” ดีนตอบ
“แต่เดินไปในป่ามืดๆแบบนั้นมันอันตรายนะ” แอนนี่พูดขึ้น
“ไม่ใช่ปัญหาเพราะแสงจันทร์ทำให้เรามองเห็นทาง” ดีนตอบ
“แต่นั้นก็อันตรายอยู่ดีนะที่พวกนายไปกันตอนกลางคืนแค่สองคน”แอนนี่แย้งขึ้น
“นี่ฉันกับดีนก็อยู่ที่นี้แล้วเธอไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ” แจ็คหันมาตอบ
“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์” ปีปิกพูดขึ้น
“เมื่อคืนแกหลับสนิทเลยนะปีปิก”แจ็คพูดขึ้น เพราะเขาจำได้ว่าปีปิกหลับลึกจนแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากับดีนนั้นออกไปข้างนอก
“แต่แจ็ค” แอนนี่กำลังจะพูดก็ขึ้น
“ไม่เอานะแอนนี่ฉันก็อยู่นี่แล้วไง ไม่ต้องกังวลไปหรอก” แจ็คดุแอนนี่ที่กำลังจะโต้แย้งขึ้นมาอีกครั้งนั้นทำให้แอนนี่กลับไปนั่งกินอาหารไปอย่างเงียบๆ
“ไม่เอานะแจ็ค แอนนี่ก็แค่เป็ห่วงนายเท่านั้นเอง”อลิซพูดขึ้น
“แอนนี่ฉันขอโทษฉันไม่ตั้งใจจะดุเธอหรอกนะ” แจ็คพูดก่อนจะเข้ามาปลอบแอนนี่ทำให้แอนนี่อารมณ์ดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
“แล้ววันนี้พวกเราจะทำอะไรกันดี”อลิซถามขึ้น
“พวกเราคิดว่าจะขอให้ลุงช่วยพาไปซื้อของหน่อยนะ”ดีนตอบ
“งั้นเหรอ ฉันไปด้วย” อลิซพูดต่อ
“เดี่ยวรอลุงแซมลงมาก่อนเถอะตอนนี้ลุงเอาข้าวกับยาไปให้ป้าเมย์กินอยู่บนชั้นสอง” ดีนพูดขึ้น
“อ่า” อลิซพูดแล้วทั้งสี่คนก็กินอาหารกันต่อไปเรื่อยๆ จนเสร็จและได้เก็บกวาดโต๊ะอาหารรวมทั้งทำความสะอาดจานอาหารจนเรียบร้อยจึงกลับไปรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น
“พวกนายรออยู่นี่ก่อนนะฉันกับแอนนี่จะขึ้นไปดูป้าเมย์หน่อย” อลิซพูดขึ้น
“งั้นพวกฉันไปด้วยพวกฉันเองก็เป็ห่วงป้าเมย์เหมือนกัน ใช่ไหมแจ็ค” ดีนพูดขึ้น
“ใช่ ไปด้วยกันทั้งหมดนี้แหละ”แจ็คตอบ แล้วเด็กทั้งสี่ก็พากันเดินขึ้นชั้นสองเพื่อไปเยี่ยมป้าเมย์ที่ห้องของเธอ
เมื่อมาถึงหน้าห้องก็พบว่าลุงแซมกำลังนั่งเฝ้าป้าเมย์อยู่ข้างๆโดยมีถาดใส่จานอาหารที่กินหมดแล้วตั้งอยู่บนโต๊ะตรงหัวเตียง
“มาทำไมกันเยอะแยะพวกเธอไม่ออกไปเล่นข้างนอกกันเหรอ” ป้าเมย์ที่เห็นเด็กๆยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าจนเต็มประตูก็เอ่ยถามขึ้น
“เศร้าเหลือเกิน เศร้าเหลือเกิน”ปีปิกที่เกาะอยู่บนบ่าแจ็คร้องขึ้น
“เศร้าทำไมละปีปิกเดี่ยวฉันก็กลับไปหายเป็ปกติแล้ว” ป้าเมย์ตอบพลางมองไปยังนกแก้วตัวสีเขียวอย่างไม่ละสายตา
“ป้าเมย์เป็ยังไงบ้างค่ะ” แอนนี่เอ่ยถาม
“ตอนนี้อาการการดีขึ้นมากแล้วจ๊ะเพราะพวกเธอคอยทำงานบ้านต่างๆ ให้ทำให้ฉันได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น” ป้าเมย์ตอบ
“ดีจังเลยค่ะ” แอนนี่พูด
“ป้าเมย์ยังต้องพักอีกกี่นานไหมครับ”ดีนถาม
“ป้าคงจะหายป่วยในสอง สามวันนี้แหละ”ป้าเมย์ตอบ
“ดีจังเลยครับ ผมคิดถึงฝีมือการทำอาหารของป้าจนแย่แล้ว”ดีนพูด
“งั้นเหรอเดี่ยวไว้ป้าหายป่วยเมื่อไหร่ ค่อยทำอาหารแบบชุดใหญ่ให้กินนะ” ป้าเมย์ตอบพลางส่งยิ้มให้ดีน
“ดีแล้วนะครับที่ป้าเมย์อาการดีขึ้นเยอะแล้ว” แจ็คพูด
“ตอนนี้ป้าก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้วนะแจ็ค”ป้าเมย์พูดต่อ
“ถ้างั้นเราไม่กวนเวลาพักผ่อนป้าแล้วนะครับนอนหลับพักผ่อนเยอะๆ นะครับป้าเมย์” ดีนพูดก่อนจะเดินออกไปพร้อมเหล่าเด็กๆอีกสามคนที่กำลังเดินยกโขยงกลับไปยังห้องนั่งเล่นตามเดิม
“เป็ที่รักของเด็กๆ จริงเลยนะเมย์”ลุงแซมพูดขึ้นเมื่อเห็นเด็กกลับไปกันหมดแล้ว
“เด็กๆ ทุกคนน่ารักนะค่ะแซม”ป้าเมย์พูดตอบออกไป
“งั้นผมก็คงไม่รบกวนเวลาพักผ่อนแล้วเหมือนกันผมอยู่ด้านล่างมีอะไรก็เรียกได้ตลอดนะ” ลุงแซมพูดก่อนจะเดินยกถาดอาหารออกจากห้องไปปล่อยให้ป้าเมย์ได้นอนพักผ่อนต่อ
ลุงแซมเดินออกมาจากห้องของป้าเมย์ พร้อมถาดในมือ แล้วจึงเดินลงมายังห้องครัวเพื่อเอาถาดมาทำความสะอาดแล้วกลับไปห้องนั่งเล่นที่พวกเด็กกำลังนั่งคุยกันอยู่
“ลุงแซมครับวันนี้เราอยากซื้อของลุงพาเราไปซื้อของหน่อยได้ไหมครับ” ดีนพูดขึ้น
“รอให้เมย์หายป่วยดีก่อนเดี่ยวลุงค่อยพาไปซื้อโอเคไหม” ลุงแซมพูดขึ้น
“ครับลุง” ดีนตอบก่อนจะชวนแจ็คออกไปเล่นข้างนอกกัน
“เดี่ยวสิพวกนายคิดจะปล่อยพวกฉันทำความสะอาดกันสองคนรึไง” อลิซท้วงเมื่อเห็นว่าพี่ชายของเธอและแจ็คกำลังจะออกไปข้างนอกกันโดยไม่ช่วยพวกเธอทำงานบ้านอีกแล้ว
“แล้วเธออยากให้พวกเราช่วยทำอะไรละ”ดีนถามขึ้นมา
“พวกนายไปทำความสะอาดชั้นสองเลยเดี่ยวชั้นล่างฉันกับแอนนี่จะทำเอง” อลิซพูดขึ้น
“เดี่ยวฉันทำชั้นสองแทนพวกแจ็คกับดีนก็ได้”แอนนี่เอ่ย
“หยุดเลยแอนนี่ บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้เธอคิดว่าเราจะสองคนจะทำได้หมดทุกห้องหรือไงยังไงพวกผู้ชายต้องช่วยเราบ้าง” อลิซแย้งขึ้น
“ไม่เป็ไรแอนนี่เดี่ยวพี่กับดีนจะทำชั้นสองเอง” แจ็คตอบ
แล้วเด็กทั้งสี่คนก็แยกย้ายกันทำความสะอาดส่วนลุงแซมนั้นก็ไปนั่งที่เก้าอี้โยกมองไปยังทะเลสาบพลางหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน ส่วนปีปิกนั้นก็ออกไปบินส่งเสียงร้องทำให้นกที่อยู่ที่นั้นใบินหนีไปยังที่อื่นกันหมด
หลังจากทำความสะอาดบ้านเสร็จแล้วเหล่าเด็กๆ จึงมาขอลุงออกไปเล่นข้างนอกซึ่งเด็กทั้งสี่นั้นได้เดินตรงไปยังบ้านพักของเจมส์อีกเช่นเคยโดยทุกคนนั้นตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีใครพูดเื่ที่แจ็คและดีนนั้นแอบมาสำรวจในคืนก่อนให้เจมส์ฟังรวมทั้งเื่ที่แจ็คและดีนเห็นแสงไฟบนเรือปริศนาให้เจมส์ฟังด้วย
“สวัสดีเด็กๆพวกเธอมากันอีกแล้วเหรอ” เจมส์กล่าวสวัสดีพร้อมส่งยิ้มให้เด็กๆทุกคน
“สวัสดีค่ะเจมส์” แอนนี่กล่าวตอบ ก่อนคนอื่นๆ จะพูดตาม
“เราคงไม่รบกวนคุณใช่ไหมครับเจมส์”แจ็คถามขึ้น
“ป่าวหรอกยังไงฉันก็อยู่ที่นี้คนเดียว การที่พวกเธอมาที่นี้ทำให้ฉันไม่เหงาจนเกินไป”เจมส์ตอบ
“ว่าแต่คุณทำอะไรอยู่ครับ” ดีนถาม เมื่อเห็นว่าเจมส์ใส่ชุดดีแปลกไปจากทุกวันที่เจอ
“ฉันกำลังคิดว่าจะไปซื้อของจากในเมืองมาไว้ใช้หน่อยนะ”เจมส์ตอบ
“พวกเธอจะไปด้วยกันกับฉันไหม”เจมส์ชวนเหล่าเด็กๆ ก่อนเด็กทั้งสี่คนจะมองหน้ากันแหละตกลงว่าจะไปด้วยกันกับเจมส์
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ปีปิกร้องออกมาขัดจังหวะ
“แจ็คฉันคิดว่าเสียงของปีปิกคงไม่ได้มีใครชอบซะทุกคนนะ” เจมส์พูดขึ้นทำให้แจ็คเข้าใจความหมายได้ทันที
“ผมเข้าใจแล้วครับผมจะดูแลปีปิกให้ดีเลยครับเจมส์” แจ็คพูดออกไป
“เยี่ยมเลยฉันพวกเธอพร้อมจะไปกันเลยไหม” เจมส์ถามขึ้น
“พร้อม” แล้วเด็กๆทุกคนจึงตอบพร้อมกัน
แล้วเจมส์ก็นำทางพวกเด็กๆ ไปยังรถของเขาที่จอดไกลออกไปซึ่งต้องใช้เวลาเดินซักพักกว่าจะถึงที่จอดรถ ก่อนเช็คสภาพรถ เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรจึงให้เด็กๆขึ้นรถ แล้วสตาร์ทรถออกเดินทางสู่เมืองในทันที