บทที่ 43
เข้าพบผู้อาวุโส
วันถัดมาแสงอรุณแรกของวันส่องผ่านม่านเมฆลงมาด้านล่างภายในสำนักแห่งนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงัด
ในยามเช้าเหล่าศิษย์ทยอยออกมาเพื่อฝึกฝนเดินลมปราณบริเวณลานกว้างของสำนัก
ในตอนนี้เราสิทธิ์มากมายต่างพากันออกมาเดินลมปราณเป็นการฝึกฝนในยามเช้าของสำนักแห่งนี้
บริเวณอารามที่พักของแขกจางหมิงกำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าอารามใช้ดวงตาถอดมองยาสไปบริเวณด้านหน้า
ในวันนี้เขายืนเอามือไขว้หลังแสดงใบหน้าจริงจังนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
เมื่อราตรีที่ผ่านพ้นมานำสัตว์อสูรของตนเองไปสอดแนมในพื้นที่บริเวณรอบรอบ
ล่วงรู้ถึงคนทางภายในสำนักแห่งนี้ในระดับหนึ่งแต่ว่าตั้งแต่พบเจอเหตุการณ์เมื่อคืนจางหมิงก็รู้ดีว่าตนเองนั้นไม่ควรบุ่มบ่าม
เหตุการณ์เมื่อคืนที่เกิดขึ้นบุรุษผู้นั้นที่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดมีประสาทสัมผัสที่รวดเร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไป
อาจจะเป็นสัญชาตญาณด้วยมันจึงหันมามองตรงตำแหน่งที่แมลงล่องหนกำลังสอดแนมอยู่
ถือว่ายังดีที่เค้านำพาแมลงล่องหนออกมาจากบริเวณนั้นก่อนถ้าไม่เช่นนั้นคงจะโดนจับได้ไปแล้ว
ในตอนนี้สำนักแห่งนี้เต็มไปด้วยยอดฝีมือมากมายที่มาฝึกฝนอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
เพราะแบบนั้นมันล้วนแล้วเป็นสถานที่ที่รวมยอดอัจฉริยะไม่สามารถประมาทได้เลยทีเดียว
แล้วในตอนนี้หลังจากที่ได้แอบฟังเมื่อคืนก็ทำให้ล่วงรู้ว่ามีผู้คนที่สงสัยในตัวตนของอี้หลงเซียน
ในขณะที่กำลังยืนคิดอยู่บริเวณด้านหน้าอารามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
เสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากด้านหลังก่อนที่จะมีฝ่ามือหนึ่งยื่นเข้ามาและสัมผัสลงที่บริเวณแผ่นหลัง
จางหมิงหันไปมองอี้หลงเซียน
นางก็ยังคงแสดงรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากอันงดงามดังเช่นเดิมไม่ว่าจะพบเจอสถานการณ์ใดส่วนใหญ่แล้วนั่งมักจะคงแสดงท่าทางและใบหน้าเช่นนั้น
นางจ้องมองมาที่จางหมิงในขณะที่เขากำลังแสดงใบหน้าจริงจัง
เมื่อเห็นเช่นนั้นนางจึงพูดขึ้น “ ทางที่ดีในตอนนี้เจ้าควรเก็บอสูรตนที่อยู่ภายในชุดของเจ้าเข้าไปก่อน”
“ เมื่อคืนคงจะพบเจอคนที่สัมผัสได้ถึงมันสินะอย่างไรเสียภายในสถานที่แห่งนี้ก็มีแต่ผู้ที่ยอดฝีมือทั้งสิ้นแล้วคนที่พวกเรากำลังจะเดินทางไปพบเป็นระดับผู้อาวุโสเก็บมันเข้าไปอย่าให้คนพวกนั้นสัมผัสได้” อี้หลงเซียนในยามนี้ราวกับว่ามานั่งอยู่ภายในใจ
นางเห็นความเครียดบนใบหน้าของจางหมิงก็รู้ได้ในทันทีว่าพบเจอเหตุการณ์อันใดมาบ้าง
แต่ภายในใจก็คิดไม่ได้ว่าสตรีผู้นี้เป็นปีศาจหรืออย่างไรเหตุใดถึงคาดเดาความคิดของเขาได้ทั้งหมด
จางหมิงหลังจากที่ได้มองและได้ฟังถึงมุมมองความคิดของนาง
แน่นอนว่าเขาเก็บมาแมลงล่องหนเข้าไปภายในพันธสัญญา
เป็นเพราะว่าไม่อยากให้พวกมันล่วงรู้ถึงตัวตนของเขา
ถ้าพวกมันสามารถสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรสักตนหนึ่งที่อยู่ภายในร่างกายของเขาคงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นในตอนนี้ทางที่ดีที่สุดนั่นก็คือใช้ตัวเลือกอี้หลงเซียนเสนอขึ้นมา
เก็บสัตว์อสูรทั้งหมดเข้าไปภายในตราสัญลักษณ์จากนั้นก็เข้าไปพบพวกมันด้วยท่าทางที่ปกติมากที่สุด
ในขณะที่กำลังยืนสนทนากันอยู่นั้นมีศิษย์ของสำนักไป๋หลงเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ เรียนแขกทั้งสองผู้อาวุโสเชิญท่านไปพบขอรับ”
ที่สุดเวลาที่พวกเขากำลังเข้ารออยู่ก็ได้มาถึงแล้ว
...
ณอารามทางตะวันออก
ภายในสถานที่แห่งนี้เป็นอารามฝั่งตะวันออกบริเวณรอบๆถูกล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่แถมยังมีเวรยามเฝ้าอย่างแน่นหนา
จางหมิงและอี้หลงเสียงถูกเรียนเชิญมาที่สถานที่แห่งนี้พวกเขาเดินตรงเข้ามาภายในอารามพบเจอสถานที่ที่กว้างขวางเป็นอย่างมาก
สถานที่แห่งนี้ทั้งกว้างขวางและเงียบสงบภายในสำนักมีศิษย์ไม่กี่ผู้ที่สามารถเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ได้
โดยทั้งสองเดินเข้ามาภายในอารามแห่งนี้ตรงตามศิษย์ที่นำทางเข้าไปบริเวณด้านใน
โดยเมื่อเดินเข้ามาบริเวณด้านในอารามผ่านพ้นประตูขนาดใหญ่ของอารามเข้ามา
พบเจอเข้ากับห้องโถงที่ในตอนนี้เมื่อมองตรงไปด้านหน้าจะพบเห็นอย่างชัดเจนว่าคนที่นั่งรออยู่เป็นผู้อาวุโสของสำนักไปลงสองคน
คนที่นั่งอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้นั่นก็คือไห่เยี่ยนละซานหยวน
จางหมิงเมื่อเดินเข้ามาบริเวณด้านในร่างกายของเขาที่เดินอยู่บริเวณด้านหลังของอี้หลงเซียนหยุดชะงักไปเล็กน้อย
มองตรงไปด้านหน้าเห็นหนึ่งผู้อาวุโสที่ตนเองนั้นเคยพบเมื่อวานหนึ่งคนอีกหนึ่งคนที่ตนเองนั้นไม่เคยพบ
คนที่ไม่เคยพบเป็นชายชราร่างกายผ่อมสูงแตกต่างจากซานหยวนแต่ว่ามันดูเป็นคนที่มีท่าทางที่จริงจังมากกว่า
แถมแววตายังดูมีความไม่เป็นมิตรแฝงเร้นอยู่ด้วย
ทั้งสองเดินนำเข้ามาบริเวณด้านนายอี้หลงเซียนไม่มีท่าทางเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยเดินตรงเข้าไปหาพวกมันอย่างรวดเร็ว
นางเดินตรงไปแล้วก็หยุดลงบริเวณด้านหน้าของผู้อาวุโสทั้งสองที่กำลังนั่งอยู่
พวกมันเป็นสองในห้าผู้อาวุโสแห่งสำนักแห่งนี้
แต่ในขนาดนั้นเองแม้ว่าจะเผชิญอยู่บริเวณด้านหน้ากับพวกมันนางก็ไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัว
อี้หลงเซียนแม้ว่าจะไม่ได้แสดงท่าทางหวัดกลัวแต่นางก็ยังคงแสดงความนอบน้อมมือทั้งสองข้างยกขึ้นมาแล้วก็ประสานกันก้มคารวะผู้ที่อยู่ด้านหน้า “ คารวะผู้อาวุโสทั้งสอง”
ไห่เยี่ยนมันมองตรงมาที่อีหลงเซียนพร้อมกับประเมินได้ในทันทีว่ามีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับใด
ไม่จำเป็นจะต้องระบุตัวตนว่าเป็นจันทราทมิฬตัวจริงหรือไม่การที่มีระดับฝีมือเท่านี้ก็คงจะสามารถยืนยันได้แล้ว
โดยมันทำการสงบใจมองตรงมาที่นางแล้วก็ถามขึ้น “ จันทราทมิฬเหตุใดตัวของจอมยุทธ์ที่อิสระอย่างเจ้าถึงมาที่สถานที่แห่งนี้”
อี้หลงเซียนไม่ได้แสดงแววตาพิรุธนางตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ ผู้น้อยคิดว่าน่าจะบอกกับลูกศิษย์ของท่านไปแล้วว่าผู้น้อยนั้นเดินทางไปทั่วหล้าในครั้งนี้ก็เพียงแค่เดินทางผ่านมาเท่านั้น”
การที่นางแสดงแววตาไม่สะทกสะท้านย่อมทำให้พวกมันคิดว่านางไม่โกหก
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผู้อาวุโสสองผู้นี้ล่วงรู้มากกว่าผู้อื่นนั่นก็คือพวกมันทั้งสองสามารถแยกแยะได้ว่านางเป็นสตรี
เหตุเกิดจากลมปราณภายในร่างกายของนาง
ลมปราณของบุรุษและสตรีมีความแตกต่างกันในตอนนี้เมื่อสัมผัสลมปราณภายในร่างกายของนางบวกกับรูปลักษณะภายนอกจึงยืนยันได้ว่านางไม่ใช่บุรุษ
แต่ว่าพวกมันเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะพูดออกมาไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีอย่างไรก็เป็นผู้เข้ามาเยี่ยมเยียนภายในภูเขาไป๋หลง
“ เดินทางผ่านมา…. ตัวของเจ้าอยู่ภายในภูเขาแห่งนี้นานหรือยัง ”
“ ก็หลายวันแล้วแต่ว่าข้าคิดว่ามันไม่น่าเกี่ยวท่านผู้อาวุโสเองก็น่าจะรู้ดีว่าภายในป่าแห่งนี้มันมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย”
“ ในตอนนี้ตัวของผู้น้อยพบเจอ สิ่งที่น่าสนใจมากมายและมันเองก็ไม่น่าจะแปลกอันใดที่ผู้น้อยนั้นจะขออยู่ภายในภูเขาแห่งนี้นานสักหน่อย”
เมื่อนางตอบกลับมาเช่นนั้นแน่นอนว่าพวกมันก็ไม่สามารถย้อนสวนอันใดได้
ไห่เยี่ยนที่นั่งอยู่อยูๆมันเองก็เปลี่ยนแปลงบรรยากาศบริเวณรอบๆร่างกายของตนเองไป
ในตอนนี้บรรยากาศบริเวณรอบๆร่างกายของมันอยู่อยู่มีแรงกดดันเพิ่มพูนขึ้น
แรงกดดันเกิดจากลมปราณและจิตสังหารมันกำลังข่มขู่อี้หลงเซียน
แรงกดดันนั้นส่งตรงมาทางอี้หลงเซียนที่กำลังยืนอยู่แต่ว่าจางหมิงที่ยืนอยู่ด้านหลังของนางก็สามารถสัมผัสได้เช่นเดียวกัน
ความรู้สึกที่มันเหมือนกับว่ามีบางอย่างมาบีบรัดหัวใจนี่คือผลกระทบที่ได้รับจากแรงกดดันอันมหาศาล
ก่อนที่ไห่เยี่ยนมันจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “ แน่นอนว่าการที่เจ้าอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ย่อมไม่ผิดแต่สิ่งเดียวที่ข้าอยากจะเตือนก็คืออยากเข้าไปภายในเขตส่วนนอกของป่า
ที่แท้ที่พวกมันเรียกนางมาที่สถานที่แห่งนี้เพื่อที่จะมาย้ำเตือนว่าไม่ให้นางเข้าไปภายในเขตส่วนลึกของป่า
เขตส่วนลึกที่มีสำนักแห่งนี้คอยคุ้มครองอยู่ภายในสถานที่แห่งนั้นผู้คนบอกกันว่ามีแต่พวกสัตว์อสูรระดับหายากแล้วก็มีแต่พวกสมุนไพรวิญญาณระดับหายากทั้งสิ้น
ภายในยุทธภพไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าเหตุใดสำนักแห่งนี้ถึงปกป้องและรักษาภายในอาณาเขตนั้นมากขนาดนั้น
รู้แต่เพียงว่าสำนักไป๋หลงปกป้องเขตนั้นมาหลายสิบปีแล้วแล้วก็ไม่ยอมให้ผู้ใดที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปภายในนั้น
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในนั้นมันมีขุมทรัพย์ที่มีค่าหรือว่ามีอันใดที่สำคัญอยู่หรือไม่
แต่มองดูจากท่าทางของพวกมันตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าด้านในจะมีบางอย่างจริงๆถึงกับเรียกนางมาข่มขู่
อี้หลงเซียนในขณะที่ยืนเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลร่างกายของนางไม่ขยับเลยแม้เพียงนิด
บนใบหน้าดูตึงเครียดมากขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับจริงจัง
นางยังคงรับแรงกดดันอันมหาศาลนั้นได้จนกระทั่งเมื่อผ่านไปสักพักแรงกดดันอันมหาศาลของมันก็ค่อยค่อยเบาบางลง
ผู้อาวุโสไห่กล่าวเตือนย้ำอีกครั้ง “ นี่ถือว่าเป็นการเตือนถ้าเจ้าอยากจะอยู่ภายในภูเขาแห่งนี้ต่อไปก็อย่าเข้าไปวุ่นวายกับภายในสถานที่แห่งนั้น”
หลังจากที่มันพูดจบทางด้านของอี้หลงเซียนยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะก้มใบหน้าของตนเองลงไปยกมือทั้งสองข้างประสานครึ่งแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ “ เข้าใจแล้วขอรับ ขอบคุณที่ทำการชี้แนะเพียงแค่นี้พวกข้าทั้งสองก็เดินทางกลับได้แล้วใช่หรือไม่? ”
“ เชิญ!!! ”
อี้หลงเซียนหันหลังแล้วก็เดินออกมาจากสถานที่แห่งนั้นพร้อมกับจางหมิง
ทั้งสองเดินออกมาบริเวณด้านหน้าอารามจางหมิงหันไปมองอี้หลงเซียน
ในยามนี้นางกำลังแสดงใบหน้าจริงจังอยู่แล้วกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ แม้แต่สวรรค์ก็ไม่สามารถขัดขวางข้าได้แล้วพวกเจ้าเป็นเพียงมนุษย์~ ”
หลังจากพูดจบนางกับจางหมิงเดินออกไปจากสำนักไป
จบบท