“ นายท่าน ”
เฉินห่าวมองไปยังอันอันที่พึ่งเดินออกมาจากพอร์ทัล ดูเหมือนว่าได้เวลาที่มันจะเคลื่อนไหวแล้วเขาจึงพยักหน้าอนุญาตให้มันเดินทางไปยังสงคราม
“ อย่าพึ่งฆ่าพวกมันล่ะ แค่ทำให้บาดเจ็บแล้วก็ไล่ไปพอ ”
พื้นที่ล่าทางตอนใต้เขต X ยังถูกมองว่าเป็นขุมทรัพย์เพราะมอนสเตอร์ที่ออกมาจากซากโบราณสถานสามารถขยายพันธุ์ได้เรื่อยๆ การ์ดอวัยวะเทียมจึงสามารถหาได้จากที่นี่ตลอดเขาจึงไม่อยากให้เลเวล 180 ตายทั้งหมด ไม่อย่างนั้นผู้ควบคุมการเกิดของมอนสเตอร์จะไม่เหลือสุดท้ายฮันเตอร์จะบุกเข้าไปกวาดล้างจนมอนสเตอร์ที่ดรอปการ์ดอวัยวะเทียมหายไป
สุดท้ายพื้นที่ทางตอนใต้เขต X จะกลายเป็นพื้นที่ธรรมดาทั่วไป เขายังต้องการให้มันเป็นพื้นที่ดึงดูดฮันเตอร์ให้เดินทางมาที่เขต X จึงต้องยอมปล่อยให้เลเวล 180 มีชีวิตต่อ
“ พรุ่งนี้ก็จะเดินทางไปกับนักศึกษาแล้ว เอาไงกับร้านดีนะ ”
เฉินห่าวลูบคางตนเองเบาๆเพราะเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับหลงเฉียงฟิตเนสและหรูอี้ฟิตเนส การทดสอบของนักศึกษาจะใช้เวลาทั้งสิ้น 7 วันเขาจำเป็นต้องเดินทางไปด้วยก็เพื่อประเมินนักศึกษาจากหน้างานเพื่อนำมาปรับสอนเหมือนที่อาจารย์คนอื่นๆทำ
หมายความว่าการเดินทางในครั้งนี้เขาจะต้องพาเป่าเป้ยเดินทางไปสังเกตการณ์พี่พี่นักศึกษาและอาจจะต้องนอนภายในป่า นับเป็นเรื่องอันตรายที่จะพาเด็กน้อย 2 ขวบนอนในสถานที่ที่สามารถทำให้ป่วยได้ง่าย แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่มีพี่เลี้ยงที่เชื่อใจได้ หากจะไปฝากไว้กับแม่เขาก็กลัวว่าจะถูกตระกูลเจียงเล่นงานจึงต้องกระเตงลูกน้อยไปด้วยโดยเขาเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว ต่อให้จะฝนตกแดดออกพื้นที่ที่เขาอยู่ยังคงปลอดภัยไม่ต่างจากอยู่ภายในตึก
“ อ้าว ดูท่าจะแย่จริงๆเล่นโทรมาเลย ”
เฉินห่าวมองไปยังโทรศัพท์เขารู้สึกแปลกใจเช่นกันที่สงครามยังมีสัญญาณจนสามารถติดต่อคนที่อยู่ต่างเมืองได้
“ เถ้าแก่ช่วยด้วย ส่งอันอันมาทีเราต้านไม่อยู่แล้ว ”
“ เกิดอะไรขึ้นเหรออ้ายเสิน ”
“ เถ้าแก่! เลเวล 180 บุกมา 2 ตัว เราต้านมันเอาไว้ไม่ได้เลยตอนนี้กำลังถอยไปเรื่อยๆอีกไม่เกิน 2 ชั่วโมงจะชนเข้ากับเขตเมืองแล้ว ”
“ โอเคๆ ตอนนี้อันอันกำลังเดินทาง อีกเดี๋ยวก็คงถึง ”
“ เถ้าแก่อันอันมาถึงแล้วไว้แค่นี้นะ ”
เฉินห่าววางสายหลังจากอ้ายเสินยืนยันว่าอันอันเดินทางไปถึงสงครามแล้ว
อย่างไรก็ตามเขาอยากรู้เช่นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้จึงเปิดดูอาณาเขตปลอดภัยทางฝั่งเขต X ก่อนจะพบว่ามีมอนสเตอร์เลเวล 180 จำนวน 3 ตัวหนึ่งในนั้นคืออันอัน ในส่วนกองกำลังฮันเตอร์และทหารได้ถอยออกมาจากเส้นที่เขาขีดเอาไว้ราว 5 กิโลเมตร เพียงเท่านี้ก็ทำให้เขารู้แล้วว่าสงครามเข้าสู่วิกฤต
“ ลูกพี่แน่ใจนะว่าเป็นอันอัน ”
ป๋อหลินมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพบเข้ากับสิงโตตัวสีขาวสูงใหญ่ เล็บเท้าของมันเปล่งแสงสีแดงเลือดดูอันตราย เขาไม่เคยเห็นสิงโตตัวนี้มาก่อน หากจะให้เปรียบเทียบกับสิงโตที่เป่าเป้ยน้อยขี่หลังนอกจากสีขนและสีเล็บที่เหมือนกันแล้ว ขนาดต่างกันจนคิดว่าเป็นคนละตัว
“ ต้องใช่แน่ๆเพราะมันมองมาที่เราก่อน ชี้เป้าบอกมันเลย! ”
ป๋อหลินใช้เลเซอร์สีเขียวชี้เป้า เขาไม่รู้ว่ามันจะได้ผลหรือเปล่าแต่วิธีนี้อาจจะทำให้มอนสเตอร์พี่เลี้ยงรู้ว่าพวกเขาอยากจะให้ช่วยจัดการอะไร
ทันใดนั้นสิงโตขาวที่เห็นแสงชี้ไปยังมอนสเตอร์เลเวล 180 มันก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วยการก้าวเท้าไปด้านหน้าช้าๆไม่เร่งรีบ การมาถึงของมันทำให้ฮันเตอร์หลายคนตกใจไม่น้อยเพราะมีสิ่งมีชีวิตเลเวล 180 กำลังเดินบนฟ้าเข้ามาในสงคราม
โฮก!
เสียงคำรามลั่นส่งออกมาจากสิงโตขาว มอนสเตอร์ที่อยู่ด้านล่างต่างก็หวาดกลัวต่อเสียงของมัน
เพียงการคำรามสั้นๆกลับทำให้มอนสเตอร์ทั้งหมดที่กำลังต่อสู้กับฮันเตอร์หยุดชะงักเปิดโอกาสให้ฮันเตอร์สวนกลับจนมีหลายตัวตกตาย
“ มันมาช่วยเรา! ”
“ มันอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา! ”
เหล่าฮันเตอร์แสดงท่าทางดีใจเมื่อรู้ว่าทางฝั่งของตนเองก็มีเลเวล 180 อยู่เหมือนกัน ความกลัวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่หายไปในทันทีหลังจากรู้ว่ามีเลเวล 180 ปรากฎตัวมาเพื่อรับมือกับเลเวล 180 ของศัตรู
หลังจากที่สิงโตขาวคำรามมันก็เริ่มพุ่งเข้าหามอนสเตอร์รูปร่างคล้ายกบ ซึ่งพวกมันทั้งสองจดจำกันได้เพราะออกมาจากซากโบราณสถานเดียวกัน
กบเห็นว่าสิงโตขาวมุ่งเป้ามาที่มันจึงร้องตะโกนข่มขวัญกลับคืนไป ตั๊กแตนตำข้าวตัวใหญ่เห็นว่ามีมอนสเตอร์เลเวล 180 กำลังขู่มันจึงกระพือปีกตีอากาศจนทำให้เกิดคลื่นเสียงโจมตีสิงโตขาว เพียงแต่ว่าสิงโตที่วิ่งลงมาจากอากาศกลับพุ่งเข้ากัดคอของกบต่อหน้ามันก่อนจะเหวี่ยงร่างออกไปไกล
ตู้ม!
สายตาของฮันเตอร์หันมองไปยังการต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายสูงใหญ่ ภายในใจของพวกเขาล้วนตะลึงงันเมื่อเห็นว่าสิงโตขาวเล่นงานกบได้ง่ายๆ
จังหวะที่สิงโตโยนร่างของกบออกไปไกลตั๊กแตนตำข้าวจึงพุ่งเข้าโจมตีด้วยเคียวขนาดใหญ่ แขนทั้ง 6 ของมันสามารถตัดสิ่งใดในสนามรบแห่งนี้ก็ได้ เพียงแต่ว่าสิงโตขาวกลับกระโจนหลบแล้วใช้ปากกัดไปที่หลังคอของตั๊กแตนตำข้าวแล้วโยนมันไปกองรวมกันกับกบ
ภายใต้ร่างของทั้งสองที่ชนกันทำให้กบล้มลงอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่ว่าการล้มของพวกมันกลับไม่มีโอกาสได้ลุกหลังจากที่สิงโตขาวรวบรวมมานามหาศาลเอาไว้ที่ปากก่อนจะพ่นเปลวเพลิงสีฟ้าเข้ากลืนร่างของพวกมัน
ตู้ม!
ความร้อนมหาศาลพวยพุ่งออกไปรอบๆ แม้จะยืนอยู่ห่างออกมาไกลฮันเตอร์กลับสัมผัสได้ถึงความร้อนที่กำลังแผดเผาผิวหนัง
จากแสงสีฟ้าที่พวยพุ่งขึ้นสู่ที่สูงดึงความสนใจของฮันเตอร์ให้มองตาม ก่อนที่พวกเขาจะตะลึงงันเมื่อพบว่าเลเวล 180 ของอีกฝ่ายถูกเผาตามเนื้อหนังจนเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นไหม้
การต่อสู้ที่ควรจะสูสีดูเหมือนจะจบลงง่ายกว่าที่คาดการณ์เอาไว้เนื่องจากมอนสเตอร์เลเวล 180 ทั้งสองบาดเจ็บสาหัส
โฮก!
เสียงของสิงโตคำรามข่มขวัญบอกให้พวกมันไสหัวไป กบเห็นว่าสู้ไม่ได้จึงรีบกระโดดหนีไปอย่างรวดเร็ว ตั๊กแตนตำข้าวรีบวิ่งด้วยขาเล็กๆ ปีกของมันถูกเผาไปมากกว่าครึ่งจึงทำให้บินหนีไปไม่ได้
“ ลูกพี่ ลูกพี่!!! ”
ป๋อหลินเรียกสติอ้ายเสินที่เหมือนจะนิ่งไปแล้วหลังจากมองดูการต่อสู้ของสิงโตขาว
“ ลูกพี่เอาไงต่อเถ้าแก่บอกอะไรบ้างไหม ”
“ ไม่รู้ ลองชี้เป้าให้สิงโตขาวหน่อย ”
“ ชี้ไปที่ไหนเลเวล 180 หนีไปแล้วนะ ”
“ เลเวล 160 ”
ป๋อหลินชี้เป้าไปที่เลเวล 160 ที่ยังคงต่อสู้กับพันโท สิงโตขาวจึงกระโจนเข้าไปกัดคออีกฝ่ายจนตายแล้วเก็บเอาไว้ในแหวนเก็บของจากนั้นก็กระโจนเข้าไปสังหารเลเวล 160 อีก 6 ตัวแล้วจากไปเหลือไว้เพียงเลเวล 150 แม้จะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สิงโตขาวไม่จัดการให้หมดแต่สิ่งที่มันเหลือทิ้งไว้กลับไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว
“ บุก บุกเลยได้เวลาเอาคืนของเราแล้ว!!! ”
อ้ายเสินชูขวานขึ้นเหนือหัวปลุกระดมฮันเตอร์ที่เข้าใช้งานหลงเฉียงฟิตเนสให้วิ่งตาม ตอนนี้อันตรายจากมอนสเตอร์เลเวลสูงหายไปแล้วพวกเขาสามารถต่อสู้ได้เต็มที่
“ ตาเฒ่าหงซวนเกิดบ้าอะไรขึ้น สิงโตตัวเมื่อกี้มันมาจากไหน!? ”
การปรากฎตัวของสิงโตขาวใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็สามารถพลิกสงครามได้ เหล่าพันโทที่กำลังช่วยสร้างจังหวะให้พันโทหงซวนต่อสู้กับเลเวล 160 ต่างแสดงท่าทางงงงวย
“ เหมือนฉันจะเคยเห็น ขอคิดก่อน เอาเป็นว่าในระหว่างที่ฉันคิดช่วยกันฆ่าเลเวล 150 ก่อน ”
พันโทหงซวนชวนเหล่าพันโทและผู้อาวุโสตระกูลต่างๆของเขต X ไล่จัดการมอนสเตอร์เลเวล 150
“ ลูกพี่ จำที่เถ้าแก่เคยพูดได้ไหม ”
“ พูดอะไร ”
ในระหว่างไล่สังหารมอนสเตอร์ที่อยู่ในช่วงเลเวลใกล้กับตนเองจางเยว่ไม่ลืมที่จะกระซิบบอกอ้ายเสินเกี่ยวกับสิ่งที่เถ้าแก่เตือน
“ เขาบอกว่าให้เก็บเล็กผสมน้อย ถ้าคนอื่นไม่เห็นมันก็จะเป็นของเรา ”
“ จริงด้วยสิ เอางี้สับเปลี่ยนกันเก็บก็แล้วกัน ไม่งั้นเราได้พลาดโอกาสทองไปแน่ๆ ”
อ้ายเสินมอบหน้าที่เก็บให้คนที่อ่อนแอที่สุดภายในกลุ่มเก็บไอเทม พวกเขาจำเป็นต้องเก็บผลึกมานากลับไปดูดซับ ในส่วนของไอเทมหากว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากพวกเขาจะเก็บเข้ากระเป๋าเหมือนๆกัน แต่เมื่อหันมองไปรอบๆเขาก็พบว่าไม่ใช่เพียงกลุ่มตัวเองที่แอบเก็บการ์ดอวัยวะภายในที่หาได้ยากเอาไว้ คนอื่นๆก็แอบเก็บเช่นเดียวกันโดยเฉพาะขุมอำนาจใหญ่
“ งั้นก็เก็บให้เกลี้ยงเลยแล้วกัน ”
จากเดิมใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความกังวลกลัวว่าจะตาย แต่หลังจากที่อันอันเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาก็เริ่มกลายเป็นฝ่ายบุก ทุกคนที่กำลังสู้อย่างกังวลกลับยิ้มหน้าบานแสดงท่าทางสนุกสนานออกมาเพราะตอนนี้พวกเขาสามารถสังหารมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่าตนเองได้ง่ายๆ หากเป็นเลเวลเดียวกันพวกมันไม่ต่างจากมดตัวเล็กๆที่วิ่งเข้ามาหาเลย
---------------------------------------------------------------
“ แบ่งหน่อยสิ ”
เฟยหลงเห็นอันอันเดินทางกลับมาจากสงครามจึงขอแบ่งศพ
“ ไม่พอกิน แกมีศพมนุษย์อยู่หนิ ”
“ จะหมดแล้ว ”
“ งั้นให้ 2 ตัวก็แล้วกัน ”
ร่างขนาดใหญ่ของมอนสเตอร์ถูกนำออกมาจากแหวนเก็บของของอันอันก่อนที่มันจะถูกเฟยหลงเก็บเข้าไปในแหวนเก็บของของตนเองจากนั้นก็แยกย้ายทำราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน วันนี้นับว่าเป็นวันที่ดีของพวกมันทั้งสองเพราะไม่ต้องนอนเฝ้าเป่าเป้ยน้อยเนื่องจากเถ้าแก่ดูแลเองกับมือ
---------------------------------------------------------------
“ ป๊ะป๋าตื่นเย็ว! ”
มือน้อยๆนวดไปที่แก้มของป๊ะป๋าด้วยท่าทางเร่งรีบ เฉินห่าวจึงค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมาดูพบว่าลูกสาวกำลังนวดแก้มเพื่อปลุกเขาให้ตื่นนอน
“ ตื่นเย็วๆ เราต้องไปมาหาวิททาทายัยกันแล้ว ”
“ ครับครับ งั้นเราไปอาบน้ำก่อนนะครับ ”
เฉินห่าวบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วพาเป่าเป้ยไปอาบน้ำ อย่างไรก็ตามเขาพบว่าระหว่างหลับอันอันกลับมาแล้ว เท่านี้เขาก็มั่นใจได้ว่าสงครามทางเขต X จะต้องจบในอีก 2 - 3 วัน
“ ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ เป็ดอาบน้ำใยคลอง ปลาจ้องจ้องมองมองเพราะในคลองมียัยเหยอคะ ”
เด็กน้อยกำมือหลวมๆแล้วชูไปให้ป๊ะป๋าเพื่อให้เขาต่อเพลง
“ มีเป่าเป้ยไงครับ ”
“ ฮ่าๆๆ ”
สองพ่อลูกหัวเราะกันคิกคักก่อนจะเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะแก่การเดินป่า
หลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้วเฉินห่าวจึงป้อนข้าวลูกสาวจากนั้นก็เดินออกมาจากโรงแรมหรูอี้โดยกำชับให้อันอันและเฟยหลงสลับกันดูแลร้านให้ดีตัวของเขาจะไม่ได้อยู่ที่ร้านเป็นเวลา 7 วัน
“ ไปกันเยย! ”
“ เลสโก้! ”
ผู้คนหน้าโรงแรมหรูอี้มองสองพ่อลูกที่เดินออกมาในตอนเช้า ท่าทางของทั้งสองทำให้ผู้คนหัวเราะเบาๆ จากท่าทางการแต่งตัวของสองพ่อลูกทำให้รู้ว่าทั้งสองกำลังจะไปปิ๊กนิกที่ไหนสักแห่ง
การปิ๊กนิกครั้งนี้คงจะเป็นครั้งแรกของลูกสาวจึงทำให้พวกเขาตื่นเต้นไม่น้อย