“หลินหาน นายต้องการให้ฉันช่วยไหม” หวังเฉียงยืนนิ่งอยู่กับที่
ไม่แน่ใจว่าควรจะก้าวออกไปข้างหน้าดีหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรนี่ก็คือการลงดันเจี้ยนด้วยกันสองคน แต่จนถึงตอนนี้กลับกลายเป็นว่าหลินหานเป็นฝ่ายแบกเขาอยู่ฝ่ายเดียว นอกจากช่วงแรกที่เขาได้ใช้อาคมเวทไปสองครั้ง หลังจากนั้นจนถึงตอนนี้เขายังไม่มีโอกาสได้ลงมือเลยด้วยซ้ำ
ชั่วชีวิตนี้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะถูกอาชีพสายฮีลแบกจนเลเวลอัปพรวดพราดขนาดนี้!
“ตอนนี้ยังไม่ต้อง” หลินหานบอกเสียงเรียบ “เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ ให้ฉันจัดการเองเถอะ”
แม้ว่าสกิลสายฮีลของหลินหานจะสามารถชุบชีวิตหวังเฉียงได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การที่ต้องเห็นเพื่อนสนิทตายต่อหน้าต่อตาก็เป็นเรื่องที่เขายอมรับไม่ได้
หวังเฉียงพยักหน้าอย่างมึน ๆ “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
บอสมิโนทอร์เหวี่ยงแขนพุ่งเข้าใส่หลินหานอย่างบ้าคลั่ง ทั้งที่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวเด็กคนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งเลย แต่ทำไมถึงมีพละกำลังมหาศาลขนาดนี้!
หลินหานพุ่งเข้าปะทะพร้อมชกออกไปหนึ่งหมัด เสียงโซนิคบูมระเบิดขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง พร้อมกับมวลลมจากหมัดที่ซัดออกไปอย่างรุนแรง!
บอสมิโนทอร์สัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาและพยายามจะหลบหลีก ทว่าความเร็วของหลินหานนั้นรวดเร็วปานลมกรด เมื่อมันรู้ตัว หมัดนั้นก็อยู่ห่างจากตัวมันไม่ถึงครึ่งเมตรแล้ว
ตูม!
เสียงกระดูกแตกหักนับไม่ถ้วนระเบิดขึ้นภายในร่างของบอสมิโนทอร์!
จบแล้วเหรอ?
หวังเฉียงมองภาพนี้อย่างเหม่อลอย จากตอนแรกที่ตกตะลึงในพละกำลังของหลินหาน ตอนนี้เขาเริ่มจะปรับตัวชินชาขึ้นมาบ้างแล้ว
บางที หลินหานอาจจะมีพลังแบบนี้อยู่แล้วก็ได้
[สังหารบอสมิโนทอร์สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 2,870 หน่วย]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทั้งสองคนได้รับชัยชนะแล้ว หลินหานเดินกลับมาจากด้านหน้า ในมือถืออุปกรณ์สองชิ้น
“นี่คืออุปกรณ์ที่ดรอปจากบอสมิโนทอร์ นายเลือกเอาชิ้นหนึ่งสิ”
[ชื่อ] : สำรับการ์ดไม้หุ้มไหม
[ประเภท] : อาวุธ
[ระดับ] : ระดับทองคำ
[คำอธิบาย] : ผู้ใช้งานสามารถผนึกพลังลงในสำรับการ์ด การ์ดที่ถูกปลดปล่อยออกมาจะปรากฏเส้นไหมที่มองไม่เห็น สามารถสังหารศัตรูได้โดยไร้ร่องรอย
[ชื่อ] : หมวกหัววัว
[ประเภท] : หมวก
[ระดับ] : ระดับทองแดง
[คำอธิบาย] : เมื่อสวมใส่ ความเกลียดชังจากเผ่ามิโนทอร์จะลดลง และเพิ่มพลังป้องกัน 5%
ทั้งสองคนตรวจสอบคุณสมบัติของอุปกรณ์ โดยมีหลินหานช่วยอธิบายสั้น ๆ
หวังเฉียงมีคำตอบในใจแล้วจึงเอ่ยว่า “เอาหมวกหัววัวนี่ให้ฉันเถอะ ฉันเป็นสายยิงการ์ดระยะไกล ถ้าโดนประชิดตัว พลังป้องกันที่เพิ่มขึ้นน่าจะช่วยฉันได้เยอะ”
แม้เขาจะอยากได้สำรับการ์ดไม้หุ้มไหมมากเพียงใด แต่ระดับของการ์ดชิ้นนี้สูงเกินไป อุปกรณ์ระดับทองคำสามารถนำไปปล่อยขายในตลาดการค้าได้ราคาสูงถึงหลักล้านเหรียญมังกรดารา!
ยิ่งไปกว่านั้น การลุยดันเจี้ยนครั้งนี้หลินหานเป็นคนชวนเขาเข้ามา เขาจึงไม่กล้าคาดหวังอะไรมากเกินไป ลำพังให้คนอื่นพามาเก็บเลเวลแล้วยังจะเอาอุปกรณ์ระดับสูงอีก เขาคงรู้สึกผิดต่อมโนธรรมตนเองเกินไป ประกอบกับเขารู้จักฐานะทางบ้านของหลินหานเป็นอย่างดี อุปกรณ์ระดับทองคำชิ้นนี้เพียงพอจะช่วยจุนเจือและยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวหลินหานได้เลย
“เฉียงจื่อ จะมาเกรงใจฉันทำไม” หลินหานยัดสำรับการ์ดไม้หุ้มไหมใส่มือหวังเฉียงทันที
หวังเฉียงตกใจ รีบอธิบาย “ฉันอยากได้หมวกหัววัวนั่น ไม่ใช่สำรับการ์ดไม้หุ้มไหมชิ้นนี้”
หลินหานยิ้มเอ่ย “ตานายแทบจะแปะติดกับสำรับการ์ดไม้หุ้มไหมอยู่แล้ว อีกอย่างอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็เหมาะกับอาชีพปรมาจารย์การ์ดของนายที่สุด ให้สายฮีลอย่างฉันใช้ก็เสียของเปล่า ๆ ”
แม้หลินหานจะพูดแบบนั้น แต่หวังเฉียงก็ไม่อาจรับของขวัญชิ้นใหญ่ขนาดนี้ได้ จึงรีบบอกว่า “นายแบ่งอุปกรณ์ให้ฉันชิ้นหนึ่งก็ใจดีมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องตามใจฉันขนาดนี้ โอกาสแบบนี้มีได้ก็เพราะนาย ถ้าจะเอาอุปกรณ์ระดับนี้อีก ฉันจะกล้ารับไว้ได้ยังไง ขืนเรื่องนี้หลุดออกไป ฉัน หวังเฉียงจะไม่กลายเป็นคนหน้าด้านเรอะ”
เมื่อเห็นท่าทางของหวังเฉียง หลินหานก็รู้สึกอบอุ่นในใจ “บอกให้รับไว้ก็รับไว้เถอะ ใครบอกว่าให้ฟรีล่ะ ไว้ถ้านายเก่งขึ้นแล้วค่อยพาฉันเก็บเลเวลบ้าง ถึงตอนนี้ฉันจะมีพละกำลังมาก แต่พอถึงช่วงหลังต้องหมดแรงแน่ ๆ ”
“ถึงตอนนั้นคงต้องพึ่งนายที่เป็นปรมาจารย์การ์ดนี่แหละ ถ้านายไม่อยากได้จริง ๆ ก็ทำลายมันทิ้งซะ ในเมื่อฉันให้นายแล้ว นายจะจัดการยังไงก็ได้” พูดจบ หลินหานก็หันหลังเดินไปยังค่ายกลเทเลพอร์ต โดยไม่สนใจว่าหวังเฉียงจะตัดสินใจอย่างไร
หวังเฉียงมองแผ่นหลังของหลินหานที่ค่อย ๆ ห่างออกไป พลางมองสำรับการ์ดไม้หุ้มไหมในมือด้วยความตื้นตัน
หลินหานเป็นเพื่อนตายของเขา ความรู้สึกที่มีให้กันย่อมดีที่สุดอยู่แล้ว ทว่าการที่หลินหานยอมมอบอุปกรณ์ระดับทองคำให้ ถือเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่มาก
ตอนนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าในอนาคตหากตนเองแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าคนอื่นจะมองหลินหานอย่างไร เขาจะถือว่าหลินหานเป็นพี่น้องที่ดีที่สุดของเขาตลอดไป
“หลินหาน รอฉันด้วย...!”
เมื่อหวังเฉียงมาถึงทางออก หลินหานก็ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่เห็นทั้งสองคนปรากฏตัว ต่างก็รู้สึกประหลาดใจ ทว่าโดยสัญชาตญาณย่อมคิดว่าทั้งคู่ทนการรุมโจมตีข้างในไม่ไหวจึงเลือกถอยหนีออกมา เพราะระดับพลังของทั้งคู่เห็น ๆ กันอยู่ ว่า การจะผ่านการทดสอบในพื้นที่นี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังคิดเช่นนั้น บนหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่กลับปรากฏข้อความเด้งขึ้นมา!
[ดันเจี้ยน] : สนามรบโบราณ
[จำนวนสมาชิก] : 2 คน
[สมาชิก] : หลินหาน หวังเฉียง
[ระดับความสำเร็จ] : 100%
[เปิดใช้งานภารกิจลับ] : บอสมิโนทอร์
[ความสำเร็จภารกิจลับ] : 100%
[ความเร็วในการผ่านด่าน] : 16 นาที 28 วินาที
...
ในวินาทีนั้น เจ้าหน้าที่ที่เดิมทีไม่เชื่อสายตา ในใจพลันปั่นป่วนสั่นสะเทือนราวกับมีคลื่นยักษ์!
16 นาที 28 วินาที!?
นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน!?
ต่อให้เป็นทีมรับจ้างฟาร์มระดับทองคำที่มีประสบการณ์สูง ก็อาจจะไม่สามารถทำสถิตินี้ได้!
โดยความเร็วที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน คือทีมรับจ้างฟาร์มระดับทองคำทีมหนึ่งที่เคยทำไว้ 19 นาที 25 วินาที!
ต้องรู้ว่า ข้อแตกต่างสำคัญที่สุดคือรายแรกสามารถเปิดใช้งานบอสลับได้!
ดันเจี้ยนสนามรบโบราณแห่งนี้ เพิ่งจะมีการเปิดใช้งานบอสลับเป็นครั้งแรก การเปิดใช้งานบอสลับแล้วยังผ่านดันเจี้ยนได้ด้วยความเร็วขนาดนี้ มันคนละเรื่องกันเลย!
ผู้รับผิดชอบที่นั่งอยู่ในห้องทำงาน เมื่อได้ยินข่าวนี้ก็รีบพุ่งตัวมายังเคาน์เตอร์ด้านหน้าทันที
“ท่านไหนคือคุณหลินหานครับ”
ผู้รับผิดชอบกวาดสายตามองหา จนกระทั่งสายตาไปหยุดลงที่คนทั้งสองซึ่งกำลังยืนคุยกันอยู่
“คุณหลินหาน สวัสดีครับ ผมเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ทดสอบระดับเงินแห่งนี้ ผมอายุมากกว่าคุณไม่กี่ปี คุณเรียกผมว่าพี่เถียนก็ได้ครับ”
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ” หลินหานงุนงงกับการกระทำของผู้รับผิดชอบคนนี้
พี่เถียนมองสำรวจรูปลักษณ์ของหลินหานอย่างละเอียด พลางคิดในใจ ‘ฉันคลุกคลีอยู่ในเมืองฮุยเยว่มาตั้งหลายปี ไม่เคยได้ยินชื่อคนคนนี้เลย แม้แต่ตระกูลหลินก็นึกไม่ออก’
“ขอโทษนะครับ มีธุระอะไรหรือเปล่า” หลินหานเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปนาน จึงเอ่ยถามซ้ำ